มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 27 – แลนลอร์ด (1)
พวกเขาเดินตามลีจีฮเยและเข้าไปยังชุงมูโร ยูซานอาเห็น
ประตูชานชาลาที่แตกออกและพูดออกมา “…มันเป็น
บรรยากาศที่วุ่นวายจริงๆ”
ในขณะที่พวกเราปีนขึ้นจากรางรถไฟสาย 3 พวกเราก็เห็น
คนบางส่วนก าลังนั่งอยู่
[คุณมาถึงชุงมูโรแล้ว]
[สถานการณ์ที่สามก าลังด าเนินการอยู่]
[ช่อง #GIR-8761 เปิดใช้งานอยู่]
[ช่อง #BIR-3642 เปิดใช้งานอยู่]
จากชุงมูโรเป็นต้นไป ขนาดของสถานการณ์จะเริ่มใหญ่
ขึ้นและช่องของโดเกบิก็จะเพิ่มขึ้น บีฮยองผู้ไร้เดียงสาคง
จะพบกับช่วงเวลาที่ยากล าบากนับจากนี้ไป กลุ่มคนวัย
กลางคนส่วนหนึ่งเห็นพวกเราและโบกมือของพวกเขา
“โอ้ ซามูไรน้อย เธอพาคนใหม่มาเหรอ?”
“ใช่” ‘ซามูไร’ ผมเดาว่าลีจีฮเยคงจะถูกเรียกแบบนั้นถ้า
ผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังของเธอยังไม่เป็นที่รู้จัก ไม่ช้าก็
เร็ว พวกเขาคงจะถูกลงโทษ ลีจีฮเยขมวดคิ้วให้กับกลุ่ม
คนวัยกลางคน “พวกนายเมาอีกแล้วเหรอ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! โลกกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว นอกจากดื่มจะท า
อะไรได้อีก?”
กลุ่มคนวัยกลางคนดูผ่อนคลายไม่เหมือนกับคนที่ประสบ
กับภัยพิบัติ มันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะพวกเขาสวม
เครื่องแบบทหารอยู่ สิ่งนี้แตกต่างจากสถานีกึมโฮแน่นอน
มันเริ่มต้นจริงๆ แล้ว
“แต่เพื่อนของเธอผ่านมาทางอุโมงค์งั้นเหรอ? เยี่ยม
จริงๆ… ไม่ใช่ว่าพวกเรามีเหรียญกันเยอะเลยเหรอ?”
จากนั้นชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็หันมาหายูซานอา “สาว
น้อยมานี่มา เธอชื่ออะไร? เธอต้องการเช่าห้องราคาถูก
ไหม?”
“…ห้อง?”
“ฮ่าฮ่า เธอยังไม่รู้ระบบของที่นี่เหรอ? สถานที่แห่งนี้…”
ลีจีฮเยพูดแทรกชายวัยกลางคน “ลุง อย่าพยายามหลอก
คนมาใหม่เลย”
“เอ่อ พวกเขาต้องรู้น่ะนะ นี่คือสิ่งที่ทุกๆ คนต้องท าเพื่อมี
ชีวิตรอด…”
“ถ้านายไม่อยากเจ็บตัว ไสหัวไปซะ”
ชายวัยกลางคนหน้าซีดกับค าพูดของลีจีฮเย “นี่มัน… เด็ก
น้อยได้เรียนรู้เรื่องแย่ๆ แล้ว”
“เฮ้ คัง หยุดนะ”
ชายวัยกลางคนหันออกไป พวกเขาหายเข้าไปในเส้นทาง
ขนส่งที่ 4 และลีจีฮเยก็เก็บดาบของเธอกลับไป
“ฉันพาพวกนายมาที่นี่ ดังนั้นนับจากนี้ก็ดูแลตัวเองนะ
ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก” เด็กคนนี้พูดอย่างไม่แยแสเอาซะเลย
ผมมองไปรอบๆ ชุงมูโร – นี่คือเวทีของสถานการณ์ที่
สาม ซึ่งมีกฎที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“บ-บัดซบ! ฉันจะฆ่าแกถ้าแกเข้ามาใกล้…” ชายหนุ่มที่
ยืนอยู่กลางชานชาลาสายสาม ก าลังโบกมีดไปรอบๆ และ
ขู่ผู้คน ที่เท้าของเขามีแผ่นกระเบื้องขนาดประมาณ 3.3 ตา
ราเมตร มันเปล่งแสงสีขาวที่ทอดยาวขึ้นไปในอากาศ
ยูซานอาถาม “…ท าไมเขาถึงท าแบบนั้น?”
“ฉันก็ไม่รู้” ผมสามารถเดาได้ แต่มันไม่จ าเป็นที่จะต้องท า
ให้เธอกลัวในตอนนี้ มีหลายคนก าลังนั่งอยู่พร้อมด้วยมีด
บนรถไฟใต้ดินสายสาม ไม่เหมือนกับชายวัยกลางคน
ก่อนหน้านี้ ใบหน้าของคนที่นี่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ผมเหลือบมองพวกเขาและถามลีจีฮเย “ยูจงฮยอคอยู่นี่
ไหม?”
ลีจีฮเยที่ก าลังจะจากไปหันมากับค าว่า ‘ยูจงฮยอค’ มันมี
ความระแวดระวังอยู่ในสายตาของเธอ “…นายเป็นใคร
กัน?”
ยูจงฮยอคได้ท าลายเด็กคนนี้ไปแล้ว อืม ผมเข้าใจได้ มัน
ยากที่จะหากลุ่มดาวในระดับเทพสงครามทะเล แม้ว่าเขา
จะค้นหาไปทั่วเกาหลีใต้ ถ้าผมอยู่ในต าแหน่งเดียวกับยู
จงฮยอค ผมก็คงจะหาเธอไม่พบในทันทีที่เขามายังชุงมูโร
“ฉันเป็นสหายของเขาที่กลับมาจากความตาย”
“…สหาย? เป็นไปได้ยังไง?” ลีจีฮเยจ้องมองผมด้วยแวว
ตาสงสัย
ผมยักไหล่อย่างไร้ยางอาย “เขาจะเข้าใจถ้าเธอไปบอกเขา
ตอนนี้ยูจงฮยอคอยู่ที่ไหน?”
“…ตอนนี้มาสเตอร์ไม่อยู่ที่นี่”
“จริงเหรอ? ล าบากแล้ว ฉันมีสิ่งที่ต้องพูดด้วยสิ”
สีหน้าของลีจีฮเยบิดเบี้ยวในขณะที่เธอจ้องมาที่ผมด้วย
บางสิ่งที่เหมือนกับความรู้สึกอันขัดแย้ง อ่า ผมรู้ดีว่าเธอ
คิดยังไงกับยูจงฮยอค นอกจากนี้ เธอยังได้เรียกเขาว่า
‘มาสเตอร์’ แล้ว… มันคงยากที่จะได้เธอแบบนี้ ลีจีฮเย
เรียกเด็กชายคนหนึ่งที่ก าลังนั่งยองๆ อยู่ที่มุมห้อง “เฮ้ มา
นี่!”
“เอ่อ? ครับ ครับ!”
“ดูคนพวกนี้ไว้ตรงนี้! ฉันก าลังจะไปหามาสเตอร์”
เด็กชายมองมาที่พวกเราด้วยดวงตาที่งุนงง “…พวกเขา
เป็นใครเหรอ?”
“ฉันไม่รู้ เพื่อนของมาสเตอร์มั้ง?”
ด้วยค าพูดของลีจีฮเย ดวงตาของผู้คนบนชานชาลาก็เบิก
กว้างยิ่งขึ้น พวกเขามองมาที่พวกเราด้วยความประหลาด
ใจและความหวาดกลัว
“…เพื่อนของยูจงฮยอค?!” เด็กชายวิ่งเข้ามาหาพวกเรา
และอุทานออกมา เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ดูอายุราวๆ ลีจีฮเย
“พวกนายเป็นเพื่อนของยูจงฮยอคจริงๆ เหรอ?”
ผมไม่สามารถโกหกได้เมื่อผมเห็นสายตาอันกระจ่างใส
ของเด็กชาย อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นถ้าผมเป็น
คนธรรมดา
“เขาเป็นเพื่อนที่ดี”
เมื่อไม่นานมานี้ ผมไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นคน ‘ธรรมดา’
อย่างน้อย นั่นก็เป็นกรณีของที่นี่
* * *
ในขณะที่ดูแลจางฮีวอนที่ไม่ได้สติอยู่ ผมก็ได้ฟังเรื่องของ
ชุงมูโรจากเด็กชาย พร้อมกับลีจีฮเย เด็กชายคนนี้คือหนึ่ง
ในผู้ติดตามของยูจงฮยอค
“…ดังนั้นพวกเราจึงติดตามยูจงฮยอค นายก าลังฟังอยู่
ไหมเนี่ย?”
“ฟัง”
แน่นอนว่าผมไม่ค่อยฟังเท่าไร เรื่องวีรกรรมของยูจงฮ
ยอคนั้นไม่ได้น่าสนใจอะไร สรุปสั้นๆ มันก็คงจะเป็น
แบบนี้
“สามวันก่อน ยูจงฮยอคปรากฏตัวขึ้นและช่วยชีวิตพวก
นาย รวมทั้งลีจีฮเย จากมอนสเตอร์ เรื่องราวมันเป็นแบบ
นี้ใช่ไหม?”
เด็กชายขมวดคิ้วให้กับเรื่องของเขาที่ถูกสรุปอย่างง่ายๆ
“เอ่อ เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น…”
เขาหลงไปกับยูจงฮยอคแล้วแน่ๆ การปรากฏตัวขึ้นพร้อม
กับพลังอันท่วมท้นได้ช่วยพวกเขาในทันที่ มันคงจะ
แปลกถ้าพวกเขาไม่ติดตามยูจงฮยอค แต่เด็กคนนี้ก็ไม่รู้ว่า
ที่เขารอดชีวิตมาได้ไม่ใช่เพราะยูจงฮยอคเป็นคนดี แต่
เพราะเขาโชคดีที่ได้อยู่กับลีจีฮเย
“เอาล่ะ ฉันขอถามอะไรที่ฉันสงสัยหน่อยได้ไหม?” ลีฮุ
นซึงเริ่มถามอย่างสุภาพในขณะที่ผมก าลังจมลงสู่ห้วง
ความคิด
“อื้อ ถามมาเลย”
“แหล่งอาหารของที่นี่มาจากไหน?”
“เรื่องนั้น… มันน่าอายสักหน่อยที่จะพูด… คนบางส่วน
รวมทั้งฉัน ต่างขึ้นอยู่กับจีฮเย จีฮเยออกล่าและขอให้ยูจงฮ
ยอคปรุงอาหาร…”
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาท าลิสต์รายการ แต่ลีฮุนซึงก็เอาสมุด
ของเขาออกมาและเริ่มเขียนบางสิ่งลงไป เขาคือทหาร
จริงๆ
“แล้วน ้าดื่มล่ะ?”
“พวกเรามอบอาหารหรือเหรียญให้กับ ‘พันธมิตรแลน
ลอร์ด’ ข้างบนเพื่อแลกเปลี่ยน”
“…พันธมิตรแลนลอร์ด?” ผมนั่งตัวตรง ในตอนนี้
เรื่องราวเริ่มน่าสนใจขึ้นแล้ว
เด็กชายลังเลที่จะพูด “พวกเขาคือเจ้าของพื้นที่ที่
รับผิดชอบในเขตชุงมูโร พวกเขาครอบครองพื้นที่ชั้นบน
และพวกเราก็เรียกพวกเขาว่าพันธมิตรแลนลอร์ด”
พันธมิตรแลนลอร์ดของชุงมูโร – มันเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่
ในหนทางเอาชีวิตรอด
“พวกเขาเป็นคนแบบไหนกัน?”
“อืม ฉันควรพูดยังไงดี…” ในความเป็นจริง มันไม่จ าเป็น
ที่ผมต้องถาม บางที่ ตามการคาดเดาของผม หนึ่งใน ‘สิบ
อสูร’ ได้อยู่ในชุงมูโรแล้วในตอนนี้ “พวกเขาเป็นแค่
เจ้าของที่”
ค าตอบนี้เป็นค าตอบที่ถูกต้องในความรู้สึก พวกเขาคือ
เจ้าของที่ดิน เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้รับภาษี ในเวลานี้
ลีกิลยังที่เงียบอยู่ก็เปิดปากขึ้น “ขอโทษนะพี่”
“หืม?”
“ผมอยากไปห้องน ้า”
“รีบไหม?”
“ครับ”
มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะคาดไม่ถึง มันน่าสับสนมาก
ยิ่งขึ้นเพราะปกติลีกิลยังจะไม่พูดอะไรแบบนี้ออกมา
จากนั้นผมก็สังเกตเห็นว่าลีกิลยังก าลังยืนอยู่ข้างๆ ยูซาน
อาที่ก าลังหน้าแดง
“…ขอโทษนะ ฉันไปด้วยได้ไหม?”
ในเวลานั้นเอง ภาพของยูซานอาและจางฮีวอนที่
จ าเป็นต้องรักษาความลับส าคัญ ณ สถานียัคซูก็ปรากฏขึ้น
ในใจของผม ผมคิดว่าผมรู้ว่าจะเกิดขึ้น แต่เด็กคนนั้นก็
สังเกตเห็นมันก่อนอย่างรวดเร็ว เด็กชายได้ยินบทสนทนา
และกล่าวว่า “นายต้องขึ้นไปห้องน ้าที่ชั้นสอง แต่มันก็ไม่
ง่ายเท่าไรนักที่จะเข้าไป”
“…มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
“ใช่ ฉันคิดว่ามันดีกว่าที่จะเห็นเอง… ฉันก าลังจะขึ้นไป
พวกนายอยากไปด้วยไหม?”
“ไปกันเถอะ” ผมเป็นคนที่พูดออกมา แน่นอนว่าผมไม่ได้
อยากจะไปห้องน ้า ผมต้องขึ้นไปเพื่อตรวจสอบบางสิ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ การเคลื่อนไหวของยูจงฮยอคแตกต่างไป
จาก ‘การเสื่อมถอยรอบที่สาม’ ที่ผมรู้จัก ถ้าเป็นแบบนี้
ผมจ าเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้ให้ได้ ผมขึ้นไปยังชั้นใต้ดินชั้น
ที่สามกับเพื่อนๆ ของผมในขณะที่แบกจางฮีวอนที่ยัง
ไม่ได้สติไปด้วย
“โอ้ ฉันได้ยินว่ามีหน้าใหม่เข้ามา พวกนายมาดูห้องรึยัง?”
ชายวัยกลางคนที่ก าลังยืนอยู่ใกล้กับบันไดเลื่อนในสายที่
สี่ผิวปาก
เด็กชายส่ายหัวและตอบ “อ่า โทษทีครับ พวกเราก าลังจะ
ขึ้นไปข้างบน…”
“เอ๊ แย่จัง ระวังตัวด้วยนะ” ชายวัยกลางคนโบกมือของเขา
โดยไม่ลังเล
ยูซานอามองชายวัยกลางคนขยับออกไปและถาม “นั่น…
ยังไงก็เถอะ… จริงๆ แล้ว ‘ห้อง’ คืออะไรกันแน่? ฉันไม่
คิดว่ามันจะเหมือนกับห้องที่ฉันรู้จักหรอกนะ”
“ง่ายมาก” เด็กชายชี้ไปยังกระเบื้องสี่เหลี่ยม กระเบื้องถูก
วางไว้บนชานชาลาของแถวที่สาม พวกมันคือกระเบื้องสี
เขียวที่มีขนาดประมาณ 3.3 ตารางเมตร เมื่อมองไปยัง
รายละเอียดแล้ว ผมก็เห็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้ในอากาศเหนือ
กระเบื้อง
[โซนสีเขียว 0/1]
“ชื่อสถานการณ์คือ ‘โซนสีเขียว’ และกระเบื้องเหล่านี้
เรียกว่าห้อง”
ใกล้กับกระเบื้องมีชายสองคนก าลังต่อสู้กันบนกระเบื้อง
คราวนี้เป็นลีฮุนซึงที่ถามออกมา “นั่นอะไรน่ะ? ท าไมคน
เหล่านี้ถึงต่อสู้กันเพื่อมัน?”
เด็กชายดูลังเลเล็กน้อยที่จะตอบ ราวกับว่าการพูดกับพวก
เราจะเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของเขา “เดี๋ยวไปยังชั้น
ใต้ดินที่สองก็รู้เอง”
เมื่อพวกเขาเดินขึ้นไปยังชั้นที่สูงขึ้น มันก็มีการต่อสู้เพื่อ
ห้องมากยิ่งขึ้น ตัวเลขของห้องแตกต่างกันออกไป ห้อง
เล็กๆ มีป้าย (0/1) และห้องที่มีขนาดใหญ่มีป้าย (0/7)
ตัวเลขข้างหลังน่าจะหมายถึงความจุของห้อง ผมมองไป
รอบๆ อย่างระมัดระวังและถาม “ชั้นใต้ดินที่สามไปจนถึง
ชั้นใต้ดินแรกคือพื้นที่ทั้งหมดของสมาคมแลนลอร์ดใช่
ไหม?”
“…ใช่ พวกเขาคือกองก าลังเล็กๆ แต่สมาคมแลนลอร์ดก็
ได้รับพวกมันไปเป็นส่วนใหญ่”
โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของชุงมูโรอยู่ ณ ชั้นใต้ดินที่
สองและหนึ่ง แต่ก็มีเพียงพันธมิตรเดียวที่ครอบครอง
ทั้งหมด
“ยูจงฮยอคไม่ได้ท าอะไรเลยเหรอ? เขาไม่ช่วยพวกนาย
เลยเหรอ?”
“เรื่องนั้น…” ใบหน้าของเด็กชายมืดลงอย่างเห็นได้ชัด
จากค าถามของผม เด็กชายดูบูดบึ้งไปสักพักก่อนที่จะพูด
ออกมาอย่างยากล าบาก “เขาบอกให้พวกเรายืนหยัดด้วย
ตัวเอง…”
ผมรู้อยู่แล้ว แน่นอนว่ายูจงฮยอคคงจะพูดอะไรแบบนี้
บางทียูจงฮยอคอาจจะไม่เคยบอกให้พวกเขาติดตาม
ตัวเอง ด้วยพลังอ านาจที่เขาแสดงออกมา คนพวกนี้จึงมี
ความหวังที่เต็มเปี่ยม น่าสงสารซะจริง
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็มาถึงชั้นใต้ดินที่สอง มันมี
ความตึงเครียดอยู่บนใบหน้าของเด็กชาย “นับจากนี้ไป
พวกเราต้องระวังตัว”
มีห้องอยู่บนชั้น B2 มากกว่าชั้นที่อยู่ต ่ากว่า และไม่มีกลุ่ม
ไหนที่ก าลังต่อสู้กันอยู่ กลับกัน มันมีผู้คนก าลังเฝ้าเขตสี
เขียวด้วยความหวาดกลัวในดวงตาอยู่
[เขตสีเขียว 7/7]
พวกเราเดินผ่านผู้คนและมุ่งหน้าไปยังห้องน ้า
“เอ่อ… หยุดที่นี่ท าไมเหรอ?”
ฝีเท้าของพวกเราหยุดลงเมื่อพวกเราเข้ามาใกล้ทางไป
ห้องน ้าเส้นสุดท้าย เช่นเดียวกับคอขวด คนนับสิบยืนออ
กันอยู่ในทางเดิน
“ไปข้างหน้ากันเถอะ” ผมพูดในขณะที่ผลักคนออกไป
จากทาง
“พิลดู! ได้โปรดยอมรับมันด้วย! ฉันจะไม่ท ามันอีกแล้ว!
ได้โปรด ได้โปรด! ได้โปรดให้ฉันอยู่อีกสักวันเถอะ ฉัน
จะยอมเป็นหนี้เพื่อรับเหรียญ!” หัวหน้าที่อยู่หัวแถวก าลัง
เผชิญหน้ากับผู้คนที่ปั่นป่วน
“เอาล่ะ เอาล่ะ ออกไปซะ ออกไป” ในทางตรงกันข้าม
คนที่ดูเหมือนจะมาจากสมาคมแลนลอร์ดได้มารวมตัวกัน
ผู้คนสามารถรู้สึกมันได้โดยสัญชาตญาณ หนึ่งในสิบอสูร
อยู่ที่นี่ ผมพยายามค้นหาสมาชิก ‘สิบอสูร’ ผ่านค าอธิบาย
ของนิยาย แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเพราะพวกเขาต่างก็ดู
เหมาะสม ความประทับใจของพวกเขาเริ่มคล้ายคลึงกัน
หลังจากกลายเป็นแลนลอร์ดงั้นเหรอ?
ผมส่ายหัวเมื่อมีคนคว้าขาของผม มันเป็นลีกิลยัง ผม
สัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างและก าลังจะคว้าไหล่ของ
เขาเมื่อมีคนผลักลีกิลยัง
“อ๊า” ลีกิลเสียสมดุลและล้มลง
[ตัวละคน ‘ลีกิลยัง’ บุกรุกทรัพย์สินส่วนบุคคล!]
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เริ่มเย็นลง และสมาชิกบางคนของ
‘สมาคมแลนลอร์ด’ ที่อยู่ด้านหน้าก็มองมายังลีกิลยัง
“เด็กคนนี้มันอะไร?”
แทบจะในเวลาเดียวกัน ผู้คนก็กรีดร้องออกมาและถอย
หนี
“บ้า!”
“ถ-ถอย! เร็ว!”
ราวกับพวกเขาไม่เคยอยู่ที่นั่น ฝูงชนวิ่งกลับไปเหมือนกับ
สายน ้า ผู้คนหายไป และเส้นสีแดงก็เปล่งประกายขึ้นตรง
จุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่ ชายคนหนึ่งมองไประหว่างเขต
แดนกับลีกิลยังตามล าดับ “หืมมม นายดูเหมือนจะหลง
ทางนะ นายรู้ไหมว่าอยู่ที่ไหน?”
“ทางเข้าห้องน ้า?”
“ห้องน ้า? ฮ่าฮ่า ยังไงก็เถอะ เด็กน้อย… พ่อแม่ของนายอยู่
ไหน?”
“…ฮะ?”
“นายไม่รู้เหรอว่านายไม่ควรบุกรุกเข้ามายังดินแดนของ
คนอื่น?”
ดินแดนของคนอื่น…
โอ้ มันคงจะเป็นแบบนั้น ชายหนุ่มลูบหัวของลีกิลยังด้วย
รูปลักษณ์แบบไหนก็ไม่ทราบ
“เนื่องจากนายไม่รู้ ฉันก็จะสอนให้เอง”
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งาน ‘เขตติดอาวุธ LV.3’]
มีเสียงหวอดังออกมา และป้อมปืนขนาดเล็กที่คล้ายกับ
ปืนแก็ตลิ่งก็ลอยขึ้นมาจากพื้น
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เรียกร้องเงิน 500 เหรียญส าหรับการ
บุกรุกดินแดนส่วนตัวของเขา]
[ถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามค าแนะน า ป้อมปราการใกล้เคียง
ทั้งหมดจะยิงในทันที]
ชายคนนั้นกล่าวว่า “เอาเงินมาให้ฉัน”
ป้อมปืนต่างเล็งเป้ามาที่จุดเดียวกัน ลีกิลยังที่ก าลังสับสน
ลุกขึ้นยืนและเดินมาข้างๆ ผม ชายหนุ่มเห็นผมและ
หัวเราะ “อ่า งั้นนายก็เป็นผู้ปกครองของเขาสินะ งั้นไม่ใช่
ว่าผู้ปกครองควรที่จะจ่ายเงิน 500 เหรียญแทนเหรอ?”
ผมยิม เห้กับมือที่ชายหนุ่มยื่นออกมาอย่างกล้าหาญ
ตลกจริงๆ ยูจงฮยอค นายปล่อยไอ้พวกโงนี่ไปเหรอ?