มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 272 – มหาเรื่องราว (2)
สุริยะลอยอยู่ในอากาศและมองลงไปยังพื้นดินด้วยสายตาที่
ซับซ้อน
อาณาจักรปีศาจที่ 73 ล้อมรอบไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้าใน
ขณะที่ประโยคถูกถักทอเป็นหนึ่งเดียว
มันเป็นภาพของโลกที่ก าลังเลือกเจ้านายของมันก่อนการ
ท าลายครั้งใหญ่ที่ก าลังลอยมาจากจักรวาล
สุริยะพึมพ า [มันเป็นแค่สถานการณ์ที่ 25 เท่านั้น แต่มหา
เรื่องราวกลับปรากฏขึ้น… มันมีของแบบนี้ในการถ่ายทอดสด
ดวงดาวด้วยเหรอ]
สุริยะมีชีวิตอยู่มานาน แต่ก็ไม่เคยสร้างชื่อแบบนี้ขึ้นมาได้เลย
มันมีเฮอร์คิวลิสแห่งโอลิมปัส แต่เขาก็เป็นครึ่งเทพ ไม่ใช่มนุษย์
บริสุทธิ์ ราชาโอดิปัสอุทานออกมา [สุริยะ ไม่เป็นไร มันยังคง
แตกหน่อย และเจ้าก็สามารถบดขยี้มันได้!]
‘มหาเรื่องราว’ ไม่เหมือนกับเรื่องราวอื่นๆ มันเป็นผลรวมของ
เรื่องราวมากมายและเป็นเรื่องราวที่รับประกันความเป็นไปได้
จ านวนมหาศาลในตัวมันเอง อย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็นมหา
เรื่องราวแต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้น ราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้นเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตอันตื้นเขินที่โชคดียกระดับขึ้นมาสู่
สถานะของกลุ่มดาว
อย่างไรก็ตาม ท าไมสุริยะถึงไม่มั่นใจแบบนั้น?
[สุริยะ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? จัดการมันซะ…]
มหาเรื่องราวทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ เรื่องราวที่มุ่ง
หน้าไปสู่จุดจบของมหากาพย์สถานการณ์นี้ ถึงกระนั้น การ
ได้รับมหาเรื่องราวก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับ
‘คุณสมบัติไปสู่จุดจบ’ บางมหาเรื่องราวนั้นเกี่ยวข้องกับ ■■
แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับ ■■ ก่อนที่จะหายไป
– มันเป็นเพราะเจ้าไม่มีคุณสมบัติในการไปถึงตอนจบ
เขาไม่ลืมค าพูดของแอสโมเดียส ในความโกรธแค้นอันสงบนิ่ง
ของเขา ข้อความหนึ่งก็ดังขึ้นในหูของสุริยะ
[คุณได้รับสถานการณ์ใหม่]
[คุณจะต้องท าลายอาณาจักรปีศาจที่ 73]
สุริยะขมวดคิ้วให้กับการมอบหมายบทบาทที่ไม่พึงประสงค์
‘การถ่ายทอดสดดวงดาว เจ้าต้องการอะไรกับร่างชรานี้?’
เขาสูญเสียหนึ่งในสิบสองสุริยันไปให้กับชองจุงยอง และเสีย
พลังงานเป็นจ านวนมากไปกับการจัดการกับแอสโมเดียส
นอกจากนี้ เขายังใช้ความเป็นไปได้ส่วนใหญ่ที่มีไปแล้ว
[สุริยะ เจ้าไม่จ าเป็นต้องท าตามแผน ข้ามีความคิด มันมีทางที่
จะสยบพวกมันโดยไม่ต้องต่อสู้]
สุริยะขมวดคิ้ว
[โอดิปัส เจ้าก าลังจะใช้กลอุบายที่น่ารังเกียจอีกแล้วเหรอ? ต่อ
มนุษย์?]
[ม-ไม่ใช่แบบนั้น…]
[ข้าคือมหาเทพแห่งแสง สุริยะ]
ประโยคอันยิ่งใหญ่แห่งพระเวทเปล่งประกายในรัศมีของสุริยะ
[แม้ว่าข้าจะไม่อาจใช้พลังได้เต็มที่ได้ แต่ข้าก็จะไม่พ่ายแพ้
มนุษย์]
โอดิปัสหุบปากต่อหน้า ‘สถานะ’ อันยิ่งใหญ่ สุริยะยกมือขึ้น
และรถม้าที่หยุดลงก็เริ่มเพิ่มความเร็วขึ้นอีกครั้ง
***
หัวรถจักรส่งเสียงดังกึกก้องในขณะที่มันปะทะเข้ากับชั้น
บรรยากาศ เปลวเพลิงสีแดงและสีน้ าเงินพวยพุ่งออกมาจากหัว
คนแรกที่พูดออกมาคือยูจงฮยอค”ดูเหมือนจะไม่ใช่ 130,000
กิโลเมตรนะ”
ถ้ารถไฟขนาดนั้นปรากฏขึ้นจริงๆ มันดูเหมือนว่าดาวเคราะห์
ยักษ์ก าลังตกลงมา ชองจุงยองพูดกับผม [ค าพูดของเขา
ถูกต้อง มันมีความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ถึงกระนั้นมันก็
เพียงพอแล้วที่จะท าลายที่นี่ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เกิด
อะไรขึ้นกับมหาเรื่องราว?]
“มันเพิ่งเริ่มพูด ประโยคเหล่านี้รวบรวมอย่างช้าๆ”
มหาเรื่องราวของอาณาจักรปีศาจที่ 73 ถูกครอบครองอย่าง
ปลอดภัย แต่สิ่งต่างๆ ก็ยังไม่จบลงเพียงแค่ได้มันมา
“มันต้องใช้เวลาสักพักเพื่อให้มันท างานได้ พวกเราต้องชะลอ
รถไฟไว้”
บางที่ ‘รถไฟ’ นี้อาจจะเป็นทั้งหมดที่สุริยะสามารถระดมพลมา
ได้ มันมีโอกาสที่พวกเขาจะขวางรถไฟนั้นไว้ได้ ผมมอง
ย้อนกลับไปและเห็นชองจุงยองเตรียมที่จะทะยานไปข้างหน้า
แล้ว”ขอล่ะ ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ”
[เชื่อในตัวข้า]
ชองจุงยองพุ่งทะยานไปยังท้องฟ้า ยูจงฮยอคและผมไล่ตามเขา
ไป และส่วนที่เหลือก็ตามมาบนหลังของมังกรคิเมร่า ปักษา
กลืนอัสนีและปักษาลึกลับแห่งแม่น้ าไนล์พุ่งเข้ามาพัวพันกับ
พวกเรา แต่นักล่าแห่งหนองน้ าก็กัดไปที่ปีกของพวกมัน
[พวกนี้ให้ข้าจัดการเอง]
ยิ่งพวกเราเข้าใกล้หัวรถจักร ผมก็ยิ่งตระหนักได้ถึงความ
ยิ่งใหญ่ของพระเวทความกว้างของหัวรถจักรนั้นอยู่ห่างออกไป
หลายร้อยเมตร และมันก็อยู่ในระดับของเทพเจ้าภายนอก
[ย๊ากกกกก!]
ชองจุงยองตะโกนออกมาและแสดงวิถีสามดาบของเขา
วิถีสองดาบ สองดาบสับขุนเขา
การฟาดฟันของชองจุงยองที่สามารถตัดผ่านขุนเขาได้ปะทะ
เข้ากับรถไฟ หัวขบวนที่ปะทะเข้ากับสถานะของชองจุงยองส่ง
เสียงค ารามออกมา มันเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางของมัน แต่
ความเร็วของรถไฟก็ไม่ลดลง
ในคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัว มันเป็นดาบของชองจุงยอง
ที่หลอมละลายไป อย่างไรก็ตาม ชองจุงยองก็ไม่หยุด
วิถีสามดาบ สามดาบแยกสมุทร
การโจมตีที่สามารถตัดท้องทะเลได้ มันราวกับมีสึนามิ และ
ความเร็วของรถไฟก็ลดลงเล็กน้อย ความส าเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
คือการระเบิดของหัวขบวน และสร้างการเข้าถึงภายใน
[มันจะง่ายขึ้นถ้าจะเคลื่อนไหวอยู่ภายใน! ข้าจะชะลอมันจาก
ภายนอกเอง!]
ชองจุงยองปลดปล่อยพลังเวทมนตร์อันรุนแรงจากหัวรถไฟ ถึง
กระนั้นมันก็เป็นเรื่องยากส าหรับชองจุงยองที่จะจัดการกับวัตถุ
ที่มีความเร็วขนาดนี้เพียงล าพัง”เดี๋ยวหนูช่วยเองลุง!”
มังกรคิเมร่าของชินยูซองขยับมายังหัวรถจักรพร้อมกับชองจุง
ยอง มอนสเตอร์ระดับสอง มังกรคิเมร่าสร้างแรงกดดันอันหนัก
หน่วง และความเร็วของรถไฟก็ลดลงไปอีก ชองจุงยองตะโกน
ออกมา [ข้าพอจะซื้อเวลาได้สัก 20 นาที่ สุริยะคงจะอยู่ท้าย
ขบวน จัดการเขาและเรื่องราวนี้จะหายไป! ไป!]
พวกเราพยักหน้าและเข้าไปยังด้านในของรถไฟ รถไฟดู
เหมือนกับรถไฟใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ พวกเราปรับตัวเข้า
กับแรงเฉื่อยและเตรียมตัวไปยังห้องถัดไปของรถไฟ
[ประตูจะไม่เปิด]
[รถไฟขบวนนี้มีให้เฉพาะกลุ่มดาวในพระเวทเท่านั้น]
ยูจงฮยอคไม่ลังเลและเปิดใช้วิถีดาบทลายนภาเพื่อโจมตีประตู
มันมีรอยบุบในประตู แต่มันก็ไม่เปิด
“…สุดยอด”
ไม่เหมือนกับความคาดหวังของชองจุงยอง ความแข็งแกร่ง
ภายในของรถไฟนั้นน่ากลัวมาก มันยังไม่ยากที่จะท าลายถ้าผม
กับยูจงฮยอคอยู่ในสภาพดี แต่รถไฟนี้ก็ยาวกว่า 30 กิโลเมตร
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเราต้องพิจารณาเรื่องการกระจายพลัง
จากนั้นเสียงของประโยคแรกแห่งมหาเรื่องราวก็ดังออกมา
「เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นบนรถไฟ」
ประกายแสงพรั่งพรูออกมา และเรื่องราวของผมก็ถูกปล่อยขึ้น
สู่บรรยากาศ ผมรู้สึกถึงคลื่นอันพลุ่งพล่านจากระยะไกล มัน
เป็นสัญลักษณ์ของเรื่องราวที่เก่าแก่มาก ผมมองย้อนกลับไป
และสมาชิกปาร์ตี้ก็ดูเหมือนจะรู้สึกคล้ายๆ กัน
[เรื่องแรกของ ‘มหาเรื่องราว’ ของคุณได้เริ่มขึ้นแล้ว]
ยูจงฮยอค ลีฮุนซึง และยูซานอามองมาที่ผม ประกายแสงที่
ไหลออกมาราวกับสายน้ าเชี่ยวก าลังเปลี่ยนทิวทัศน์รอบๆ ตัว
พวกเรา ลีฮุนซึงพึมพ าด้วยความประหลาดใจ “น-นี่มัน…”
มหาเรื่องราวทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องราวที่แตกต่างกัน บางอันก็
เกี่ยวข้องกับการถือก าเนิดของวีรบุรุษ บางอันก็บอกเล่า
เรื่องราวการถือก าเนิดโลก เรื่องราวของพวกเราไม่ใช่
ชีวประวัติของวีรบุรุษหรือเรื่องราวการสรรสร้าง นี่คือเรื่องราว
ที่เป็นบันทึกการเอาชีวิตรอดของพวกเรา
หมายเลข ‘3807’ อยู่ที่ประตูหลังของรถไฟ ผมมองไปรอบๆ
และถอนหายใจ”…มันคือรถไฟใต้ดิน”
เรื่องราวทั้งหมดกระตุ้นให้เกิดการแปลงสภาพขึ้นเมื่อสถานที่
หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องราวมาบรรจบกัน
– ขบวนรถไฟ 3807
มันเป็นที่ๆ ยูซานอาและลีฮุนซึงได้กลายมาเป็นสหายของผม
และเป็นที่ๆ ผมพบกับยูจงฮยอค
เรื่องราวทั้งหมดของพวกเราเริ่มต้นขึ้นที่นี่ หมัดของลีฮุนซึงก า
แน่นในขณะที่เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าตึงเครียด “ฉันจ าเวลา
นั้นได้”
“มันไม่ใช่ความทรงจ าที่ดี แต่…”
ยูซานอามองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ถึงกระนั้น ฉันก็คิดถึงมันอยู่บ่อยๆ”
มันไม่ใช่ความทรงจ าที่ผมจดจ าได้อย่างมีความสุข ความตาย
ของใครบางคนและขุมนรกของสถานการณ์อันไร้สาระ มัน
ไม่ใช่ความทรงจ าที่ผมหวนคิดถึง แต่มันก็เป็นประวัติศาสตร์ที่
พวกเราได้เอาชีวิตรอดมา ลีฮุนซึงยิ้มและวางมือลงบนประตู
“ฉันคิดว่าฉันพอจะท าได้นะ”
「มีทหารที่ต้องการเป็นคนชอบธรรม」
ในที่สุด ทุกๆ สิ่งก็กลายเป็นเรื่องราว มันยากล าบาก เศร้า และ
มีแม้แต่สิ่งที่ผมอยากจะลืม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกๆ สิ่งก็เป็น
เรื่องราว
“ย๊ากกกก!”
ผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะปลอบประโลมพวกเราในตอนนี้ มันมี
เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่พวกเรารู้
[กลุ่มดาวนักโทษรัดเกล้าทองค าเฝ้ามองปาร์ตี้ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังฟังเรื่องราวของคุณ]
ในโลกที่ความเศร้าและความสุขเป็นของไร้ค่า พวกเราต้อง
ด าเนินเรื่องราวต่อไป ประตูที่ไม่เปิดด้วยวิถีดาบทลายนภาของ
ยูจงฮยอคเริ่มเปิดออกจากพลังของลีฮุนซึง มหาเรื่องราวที่แอบ
อิงอยู่ภายในร่างกายของลีฮุนซึงเริ่มส าแดงพลังของมันออกมา
[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ ใช้อักขระ ‘ผลักขุนเขา LV.10’]
เมื่อผมคิดถึงมัน ลีฮุนซึงคือคนที่เปิดประตูฉุกเฉิน
“ไปเร็ว!”
ลีฮุนซึงเปิดช่องว่างและปาร์ตี้ของพวกเราก็วิ่ง อย่างไรก็ตาม
มันก็แค่ประตูเดียวและรถไฟก็ยังอีกยาว คราวนี้มันเป็นยูจงฮ
ยอคที่ก้าวออกมา
“ฉันจัดการอันต่อไปเอง”
ผมจ าได้เมื่อนานมาแล้ว ผู้เสื่อมถอยที่ได้ท าลายล้างอวตารคน
อื่นบนรถไฟและพุ่งไปข้างหน้าเหมือนดั่งรถถังได้มาอยู่ตรงหน้า
ของผมในตอนนี้แล้ว
「มีชายที่แข็งแกร่งที่สุดและโดดเดี่ยวที่สุดในโลก」
ยูจงฮยอคเก็บดาบของเขาและรวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมด
ไว้บนก าปั้นของเขา จากนั้นเขาก็กระแทกก าปั้นเปลือยเปล่า
เข้ากับประตู ประตูรถไฟซึ่งไม่อาจท าลายได้ด้วยดาบฉีกเป็น
ชิ้นๆ ด้วยมือเปล่าของเขา
นี่คือผลของการแปลงสภาพ มันเป็นโชคร้ายส าหรับสุริยะที่
เรื่องราวหลักของเขาคือ ‘รถไฟ’ นี้
“ทกจา! ฉันไม่คิดว่าพวกเราจ าเป็นต้องท าลายรถไฟขบวนนี้
นะ!” ยูซานอาคิดอะไรบางอย่างได้และตะโกนออกมา มัน
เหมือนกับเมื่อผมพบกับปุ่มเปิด ยูซานอาคิดวิธีเปิดประตูได้โดย
ไม่ต้องใช้ก าลัง
「มีหญิงสาวที่ซ่อนตัวจากผู้อื่น」
หนึ่งขบวน สองขบวน พวกเราก้าวต่อไป มันราวกับว่าพวกเรา
ก าลังท าให้ประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันมีเสียง
กระแทกดังออกมาจากนอกรถไฟ ลีจีฮเยเองก็พยายามอย่าง
หนักเพื่อลดความเร็วของรถไฟ
「อสูรดาบที่ได้รับบาดเจ็บหลังจากสูญเสียมิตรภาพไป」
เสียงค ารามของมังกรคิเมร่าดังออกมา ในอ้อมแขนของผม บียู
เงยหน้าขึ้นและมองไปยังหัวรถไฟ พูดใช้ชัดๆ มันเป็นทิศทาง
ของชินยูซอง
「เด็กน้อยที่ถือก าเนิดขึ้นมาในช่องว่างระหว่างอดีตและ
อนาคต」
อึดใจต่อมา มังกรคิเมร่าก็เปล่งเสียงค ารามอันน่าหวาดหวั่น
รถไฟเอียง และความเร็วของรถไฟก็ลดลงไปอีก ผมไม่รู้ แต่ผม
ก็คิดว่าบียูน่าจะมอบบางสิ่งให้กับชินยูซอง
“พวกเรายังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย พวกเราต้องรีบแล้ว”
ตามที่ยูจงฮยอคพูด พวกเรายังอยู่ห่างไกลจากปลายรถไฟ ผ่าน
ไปนานกว่า 10 นาทีแล้ว ความเร็วอาจจะลดลง แต่เขต
อุตสาหกรรมก็ต้องถูกท าลายแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ ที่แย่
ยิ่งกว่านั้น พวกเราต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เมื่อพวกเราไปถึง
ขบวนถัดไป
ล าแสงพุ่งเข้าใส่พวกเรา ลีฮุนซึงขวางมันไว้แทนผม
[พวกเจ้าไปต่อไม่ได้แล้ว]
‘ผู้สร้างมนุษยชาติ’ มนู และกลุ่มดาวอื่นๆ ก าลังรออยู่ที่นั่น ยู
จงฮยอคใช้วิถีดาบทลายนภากับพวกเขา แต่มันก็ไม่พอที่จะตี
ฝ่ากลุ่มดาวที่ก าลังป้องกันอยู่ได้ พวกเขารู้ว่าแค่ต้องถ่วงเวลา
ไว้ที่นี่เท่านั้น
ผมก าลังจะใช้พลังเวทมนตร์ที่ผมสงวนไว้ แต่เพดานของรถไฟ
ก็เริ่มถูกบีบ มันมีบางสิ่งก าลังท าลายรถไฟด้วยพลังเวทมนตร์
อันยิ่งใหญ่จากภายนอก
[อ-อะไร… เกิดอะไรขึ้น?]
อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า พวกเขาไม่อาจ
ท าลายเปลือกนอกของรถไฟได้เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมีพลัง
พอๆ กับชองจุงยอง
“ไปปปปป!”
จากนั้นเสียงของจางฮายังก็ดังออกมาจากนอกตัวรถไฟ “คิ
มทกจา! พวกเขามาแล้ว! พวกเขามาแล้ว!”
อึดใจต่อมา เพดานของรถไฟก็ถูกฉีกออก และคนสองคนก็
ปรากฏขึ้นพร้อมกับจางฮายัง
[กลุ่มของดาวเคราะห์ขนาดเล็กก าลังมองมาที่คุณ]
มันเป็นคนจิ๋วที่เต็มไปด้วยพลังงานสีฟ้าเจิดจ้าและหญิงสาวร่าง
ยักษ์ที่ปลดปล่อยออร่าสีน้ าเงินออกมา น่าสนุก วิสัยทัศน์ของ
ผมพร่ามัวไปชั่วขณะ “ศิษย์ของข้าอยู่ที่ไหน?”
「มีคนจิ๋วที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเป็นอาจารย์」
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาสายไปหน่อย”
「โลกแห่งยักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ถูกช่วยไว้」
พวกเขาอาจจะเป็นตัวตนที่มีพลังมากกว่าชองจุงยองซึ่ง
สามารถช่วยพวกเราได้
[ผู้บรรลุ…!]
ตรงหน้ามนู สองผู้บรรลุแห่งบู๊ลิ้มได้ปรากฏกาย เซียนดาบ
ทลายนภา เคียร์อีออส
เซียนดาบทลายนภาเหลือบมองพวกเราและกล่าวว่า “จัดการ
ให้จบ ไม่งั้นข้าจะเตะก้นเจ้าซะ”
เคียร์อีออสจ้องมาที่ผมและประกาศ “เจ้าต้องชดใช้ที่โกหกข้า
ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายจนกว่าจะถึงตอนนั้นเด็ดขาด”
เคียร์อีออสและเซียนดาบทลายนภาปลดปล่อยสกิลของพวก
เขาเข้าใส่ประตูต่อไป พลังงานของวิถีดาบทลายนภาและการ
ปล่อยกระแสไฟฟ้าผสานเข้าด้วนกันและก่อให้เกิดลมพายุคลั่ง
ขึ้นมา
กลุ่มดาวถอยกลับไปด้วยแรงผลักดันนั้น คลื่นพลังเวทมนตร์
พิโรธพุ่งออกไปและบดขยี้ประตูที่ขวางทางพวกเราไว้ มันเป็น
ถนนเส้นตรงที่ถูกจัดเตรียมในช่วงเวลาสั้นๆ ยูจงฮยอคสบตา
กับผม และพวกเราก็เริ่มวิ่ง
[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม LV.11 (+1)’ ถูกเปิดใช้งาน!]
วิถีแห่งสายลมและย่างก้าวฟีนิกซ์แดงสอดประสานกันใน
ขณะที่พวกเราวิ่ง ในไม่ช้าพวกเราก็มาถึงปลายของรถไฟ
「สุดท้าย มีชายคนหนึ่งที่รู้ตอนจบของโลกทั้งหมดนี้」
เรื่องราวนี้ไม่ได้มีอยู่ในหนทางเอาชีวิตรอด มันเป็นเรื่องราวที่
ไม่เคยมีอยู่มาก่อน มันเป็นเรื่องราวที่น าพาผมไปสู่จุดจบที่ผม
ต้องการ
ผมเปิดประตูบานสุดท้ายของรถไฟ
(จบตอน)