มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 281 – ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 281 – ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น (4)
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นอย่างรุนแรง!]
ผมไม่ได้ตั้งใจจะท าสิ่งนี้ในตอนแรก การเริ่มต้นนั้นไม่นาน
หลังจากศึกกับสุริยะ วันที่เขาได้รับมหาเรื่องราวและปกป้อง
โลกปีศาจพร้อมกับสหายของเขา
– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกท าลาย (แก้ไขครั้งที่ 3).txt
ผมได้รับการแก้ไขครั้งที่สาม
「เมื่อเขาลืมตาขึ้น ยูจงฮยอคก็คิด ‘มันคือการเสื่อมถอยครั้ง
ที่สี่’」
ตอนแรก ผมอ่านมันด้วยหัวใจที่เบาหวิว ผมก าลังรอมันอยู่
‘รอบที่สาม’ ในปัจจุบันสมบูรณ์ยิ่งกว่ารอบไหนๆ ที่ยูจงฮยอค
เคยประสบมา ในสถานการณ์ที่ 25 ผมได้กลายเป็นราชาปีศาจ
และได้รับมหาเรื่องราว บางทีในการแก้ไขครั้งนี้ ตอนจบที่ผม
ต้องการอาจจะถูกบันทึกไว้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม
「ฉันคิดว่ามันก าลังไปได้สวย นั่นคือสิ่งที่คนๆ นั้นกล่าว ทุกๆ
คนไม่เป็นอะไรจนกระทั่ง ‘เทพเจ้าภายนอก’ ได้ปรากฏขึ้น」
「ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม?
ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม? ท าไม?」
ยูจงฮยอคแตกต่างจากการแก้ไขครั้งที่หนึ่งและสอง เขาสูญเสีย
เหตุผล ใจร้อน และไม่ได้วางแผน ยูจงฮยอคถูกท าลายอย่าง
หนักกับสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบที่สาม
「ในวันนั้น ทุกๆ สิ่งในรอบที่สามได้จบลง」
ผมอ่านในส่วนนี้และตระหนักได้ถึงสิ่งแปลกๆ ผมมองไปยัง
หมอกด าที่ก าลังปกคลุมก าแพงและเม้มปาก ก าแพงที่สี่บิดตัว
ไปมาในหัวของผมและพ่นประโยคออกมา
「คิมทกจาคิด: มันอาจจะล้มเหลว」
ผมไม่อาจเอาชีวิตรอดไปได้ถ้าผมตายในคราวนี้ ในตอนนี้ผมไม่
มีแอตทริบิวต์ในการฟื้นคืนชีพ เมื่อผมถูกกลืนกินโดยเทพเจ้า
ภายนอก ผมคงจะถูกลบล้างออกไปทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ถ้า
ผมสามารถหยุดมันได้…
「ผมไม่อาจทุบตีเขาได้ไม่ว่าผมจะมองผ่านหนทางเอาชีวิต
รอดยังไง」
ฮันซูยองบอกผมว่าสถานการณ์บนโลกเป็นไปตามวิถีทาง
ดั้งเดิมอย่างซื่อสัตย์ ถ้าพวกเขาผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่าง
ปลอดภัย พวกเราก็จะสามารถเล็งไปยังพื้นที่ของนิยายต้นฉบับ
และมุ่งหน้าไปยังตอนจบที่ต้องการได้
ใต้หอนาฬิกา สหายของผมก าลังเงยหน้าขึ้นมองผม
「ไม่ มันมีวิธีหนึ่ง วิธีที่ ‘ล้มเหลว’ ในต้นฉบับ」
ผมแค่ต้องท ามันให้ดี
「พวกเขาต้องมีชีวิตอยู่ พวกเขาอาจจะไม่ชอบมัน แต่พวก
เขาต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้」
ผมปล่อยให้ใครตายไม่ได้
「หลังจากนั้นเท่านั้นที่ทุกๆ คนจะสามารถไปถึงตอนจบได้
」
ท้องฟ้าอันมืดมิดแตกออก และผมก็เห็นดวงตายักษ์ก าลังมอง
ลงมาที่พื้น ผู้บรรลุทรุดตัวลงพร้อมกับกระอักเลือดออกมา
เคียร์อีออสได้บอกเล่าเรื่องราวไว้ล่วงหน้าและตะโกนออกมา”
เร็วเข้า เจ้าศิษย์โง่!”
ผมพยักหน้าและร่อนลงมาจากหอนาฬิกา ผมไม่อาจเสียเวลาที่
ชองจุงยองและอาจารย์หามาได้
“ฉันปล่อยนายไปไม่ได้! อย่าไปคนเดียวอีกนะ! ได้โปรด!”
“อ๊ากกกก! ผมไม่ชอบแบบนี้! พี่ทกจา!”
“มันเป็นนายที่บอกว่าพวกเราไม่อาจท าอย่างนี้ได้เพียงล าพัง!
นายคือคนที่รวบรวมพวกเรา! นายบอกฉันทั้งหมดนี้!”
ผมได้ยินเสียงร้องของสมาชิกปาร์ตี้และบอกพวกเขาถึง
เรื่องราวที่จ าเป็น จริงๆ ผมแค่บอกในสิ่งที่พวกเขาจ าเป็นต้อง
ท าจริงๆ
[โปรดมีชีวิตอยู่]
หัวของผมรู้สึกคันยุบยิบในขณะที่เขางอกออกมา หลังของผม
เจ็บจากปีก ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของจางฮีวอนและเสียง
ตะโกนของลีฮุนซึง เด็กๆ ก็เอื้อมมือเข้ามาหาผม ยูซานอาที่ได้
ยินเรื่องราวจากผมมาล่วงหน้าไม่อาจละสายตาออกไปจากผม
ได้ในขณะที่เธอร้องไห้ ยูซานอาคงจะท าสิ่งต่างๆ ได้ดี
เมื่อผมผละออกจากพื้น มุมมองแบบพาโนรามาของผมก็
เปลี่ยนไป เสียงเศร้าๆ ของสมาชิกปาร์ตี้ลอยออกไป บางทีผมก็
อาจจะอยากบอกพวกเขาถึงบางสิ่ง
「ฉันอยากเห็นตอนจบไปพร้อมกับพวกนาย」
มันมีเสียงดังออกมาในขณะที่ผมทะลุผ่านชั้นบรรยากาศ และ
หมอกก็เปล่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา
[กลุ่มดาว ‘เทพแห่งไวน์และความปิติยินดี’ ทิ้งแก้วของเขา]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ถอนหายใจอย่างหนัก]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ อวยพรให้คุณโชคดี]
กลุ่มดาวบางคนก็เป็นห่วงผม
[กลุ่มดาว ‘ผู้บัญชาการแห่งดอกดาวเรืองแดง’ ไม่ชอบคุณ]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังประณามการกระท าของคุณ]
กลุ่มดาวบางกลุ่มก็วิจารณ์ผม ไม่มีใครสนับสนุนเหรียญให้ผม
เลย บางทีแม้แต่กลุ่มดาวก็คงจะรู้ นี่ไม่ใช่เรื่องราวเพื่อเหรียญ
「คิมทกจามองดูจักรวาลอันกว้างใหญ่ไปพร้อมกับเช็ดแก้ม
ของเขา」
ศูนย์กลางของหมอก ผมสามารถเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ชอง
จุงยอง เซียนดาบทลายนภา และเคียร์อีออสท าไว้ ผมเปิดใช้
งานการปล่อยกระแสไฟฟ้าและโยนร่างเข้าหาแผลเป็น มันเป็น
วิธีที่ผมคงไม่ลองถ้ามันเป็นนิยายต้นฉบับ
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้มันก็ไม่มีทางอื่น เทพเจ้าภายนอกไม่
แบ่งปันภาษาของพวกมันกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีคุณสมบัติ พลังงาน
ดาราบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นมาในมือขวาของผมในขณะที่ผมชู
ศรัทธาไม่แตกสลายขึ้นมา
พลังงานปีศาจเคลื่อนตัวผ่านเส้นเลือดในร่างกายของผม และ
ออร่าสีด าก็ซ้อนทับกันกับพลังงานสีฟ้า คลื่นกระแทกอันทรง
พลังระเบิดออกมาจากจุดศูนย์กลางของหมอกในขณะที่พลัง
เวทมนตร์ในมือขวาของผมระเบิดออกมา ช่องว่างที่เล็กมาก
เปิดออกครู่หนึ่ง และผมก็ไม่ลังเล
ผมเข้าไปในหมอกมืด และเทพเจ้าภายนอกก็เผยตัวออกมา
เหมือนกับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ติดเชื้อแบคทีเรียนับพัน นับ
หมื่น นับแสน นับล้าน… อนุภาคจ านวนนับไม่ถ้วนมองมาที่ผม
ในเวลาเดียวกัน มันราวกับว่าพวกมันคือดวงตา
ระยะห่างสุดพรรณนา หมอกไร้นาม มันเป็นชื่อของภัยพิบัติที่
ล่องลอยอยู่ในการถ่ายทอดสดดวงดาว ผมพูดกับสิ่งๆ นั้น
[มหาเทพเจ้าภายนอก]
พูดให้ชัดๆ หมอกนี่ไม่ใช่รูปแบบดั้งเดิมของเทพเจ้าภายนอก
มันเป็นต้นแบบที่แย่มาก อย่างไรก็ตาม สิ่งๆ นี้ก็มีพลังอัน
มหาศาลสุดหยั่ง
[ได้โปรด ได้โปรดออกไป]
อนุภาคสั่นสะเทือนด้วยค าพูดของผม แน่นอน ผมไม่ได้คาดคิด
ว่าค าพูดจะได้ผล อนุภาคหมอกที่รวมตัวอยู่รอบตัวผมเริ่มกิน
ผม
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ก าลังปกป้องร่างกาย
ของคุณ!]
[ก าแพงที่สี่ก าลังปกป้องจิตวิญญาณของคุณ!]
อิทธิพลของก าแพงที่สี่ท าให้ผมไม่ล้มลงต่อหน้าตัวตนอัน
ยิ่งใหญ่นี้ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุด ‘มหา
เรื่องราว’ จากการได้รับความเสียหายทีละนิดๆ
[■■■■······■■■■]
หมอกก าลังพูดในภาษาที่ไม่รู้จัก บางทีผมอาจจะไม่ได้ยินมัน
อย่างถูกต้องแม้ว่ามันจะถูกตีความ ระยะห่างสุดพรรณนา
ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตไร้สติ มันคือนักล่าผู้หิวโหยที่ใช้
สัญชาตญาณของมันเท่านั้นในการติดตามเรื่องราว
การปรากฏตัวของผมบอบบางมากยิ่งขึ้นในหมอกอันน่าอึดอัด
[…บัดซบเอ้ย]
แม้แต่อูรีเอลที่จุติลงมาก็ไม่อาจหยุดมันได้ มันก็เหมือนกันกับ
เห้งเจียและมังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬในตอนนี้ มันอาจจะ
เป็นไปได้ถ้าทั้งสามคนนั้นมา แต่มันคงจะไม่เกิดขึ้น
「มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยคิมทกจาได้ในตอนนี้
」
การด ารงอยู่ที่ไม่ปรากฏในหนทางเอาชีวิตรอด มันมีแค่สิ่งเดียว
ที่สามารถช่วยผมต่อกรกับหมอกนี้ได้ แสงดาวสามารถมองเห็น
ได้อย่างริบหรี่ระหว่างอนุภาคหมอก ผมท าทั้งหมดนี้เพียง
เพราะแค่ ‘เขา’
[นักเขียนลับ!]
เสียงที่ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับพลังทั้งหมดทะลุผ่าน
หมอกและข้ามจักรวาลไป หมอกสั่นสะเทือนและค ารามใน
ขณะที่บางสิ่งได้ส่องแสงมาจากจักรวาลอันไกลโพ้น
ผมตะโกนอีกครั้ง [ฉันจะท า ‘พันธสัญญาต่างโลก’ กับนาย!]
***
ยูจงฮยอคไม่มีความสุขทุกครั้งที่เขาท าพันธสัญญาต่างโลก มัน
เป็นเพราะเขาไม่อาจจ่ายมันได้หรือต้องท าสัญญาที่ไร้สาระ แต่
นี่ก็เป็นวิธีเดียว นี่คือวิธีแรกและวิธีสุดท้ายส าหรับผมในการเอา
ชีวิตรอด
หมอกไม่หยุด มันไม่ได้หยุดการกินผมหรืออาณาจักรปีศาจที่
73 ผมรู้สึกแย่ในขณะที่ผมเห็นเรื่องราวเริ่มแตกสลาย นักเขียน
ลับจะหยุดมันได้ไหม?
ห้วงมิติและกาลเวลาแตกออก และทุกๆ สิ่งก็เริ่มช้าลง พลังที่
ครอบง าก าลังเข้าควบคุมห้วงมิติและกาลเวลาทั้งหมดในพื้นที่
หมอกกรีดร้องออกมา และการเคลื่อนไหวของทุกๆ สิ่งรอบตัว
ผมก็หยุดลงในทันใด มันเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกแช่แข็งในธาร
น้ าแข็ง พวกมันถูกขังอยู่ในห้วงเวลานั้นตลอดกาล
อึดใจต่อมา ผมก็มายืนอยู่ในจักรวาลที่ไม่รู้จัก ผมมองลงไปที่
เท้าของผมและเห็นภาพของการถ่ายทอดสดดวงดาว มันอยู่
ภายนอกการถ่ายทอดสดดวงดาว ซึ่งเป็นจุดที่ไกลที่สุดของ
เนบิวลาแห่งดวงดาว ดวงดาวมากมายก าลังเปล่งประกาย
งดงามอยู่ที่เท้าของผม
[มันเป็นภาพที่น่าเบื่อ]
มันไม่เหมือนกับเทพเจ้าภายนอกคนอื่น เสียงนี้คมชัดและ
ชัดเจนมาก เงาที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ร่างหนึ่งก าลังโอนเอน
[ข้ารอเจ้าอยู่เลย ผู้ไล่ตาม ‘บทสุดท้าย’]
มันเห็นความขาวเมื่อผมมองเข้าไปในปากที่ก าลังอ้าออก ผม
แค่ฟังเขา แต่ร่างกายของผมกลับสั่น ความมืดไม่รู้จบ ความชั่ว
ร้ายที่ยืนอยู่ในใจกลางความมืดก าลังจ้องมาที่ผม ผมไม่ได้สั่น
เพียงเพราะสถานะลางร้ายของนักเขียนลับ
[ไม่สิ บางทีข้าควรจะบอกเจ้าว่าเจ้าก าลังไล่ตามอิเทอนิตี้]
ผมจ้องไปที่เขาและเงียบไปพักหนึ่ง “…นายรู้ได้ยังไง?”
[■■]
ค าพูดของเขามีความหมายสองอย่างส าหรับผม
อิเทอนิตี้ บทสุดท้าย มันมีความหมายตรงข้ามกันในค าเหล่านั้น
มันเหมือนกับข้อความที่ผมได้ยินเมื่อผมได้รับมหาเรื่องราว
– คุณได้รับคุณสมบัติแห่ง ‘อิเทอนิตี้’
– คุณได้รับคุณสมบัติแห่ง ‘บทสุดท้าย’
น่าแปลก ‘ตอนจบ’ ของผมมีสองความหมาย เมื่อกลุ่มดาว
รวมทั้งผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากถามผมเกี่ยวกับการกรอง ผมได้
ตอบไปว่า ‘บทสุดท้าย’ เพราะมันง่ายต่อการโน้มน้าวกลุ่มดาว
มากกว่า ผมไม่เคยบอกใครเลยว่า ■■ มีสองความหมาย
[เมื่อเจ้ามีชีวิตอยู่มานาน สิ่งที่ไม่อาจพูดได้จะได้ยินดังขึ้น]]
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นเป็นลางไม่ดี!]
[ก าแพงที่สี่ก าลังปกป้องคุณด้วยการเพิ่มขนาดขึ้น]
[ก าแพงที่สี่แยกเขี้ยวใส่นักเขียนลับ]
[ชิ้นส่วนแห่ง ‘ก าแพงสุดท้าย’… ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้ตั้งใจจะ
ท าร้ายเจ้า]
เสียงหัวเราะโผล่ออกมาจากปากของเงา
นักเขียนลับ พร้อมกับเห้งเจีย มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ และอู
รีเอล เขาคือกลุ่มดาวที่เฝ้ามองผมมานานที่สุด ตัวตนที่ผมไม่
เคยอ่านในหนทางเอาชีวิตรอด
ผมหายใจเข้าลึกๆ ผมฝึกการพบกับเขามาหลายครั้ง แต่ผมก็
ไม่รู้ว่ามันจะเป็นเช่นนี้
“ยินดีที่ได้พบนะ นักเขียนลับ”
ผมไม่รู้จักเขา อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่
สามารถคาดเดาได้
“‘ความโกลาหลที่ก าลังคืนคลาน’ ในส่วนลึกของสถานการณ์”
(จบตอน)