มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 316 – รสชาติของการท าลายล้าง (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 316 – รสชาติของการท าลายล้าง (2)
สุริยะเดินเข้ามาและยืนอยู่ตรงหน้าของผม เขาสูงกว่าผมอย่าง
น้อย 20 เซนติเมตร ผมเปิดสถานะออกมามากยิ่งขึ้นเพื่อ
ต่อต้านความกดดันที่เขาแผ่ออกมา ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วย
พลังงานของสุริยะในทันใด
บนสนทนานับจากนี้ไปคือระหว่างกลุ่มดาวและกลุ่มดาว
“ความย่อยยับของโอลิมปัส… นั่นคือความต้องการของนาย
หรือของพระเวท?”
[มันส าคัญด้วยเหรอ?]
“มันส าคัญ”
ผมคาดว่าปัญหาระหว่างเนบิวลาใหญ่คงจะเต็มไปด้วยความ
ผันผวนในเวลานี้ พวกเขาติดตามความร่วมมือกับผมเพื่อที่จะ
ท าลายกัน แต่เดิมที่ โอลิมปัส พระเวท และพาไพรัสก็ไม่ใช่
พันธมิตรที่มั่นคงต่อกัน เนบิวลาใหญ่ทั้งหมดต่างอยู่ในสถานะที่
ชิงชัยกันเพื่อ ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ ได้เสมอ
สุริยะคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบ [ข้าไม่ชอบโอลิมปัสและพระ
เวท ค าตอบนี้เพียงพอไหม?]
มันเป็นค าตอบที่คลุมเครือ แต่ในแง่หนึ่ง มันก็เป็นค าตอบที่ผม
ต้องการ จากหนทางเอาชีวิตรอดต้นฉบับ สุริยะก็เป็นหนึ่งใน
กลุ่มดาวนอกรีตของพระเวท”มันคือค าตอบ”
[ข้ามีอ านาจพอที่จะมอบโสมให้กับเจ้าได้ เจ้าไม่รู้เหรอว่าข้าคือ
ใคร?]
สุริยะคือแหล่งก าเนิดของโสม น้ าอมฤตประเภทหนึ่ง ถ้าผมได้
รับค าสัญญาจากเขา งั้นการได้รับโสมมาก็จะไม่ใช่ปัญหาอย่าง
แน่นอน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้… สิ่งต่างๆ เริ่มน่าสนใจขึ้น
มาแล้ว
นิ้วของเมทาทรอนขยับเหมือนกับว่าการฟังบทสนทนาของ
พวกเราเป็นเรื่องน่ายินดี ผมดูนิ้วที่ขยับเหมือนกับเครื่องเคาะ
จังหวะและพูดออกมา “ฉันมีอีกค าถาม ความย่อยยับของ
โอลิมปัสที่ชัดเจน―”
[สถานการณ์ที่ 60 กิแกนโทมาเคีย]
“นั่นเป็นแค่เหตุการณ์เด็กเล่น พวกเขาจะอัญเชิญยักษ์ออกมา
แค่ไม่กี่ตัวเพื่อล่าและ…”
[หากพวกเขาไม่จริงจัง เจ้าก็ท าให้พวกเขาจริงจัง]
…เขาฟังผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาติดตามช่องของบียูด้วย
เหรอ?
[จู่ๆ โอลิมปัสคงไม่ถูกท าลายเพราะสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม
มันก็เป็นไปได้ที่จะมอบหินรองเท้าส าหรับการล่มสลาย]
“ยังไง?”
[ไม่ใช่ว่าเจ้าคิดที่จะท าแบบนี้อยู่แล้วเหรอ?]
ดวงตาที่สามบนหน้าผากของสุริยะเปลี่ยนเป็นสีขาว ผมจ้องไป
ยังดวงตาของเขา แน่นอน ผมไม่อาจถอยได้และแสร้งท าเป็น
ไม่รู้
“มันไร้สาระส าหรับพลังของฉันหรือพลังของเนบิวลาของฉัน
แน่นอน นี่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่มีทาง”
นิ้วของเมทาทรอนหยุดขยับตามค าพูดของผม ผมมองไปยังเม
ทาทรอน”อาลักษณ์ รับผิดชอบกับการเรียกคนๆ นี้มาที่นี่ด้วย”
[รับผิดชอบอะไร?]
“เป็นพยานในข้อตกลงนี้”
เมทาทรอนท าสีหน้าทึ่งๆ การแสดงออกของเขาแปร
เปลี่ยนเป็นคนเจ้าอุบาย
[การเป็นพยานจะมีประโยชน์อะไร?]
“ฉันจะมอบส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวที่ฉันได้รับในคราวนี้ให้กับ
นายด้วย”
ส่วนแบ่งในมหาเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ไหน มหา
เรื่องราวก็เป็นสิ่งล่อตาล่อใจที่เนบิวลาไม่อาจเมินเฉยได้
นอกจากนี้ ทูตสวรรค์แห่งเอเด็นยังต้องการมหาเรื่องราว
จ านวนมากเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกๆ วัน และพวก
เขาก็จ าเป็นที่จะต้องกระจายพายุความเป็นไปได้
เมทาทรอนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“เป็นธรรมดา นายก็จะเอาไปเฉยๆ ไม่ได้”
[เจ้าหมายความว่ายังไง? มันเพียงพอแล้วที่จะเป็นแค่พยา
ยาน…]
“นายต้องการส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวด้วยของแค่นั้นเหรอ?
จิตส านึกของทูตสวรรค์ไปอยู่ไหนหมด?”
[ก าแพงที่สี่พยักหน้า]
[‘ก าแพงแบ่งความดีความชั่ว’ ดูไปยังเจ้านายของมันใกล้ๆ]
ใบหน้าของเมทาทรอนปรากฏความเขินอายจางๆ ขึ้นมา
บางครั้งความยุติธรรมก็ได้กลืนกินนายของมันซะเอง
สุริยะส่ายหัวของเขาและพึมพ า [ราชาปีศาจจริงๆ]
[…ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เจ้าต้องการอะไรจากเอเด็น?]
ผมพยักหน้า มันมีหลายสิ่งที่ผมต้องการ มันเป็นเพราะการ
เตรียมพร้อมหนึ่งหรือสองอย่างนั้นไม่เพียงพอส าหรับกิแกนโท
มาเคียในอนาคต
「คิมทกจานึกถึงรอบที่ 1863」
ผมจะไม่เสียใครไป
「ในใจของคิมทกจา ข้อมูลของหนทางเอาชีวิตรอดได้ปรากฏ
ขึ้นและหายไป」
จากนี้ไป มันเป็นไปได้ว่ากลุ่มดาวระดับสูงจะเข้าร่วมการต่อสู้
มันไม่ใช่แค่สุริยะ แต่ยังมีโลกบาลคนอื่นของพระเวทและสิบ
สองเทพบางคนของโอลิมปัสที่อาจเข้าร่วมในสถานการณ์ได้
หมดแล้วเหรอ? มันอาจจะเป็นไปได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับ
ราชาปีศาจอาวุโสเหมือนอย่างการคัดเลือกราชาปีศาจ บางทีมิ
คาเอลก็ด้วย
…มิคาเอล
「สุดท้าย คิมทกจาก็ตัดสินใจ」
ผมมองไปยังหนึ่งในไอเท็มที่ถูกจัดเรียงไว้บนชั้นด้านหลังของเม
ทาทรอน”มอบหนึ่งในสตาร์รีลิคของเอเด็นให้กับฉัน”
***
ไม่กี่นาทีต่อมา คิมทกจาก็ได้เสร็จสิ้นการท าสัญญากับสุริยะ
และยืนอยู่ตรงหน้าประตูมิติ ไม่เหมือนกับเมื่อเขาเข้ามา นี่คือ
ประตูหน้า เทวทูตหลายคนมาพบเขา
[…จะไปแล้วเหรอ?]
อูรีเอลเต็มไปด้วยความเสียใจในขณะที่เธอจับมือของจางฮีวอน
จางฮีวอนมองไปยังอูรีเอลและกอดเธอแน่น
[หืม…?]
อูรีเอลที่ก าลังเขินอายในตอนนี้กอดจางฮีวอนกลับในไม่ช้า
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์’ มองไปยังอวตาร ‘จางฮี
วอน’]
ข้อความของกาเบรียลดังออกมาจากที่ไหนสักแห่ง คิมทกจา
มองไปยังท้องฟ้าราวกับว่าก าลังคิดอะไรบางอย่าง จากนั้นเขา
พูดกับจางฮีวอน”ฉันขอโทษที่ต้องขัดจังหวะการบอกลานะ
แต่ฮีวอนจะต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์”
“ฮะ?”
“ไม่ต้องกังวล ฉันพูดกับอาลักษณ์แล้ว”
ดวงตาของอูรีเอลเบิกกว้างขึ้นกับค าพูดนั้น [จริงเหรอ? เป็นไป
ได้เหรอ?]
“แน่นอน ช่วยฝึกฮีวอนให้ด้วยนะ เธอไม่อยู่มาตั้งสามปีหนิ”
[ได้! ให้ข้าจัดการเอง!]
คิมทกจาหันหน้าไปจากอูรีเอลที่ก าลังยิ้มกว้างไปหาจางฮีวอน”
ฮีวอน ไว้เจอกันอีกหนึ่งอาทิตย์ที่โอลิมปัสนะ”
“…เข้าใจแล้ว ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่ๆ เมื่อกลับไป”
หลังจากการจับมือกันสั้นๆ คิมทกจาก็หายเข้าไปในประตูมิติ
เทวทูตบางคนดูไม่พอใจในขณะที่คนอื่นๆ ถอนหายใจออกมา
เหตุการณ์สั้นๆ จบลง และเหล่าเทวทูตก็กลับไปประจ า
ต าแหน่ง กาเบรียลมองมาจากระยะไกล
[กาเบรียล]
[อาลักษณ์]
กาเบรียลโค้งค านับต่อเมทาทรอนที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของ
เธอ
[ท าไมเจ้าไม่เข้าไปคุยกับเขาล่ะ?]
กาเบรียลไม่ตอบ
[ปัญหาของโจฟิเอลไม่ใช่ความผิดของเจ้า]
[แต่…]
[โจฟิเอลแข็งแกร่ง เธอจะต้องท าหน้าที่ได้ดีแน่ๆ ตัวเลือกของ
เธอจะเป็นก้าวแรกในการป้องกันการท าลายล้างของเอเด็น]
ดวงตาที่ชัดเจนของกาเบรียลสั่นไหวกับค าว่า ‘ท าลายล้าง’ ริม
ฝีปากของเธอเปิดอ้าออกเหมือนกับว่าเธอต้องการจะถามอะไร
บางอย่าง
[มีข้อความมาถึง]
บนท้องฟ้า ข้อความๆ หนึ่งส าหรับเมทาทรอนได้มาถึง น่า
แปลก ผู้ส่งข้อความคือผู้บัญชาการดอกดาวกระจายแดง
– นี่เป็นรายงานเกี่ยวกับตัวตนของเทพภายนอก นักเขียนลับ
เมทาทรอนพูดในขณะที่ยื่นมือออกมาหารายงาน [ในไม่ช้า
สงครามที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น]
***
มันเป็นถนนที่จอแจซึ่งชวนให้นึกถึงสนามรบ ระหว่างทางไปยัง
โรงประมูล พ่อค้าจ านวนนับไม่ถ้วนได้ขายของอยู่ทุกประเภท
ยูจงฮยอคพูดไปยังข้างหลังของเขา “ไปเร็วๆ”
แม้จะมีค าพูดที่หยาบคาย แต่ยูจงฮยอคก็ยังกังวลกับการ
เคลื่อนไหวของลีซอลฮวาตลอดเวลา เขาขวางหน้าเธอไว้ราว
กับเขาเป็นห่วงว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บจากอวตารและกลุ่มดาว
ที่ผ่านไปผ่านมา อวตารบางคนก็ก่นด่าเขา แต่ยูจงฮยอคก็ไม่
สนใจ
“นายควรจะหลบพวกเรา…”
“คนเดินเท้าก่อน”
ความไร้ยางอายของยูจงฮยอคสูงมากจนลีซอลฮวาหัวเราะ
ออกมา ยูจงฮยอคถาม”…เธอหัวเราะท าไม?”
“จงฮยอคบอกว่านายคือผู้เสื่อมถอย”
“ใช่”
“งั้นนายก็เคยพบกับฉันในช่วงชีวิตก่อนของนายสิ?”
ยูจงฮยอคไม่ตอบอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่”
“…เข้าใจแล้ว”
บรรยากาศที่น่าอึดอัดใจเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน ลีซอลฮวา
จ้องมองไปยังยูจงฮยอคทางด้านข้าง เขาคือคนที่ดูเหมือนก าลัง
เดินอยู่ในระยะไกล แม้ว่าเขาจะอยู่ข้างๆ เธอ
ลีซอลฮวายิ้มอย่างขมขื่น “ช้าลงหน่อย มันอาจจะมีไอเท็ม
หรือสกิลที่นายอยากจะซื้ออยู่ก็ได้”
“มันไม่มีเวลาส าหรับเรื่องนั้น”
“ฉันซื้อมาแล้วหนึ่งอันหนิ?”
ลีซอลฮวายิ้มและโบกสกิลในมือของเธอ
[สกิล – รักษาความชื้น]
ยูจงฮยอคมองไปยังหนังสือสกิลและหรี่ตาลง “เธอซื้อสกิลไร้
ประโยชน์มา”
ลีซอลฮวาใช้สกิลนี้ไปแล้วเนื่องจากแก้มและริมฝีปากของเธอ
ชุ่มชื่นมาก มันยากที่จะหาสิ่งจ าเป็นในชีวิตประจ าวันหลังจาก
สถานการณ์ได้เริ่มต้นขึ้น และสกิลในชีวิตประจ าวันเหล่านี้ก็
ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม
ลีซอลฮวาเหลือบมองใบหน้าของยูจงฮยอคและกล่าวว่า”ยูจงฮ
ยอค ไม่ใช่ว่ามันก็จ าเป็นกับนายเหรอ? หลังมือกับริมฝีปากของ
นายแห้งมาก อุณหภูมิโดยรวมของนครแห่งนี้ต่ า ดังนั้นผิวของ
นายจึงแห้งได้เร็ว”
“ฉันไม่ต้องการสกิลที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการต่อสู้”
“แต่คิมทกจาก็มีสกิลนี้ด้วยหนิ?”
คิ้วของยูจงฮยอคกระตุก “คิมทกจามีสกิลนี้ด้วยเหรอ?”
“ใช่ เขาบอกว่านี่เป็นสิ่งจ าเป็นถ้านายต้องการได้รับความนิยม
ในหมู่กลุ่มดาว…”
“ผู้ชายคนนั้นอยากเป็นไอดอล” ยูจงฮยอคกัดฟันและเดินต่อ
ลีซอลฮวามองไปยังยูจงฮยอคเหมือนกับว่าเขาเป็นคนตลก เธอ
ไม่รู้ว่าท าไม แต่ผู้ชายหัวใจเย็นชาคนนี้ก็จะโกรธขึ้นมาเมื่อเขา
ได้ยินชื่อของคิมทกจา
ดวงตาของยูจงฮยอคขยับไปทางแผง
ส่วนลด 50% ส าหรับหนังสือสกิล
ลีซอลฮวาอดหัวเราะไม่ได้ “นายก็อยากได้เหรอ?”
ฝึเท้าของยูจงฮยอคหยุดลง เธอสงสัยว่าเขาจะชอบไอเท็ม แต่ก็
มีบางสิ่งแปลกไป หมัดของเขาก าลังสั่น ความโกรธเอ่อล้น
ออกมาจากดวงตาของยูจงฮยอคและครอบง าการแสดงออก
ของเขา
“…ยูจงฮยอค?”
ทางเข้าของโรงประมูลสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล อวตาร
กลุ่มหนึ่งก าลังเดินเข้าไป หญิงสาวที่มีผมบลอนด์คนหนึ่ง
ลีซอลฮวารู้สึกว่าหัวใจของเธอหดเกร็ง ยูจงฮยอคไม่อาจ
ควบคุมจิตสังหารของเขาได้ในขณะที่มือของเขาขยับไปทาง
ดาบปีศาจทมิฬ
“จงฮยอค เดี๋ยวก่อน!” ลีซอลฮวาจับแขนของยูจงฮยอคไว้โดย
สัญชาตญาณ เธอรู้ถึงตัวตนของหญิงสาวผมบลอนด์คนนี้
ผู้เผยพระวจนะแห่งแอสการ์ด เธอจ าเรื่องราวได้ ยูจงฮยอคใน
รอบที่ผ่านมาตายหลังจากถูกเธอทรยศ
“ไม่นะ ที่แห่งนี้… สมาชิกคนอื่นๆ…!”
หัวใจของเธอก าลังเร่งรีบ ไม่ว่ายูจงฮยอคจะแข็งแกร่งแค่ไหน
สถานที่แห่งนี้ก็คือโรงประมูลของกลุ่มดาว มันเป็นสถานที่ที่
รวบรวมกลุ่มดาวระดับต่ าและกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่เอาไว้ ยิ่ง
ไปกว่านั้น ศัตรูของยูจงฮยอคก็ยังไม่ได้มีแค่คนเดียว ถ้าเขา
บุ่มบ่ามตอนนี้…
“ฉันคิดไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้” มันมีน้ าเสียงประชด
ประชันดังขึ้น และฮันซูยองก็ก าลังยืนอยู่ตรงนั้น “นายลืมไป
แล้วเหรอ? คิมทกจาบอกว่าอย่าสร้างปัญหา”
ฮันซูยองเดาะลิ้นของเธอเหมือนกับว่าเขาน่าสมเพชและพลิก
เหรียญไปรอบนิ้วของเธอ ยูจงฮยอคตอบด้วยน้ าเสียงเย็นชา
“นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
“ไม่ใช่เรื่องของฉัน? พวกเราไม่ได้เป็นสหายกันเหรอ?”
“สหาย?” การแสดงออกของยูจงฮยอคบิดเบี้ยวไป “เธอไม่ใช่”
“นี่คือส่วนส าคัญ… เฮ้ นายอาจจะเป็นตัวเอก แต่…!”
“ซูยอง”
ค าพูดของผู้มาทีหลังท าให้ฮันซูยองแตะหน้าผากของเธอและ
พึมพ า”เห้อ… ฉันคงไม่อาจรอดไปได้เพราะคิมทกจาและยูจงฮ
ยอค”
“แอนนาควรถูกก าจัดที่นี่”
“อืม คิมทกจาไม่ได้ต้องการแบบนั้น”
“มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคิมทกจา”
“นายแค่อยากจัดการกับเธอเหรอ?”
ยูจงฮยอคหยุดชะงักไปและเหลือบมองฮันซูยอง ฮันซูยองจ้อง
มองกลับไปที่ยูจงฮยอคสักพักก่อนที่จะหันหน้าไปยังทางเข้าโรง
ประมูล
“แล้วถ้าฉันมีไอเดียดีๆ ล่ะ?” มันมีไอเท็มชิ้นหนึ่งอยู่ในมือของ
ฮันซูยอง
ดวงตาของยูจงฮยอคสั่น “นั่น…?”
“ฉันแอบหยิบมาจากเสื้อคลุมของคิมทกจา” รอยยิ้มอันชั่วร้าย
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮันซูยอง”มาทดสอบกันดูสักครั้งเถอะ
ความสามารถในการพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะ”