มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 315 – รสชาติของการท าลายล้าง (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 315 – รสชาติของการท าลายล้าง (1)
「คน ประ หลาด」
ก าแพงที่สี่ดูเหมือนจะรู้จักก าแพงนี้ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึง
มันสั้นๆ ในหนทางเอาชีวิตรอด เฉกเช่นก าแพงไร้นามของจาง
ฮายัง มันคือหนึ่งในก าแพงที่มีพลังอันแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ทราบ
ที่มาของต้นก าเนิด
[ก าแพงแบ่งความดีความชั่วก าลังวัดความดีและความชั่วของ
คุณ]
[ก าแพงที่สี่พ่นลมหายใจผ่านจมูก]
[ก าแพงแบ่งความดีความชั่วสับสนในการตัดสินการคงอยู่ของ
คุณ]
ก าแพงแบ่งความดีความชั่วเป็นมาตรฐานส าหรับการแบ่ง
ความดีและความชั่วร้ายในโลกนี้ พลังที่ใช้แยกแยะระหว่าง
ความดีและความชั่วร้ายในการถ่ายทอดสดดวงดาวได้
ตอบสนองต่อความสงสัยอย่างมีเหตุผลของเมทาทรอน หากส
กิลระบุชื่อของคนชั่ว กลุ่มดาวฝ่ายดีก็มีสิทธิ์ที่จะออกเสียงใน
การตัดสินใจ และผลลัพธ์ก็จะสะท้อนออกมาในทันที่ เวลา
พิพากษาของจางฮีวอนก็คือพลังที่แบ่งปันความเป็นไปได้มา
จากก าแพงนี้
[ท าไมเจ้าถึงสับสน? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหนิที่เจ้าได้เห็นเจ้าของ
ก าแพง]
“ฉันไม่รู้ว่านายจะเอามันออกมากะทันหันแบบนี้ งั้นนายก าลัง
จะพยายามนิยามฉันว่าเป็นคน ‘ชั่ว’ งั้นเหรอ? ฉันรู้ว่าการ
ตัดสินได้ถูกเพิกถอนไปในอดีต”
[ข้าไม่ได้คิดแบบนั้น อย่างที่เจ้าพูด เจ้ามีประโยชน์]
ผมไม่รู้ความคิดที่แน่นอนของเมทาทรอน สิ่งเดียวที่แน่นอนก็
คือเขาตั้งใจที่จะใช้ผมเพื่อเตรียมพร้อมส าหรับการท าลายล้าง
ในอนาคตของเอเด็น
[ก าแพงที่ ■■ ทั้งหมดจะถูกเขียนไว้ เจ้าได้อ่านเกี่ยวกับการ
ท าลายล้างของเอเด็นที่นั่นแล้วใช่ไหม?]
ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมทาทรอนในเวลานี้ดูเหมือนจะ
แตกต่างจากเมทาทรอนที่ผมรู้จัก เขารู้จักการคงอยู่ของหนทาง
เอาชีวิตรอด นอกจากนี้เขายังเรียกก าแพงว่า ‘ก าแพงสุดท้าย’
ในเวลาที่ผมก าลังจะตอบ ก าแพงที่สี่ก็ขัดจังหวะ
「คิม ทกจา อย่า พูดอะไร ไร้ สา ระ」
ผมปิดปาก เมทาทรอนกล่าว [ก าแพงดูเหมือนจะท าให้เจ้า
เงียบ ตามที่คาดไว้จากชิ้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งก าแพงสุดท้าย]
“นายรู้ว่าก าแพงสุดท้ายคืออะไรเหรอ?”
เมทาทรอนท าสีหน้าแปลกๆ กับค าถามของผม
[เจ้าก าลังถามเพราะเจ้าสงสัยหรือเจ้ามีจุดประสงค์อื่นกันแน่?]
ผมจ้องเข้าไปในดวงตาของเมทาทรอนโดยไม่พูดอะไร เมทา
ทรอนยิ้มเบาๆ […โอเค งั้นปิดช่องก่อน พวกเขาควรจะได้เห็น
ความอุดมสมบูรณ์แห่งเอเด็น]
อึดใจต่อมา ข้อความก็ระเบิดออกมาจากท้องฟ้า
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังเกาหัวของเขา]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังเปล่งแสงออกมา
จากเล็บของเขา]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ประทับใจในทัศนียภาพ
แห่งสวรรค์]
[กลุ่มดาวบางส่วนพอใจกับการทัวร์เอเด็น!]
[คุณได้รับการสนับสนุน 50,000 เหรียญ]
เฉกเช่นโลกใต้พิภพ มันมีกลุ่มดาวจ านวนมากสงสัยเกี่ยวกับเอ
เด็น บียูได้ส่งเสียงออกมาและปิดช่อง
เมทาทรอนแตะกองหนังสือหนาและเริ่มพูด [โลกใบสุดท้ายคือ
ก าแพงที่ประกอบกันเป็นแก่นแท้ของโลกใบนี้ มันคงอยู่มานาน
และแหลกสลายไป น าพาไปสู่ก าแพงที่แหลกสลาย]
เมทาทรอนสัมผัสกับหนังสือเล่มหนึ่งที่เก่ามากจนเหมือนกับว่า
มันจะสลายหายไปได้ด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว
[ก าแพงแบ่งความดีความชั่วเป็นส่วนหนึ่งของก าแพงนี้]
“ก าแพงพวกนี้มีกันเท่าไร?”
[ข้าไม่รู้แน่ชัด ข้าไม่ได้ยินมันมาจาก ‘เขา’ เพียงแต่…]
ผมสงสัยว่า ‘เขา’ ที่เมทาทรอนพูดถึงนั้นหมายถึงใคร ในความ
เป็นจริง มันเป็นความคิดโง่ๆ มีเพียงคนๆ เดียวที่สามารถถูก
เรียกว่า ‘เขา’ ได้ในเอเด็น
เมทาทรอนพูดต่อ [ทุกๆ ก าแพงมีความหมาย บางก าแพงได้
แยกแยะระหว่างความดีและความชั่ว บางก าแพงก็สามารถ
ควบคุมการสื่อสารได้ และบางก าแพงก็สามารถเปลี่ยนแปลง
อนาคตของโลกที่ก าหนดได้]
เมทาทรอนจ้องมาที่ผมและพูดด้วยน้ าเสียงจริงจัง [ข้าคิดว่า
เจ้าคือกุญแจในการเปลี่ยน ‘เซ็ท’ การท าลายล้าง]
ความคาดหวังของเมทาทรอนส าหรับตัวผมชัดเจนมากจนมัน
เป็นภาระอยู่บ้าง ผมจงใจพูดด้วยความมั่นใจ “อาลักษณ์ นาย
ต้องสร้าง ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’”
[…ใช่]
“ตอนนี้ฉันเป็นแค่ผู้มาใหม่ที่อยู่ในช่วง ‘การสืบทอด’ เท่านั้น
นายคิดว่าฉันจะท าแบบนั้นได้เหรอ?”
[ไม่มีใครรู้ว่าในตอนท้ายเรื่องราวไหนจะถูกเลือก]
เมทาทรอนหันไปมองที่หน้าต่าง ดวงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาในเอ
เด็นเปล่งประกายบนใบหน้าของเมทาทรอน บางส่วนได้ถูกปก
คลุมอยู่ในความมืดในร่ม ในขณะที่บางส่วนส่องสว่างขึ้นอย่าง
ผิดปกติ ภายในแสงสว่างที่ไม่เท่าเทียมกัน ใบหน้าของเมทา
ทรอนดูบิดเบี้ยวแปลกๆ
[พวกเราสามารถเลือกได้เฉพาะวิธีการบูชาอย่างระมัดระวัง
จากหมวดหมู่ที่พวกเราสามารถเข้าใจได้]
บางทีนี่อาจเป็นเรื่องราวที่เมทาทรอนคิด ผมมองไปยังเมทา
ทรอนอย่างเงียบๆ และอ้าปากออกมา มันถึงเวลาเข้าประเด็น
ส าคัญแล้ว”มันไม่ส าคัญว่านายจะใช้อะไรฉัน แต่ฉันมีเงื่อนไข
ข้อเดียว”
[เจ้ามาที่นี่เพื่อช่วยอวตารยูซานอา]
ไม่ว่ายังไง มันก็เป็นการดีที่เรื่องราวรวดเร็วแบบนี้ เมทาทรอน
ดูเหมือนจะเข้าใจรายละเอียดของยูซานอาแล้วผ่านการ
ออกอากาศ
[กระแสของการหมดสติคือโรคที่อันตรายมาก และการใช้ความ
เป็นไปได้ก็เสี่ยงที่จะท าให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ พวกมันจะ
ถูกกวาดออกไปโดยกระแสอันเชี่ยวกราดของเรื่องราวที่ก าลัง
ไหลออกมา]
“มันไม่มีทางออกเหรอ?”
[มี หากเจ้าเชื่อและฝึกฝนวจนะเหมือนอย่างทูตสวรรค์คนอื่นใน
สวนแห่งนี้…]
“หมายความว่าฉันต้องเข้าร่วมเอเด็นสินะ นั่นเป็นไปไม่ได้”
[ส าหรับตอนนี้ มันเป็นการดีที่สุดที่จะเสริมสร้างร่างกายให้ถึง
ขีดจ ากัดเพื่อบรรเทาโรค ขอแนะน าให้เจ้าไปหาไอเท็มเพื่อท า
แบบนี้ มันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่เหมือนกับยามหาย้อนคืนที่ท าขึ้น
โดยชาวบู๊ลิ้ม มันควรจะเป็นผลไม้ดาราหรือของเหลวดวงดาวที่
บรรจุไว้ซึ่งปาฏิหาริย์ของมหาเรื่องราวอยู่]
ผลไม้ดาราหรือของเหลวดวงดาว…
เมทาทรอนอ่านสีหน้าของผมและยิ้ม
[เอเด็นมีบางส่วนที่เหลืออยู่ แต่มันไม่อาจใช้เพื่อจุดประสงค์
ของเจ้าได้ ผลไม้ดาราของเอเด็นนั้นพิเศษอยู่เล็กน้อย]
ผมรู้อยู่แล้ว มันไม่มีใครในโลกที่ไม่รู้จักตัวตนของผลไม้ดารา
ของเอเด็น “…งั้นมันก็ไม่มีทางสินะ”
ผมรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ส าหรับเอเด็น แต่
ผมก็เดาว่าผมคิดมากเกินไป จากนั้นเมทาทรอนก็เสริม [ข้า
หมายความว่ามันไม่มีทางในเอเด็น]
ประตูส านักงานเปิดออก ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างใน และพัง
กองหนังสือสูง ผมมองไปยังร่างที่ปกคลุมด้วยแสงเจิดจ้าและ
กระตุ้นสถานะของผมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
[นานแล้วสินะ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]
***
จางฮีวอนเที่ยวผ่านเอเด็น เหล่าเทวทูตส่วนใหญ่เป็นมิตร และ
บางส่วนก็ถามค าถามเธอ ส่วนใหญ่ก็เป็นค าถามเกี่ยวกับคิมทก
จาและยูจงฮยอค แต่เธอก็คิดว่ามันเป็นธรรมดา ในปัจจุบันทั้ง
สองคนเป็นคนที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดบนคาบสมุทรเกาหลี
กลับกัน ถ้าจะมีอะไรที่รบกวนเธอ มันก็เป็นผู้สนับสนุนของเธอ
ที่เหม่อลอยไปอย่างต่อเนื่อง
“อูรีเอล”
[อ่า ฮีวอน]
“ฉันเข้าใจ”
[อ่า ฮีวอน]
“เธอไม่ได้ฟังฉันอยู่เลยใช่ไหม?”
[อ่า ฮีวอน… อ๊า?]
อูรีเอลที่ก าลังประหลาดใจเหลือบมองระหว่างลิสต์อันดับที่สลัก
อยู่บนแผ่นหินที่จางฮีวอนก าลังถืออยู่และวัง
[อ-เอ่อ… อ่า ใช่แล้ว ข้าก าลังจะอธิบายล าดับของเทวทูต
ดังนั้นอันดับของพวกเราคือ…]
“ถ้าเธอกังวลนัก งั้นท าไมเธอไม่ไปดูด้วยตัวเอง?”
จางฮีวอนพูดถึงการไปยังส านักงานในวัง และอูรีเอลก็หน้าซีด
[ร… เรื่องนั้น ไม่สิ ฉันควรจะแยกแยะระหว่างงานและเรื่อง
ส่วนตัว…]
“เธอค่อยอธิบายฉันเรื่องเอเด็นในภายหลังก็ได้ เขาคงจะดีใจที่
เธอไปเจอเขา”
จางฮีวอนเห็นอูรีเอลตื่นตระหนกขึ้นมาและหัวเราะ มันเป็น
ผู้สนับสนุนที่เธอไม่อาจเกลียดได้ อูรีเอลแตะต่างหูไม้กางเขน
ของเธอและเม้มปากก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น […ข้าไปหาคิมทกจา
ได้เหรอ?]
“แน่นอน”
สีหน้าของอูรีเอลสว่างขึ้นเมื่อได้รับค าอนุญาตของจางฮีวอน
จากนั้นครู่ต่อมา อูรีเอลก็คิดถึงบางสิ่ง และดวงตาของเธอก็บูด
บึ้งขึ้นมา
[ไม่ ข้าท าไม่ได้]
“ท าไม?”
[เรื่องนั้น…]
อูรีเอลกลอกตาของเธอและบิดนิ้วมือ เธอน่ารักมากจนจางฮี
วอนหัวเราะออกมา ผู้สนับสนุนของเธอเป็นเหมือนกับพี่สาว
จางฮีวอนเหลือบมองสีหน้าเศร้าๆ ของอูรีเอลและถาม “ถ้าเธอ
ชอบคิมทกจามากขนาดนั้น เธอก็ควรไปเจอเขา เธอลังเลอะไร
อยู่?”
อูรีเอลหน้าขึ้นสีกับค าถาม เธอท าท่าทางติดๆ ขัดๆ และก้มหัว
ของเธอลงพร้อมกับถอนหายใจ
[ข้าอาย]
“ท าไมเธอถึงอาย? เธอส่งข้อความหาเขาอยู่บ่อยๆ หนิ”
[จดหมายมันต่างจากการพูดคุยตรงๆ]
“เธอเคยเจอเขามาแล้วหนิ? ที่งานเลี้ยงหรืออะไรสักอย่างนี่
แหละ”
[ตอนนั้นมันเป็นแค่ร่างอวตาร ในตอนนี้ไม่เหมือนกัน มัน
เหมือนกับการพบกับอวตารในเกมออนไลน์แบบตัวเป็นๆ]
มันเป็นการเปรียบเทียบที่เหมาะส าหรับกลุ่มดาว
[ข้าไม่ได้หมายความว่าเวลาที่ใช้ไปกับเจ้าเหมือนอย่างเกมนะ!
ข้าหมายถึง ในแง่ที่เป็นรูปเป็นร่าง…]
จางฮีวอนยิ้มให้กับอูรีเอลที่ก าลังดิ้นรน บางทีนี่อาจจะเป็น
ความแตกต่างระหว่างผู้สนับสนุนของเธอและกลุ่มดาวอื่น นี่
อาจเป็นเหตุผลว่าท าไมคิมทกจาถึงไม่ได้ตื่นตัวต่ออูรีเอลเลย
จางฮีวอนก าลังจะตอบ แต่ริมฝีปากของเธอก็แข็งที่อขึ้นมา
ความรู้สึกไม่ดีไหลลงมาที่กระดูกสันหลังของเธอ ในระยะไกล
มันมีบางคนก าลังเลี้ยวไปยังทางเดินในวังและมุ่งหน้าไปยังห้อง
ของอาลักษ์ มันเป็นทิศทางที่คิมทกจาอยู่ มันเป็น ‘สถานะ’ ที่
สูงส่งมาก และจางฮีวอนก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อเธอเห็น
คนๆ นั้น
“อูรีเอล! กลุ่มดาวนั่น…!”
จางฮีวอนรู้จักตัวตนนี้ มันไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้ มันเป็นเพราะ
เขาคือคนที่ท าให้การคัดเลือกราชาปีศาจครั้งล่าสุดเป็นเหมือน
ดั่งฝันร้าย เธอหันหน้าไปและเห็นอูรีเอลก าลังจ้องมาที่เธอด้วย
สีหน้าแข็งค้าง
“ฉันอยากไปดู”
อูรีเอลพยักหน้า
***
เสียงของรถไฟขบวนใหญ่ทิ้งร่องรอยไว้เต็มหูของผม มันรู้สึก
เหมือนกับความทรงจ าที่ได้เผชิญหน้ากับพวกมันได้ถูกฟื้นฟู
ขึ้นมา นี่คือกลุ่มดาว และกลุ่มดาวก็ไม่อาจโจมตีผมได้ ถึง
กระนั้น สัญชาตญาณของผมก็จดจ ามันได้ และสถานะของผม
ก็มีปฏิกิริยาอย่างรุนแรง
มันมีเสียงอันยิ่งใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงแสงอาทิตย์ดังออกมา [เจ้า
ไม่สุภาพอย่างที่ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นเลย เจ้ายังนึกถึงเรื่องราวที่
ผ่านมาอยู่อีกเหรอ?]
“ฉันคงจะถูกตีหัวในการถ่ายทอดสดดวงดาวได้ถ้าฉันจ ามัน
ไม่ได้”
[เจ้าอาจจะเป็นกลุ่มดาว แต่เจ้าก็ไม่อาจหลบหนีจากความคิด
ของมนุษย์ได้ กลุ่มดาวไม่อาจจมอยู่กับประวัติศาสตร์ที่น่า
ร าคาญแบบนั้นได้]
แขนทั้งสี่แนบติดกับร่างกาย ดวงตาที่สามมองลงมาที่ผมเบาๆ
การต่อสู้อันน่าอนาถในช่วงการคัดเลือกราชาปีศาจยังท าให้ผม
รู้สึกหนาวสั่นอยู่
[สุริยะ การล่าปีศาจไปได้สวยไหม?]
เมทาทรอนพูด และสุริยะก็เดินผ่านผมไปเหมือนกับว่าเขาไม่
สนใจ หัวของแกรนด์ดยุคปีศาจถูกแขวนไว้ที่เอวของสุริยะ
สุริยะดึงศีรษะเหล่านั้นออกมาและวางพวกมันลงบนโต๊ะของเม
ทาทรอน
เมทาทรอนตรวจสอบสถานะของหัวและกล่าวว่า [รางวัลจะถูก
ส่งผ่านเนบิวลา]
บางทีสุริยะอาจจะได้รับสถานการณ์ย่อยผ่านเอเด็น เฉกเช่นมิ
คาเอลและอูรีเอล มหาเทพแห่งแสงก็เป็นฝันร้ายส าหรับเหล่า
ปีศาจ
[ไม่ ข้าต้องการตอนนี้ ช่วงนี้ข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเนบิวลา
ของข้าเท่าไร]
สุริยะเหลือบมองผมในขณะที่เขาพูด เมทาทรอนตอบ [มาที่เอ
เด็น…]
[หยุดพูดเล่นเรื่องนั้นได้แล้ว เรื่องนี้จบลงแล้ว ข้าไปล่ะ]
สุริยะมุ่งหน้าไปยังทางออกของห้องพร้อมกับค าพูดนี้ เมทา
ทรอนจ้องไปยังแผ่นหลังของสุริยะด้วยรอยยิ้มบางๆ ผมผงะไป
ผมรู้สึกประหม่า แต่เขาก็ไม่ได้มาที่นี่เพราะผม จากนั้นเสียง
ฝีเท้าของสุริยะก็หยุดลงตรงหน้าประตู
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ข้าได้ยินว่าหนึ่งในเพื่อนร่วมงาน
ของเจ้ามีอาการป่วยที่พิเศษ] สุริยะพูดโดยไม่หันกลับมามอง
[ถ้าเจ้าต้องการ ข้าสามารถช่วยได้]
ในเวลานั้นเอง ข้อมูลจากหนทางเอาชีวิตรอดก็โผล่ขึ้นมาในหัว
ของผมอย่างรวดเร็ว
「สุริยะคือหนึ่งในแปดโลกบาลแห่งพระเวท」
「เขาและโลกบาลคือต้นก าเนิดของของเหลวดวงดาวแห่ง
พระเวท โสม」
ของเหลวดวงดาว โสม งั้นมันก็มีแนวโน้มว่าเขาจะสามารถ
แก้ไขสภาพของยูซานอาได้ ผมมองไปยังเมทาทรอน เขายิ้ม
เบาๆ ให้กับผมด้วยท่าทางที่สุภาพ
อาลักษณ์ผู้นี้รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสุริยะจะมาที่นี่ แต่มันก็ยัง
เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าอุบายผู้นี้จะหยุดยั้งการท าลายล้างของเอ
เด็น… ผมรู้ว่าโชคชะตาของการถ่ายทอดสดดวงดาวนั้นรุนแรง
ผมถามโดยไม่มองไปยังสุริยะ “นายต้องการอะไร?”
โสมคือน้ าที่มีเพียงเทพเจ้าในพระเวทเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีได้
เขาคงจะไม่มอบของแบบนั้นให้กับผมง่ายๆ มหาเทพแห่งแสง
หันหน้ามาอย่างช้าต รอยยิ้มเหมือนกับปีศาจอยู่บนใบหน้าของ สุริยะ
[ข้าต้องการให้โอลิมปัสย่อยยับ]