มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 279 – ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 279 – ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น (2)
[สถานการณ์ลับ – หลบหนีจากโลกปีศาจได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
ในเวลานั้นเอง โดเกบิทุกคนในส านักงานก็จดจ้องไปที่หน้าจอ
“นี่มันล้อเล่นรึเปล่า? ท าไมถึงไม่มีโดเกบิที่จะด าเนินการต่อเมื่อ
สถานการณ์ออกมา?”
มันเป็นโดเกบิอีกคนที่ขวางบีฮยองที่ก าลังวุ่นวายเพียงล าพัง
หลังจากการคัดเลือกราชาปีศาจ โดเกบิทุกคนที่จัดการช่องอยู่ก็
ได้ถอนตัวออกมาจากอาณาจักรปีศาจที่ 73
“บาแรมอยู่ไหน? บ้าเอ้ย ไอ้ด๊กกั๊กระย า!””
“…”
“เจ้าก าลังท าอะไรอยู่ ท าไมช่องของโลกปีศาจถึงควบคุมไม่ได้?
ถ้าเจ้าจะท าแบบนี้ งั้นก็ให้ข้าไปที่นั่นซะ!”
“บีฮยอง เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้ที่จะออกอากาศในตอนนี้
เหรอ?”
แม้แต่ด๊กกั๊กผู้ถือดีก็ยังยอมแพ้ต่อสถานการณ์นี้ ส านักงานได้ใช้
ความเป็นไปได้ทั้งหมดที่สามารถใช้ได้ไปในช่วงการคัดเลือก
ราชาปีศาจแล้ว แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเดียวเท่านั้น
– ป๊า!
มันมีเสียงร้องของโดเกบิเด็กที่ไม่รู้อะไรเลย โดเกบิบางคนถอน
หายใจออกมาและหันไปทางอื่น ในขณะที่บางคนก็ไม่ละสายตา
ออกไปจากหน้าจอเลย
การปรากฏตัวจากระยะไกลที่ตัดผ่านการถ่ายทอดสดดวงดาว
และก าลังปกคลุมท้องฟ้าของอาณาจักรปีศาจที่ 73
มันไม่ใช่ทุกๆ สิ่งที่จะอยู่ในสถานการณ์ ถ้ากลุ่มดาวมีชีวิตอยู่ใน
‘เรื่องราว’ เทพเจ้าภายนอกก็ขึ้นอยู่กับ ‘เรื่องราว’ อันสับสน
พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่ถือก าเนิดขึ้นมาจากจิตใต้ส านึกของ
เรื่องราว สัตว์ประหลาดที่สัญจรในห้วงทะเลลึกของ
สถานการณ์ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปได้ส าหรับเหล่าโดเกบิ
‘นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ถูกต้องเลย’
บีฮยองมองไปที่ ‘มัน’ ซึ่งก าลังอ้าปากใหญ่ยักษ์และอธิษฐาน
ด้วยใจที่เศร้าหมอง
‘หนีไป คิมทกจา’
***
“อะไรเนี่ย?”
มันเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่จางฮีวอนสังเกตเห็น ‘มัน’
ทันใดนั้นเอง ขนบนร่างของเธอก็ลุกชันขึ้นมาและมีเหงื่อไหลลง
มา เธอมองไปรอบๆ และเห็นชาวเมืองที่หมดสติไปหรือไม่ก็
กระอักเลือดออกมาบนพื้น ลีจีฮเยยืนอยู่ข้างๆ เธอและบีบไหล่
ของเธอด้วยดวงตาสลัว
“จีฮเย! ตื่น!”
ไหล่ของเธอสั่นอยู่หลายครั้งก่อนที่ลีจีฮเยจะค่อยๆเ งยหน้าขึ้น
ไป”อ-อืม เอ่อ… พี่สาว…”
เล็บของเธอขุดลงในบ่า และเลือดก็ไหลออกมา
จางฮีวอนมองไปรอบๆ จัตุรัส ยูซานอาเริ่มขยับแล้ว “ทุกคน
มารวมตัวกันทางนี้!”
เสียงของเธอเต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์ และสมาชิกปาร์ตี้ก็เริ่ม
ได้สติกลับมาทีละคน
“อ-อะไรกัน?”
ลีฮุนซึงและเด็กๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ลีกิลยังเดินโซเซใน
ขณะที่ชินยูซองคว้าตัวลีฮุนซึงไว้และตัวสั่น
ในเวลานี้ สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนในจัตุรัสก าลังคิดสิ่งเดียวกัน มัน
ไม่ส าคัญว่าพวกเขาจะอ่านหนังสือมากี่เล่มหรือมีกี่ค าที่พวกเขา
รู้
‘มันไม่อาจจ ากัดความได้’
ยูซานอา ลีฮุนซึง และจางฮีวอนเป็นเหมือนกัน ค าพูดของ
มนุษย์ทุกค าไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่ก าลังคืบ
คลานเข้ามา ท้องฟ้าทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดของ
สิ่งมีชีวิตตัวนี้
สมาชิกปาร์ตี้ไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ ด้วยเหตุนี้เอง
พวกเขาจึงสูญเสียความสามารถในการรับมือกับมันไป
หากพายุไต้ฝุ่นโบกพัดมา พวกเขาก็สามารถหลบอยู่ในอาคาร
ได้ หากสึนามิอุบัติขึ้น พวกเขาก็สามารถขึ้นไปในอาคารสูงได้
หากมีระเบิดนิวเคลียร์ พวกเขาก็สามารถซ่อนตัวอยู่ในห้อง
นิรภัยใต้ดินได้ แต่นี่…
พวกเขาจะหยุดมันได้อย่างไร? มันเป็นไปได้ไหมที่จะหยุดมัน?
จากนั้นชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าที่แสงสว่างได้จาง
หายไป เขาใช้ความเป็นไปได้หมดไปในขณะที่เขาเปล่งประกาย
เจิดจ้า
จางฮีวอนเห็นคนผู้นั้นและเต็มไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย กลุ่ม
ดาวส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ออกจากโลกปีศาจไปเมื่อ
สองวันก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ทุกคน
ท่ามกลางประกายแสงเจิดจ้า ชายคนหนึ่งก าลังยืนอยู่บน
ก าแพง เขาตะโกนด้วยเสียงอันดัง [ทุกคน ตื่นขึ้น!]
ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ ชองจุงยอง เสียงค ารามของเขาดังก้อง
จากก าแพง และอวตารที่มีจิตใจแข็งแกร่งที่สุดก็แทบจะคงสติ
ไว้ไม่ได้ พวกเขาเฝ้ามองชองจุงยอง พวกเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร
ขึ้น แต่มันก็ยังมีชองจุงยองอยู่ทางฝั่งนี้ ชองจุงยองเองก็มี
ประสบการณ์ในการต่อสู้กับเทพเจ้าภายนอก
[เทพเจ้าภายนอก! ท าไมเจ้าถึงมาที่นี่? นี่ไม่ใช่สถานการณ์ของ
เจ้า!]
มันเป็นเสียงตะโกนดังก้องขึ้นไปยังฟากฟ้า แสงแห่งความหวัง
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหล่าอวตารหลังจากพวกเขาได้ยิน
เสียงนี้ ชองจุงยองตะโกนอีกครั้ง
[ช่างเป็นขุมพลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ กลืนกินได้กระทั่งความเป็นไป
ได้]
แม้จะมีการเรียกหาซ้ าๆ แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากท้องฟ้า
เฉกเช่นช้างที่ไม่เห็นมดอยู่ในสายตา ‘มัน’ กระทั่งไม่มองมายัง
ชองจุงยองด้วยซ้ า การแสดงออกของชองจุงยองแข็งขึ้น ถ้า
ช้างมองไม่เห็นมด งั้นเขาก็จะท าให้มันเห็นให้ได้
[■■■■■! ระยะห่างสุดพรรณนา!]
ในเวลานั้นเอง มันก็มีบางสิ่งจ้องมายังชองจุงยอง ประกายแสง
ระเบิดออกมาจากร่างของชองจุงยอง ผิวด้านนอกของเขาเป็น
สีด าคล้ า กล้ามเนื้อแน่นของชองจุงยองแตกออก และเลือดก็
สาดออกมาในขณะที่สตาร์รีลิคที่พังลงปลิวผ่านอากาศ
เหมือนกับเถ้าถ่าน มันเป็นราคาส าหรับเรียกชื่อเท่านั้น อย่างไร
ก็ตาม ชองจุงยองก็ยกดาบของเขาขึ้นมาโดยไม่ถอย
[มันเป็นดาบที่ตัดภูเขา ท้องทะเล และแม้กระทั่งดวงอาทิตย์
ด้วยดาบนี้ ข้าจะตัดเจ้าในคราวนี้]
ความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยค าๆ เดียวเต็มอยู่ในสายตา
ของชองจุงยอง
เขาไม่รู้ว่าเขาจะตัดไปตรงไหนเพราะเขาไม่อาจเห็นว่ามัน
เริ่มต้นหรือจบลงตรงไหน ในความเป็นอนันต์ที่แม้แต่ความ
เป็นไปได้ก็ไม่อาจคงอยู่ได้ ชองจุงยองเริ่มเคลื่อนไหว
[โอ้วววว!]
ล าแสงพุ่งออกมาจากชองจุงยอง
สะบั้น 1,000 คนด้วยดาบเดียว ตัดมหาขุนเขาด้วยสองดาบ
แยกท้องทะเลด้วยสามดาบ
ดาบเปล่งแสงเหมือนกับฝนดาวตกในขณะที่มันเคลื่อนผ่าน
ความมืดอันกว้างใหญ่ ชั่วขณะหนึ่ง ล าแสงได้วาดเข้าสู่ส่วนลึก
ของท้องฟ้า อวตารต่างเห็นล าแสงนี้และพากันตื่นเต้น
ดาบเล่มแรกแห่งโครยอก าลังต่อสู้อยู่กับเทพเจ้าภายนอก อึดใจ
ต่อมา พวกเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ บนท้องฟ้า มันเป็นเสียง
ของดวงดาวที่เสร็จสิ้นวงจรชีวิตของมันในจักรวาล จากนั้นก็มี
บางสิ่งตกลงมาจากท้องฟ้า
“อ-อ่าา อ่า…”
คนที่สายตาดีสังเกตเห็นมันก่อน แขนขาที่ถูกตัด ร่างอวตาร
เหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว และส่วนที่ถูกตัดออกก็ตกลงมาบนพื้น
น่าแปลกและน่าเหลือเชื่อ แม้กระทั่งคนที่ไม่อาจมองเห็นสีหน้า
ของชองจุงยองก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไง
ดาบที่ตัดภูเขา ท้องทะเล และแม้กระทั่งดวงอาทิตย์ มันมีบาง
สิ่งที่ดาบนี้ไม่อาจตัดได้ มัน ‘ไม่อาจพังทลายได้’ ตั้งแต่ต้น มัน
เป็นเซียนดาบทลายนภาที่รับร่างอันรุ่งริ่งของชองจุงยองไว้
[…ระลึกถึงดาบ]
ร่างอวตารของชองจุงยองตาย และเขาก็จากไป มันเป็นร่าง
อวตารของกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า เขาท าลายรถไฟของสุริยะ
และตัดขาของเทพเจ้าภายนอก แต่กลุ่มดาวดังกล่าวกลับ
สูญเสียร่างอวตารไปในอึดใจเดียว
“ว-ว๊ากกกกก!”
เสียงกรีดร้องของชาวเมืองดังออกมาในขณะที่ความหวาดกลัว
รุกล้ าเข้าไปในใจ ความมืดปกคลุมเส้นขอบฟ้าในทุกทิศทาง
พื้นดินสั่นและขยับเหมือนกับทารกในครรภ์ มันเป็นเสียงของ
หนอนยักษ์ที่ก าลังกินเหยื่อของมัน มันดูเหมือนว่าเส้นขอบฟ้า
ก าลังใกล้เข้ามา ความเข้มของแสงที่ส่องลงบนพื้นค่อยๆ ลดลง
[อาณาจักรปีศาจที่ 73 ก าลังคร่ าครวญด้วยความเจ็บปวด!]
เซียนดาบทลายนภาและเคียร์อีออสเห็นภาพฉากนี้ในบู๊ลิ้มแล้ว
เคียร์อีออสกล่าว “…ข้าก าลังจะตายที่นี่เพราะลูกศิษย์บ้าๆ
ของข้า”
“ทั้งเจ้าและข้าต่างก็ไม่มีโชคในเรื่องศิษย์ของพวกเราเลย”
โลกเปล่งเสียงกรีดร้องออกมา ความมืดที่เต็มไปด้วยค าทักทาย
ก าลังคืบคลานเข้ามาและกลืนกินโลกปีศาจที่ 73 เคียร์อีออสรว
บรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดแห่งพลังงานดาราบริสุทธิ์
“นี่คือเหตุผลที่พวกเราต้องยึดติดกับความเป็นไปได้”
ระยะห่างสุดพรรณนา เทพเจ้าภายนอก ซึ่งเรียกว่าเป็นหายนะ
ของดวงดาวคือพายุความเป็นไปได้ในตัวมันเอง มันคือผู้เก็บ
กวาดที่มาจากความโกลาหลอันเกิดขึ้นจากกฎของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวถูกท าลาย
“สิ่งต่างๆ ได้ผิดเพี้ยนไปแล้ว ดังนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ ข้าจะบิดมัน
ด้วยพลังทั้งหมดของข้า!”
เซียนดาบทลายนภากู่ร้องออกมา และผู้บรรลุทั้งสองคนก็
เปล่งแสงเจิดจ้า
ดาบทลายนภาที่สามารถแยกผืนฟ้าได้ เธอถือครองพลังแห่งบู๊
ลิ้มไว้ในมือในขณะที่เซียนดาบทลายนภาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
วิถีดาบทลายนภา
สกิลท าลายล้าง
ดาวตกทลายนภา
มันเป็นเคล็ดวิชาดาบที่ยูจงฮยอคเคยใช้ในอดีต มันคือวิถีดาบ
ทลายนภาที่สามารถเอาชนะกลุ่มดาวได้นับไม่ถ้วน ดาบทลาย
นภาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังเวทมนตร์ระเบิดออกในอากาศ และ
ดาบดาวตกก็วาดเส้นหลากสี
อย่างไรก็ตาม ‘มัน’ ก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน มันเหมือนกับเศษ
ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ ดาบหายไปในความความว่างเปล่า วิถี
ดาบของเธอที่สามารถฉีกท้องฟ้าได้ไม่อาจท าลายจักรวาลได้
เลย
“เคียร์อีออส!”
เคียร์อีออสได้รับสัญญาณและเหยียบลงบนไหล่ของเซียนดาบ
ทลายนภาก่อนที่จะกระโดดขึ้นไป เคียร์อีออสเร่งความเร็วด้วย
พลังของการปล่อยกระแสไฟฟ้า แทรกซึมผ่านชั้นบรรยากาศ
และบินไปสู่อวกาศ
จักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในเงาแห่งความมืด เคียร์อีออสรู้สึกถึง
ความมืดที่ปกคลุมท้องฟ้าและสายตาของดวงดาวที่ก าลังมอง
มาจากนอกความมืดมิด
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ เปล่งแสงสีทอง]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ค ารามออกมา!]
มันคือสถานที่ที่ดวงดาวพักอยู่ มันเป็นสถานที่ที่ไม่อาจเข้าถึงได้
ด้วยแขนสั้นๆ ของมนุษย์ เคียร์อีออสเองก็รู้ ดังนั้นเขาจึง
พยายาม เขาพยายามซ้ าแล้วซ้ าเล่า
เขาเหยียบชิ้นส่วนดาวตกที่ถูกทิ้งไว้โดยเซียนดาบทลายนภา
และเคียร์อีออสก็กระโดดขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาพุ่งเข้าหา
ดวงดาวที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ และในที่สุดตัวตนแสนธรรมดาที่
สร้างประวัติศาสตร์ของตนขึ้นมาผ่านความยากล าบากก็มาถึง
ดวงดาว
เขามาถึงจักรวาล ในที่สุดเคียร์อีออสก็มาถึงต าแหน่งที่เขา
สามารถมองเห็น ‘มัน’ ได้ มันชวนให้นึกถึงหมอกขนาดใหญ่
หมอกที่ไม่มีรูปร่างแน่นอนซึ่งก าลังกลืนกินอาณาจักรปีศาจที่
73 ด้วยความละโมบ จุดศูนย์กลางของหมอกนั้นมีเส้นใยที่ถูก
ทิ้งไว้โดยชองจุงยอง
พลังสีฟ้าปีนขึ้นมาสู่จุดสูงสุดและกระจุกตัวอยู่ในมือขวาของ
เคียร์อีออส
[จากอนุภาคที่เล็กที่สุด จักรวาลได้เริ่มขึ้น]
มือขวาของเคียร์อีออสขยับตามเสียงร้องอันดุเดือดของเขา
ราวกับบิ๊กแบง พลังงานสีฟ้าปะทะเข้าใส่ศูนย์กลางของหมอก
มันมีแสงสีขาวเจิดจ้าบังเกิดขึ้น และชาวเมืองทุกคนก็ต้อง
หลับตาลง
มันเป็นช่วงเวลาที่อ านาจแห่งผู้บรรลุทั้งสองคนได้ครอบง า
ความมืดมิดที่ก าลังปกคลุมจักรวาลนี้ ในขณะที่แสงดับลง มันก็
มีรอยแตกขนาดใหญ่ในความมืดที่ปกคลุมท้องฟ้าอยู่
ชาวเมืองตะโกนตะโกนออกมา “ข-เขาท าได้”
“เขาท าได้! ผู้บรรลุท าได้!”
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเซียนดาบทลายนภาก็ไม่ได้ดีนัก เซียน
ดาบทลายนภามองไปยังเคียร์อีออสและหัวเราะเบาๆ
‘มันขึ้นอยู่กับตรงนี้แล้ว’
นอกเหนือจากเคียร์อีออสที่ก าลังตกลงมา ท้องฟ้าก็แยกออก
บางสิ่งในความมืดก าลังตื่นขึ้นมา มันคือม่านตา ดวงตายักษ์
ได้มายังโลกใบนี้ เลนส์สีขาวและม่านตาสีด าติดตามเคียร์อีออส
ที่ก าลังตกลงมา เซียนดาบทลายนภาขยับ และเคียร์อีออสก็หัน
ไป พลังแห่งผู้บรรลุปะทะกับบรรยากาศที่ไม่อาจต้านทานได้
ผมยาวของเคียร์อีออสเปลี่ยนเป็นสีขาว กล้ามเนื้อของเซียน
ดาบทลายนภาพองตัวขึ้นจนดูเหมือนจะระเบิดออก ราวกับว่า
ต้องทนทุกข์จากความชรา ร่างกายของผู้บรรลุทั้งสองก าลังจะ
ตายต่อหน้าเวลาอันยาวไกล
‘สถานะ’ ของจักรวาลนั้นแตกต่างออกไป พวกเขาอาจจะเป็น
ผู้บรรลุที่เหนือมนุษย์และได้รับพลังที่สามารถท าลายกลุ่มดาว
ได้ อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ของการฝึกฝนอันทรหดที่พวก
เขาผ่านมาก็เป็นเพียงแค่เศษฝุ่นเมื่อเทียบกับ ‘ประวัติศาสตร์’
ของจักรวาล
[‘ระยะห่างสุดพรรณนา’ ก าลังมองมายังอาณาจักรปีศาจที่
73]
ชาวเมืองเริ่มคลั่งและวิ่งไปทั่ว “หนี! หนี!”
“ว๊ากกกก!”
ชาวเมืองร่ าไห้ออกมาเหมือนกับสัตว์ป่าโดยไม่รู้ว่าก าลังพูด
อะไรอยู่
[ประตูมิติไม่อาจใช้การได้เนื่องจากการแทรกแซงของตัวตนอัน
แข็งแกร่ง]
“อะไร อะไร อะไรนะ?”
“อ-อ-อ-อะไร?”
“ห้ะะะะะะ…”
ร่างของชาวเมืองแตกกระจายไปทั่ว บางคนก็กลายเป็น
สิ่งมีชีวิตแปลกๆ และบางคนก็มีหนวดโผล่ออกมาจากปาก
โลกก าลังจะคลั่ง อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ทุกคน ต่อหน้าความ
โกลาหล มันยังมีคนที่ไม่ได้วางดาบของตนลง
“…ยัง พวกเราสู้ได้อยู่”
มันคือจางฮีวอน จางฮีวอนอ้าปากค้างแต่ก็ไม่คุกเข่าลงใน
ขณะที่เธอควบคุมอาการคลื่นไส้ ทีละคนๆ สมาชิกปาร์ตี้ยืน
ขึ้นมาข้างๆเธอ เหตุผลที่พวกเขาสามารถทนได้นั้นง่ายมาก
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ก าลังปกป้องเหล่า
อวตาร]
มันเป็นเพราะโลกนี้ไม่ยอมตาย พวกมันคือประวัติศาสตร์ของ
อาณาจักรปีศาจที่ 73 แห่งนี้
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ตะโกนบอกให้หนี!]
[กลุ่มดาว ‘คนรักที่ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกต’ ก าลังกรีดร้อง]
สมาชิกปาร์ตี้เองก็รู้ พลังใดๆ ที่พวกเขามีอยู่นั้นต่างก็เล็กลีบต่อ
หน้าตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น จางฮีวอนจับดาบแห่งการตัดสิน
และกระอักเลือดออกมาในขณะที่เธอตะโกน
“อูรีเอล! ได้โปรด!”
มันไม่มีปฏิกิริยาจากผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ มันเหมือนกัน
กับจ้าวแห่งการป้องกันของกงพิลดูและเจ้านายแห่งโลหะของ
ลีฮุนซึง ในเวลานี้ พวกเขาไม่ตอบสนองต่อค าขอของเหล่า
อวตาร ไม่สิ พวกเขาไม่อาจตอบได้
[ดวงดาวทุกดวงบนท้องฟ้าเงียบ]
กลุ่มดาวบนท้องฟ้าไม่อาจประทานอะไรได้ เฉกเช่นสายฟ้าที่ไม่
อาจควบคุมได้ ‘สิ่งนั้น’ ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถท าได้
โอซูที่ก าลังหวาดกลัวฉี่แตก จางฮายังทรุดตัวลงกับพื้นและ
อาเจียนออกมา กงพิลดูที่เริ่มไม่มีสติเริ่มสร้างก าแพงอย่างไร้
ความหมาย ฮันมยอนโกตัวสั่นและมองไปรอบๆ เพื่อหาที่หนี
อย่างไรก็ตาม เท้าของเขาก็ไม่ขยับ ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่ก าลัง
กลืนกินโลก มันไม่มีที่ให้เขาหลบไปได้
“ทกจา!”
จากนั้นก็มีคิมทกจา ยูซานอาตะโกนออกมา และทุกๆ คนก็มอง
ไปยังที่เดียวกัน มันคือยอดของหอนาฬิกาที่ยังสร้างไม่เสร็จ
ในขณะที่เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ คิมทกจาก็ก าลังยืนอยู่บน
ขอบของหอคอย
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองดูท้องฟ้า
ยามรัตติกาล]
ดาวดวงหนึ่งได้สาดแสงอยู่ในท้องฟ้ายามรัตติกาลที่มืดดับไป
มันคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น
(จบตอน)