มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 215 – นักปฏิวัติตัวจริง (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 215 – นักปฏิวัติตัวจริง (2)
“…เจ้าจะพูดอะไร?”
เห็นได้ชัดว่ามีกลุ่มดาวที่ดีอยู่ในโลกนี้ พวกเขาคือกลุ่มดาวที่ผม
เคยอ่านในหนทางเอาชีวิตรอด หลังจากหนทางเอาชีวิตรอด
กลายเป็นความจริง มันก็มีกลุ่มดาวบางกลุ่มที่ผมต้องทบทวน
ใหม่ ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแก่นแท้ของพวกเขาว่าคือ
‘กลุ่มดาว’
ผมไม่รู้ว่าสีหน้าของผมเป็นยังไง แต่จางฮายังก็ท าสายตาเป็น
กังวล”…มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?”
“ไม่ ไม่มีอะไร”
“งั้นท าไมเจ้าถึงดูกังวลจัง?”
ผมลังเลที่จะพูดและส่ายหัวเบาๆ จางฮายังจ้องตรงมาที่ผมและ
พูดออกมา”ข้าอยากฟังนะ”
มันมีบางอย่างที่คุ้นเคยเกี่ยวกับเรื่องนี้ และผมก็อดยิ้มไม่ได้ ผม
ตรวจสอบหน้าของจางฮายังใกล้ๆ จมูกคมบนผิวพรรณสีขาว
บริสุทธิ์ ดวงตาที่ชัดเจนและลึกใต้คิ้วที่วาดด้วยเส้นนุ่มๆ…
ความรู้สึกผิดรางๆ เต็มอยู่ในใจของผม
「เขาคือเด็กที่ชอบเรื่องราว」
「เพราะยูจงฮยอคเป็นคนดี คนๆ นี้จึงควรได้ลิ้มรสความขม
ขื่นของความเป็นจริง…」
「ยูจงฮยอคไม่ฟังใคร คนอื่นควรเป็นผู้ฟังที่ดี」
ในตอนนี้ผลลัพธ์ของคอมเม้นต์ทั้งหมดที่ผมพิมพ์ลงไปได้อยู่
ตรงหน้าของผมแล้ว เขามีดวงตาเพื่อเฝ้ามองโลก จมูกเพื่อสูด
หายใจ และหูเพื่อฟังเรื่องราว บางทีมันอาจจะเป็นเพราะ
ความรู้สึกผิด แต่ผมก็พูดค าแรกออกมาโดยไม่รู้ตัว”มันมีคนที่
คิดแต่เรื่องแย่ๆ”
“คน?”
ผมพยักหน้าและพูดต่อ “พวกเขาต่างก็เป็นคนเลวร้าย พวก
เขารังแกหรือไม่ก็นินทาคนอื่น และกระทั่งท าสิ่งที่น่ากลัว
บางอย่าง”
จางฮายังฟังเรื่องราวและถามผม “เจ้าเกลียดคนที่เจ้าก าลังพูด
ถึงเหรอ?”
“…ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่ฉันก็ไม่รู้”
ผมไม่รู้ว่าผมจริงจังไหม
“บางคนก็ดีกว่าที่ฉันคิด และบางคนก็ท าตัวแตกต่างจากที่ฉัน
รู้จัก”
ค าพูดมากมายในหนทางเอาชีวิตรอดที่ผมอ่านมาในอดีตไหล
ผ่านความคิดของผม
“มันมีอะไรเป็นความจริงเกี่ยวกับพวกเขา? อะไรคือเรื่องจริง
และอะไรคือเรื่องโกหก? ฉันไม่รู้เลย”
จางฮายังฟังอย่างเงียบๆ แม้ว่าค าพูดของผมจะคลุมเครือ เวลา
ผ่านไปเท่าไรแล้ว? จางฮายังคิดอะไรบางอย่าง “มันยากที่จะ
เข้าใจว่าเจ้ามีปัญหาอะไรนะ… แต่เจ้าอยากจะรู้จักคนพวกนี้
มากขึ้นเหรอ?”
“อะไรนะ?”
“พวกเขาดูเหมือนคนเลว แต่ก็อาจมีคนดีอยู่บ้าง อืม นั่นคือ
ความคาดหวังของเจ้าใช่ไหม?”
ท าไมมันถึงฟังดูโรแมนติกจัง? มันอาจจะแปลกๆ แต่เมื่อผมคิด
เกี่ยวกับมัน นี่ก็อาจจะเป็นปัญหาก็ได้ จางฮายังพยักหน้าและ
พูดต่อ “บางครั้งนายก็ต้องพูดคุยกับคนพวกนั้น”
“มันไม่มีประโยชน์ที่จะพูด”
“ท าไม?”
“แค่…”
ผมไม่อาจอธิบายมันออกไปได้ มันเป็นความรู้สึกที่ช่วยไม่ได้ซึ่ง
ไม่มีทางอธิบายออกไปได้ อย่างไรก็ตาม มันก็เมื่อคนๆ หนึ่ง
กลายเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดจึงจะท าให้พวกเขาเป็นคนที่
ซื่อสัตย์ที่สุด
“ฉันคิดว่ามันมีก าแพงใหญ่อยู่”
[ก าแพงที่สี่ก าลังมองมาที่คุณ]
“ฉันและนายก าลังคุยกันอยู่แบบนี้ แต่พวกเราก็ไม่ได้สื่อสารกัน
จริงๆ มันไม่มีของอย่างการสื่อสารอยู่ในโลกนี้เลย”
[‘ก าแพงไร้นาม’ ก าลังมองไปยังก าแพงที่สี่]
「คิมทกจาคิด: บางทีความเป็นจริงหรือนิยายก็อาจจะเป็น
เหมือนกันทั้งหมด」
「ฉันได้อ่านมันมานานแล้ว และฉันก็ยังไม่รู้」
「บางทีฉันอาจจะไม่เคยรู้」
ผมรู้สึกเหมือนผมเข้าใจอะไรผิด และเมื่อผมพูดคนเหล่านี้
ออกมา ทุกๆ อย่างก็จะเปลี่ยนไป ภาพลวงตานี้พังทลายลงโดย
ค าพูดของจางฮายัง “ข้าอาจจะแตกต่างไปจากคนอื่น แต่
แน่นอน มันไม่มีของแบบนั้นอยู่”
“อะไรนะ?”
“ทุกคนมีก าแพง และการสื่อสารก็เป็นไปไม่ได้… นั่นมัน
ชัดเจน”
ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจางฮายังจะคิดอะไรแบบนี้ออกมาได้
มันค่อนข้างน่าแปลกใจ จากนั้นจางฮายังก็พูดต่อ “อย่างไรก็
ตาม พวกเราก็ยังต้องพูดคุย แม้ว่าจะมีก าแพงยักษ์ แต่มันก็มี
คนอยู่หลังก าแพงนั้น”
“…พวกเราจะพูดอะไรได้ในเมื่อมันมีก าแพงอยู่?”
“เขียนบนก าแพง”
ปากของผมเปิดอ้าออก
“ถ้าเจ้าฉี่หรือถ่าย เจ้าก็จะทิ้งบางสิ่งไว้บนก าแพง ด้วยเหตุนั้น
อีกฝ่ายจึงรับรู้ได้”
“ท าไมนายจะต้องท าแบบนั้นด้วย? ยังไงคนที่อยู่หลังก าแพง
ก็…”
“ถึงกระนั้น เจ้าก็ควรทิ้งเครื่องหมายไว้ มันสมเหตุสมผลไหม?
มันไม่ได้มีความหมายที่ชัดเจนอะไร”
“แล้ว?”
“มันส าคัญตรงที่เจ้าได้ทิ้งมันไว้”
“อีกฝ่ายก็คงไม่รู้ งั้นท าไม?”
“อย่างน้อยก าแพงก็เปลี่ยนไป” ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ จาง
ฮายังพูดด้วยน้ าเสียงที่เด็ดเดี่ยว “แล้ววันหนึ่งก็จะมีบางคนมา
อ่านมัน”
ผมจ้องไปที่จางฮายัง จางฮายังที่เกิดขึ้นมาเพราะความโลภของ
ผมมีชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับผม บางทีเขาอาจจะกลายเป็นคนที่
ดีกว่าที่ผมคิดก็ได้ ผมหัวเราะด้วยความขมขื่น”ฉันมีค าถาม
ข้อนึง”
“…ฮะ?”
“นายคุยกับกลุ่มดาวแบบนี้เหรอ?”
“อ่า เรื่องนั้น…”
เมื่อตัดสินจากความลังเลของเขา ผมก็คงจะคิดถูก ผมเข้าใจ
จิตใจของกลุ่มดาวขึ้นมานิดหน่อย พวกเขาคือคนที่หนักหน่วง
ที่สุด แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็คือสิ่งที่เดียวดายที่สุดใน
จักรวาล พวกเขาเป็นนักเขียนเช่นเดียวกับผู้ที่เฝ้าดูเรื่องราว
จางฮายังคงจะฟังพวกเขาในขณะที่เขาคุยกับผม
[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ ก าลังมองมายังอวตารหน้า
หนา!]
จางฮายังมองขึ้นไปในอากาศในเวลาเดียวกัน ต้องขอบคุณการ
แทรกแซงของบียู จ้าวอสรพิษล่ าซ าไม่อาจหาต าแหน่งของผม
ได้สักพัก แน่นอน มันก็คงจะไม่นาน
จางฮายังถามด้วยน้ าเสียงไม่สบายใจ “…ไอ้หมอนั่นคิดว่าจะอยู่
ที่นี่ต่ออีกเหรอ?”
“น่าจะ”
เขาอับอายและตั้งใจว่าจะท าลายช่องนี้ ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่
ในที่สุดจะตัดสินใจ
จางฮายังพูดถูก แม้ว่าจะมีก าแพง ผมก็ต้องเขียนอะไร
บางอย่างลงไปบนก าแพงนี้ นี่แม้ว่ามันอาจจะเปลี่ยนไปจากสิ่ง
ที่เขียนในตอนแรก…
ผมไม่ต้องการเป็นแค่คนที่อ่านเท่านั้น
“จางฮายัง นายช่วยติดต่อคนๆ นี้ให้หน่อยได้ไหม?”
เมื่อผมคิดเกี่ยวกับมัน ผมก็ได้ท าหน้าที่เป็นผู้อ่านมาตลอดเวลา
เพื่อที่จะเห็นตอนจบที่ผมต้องการ ผมต้องสร้างเรื่องราวใหม่
ขึ้นมา ในความเป็นจริง ผมก็ได้รบกวนความเป็นจริงไปแล้ว
ผมแค่ไม่รู้ว่าใครที่จะอ่านมัน
“ใคร?”
ผมไม่รู้ว่ากลุ่มดาวจะปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของผมไหม
ในตอนนี้ที่ผมเปิดช่องขึ้นมา… ถ้าคนๆ นั้นช่วย สถานการณ์
การปฏิวัติก็จะจบลงโดยไม่มีปัญหาอะไร
จากนั้นก็มีข้อความปรากฏขึ้นในอากาศ
[รัตติกาลที่ห้ามาถึงแล้ว]
เสียงขลุ่ยอันน่าหวาดกลัวดังออกมา ผมมองไปยังเขต
อุตสาหกรรม ในกองเพลิง ผู้คนก าลังกรีดร้อง การแสดงออก
ของผมแข็งขึ้น และผมก็พูดกับมาร์คและไอลีนที่อยู่ห่างๆ กัน
“รวบรวมชาวเมืองทั้งหมด”
***
ดยุคถูกต้อนเข้ามุม มันเห็นได้ชัดหลังจากรัตติกาลที่สี่จบลง
อ านาจการด าเนินงานของโรงงานถูกตัดออกโดยทาส ดังนั้นด
ยุคจึงไม่อาจออกมาได้สักพัก
อย่างไรก็ตาม ดยุคก็น าขุนนางและปรากฏตัวขึ้นในรัตติกาลนี้
「คิมทกจาคิด: เขาต้องการอะไร?」
จิตใจของผมซับซ้อนเล็กน้อยเนื่องจากตัวแปรของกลุ่มดาว
ใหม่ที่เข้ามาแทรกแซง นอกจากนี้ กลุ่มดาวที่ผมเรียกก็ยังไม่มา
「ไม่เป็นไร ลองคิดในแง่บวก นี่อาจจะเป็นโอกาส」
ใช่แล้ว ผมไม่จ าเป็นต้องมีจิตใจที่อ่อนแอ ในตอนนี้ผมคือกลุ่ม
ดาว ผมท าได้ดีมากแล้ว และมันก็คงจะไม่เป็นปัญหาอะไร
“จางฮายัง! จัดการกับเพชฌฆาต! ไม่ต้องยุ่งกับขุนนางคนอื่น!”
“ข้ารู้น่า!”
ผมวิ่งผ่านถนนโดยใช้วิถีแห่งสายลมและมาถึงสถานที่ที่เพลิง
ใหญ่ก าลังลุกไหม้อยู่ ผมวิ่งมานานเท่าไหร่แล้ว? ในไม่ช้าผมก็
เห็นปีศาจคนหนึ่งก าลังยืนอยู่บนยอดอาคารที่พังทลายลงมา
“เจ้าคือนักปฏิวัติใช่ไหม?”
มันเป็นปีศาจที่มีผมยาวและห้อมล้อมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดง
ใบหน้าของผมแสบจากความร้อนที่ปะทุออกมาจากทั่วร่างกาย
ของเขา มันเป็นคลื่นความร้อนที่กัดกิน ผมมองไปยังเปลวเพลิง
สีเหลืองและรู้ว่าพลังนี้คืออะไร มันมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใช้
เรื่องราวประเภทนี้ในอาณาจักรปีศาจที่ 73
“มาร์ควิสออมโบรอส”
เขาเป็นขุนนางที่ทรงพลังที่สุดในอาณาจักรปีศาจที่ 73 ต่อ
จากดยุค เขาคือคนที่ผมคงจะลังเลที่จะปะทะด้วยก่อนที่ผมจะ
กลายเป็นกลุ่มดาว อย่างไรก็ตาม สีหน้าของออมโบรอสก็
แปลกไป
“ข้าคือออมบาร์ ไม่ใช่ออมโบรอส”
อ่า ผมจ าชื่อของเขาผิด ผมอาจจะเป็นคิมทกจา แต่แม้กระนั้น
ผมก็ไม่อาจจ าชื่อได้แม่น ออมโบรอสยังคงพึมพ าเหมือนกับเขา
ถูกหยาม”เจ้าไม่หนีแม้จะรู้จักข้า ข้าคิดว่าเจ้าจะต้องเป็นคนที่มี
ความรู้กว้างขวาง แต่เจ้าก็เป็นแค่คนที่โชคดี”
“นายก็คงจะโชคดีถ้าฉันหนีไปนะ ออมโบรอส”
“ข้าบอกว่าข้าชื่อออมบาร์!”
แทนที่จะตอบค าถาม ผมเพิ่มระดับพลังเวทมนตร์ในร่างกาย
ของผมขึ้นมา ครั้งที่แล้วผมได้ต่อสู้โดยใช้สถานะของกลุ่มดาว
แต่ในคราวนี้ ฝ่ายตรงข้ามนั้นยิ่งใหญ่มาก และมันคงไม่ได้ผล
ต่อออมโบรอส ดังนั้นนี่คือการต่อสู้เต็มก าลัง
[เลือกบุ๊คมาร์คที่ห้า เคียร์อีออส โร้ดเกียม!]
[สกิลเฉพาะตัว ‘การย่อขนาด LV.3’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[สกิลเฉพาะตัว ‘ปล่อยกระแสไฟฟ้า’ LV.11 (+1) ถูกเปิดใช้
งาน]
คลื่นความร้อนสีเหลืองระเบิดออกมาจากก าปั้นของออมโบรอส
มันคือการระเบิดเจิดจ้า สกิลของเรื่องราวของเขา เขามีอักขระ
การระเบิดที่น่าทึ่งที่สุดในอาณาจักรปีศาจที่ 73 พลังนั้น
แข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่ยากที่จะหลบหลีก ระยะการระเบิดกว้าง
มาก ดังนั้นมันจึงถือว่าเป็นการโจมตีระยะไกล
“เจ้าหนู…!”
[กลุ่มดาว ‘หนูกินเล็บ’ เกลียดค าพูดของปีศาจออมบาร์]
ออมโบรอสรู้สึกว่ามันเป็นการยากที่จะจัดการกับตัวเล็กอย่าง
ผมด้วยการระเบิดง่ายๆ และเขาก็เปลี่ยนกระบวนท่า ความ
ร้อนจากมือของเขาหดตัวลงอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเป็นลูก
บอลขนาดเล็ก
“ตายซะ!”
ความร้อนที่ควบแน่นรุนแรงมากยิ่งขึ้นรอบๆ มือของเขา เขา
คิดว่าเขาคงจะกดดันผมได้ด้วยความแข็งแกร่งหลังจากลด
ระยะลง…
มันเป็นแผนการที่ดี แต่เขาก็เจอกับคู่ต่อสู้ที่ผิด ผมไม่ใช่อวตาร
ธรรมดา ผมเฝ้าดูการระเบิดอันรุนแรงที่ก าลังพุ่งเข้ามาและยื่น
หมัดของผมออกไปโดยไม่ลังเล ศูนย์กลางของระเบิดถูกเจาะ
โดยการโจมตีที่บรรจุไว้ซึ่งพลังเวทมนตร์ของผม
หูของผมอื้อไปชั่วขณะ และชิ้นส่วนที่อยู่ติดกับการระเบิดก็
กระจายไปในอากาศ เปลวเพลิงในพื้นที่ถูกพัดพาออกไป มี
เพียงแค่สายฟ้าสีฟ้าเท่านั้นที่กระจายออกไปทั่ว ผมได้ยินเสียง
และวิสัยทัศน์ของผมก็กะพริบเป็นสีขาว
[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ ประหลาดใจในความแข็งแกร่ง
ของคุณ]
มันไม่เห็นออมโบรอสในที่ๆ สายฟ้ากวาดผ่าน บางทีเขาอาจจะ
กระเด็นออกไปหรือตายไปแล้วก็ได้
“โอ้พระเจ้า…”
เขตอุตสาหกรรมถูกท าลายลงอย่างไร้ความปราณี ชาวเมือง
บางคนตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของผมและคุกเข่าลง ณ
จุดๆ นี้ ผมไม่รู้ว่าผมจะเป็นอย่างไรในการต่อสู้ ถ้าผมกลับไปยัง
สถานการณ์ได้ ผมจะเอาชนะกลุ่มดาวในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว
ได้ไหมนะ?
[ร่างกายของคุณไม่สามารถรับมือกับระดับของพลังที่ใช้ได้]
[ร่างกายของคุณได้รับความเสียหายบางส่วน!]
…บ้าเอ้ย มันเริ่มอีกแล้ว ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่เป็นไร มันคงจะ
จบลงก่อนที่ร่างกายของผมจะหมดสภาพ
“ย๊ากกกกก!”
พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากสถานการณ์นี้งั้นเหรอ?
ชาวเมืองโดยรอบเริ่มตะโกนออกมา
“นักปฏิวัติ! นักปฏิวัติ!”
[กลุ่มดาวใหม่เข้าสู่ช่อง #BI-90594]
จ านวนของกลุ่มดาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่าง
ไปจากช่องของบีฮยอง อืม อาจเป็นเพราะผมคิดว่านี่คือ ‘ช่อง
ของผม’ ผมขยับไปที่แนวหน้าของสมรภูมิและฟันขุนนางที่
ก าลังใกล้เข้ามา
“ย๊ากกกกก!”
ดยุคมาถึงจุดจบของเขาแล้วเมื่อไม่มีโรงงาน คลื่นความโกรธ
ของชาวเมืองค่อยๆ ผลักดันขุนนาง
นานเท่าไหร่แล้ว? ในที่สุดพวกเราก็มาถึงประตูโรงงาน
“การปฏิวัติอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว! อีกนิดเดียว…!” มันมีคน
ตะโกนออกมา
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมาแผ่นดินไหวก็อุบัติขึ้นจากใต้ดินลึก
ชาวเมืองที่ก าลังสับสนกรีดร้องออกมาและนั่งลงบนพื้น มันดู
เหมือนกับมีบางสิ่งก าลังลุกขึ้นยืนตรงหน้าของผม อาคารขนาด
ยักษ์ซึ่งก าลังหลับใหลเหมือนกับอสูรเฒ่าก าลังยกร่างของมัน
ขึ้น มันมีเสียงคล้ายกับเครื่องยนต์ไอน้ าดังออกมา เขม่าด าเต็ม
ไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี และเสียงดังกึกก้องก็ค ารามออกมา
หัวใจของผมหดเกร็งในทันใด
…โรงงานก าลังด าเนินการอยู่? ได้ยังไง?
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจคิดเกี่ยวกับมันได้ ก าปั้นยักษ์ปะทะ
เข้ากับร่างกายไร้การป้องกันของผม อาคารหลายหลังถูก
กระแทก และโครงเหล็กก็หักกระจาย ผมหมดสติไปชั่วขณะ
ก่อนที่จะฟื้นกลับมาอีกครั้ง
[ร่างกายของคุณได้รับความเสียหายอย่างหนัก!]
[เข้าสู่ฉากหลักตอนนี้เพื่อป้องกันการพังทลายของเรื่องราวของ
คุณ!]
เลือดไหลออกมาจากร่างกายของผม และเรื่องราวที่แต่งแต้ม
ร่างกายของผมก็สั่นสะเทือน บ้าเอ้ย จิตใจของผมอยู่ในสภาพ
ซับซ้อนจนผมไม่ทันระวัง พลาดไปแล้ว…
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจเข้าใจได้ไม่ว่าผมจะคิดหนักแค่ไหน
โรงงานท างานได้ยังไง?
[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ พึงพอใจกับภาพตรงหน้า]
[กลุ่มดาว ‘หนูกินตะปู’ ก าลังสนุกกับความล าบากของคุณ]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มหวังว่าคุณจะเจ็บปวดมากกว่านี้]
บัดซบ ผมเปิดช่อง แต่ไม่มีคนอยู่ฝ่ายผม ในช่วงเวลาที่ผมกัด
ฟันและยกร่างขึ้นมา ชื่ออันคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังดึงผมของเขาใน
ขณะที่พิจารณาคุณใกล้ๆ]
(จบตอน)