มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 270 – เรื่องราวของทกจา (8)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 270 – เรื่องราวของทกจา (8)
ผมเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มดาวที่เข้ามา
[กลุ่มดาวที่โปรดปรานคุณก าลังมองคุณอยู่]
พวกเขาทั้งหมดเป็นกลุ่มดาวที่เคยเข้าข้างผม
[กลุ่มดาว ‘พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน’ ก าลังมองมาที่คุณ]
ในหมู่พวกเขาเป็นกลุ่มดาวของโลก
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
นอกจากนี้ยังมีชองจุงยองที่ผมติดต่อไม่ได้มาซักพัก อย่างไรก็
ตาม มันก็มีการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
นักเขียนลับ ผมไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา ทั้งหมดที่ผมรู้คือ
เขาชอบผมและเฝ้าดูสถานการณ์ของผม
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กุมมือทั้งสองข้างไว้
ด้วยกันเบาๆ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าหมัด]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังค ารามและมองดู
คุณอยู่]
ตอนนี้กลุ่มดาวที่ตามผมมาตั้งแต่ต้นทั้งสี่ได้มารวมตัวกันแล้ว
[เรื่องราวของคุณก าลังถูกสร้างขึ้นในอาณาจักรปีศาจที่ 73]
สายตาทั้งหมดจ้องมองมาที่ผมและผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าผมได้
กลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว
สุริยะพูด
[เด็กน้อย ข้ารู้ความคาดหวังของเจ้า แต่พวกเขาก็คงไม่ช่วย
เจ้า กลุ่มดาวฉลาดและไม่เลือกตัวเลือกโง่ๆเหมือนมนุษย์อย่าง
เจ้า]
ผมเห็นสหายของผมที่แทบจะยืนไม่อยู่ สหายของผมล้อมยูจงฮ
ยอคก็ล้มลงอยู่
สุริยะหัวเราะ [ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูของเนบิวลา…]
ในทันทีที่เขาพูด แผ่นดินไหวก็อุบัติขึ้นมาระหว่างสุริยะและผม
พื้นดินชื้นขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นบึงเหนียว ในบึงที่ผม
คงจะถูกดูดเข้าไปถ้าผมก้าวขา มีคนก าลังตื่นขึ้นมา
ผมสังเกตเห็นได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร
[กลุ่มดาว ‘นักล่าแห่งหนองน้ า’ ปรากฏตัวในโลกปีศาจ!]
นักล่าแห่งหนองน้ า เขาคือกลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิม เขาติด
หนี้และถูกลากตัวไปโดยฝ่ายบริหาร
มันเป็นตะกวดที่ยาวกว่า 30 เมตร ตะกวดโบราณที่ตื่นขึ้นมา
จากบึงเปล่งเสียงค ารามดังกึกก้อง ปรมาจารย์ทลายนภาจ านัก
ล่าแห่งหนองน้ าได้และค ารามออกมา
ถ้าผมคิดถูก คราวนี้เขาไม่ใช่ศัตรูของผม
ผมยิ้มและถาม “นายมาเพื่อใช้หนี้เหรอ?”
ในอดีต ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากได้ให้ค าแนะน ากับผม: อย่า
สร้างศัตรูมากเกินไป
[…ข้าจ่ายได้แม้ว่าเจ้าจะไม่ช่วยข้าก็ตาม!]
ตะกวดยักษ์หันหน้าไปและแสดงความเกลียดชังต่อกลุ่มดาว
[ข้าไม่ชอบพวกมัน นี่คือเหตุผลที่ข้ามา!]
ตะกวดยักษ์จบการสนทนาสั้นๆและพุ่งเข้าใส่กลุ่มดาว กลุ่ม
ดาวตะโกนใส่สัตว์ประหลาดที่ก าลังพุ่งเข้าใส่พวกเขา
นักล่าแห่งหนองน้ าคือกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า เขาน่ากลัวเมื่อ
เป็นศัตรู แต่ผมก็ไม่อาจรู้สึกมั่นใจได้ในตอนนี้ว่าเขาอยู่ฝ่าย
เดียวกับผม สุริยะที่ก าลังโกรธจัดตะโกนออกมา
[ขี้ข้าแห่งสมาคมนักชิม… เจ้าไม่กลัวเนบิวลาเหรอ?]
[เนบิวลา? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เมื่อไหร่กันที่สมาคมนักชิมสนใจของ
แบบนั้น?]
สมาชิกของสมาคมนักชิมหลายคนเป็นพวกนอกรีตของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว พวกเขาคือคนที่ท าตามอ าเภอใจ ไม่ว่า
พวกเขาจะเป็นสมาชิกของเนบิวลาหรือไม่ นักล่าแห่งหนองน้ า
ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเนบิวลาและเป็นหนึ่งในคนที่เป็นอิสระ
ที่สุดในสมาคมนักชิม
[อ๊ากกก!]
ตะกวดยักษ์กวาดหางของมันและผิวดินก็แยกออกจากกันใน
ขณะที่มีเศษชิ้นส่วนพุ่งขึ้นมา ปักษากลืนอัสนีและปักษาลึกลับ
แห่งแม่น้ าไนล์พุ่งเข้าใส่เขา มอนสเตอร์ยักษ์เริ่มต่อสู้กันและ
พื้นที่โดยรอบก็วุ่นวายขึ้นมา ณ ใจกลางความวุ่นวาย สุริยะ
ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและมองลงมาที่ผม
[ขยะเพียงชิ้นเดียวไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้]
ล าแสงของสุริยะสาดเทเข้าใส่ผม มันไม่ง่ายเลยที่จะหลบแม้ว่า
ผมจะใช้วิถีแห่งสายลมและการปล่อยกระแสไฟฟ้า ผมไม่อาจ
รับมือกับโลกบาลได้ แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ ผิวหนังของผมถูกฉีก
ขาดและกระดูกของผมก็ถูกเผยออกมาในใจกลางของความ
เจ็บปวด ผมต้องพยายามซื้อเวลาให้ได้
ประสาทของผมจดจ่อกับข้อความของระบบในอากาศ
[ผู้ชนะของเกมที่สองจะประกาศในไม่ช้า]
ผู้ชนะของเกมได้รับการตัดสินแล้ว ไม่ว่าสถานะจะแข็งแกร่ง
เพียงใด การท าให้สถานการณ์ล่าช้าก็มีข้อจ ากัด กล่าวอีกนัย
หนึ่ง ผมเพียงแค่ต้องซื้อเวลาและพวกเราก็ชนะในเกมนี้
[เด็กน้อย มันไม่ได้ผลอย่างที่เจ้าต้องการหรอก]
ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นไปได้จ านวนมากที่ก าลังเคลื่อนไหว มัน
เป็นความเป็นไปได้ที่เดิมทีไม่ได้รับอนุญาตในสถานการณ์นี้
ความเป็นไปได้ที่พระเวทจัดหามานั้นก าลังเคลื่อนไหว ความ
สมดุลในท้องฟ้าเปลี่ยนไปและขนาดความเป็นไปได้ก็เริ่มโน้ม
เอียง
[เจตจ านงพระเวทมาที่นี่แล้ว]
ดวงอาทิตย์สว่างเจิดจ้าอยู่เบื้องหลังสุริยะ เหงื่อไหลออกมาใน
ขณะที่ร่างกายของผมรู้สึกเหมือนก าลังละลาย หนึ่ง สอง สาม
สี่… แหล่งก าเนิดแสงแผดเผาพื้นดิน ผมไม่อาจมองดูสุริยะได้
เนื่องจากผมคงจะตาบอดถ้าผมมองไปที่เงาของเขา
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งสิบสองตะวัน’ ก าลังเปล่งประกาย]
นี่คือสุริยะแห่งพระเวท เขาคือราชาที่รวบรวมเทพสุริยันทั้งสิบ
สองไว้ด้วยกัน
[เจ้าเห็นความแตกต่างในสถานะตอนนี้ไหม?]
สมาชิกปาร์ตี้ที่เหนื่อยล้าล้มลงและส่งเสียงครางออกมา
“อ-อุ๊คคค…”
นักล่าแห่งหนองน้ าดิ้นรนอย่างเจ็บปวดและกลุ่มดาวต่างก็เงย
หน้าขึ้นมองสุริยะด้วยความหวาดหวั่น สุริยะนั้นทรงพลัง แต่
เขาจะยิ่งทรงพลังมากยิ่งขึ้นเมื่อ ‘สถานการณ์ท าลายล้าง’ ของ
พระเวทสิ้นสุดลง สุริยะ เทพสุริยันผู้ดูดซับพลังทั้งหมดของวิวัส
วัตและสาวิตา และกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่เปลี่ยนโลกใน
รอบที่ 265 ของหนทางเอาชีวิตรอดให้กลายเป็นนรกเปลว
เพลิง
ถึงกระนั้น ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน ผมก็ต้องดิ้นรน
[อักขระ ‘ล าน าดาบ LV.3’ ถูกเปิดใช้งาน]
[ดาบของคุณเต็มไปด้วยถ้อยค าที่ดยุคแห่งความภักดีและ
สงครามเหลือทิ้งไว้]
「ในยามค่ าคืน เทพเจ้าปรากฏขึ้นในความฝันของเขาและ
กล่าวว่า “เจ้าจะส าเร็จถ้าเจ้าท าสิ่งนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะพ่ายแพ้”
」
มันเป็นวลีที่ผมได้ยินเมื่อต่อกรกับมังกรขนาดเล็ก
[มันคืออักขระของกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ เจ้าก าลังใช้ลูกไม้
ตื้นๆ]
ขอบคุณผลของสกิล มันเหมือนกับผมก าลังสวมแว่นกันแดด
และสามารถมองเห็นแหล่งก าเนิดแสงตรงหน้าของผมได้ ตามที่
ผมจ าได้ วลีนี้มีผลในการบอกจุดอ่อนของศัตรูผ่านสี สีเขียว
แสดงจุดที่แข็งแกร่งและสีแดงแสดงจุดที่อ่อนแอ ผมจ้องไปยัง
สุริยะด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ผมจ้องและจ้องอีกครั้ง เหงื่อเย็นไหลลงมาจากด้านหลังของผม
[ใช่ เจ้าเห็นอะไร?]
สุริยะยิ้มและเดินเข้ามาหาผมช้าๆ
[เจ้าสามารถช่วงชิงอักขระได้ เจ้าอาจจะกลายเป็นกลุ่มดาว แต่
เจ้าก็ถือก าเนิดขึ้นมาในฐานะมนุษย์]
ร่างกายทั้งหมดของสุริยะเป็นสีเขียว ผมไม่อาจมองเห็นจุดอ่อน
ใดๆได้
[ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไม่อาจอยู่เหนือกว่าเทพเจ้าได้ มันไม่
มีของแบบนั้นอยู่ในการถ่ายทอดสดดวงดาว]
ผมไม่อาจจัดการกับสุริยะได้เพียงล าพัง มันเป็นไปไม่ได้แม้จะมี
ความช่วยเหลือของนักล่าแห่งหนองน้ า ผมโยนเสื้อคลุมที่ฉีก
ขาดของผมและพูดออกมา
“…ความสมดุลของความเป็นไปได้ก าลังเอนเอียง นี่หมายความ
ว่าฉันสามารถเพิ่มน้ าหนักลงไปได้อีก”
[ความสมดุลจะไม่เอียง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น]
เรื่องราวของผมไม่ใช่ระดับเทวะ ผมไม่ใช่เทพเจ้าหรือวีรบุรุษ
เรื่องราวของผมอาจจะเป็นแค่เรื่องราวธรรมดาๆในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
[กลุ่มดาวบนท้องฟ้ายามอันมืดมิดก าลังตัดสินใจ]
แม้กระนั้นก็มีบางคนในโลกนี้ที่ก าลังฟังเรื่องราวของผมอย่าง
ตั้งใจ
“ยังดีที่ได้เห็น! มาสิ ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ!”
ประกายแสงระเบิดออกมาและดาวตกก็ตกลงมาจากชั้นเมฆด า
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ ตอบสนองต่อการเรียก
ของคุณ]
พลังงานดาบอันน่าหวาดหวั่นฉีกท้องฟ้า มันคือวิถีสามดาบที่
ผมเคยเห็นมาก่อน
[ใครเรียกข้า ชองจุงยอง?]
ดาบฟาดลงมาดุจสายฟ้าฟาดและท าให้ดวงอาทิตย์ดวงหนึ่ง
ของสุริยะเกิดบาดแผลลึก พร้อมกับการระเบิดเจิดจ้า เสียงของ
สุริยะดังออกมา
[กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ขั้นสุดยอด เจ้ากล้า…!]
ประกายแสงอันร้อนแรงพุ่งทะลุพื้นและมีบางสิ่งตะบันเข้าใส่
พื้นดิน ส่งให้ผมและสหายถอยกลับไป เมื่อผมได้สติกลับมา ผม
ก็อยู่ในอ้อมแขนของชายคนหนึ่ง ในแง่ของขนาด เขาตัวไม่เล็ก
ไปกว่าเซียนดาบทลายนภาเลย
[ไม่ได้เจอกันนานนะ หลานชาย]
ภาพอันงดงามของดาบเล่มแรกแห่งโครยออยู่ตรงหน้าของผม
“นานเหมือนกันนะตาเฒ่า สถานะของนายเปลี่ยนไป”
ชองจุงยองระดับยิ่งใหญ่ได้กลายเป็นระดับเรื่องเล่าแล้ว
[ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเจ้า มันมีหลายๆสิ่งเกิดขึ้น]
ผมคิดไว้แล้ว ชองจุงยองได้เข้าร่วมในการต่อสู้กับเทพเจ้า
ภายนอก เขาคงจะได้รับเรื่องราวอันทรงพลังและเพิ่มพลังขึ้นสู่
ระดับที่สูงกว่า
[ในที่สุดก็ได้ชดใช้หนี้]
ชองจุงยองเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและข้อความจากกลุ่มดาวก็
ตามมา
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังพึมพ ากับตัวเองด้วย
ความโกรธ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เริ่มมืดมน]
บางทีกลุ่มดาวอื่นๆก็คงอยากจะมาที่นี่ด้วย อย่างไรก็ตาม มันก็
มีข้อจ ากัดเกี่ยวกับความเป็นไปได้และพวกเขาก็ไม่สามารถ
เคลื่อนไหวต่อหน้าสายตาของเนบิวลาได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอูรีเอลที่เป็นของเอเด็นและปัญหาก็มีความ
ซับซ้อนยิ่งขึ้นหากเธอท าอะไรแปลกๆ มหาสงครามระหว่าง
ฝ่ายดีและฝ่ายร้ายอาจจะอุบัติขึ้นได้…
ผมไม่ได้ผิดหวังแม้ว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอูรีเอล
“มันก าลังมา”
ล าแสงของสุริยะสาดเทเข้ามา
[…ข้ารู้ว่าทวยเทพแห่งอินเดียไม่ได้กระจอกๆ แต่พวกมันก็เป็น
สัตว์ประหลาดจริงๆ]
ชองจุงยองปกป้องผม อย่างไรก็ตาม ดาบของชองจุงยองก็บิ่น
เล็กน้อย
[ข้าอาจจะสามารถตัดขุนเขาและทะเลได้ แต่ข้ายังไม่อาจตัด
ดวงตะวันได้ ถ้าข้ารู้ว่ามันมีสัตว์ประหลาดเช่นนี้อยู่ ข้าคงจะ
พา ‘อี้’ มาด้วย]
‘อี้’ น่าจะเป็นนักล่าสุริยันในต านานจีน เขาดูเหมือนจะสนิทกับ
ชองจุงยอง ถึงกระนั้น อี้ก็คงไม่สามารถรับมือกับสุริยะ กลุ่ม
ดาวที่มีร่างกายแห่ง ‘จักรพรรดิ’ ได้
[ข้าจะจัดการกับเจ้า!]
มนูพุ่งเข้าหาชองจุงยอง มหาบุรุษได้ต่อสู้กันและพื้นที่โดยรอบ
ก็ได้รับความเสียหายจากพลังงานดาบ
[อาณาจักรปีศาจที่ 73 ก าลังสอดส่องเรื่องราวของคุณ]
มันมีบางสิ่งไหลออกมาจากหน้าอกของผมและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
พวกมันคือ ‘ประโยค’ ที่ผมได้รับมาจากเกมล่าสุด สุริยะตะโกน
ออกมาด้วยเสียงค ารามดังกึกก้อง
[เจ้าก าลังจะท าอะไร? ไม่มีเวลาเหลือแล้ว! ฆ่าพวกมันซะ!]
ประโยคเหล่านี้เป็นวัสดุที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราวขนาดยักษ์
ในที่สุด เรื่องราวขนาดยักษ์ของโลกใบนี้ก็เริ่มแปรปรวนแล้ว
[ราชาปีศาจ ‘ผู้สร้างความบาดหมาง’ แสดงความเป็นปรปักษ์
ต่อคุณ]
ในที่สุดราชาปีศาจที่แฝงตัวอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว ความร้อนที่
ส่งออกมาจากผู้สร้างความบาดหมางแผ่มาถึงผมและผมก็รู้สึก
เจ็บไปทั่วร่าง
ผมมีพันธมิตรสองคน แต่สมรภูมิก็ยังเสียเปรียบมาก ราชา
ปีศาจปลดปล่อยพลังออกมาและสเกลของความเป็นไปได้ก็ถูก
ท าลายอีกครั้ง
ผมต้องการความช่วยเหลืออีก แต่ใครที่จะจัดการกับราชา
ปีศาจอันทรงพลังเหล่านี้ได้ ผมคิดอย่างหนักแต่ก็ไม่อาจคิดออก
ว่ากลุ่มดาวไหนจะช่วยได้ ทันใดนั้นเองราชาปีศาจที่ก าลังพุ่ง
เข้ามาก็ชะลอความเร็วลง
“ยิงเต็มก าลัง!”
มันมีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของหญิงสาวที่คุ้นหู
“ลุง! ฉันเอง!”
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ก าลังมองมาที่คุณ]
“ฉันขอโทษที่มาสายนะ!”
บนคูเมืองในส่วนที่ห่างไกลของเขตอุตสาหกรรม กองเรือผีของ
ลีจีฮเยได้ยิงปืนใหญ่มาทางนี้ ข้อความจากกลุ่มดาวที่ก าลัง
โกรธเต็มไปทั่วพื้นที่ ราชาปีศาจสองคนหันไปทางลีจีฮเย
“จีฮเย!”
เป็นเรื่องดีที่เธอมาช่วย แต่ก็ไม่มีเหตุผลส าหรับลีจีฮเยเพียง
ล าพัง คู่ต่อสู้ของเธอเป็นราชาปีศาจสองคน หากเธอประมาท
ไป เธอก็จะถูกสังหารในทันที่
“หนีไป!”
ผมขยับอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเนื่องจากอาการ
บาดเจ็บทั้งหมดที่ผมได้รับมา ราชาปีศาจก าลังขยับเข้าไปใกล้
ลีจีฮเย มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ นี่… ถ้าผมใช้วิถีแห่งสายลม…
จากนั้นก็มีคนมาคว้าไหล่ของผม “ทกจาท าแบบนี้คนเดียวอีก
แล้ว… ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าท าแบบนี้”
มันเป็นเพราะผมถูกล าแสงของสุริยะแผดเผานานเกินไปเหรอ?
ผมไม่อาจเห็นใบหน้าของหญิงสาวได้ชัดๆ อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้
ว่าเธอเป็นใครจากแค่เพียงน้ าเสียงของเธอ
“ฉันมาสายเพราะฉันโยนเหรียญแพ้ อย่าอารมณ์เสียไปเลย
นะ”
หญิงสาวคนนั้นเดินเข้าไปหาราชาปีศาจ
“เดี๋ยวก่อน! ฮีวอน!”
จางฮีวอนแข็งแกร่ง เธออาจจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากผ่าน
สถานการณ์ส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม มันก็ไร้เหตุผลเกินไปที่
เธอจะจัดการกับราชาปีศาจได้ แม้ว่าเธอจะใช้เวลาพิพากษา
กับราชาปีศาจก็ตาม…
“ฉันรู้ว่านายคิดอะไรอยู่ แต่ไม่ต้องห่วง”
ผมเข้าใจผิดอยู่รึเปล่า? ปีกนางฟ้าดูเหมือนจะทับซ้อนกันบน
แผ่นหลังของเธอ
“มันเป็นเพราะฉันไม่ได้ต่อสู้”
มันเป็น ‘สถานะ’ อันยิ่งใหญ่ที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน ราชา
ปีศาจที่ก าลังพุ่งเข้ามาลีจีฮเยมองมาด้วยความประหลาดใจ
พลังของกลุ่มดาวจุติลงบนร่างของจางฮีวอน และครอบคลุม
พื้นที่ทั่วโลกปีศาจ เปลี่ยนให้มันเป็นสีเงินไปชั่วขณะ
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ปรากฏตัวใน
อาณาจักรปีศาจที่ 73 แล้ว]