มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 34 – การป้องกันฉุกเฉิน (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 34 – การป้องกันฉุกเฉิน (3)
ผมไม่สามารถฆ่ากงพิลดูได้เพราะเขามีประโยชน์ต่อ
สถานการณ์ในอนาคต แต่ผมก็จ าเป็นต้องให้กงพิลดูออก
จากดินแดนของเขา
นี่คือภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดังนั้นผมจึงต้องตั้งใจ
กับมัน ยกตัวอย่างเช่นถ้าเขาอยู่ใน ‘พื้นที่ส่วนบุคคล’ งั้น
ผมก็ต้องท าลายมันทิ้ง
“เอ่อ… ข-เขาแพ้แล้ว”
“ไอ้ลูกหมานี่…”
อย่างไรก็ตาม การใช้วิธีนี้ก็จ าเป็นต้องใช้แรงเยอะ พลังที่
ท่วมท้นที่สามารถท าลายพื้นที่ส่วนบุคคลขนาดใหญ่ได้
ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเร่งการ
พัฒนาลีฮุนซึง
“อ๊ากก…!”
คนที่ตกลงไปยังชั้น B3 ส่งเสียงครวญครางออกมาด้วย
ความเจ็บปวด
แผนการส าเร็จ
เขตสีเขียวหายไปแล้ว และแลนลอร์ดก็สูญเสีย ‘ห้อง’
ของพวกเขาไป ใบหน้าของกงพิลดูถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น
และก าลังมองมาทางนี้ ในขณะที่เขาก าลังจะอ้าปาก เสียง
ของบีฮยองก็ดังเข้ามาในหูของพวกเขา
[พวกเจ้าก าลังท าอะไรกันอยู่? ว๊าก!]
‘เงียบ’
[ไอ้พวกบ้า! เหล่าโดเกบิแห่งชุงมูโรก าลังสติแตกเพราะ
พวกแก!]
ผมปวดหัวจากข้อความของกลุ่มดาวที่ดังขึ้นในหัวของผม
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ชอบความเสี่ยงของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ชอบการปฏิวัติของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ชอบการท าลาย
และความโกลาหล]
[คุณได้รับการสนับสนุน 300 เหรียญ]
“ก-แก ไอ้สารเลว!”
“ฆ่าพวกมันซะ!”
สมาชิกพันธมิตรตะโกนใส่พวกเรา ผมเริ่มวิ่งลงไปยังชาน
ชาลาพร้อมกับลีฮุนซึง
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
+
[ลิสต์ตัวละคร]
ชื่อ: ลีฮุนซึง
แอตทริบิวต์: ผู้พลิกฟื้นความยุติธรรม (หายาก)
อักขระ: ทุบขุนเขา LV.1, ผลักขุนเขา LV.2
สกิลเฉพาะตัว: ทักษะดาบปลายปืน LV.2, อ าพราง LV.2,
ความอดทน LV.1, สัมผัสแห่งความยุติธรรม LV.2, การ
ฝึกฝนอาวุธ LV.3
+
วิวัฒนาการของลีฮุนซึงประสบความส าเร็จ พูดตามตรง
มันเป็นแค่การเริ่มต้น แต่ความจริงแล้วการที่ลีฮุนซึง
สามารถใช้ทุบขุนเขาได้จะเป็นการเสริมพลังให้กับปาร์ตี้
อย่างรวดเร็ว
“ฮุนซึง นายใช้มันได้อีกกี่ครั้ง?”
“…น่าจะครั้งสองครั้ง”
ลีฮุนซึงอ้าปากหายใจและเห็นได้ชัดว่าหมดแรงไปเยอะ
มันเป็นธรรมดา อักขระทุบขุนเขาเป็นสกิลสุดยอดที่ใช้
STA และพลังเวทมนตร์จ านวนมหาศาล ในบรรดาสกิล
ประเภทเสริมพลังทางกายภาพ มันมีไม่กี่สกิลที่เหนือกว่า
ผลักขุนเขาซึ่งเกิดจากพลังงานทางกายภาพอันบริสุทธิ์
กลุ่มคนกระจัดกระจายออกไปทั่วสถานที่ดูราวกับก าลัง
วิ่งมาทางนี้ ผมถามยูซานอาที่ก าลังวิ่งมาตรงหน้า
“มีที่ไหนที่เธอไม่สามารถท าลายได้ไหม?”
“ฉันท าลายไปทั้งคู่!”
“ฉันไม่ได้ตระหนักว่าห้องจะพังแบบนี้ พวกเรากระแทก
ลงบนพื้นอย่างรุนแรง และมันก็ถูกทุบ…”
จางฮีวอนตามมา
ยูซานอา จางฮีวอน และลีกิลยังได้เอาเขตสีเขียวอันเล็กๆ
ออกมา เขตสีเขียวส่วนใหญ่รองรับคนได้สามคนหรือ
น้อยกว่านั้น นอกเหนือไปจากเขตสีเขียวของกงพิลดู มัน
มีบางอันที่มีขนาดไม่ชัดเจน แต่มันก็มีคนที่ถือครองพวก
มันกระจายกันไป
[เฮ้! เจ้าไม่ได้ยินข้าเหรอ? เจ้าก าลังท าอะไรอยู่?]
อีกด้านหนึ่ง บีฮยองยังคงตะโกนผ่าน ‘การสื่อสารโดเกบิ’
‘แกกังวลอะไร?’
[เจ้าลืมไปแล้วเหรอ? ข้าไม่ได้มีแค่ช่องเดียวในชุงมูโร เจ้า
ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้าท าแบบนี้?]
แน่นอนว่าผมรู้ บางทีกลุ่มดาวในช่องที่มีกงพิลดูอาจจะ
คลั่งไปแล้วตอนนี้
‘กงพิลดูอยู่ในช่องไหนกัน?’
[…ช่องของบีรยู BIR-3642]
‘บีรยูเป็นหนึ่งในคนที่มาในตอนที่แกก าลังยุ่งอยู่ใช่ไหม?’
[ใช่แล้ว ไอ้บ้านั่นแหละ]
‘การก าหนดค่าสมาชิกของเขาเป็นยังไง?’
[มันเป็นช่องที่ชูเรื่องส าหรับกลุ่ม ‘ผู้ค้นหาความสนุก’]
เหล่าโดเกบิที่มีจุดประสงค์หลักเป็นการค้นหาความสนุก
นั่นเป็นสาเหตุว่าท าไมการออกอากาศของพวกเขาจึง
รุนแรงและยิ่งใหญ่ งั้นการตอบสนองภายในช่องก็คงจะ
ร้อนแรงมากกว่าที่คาดไว้ ทุกคนคงจะกินมันเทศกันอย่าง
เต็มที่
ผมมุ่งหน้าลงไปยังบันไดทางเดินที่เปลี่ยนไปยังสายสี่และ
เห็นใบหน้าต้อนรับ ใบมีดขยับผ่านอากาศ
“นายท าลายพวกมันเหรอ?”
“ใช่ มันง่ายมาก”
บทบาทของลีจีฮเยนั้นคือการก าจัดเขตสีเขียวที่มีคน 5-8
คน มันเป็นงานที่จางฮีวอนยากที่จะท าได้เพียงล าพัง อันที่
จริง เธอเป็นศิษย์ของยูจงฮยอคและเป็นอวตารของวีรบุรุษ
ผู้รอบรู้ ในตอนนี้มันเหลือเขตสีเขียวอยู่ภายในชุงมูโรไม่
มากแล้ว
“แล้วไงต่อ? ไอ้พวกบ้านี่ก าลังวิ่งมาอย่างบ้าคลั่ง อ่า พวก
มันอยู่นั่น”
ใบหน้าของลีจีฮเยบิดเบี้ยวเมื่อเธอมองไปข้างหลังของผม
“คราวนี้ฉันจะไม่ช่วยนายแล้ว”
“ฉันไม่ต้องการมัน”
จางฮีวอนท าหน้าบึ้งเมื่อเธอดูลีจีฮเยก าลังถอย
“จะเอายังไงกับเธอ?”
เมื่อมาคิดดู จางฮีวอนนั้นไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับลีจีฮเย แต่มันก็
ไม่มีเวลามาบอกเธอ
[ฮ่าฮ่า… เจ้าซวยแล้ว]
ข้อความดังออกมาพร้อมกับค าพูดของบีฮยอง
[สถานการณ์ล่ารางวัลบังเกิดขึ้น!]
+
[สถานการณ์ล่ารางวัล – ว่าจ้างลอบสังหาร]
หมวดหมู่: ย่อย
ความยาก: C
เงื่อนไขการเคลียร์: กลุ่มดาวของช่อง #BIR-3642 ได้ส่ง
ค าขอให้ฆ่าคนๆ หนึ่ง โปรดสังหาร ‘คิมทกจา’ แห่ง
สถานีชุงมูโร
จ ากัดเวลา: 10 นาที่
สิ่งตอบแทน: 2,000 เหรียญ
ความล้มเหลว: ไม่มี
+
ผมคิดว่าสถานการณ์นี้คงจะเกิดขึ้น มันก าลังจะสนุกมาก
ในตอนนี้อวตารทุกคนในพื้นที่จะมารวมตัวกันที่ชาน
ชาลาสายสามเพื่อจับผม จางฮีวอนถามอยู่ด้านข้าง
“ฉันจะได้เงิน 2,000 เหรียญถ้าฉันฆ่าทกจาตอนนี้เหรอ?”
“ท าไม เธอจะฆ่าฉันเหรอ?”
“ใช่ บางทีนะ ถ้านายเอาเงินให้ฉัน 200,000 เหรียญ ฉัน
อาจจะท าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ได้”
สาวน้อยคนนี้รู้ไหมว่า 200,000 เหรียญมีค่ามากแค่ไหน?
“ทกจา มาข้างหลังฉัน”
ลีฮุนซึงก้าวออกมาข้างหน้าของผม จางฮีวอนยังอยู่ข้างๆ
ผม ในขณะที่ยูซานอาและลีกิลยังได้ขยับมาขวางทางไว้
มันเป็นการป้องกันที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวของผม จางฮีวอน
ยิ้ม
“ตอนนี้ฉันก็สามารถใช้หนี้คืนได้แล้ว”
“ทกจา พวกเราจะพยายามป้องกันมันเอง”
มันมีผู้คนที่แสดงความเป็นศัตรูปรากฏตัวขึ้นรอบๆ ตัว
พวกเรา เจ้าของที่ดินที่โกรธแค้นและผู้เช่าที่ตาบอดจาก
เควสล่ารางวัล ผมมองไปยังลีกิลยังที่ก าลังถืออาวุธไว้และ
อ้าปาก
“อย่ากระวนกระวายไป”
ผมลูบไหล่ของลีกิลยังเบาๆ และเดินไปยังรางรถไฟ
“พวกเราไม่ต้องต่อสู้กับพวกเขา”
มันแค่ไม่กี่รอบ ผมได้อ่านเกี่ยวกับฉากดังกล่าวมา ผมไม่
มีเวลาตรวจสอบว่ามันเป็นการถดถอยรอบไหน แต่ยูจงฮ
ยอคได้ท าลายเขตสีเขียวในทันทีที่เขามาถึงชุงมูโร
ถึงกระนั้นมันก็ยังเหมือนกับสถานการณ์ปัจจุบัน
[เขตสีเขียวทั้งหมดในพื้นที่นี้ถูกท าลาย และสถานการณ์
หลักได้พังทลายลง]
[ความยากจะถูกปรับโดยอัตโนมัติตามตารางเวลาที่
เหลืออยู่ของสถานการณ์]
[เนื้อหาของสถานการณ์ได้รับการอัพเดต!]
+
[สถานการณ์หลัก #3 – การป้องกันเหตุฉุกเฉิน]
ประเภท: หลัก
ความยาก: B-
เงื่อนไขการเคลียร์: เขตสีเขียวทั้งหมดในพื้นที่ถูกท าลาย
และมอนสเตอร์ที่ก าลังจะถูกสร้างขึ้นในวันที่เหลือได้วิ่ง
ออกมาอย่างบ้าคลั่งในทันใด เอาตัวรอดจากคลื่นของมอน
สเตอร์ในเวลาที่เหลือ
ระยะเวลา: 8 ชั่วโมง
สิ่งตอบแทน: 1,000 เหรียญ
ความล้มเหลว: –
+
เดิมที่ มันเหลือเวลาอีก 3 วันในสถานการณ์
ในตอนนี้มอนสเตอร์ที่ควรจะถูกสร้างขึ้นในเวลาที่เหลือ
ของสถานการณ์ได้ปะทุออกมาทั้งหมดในครั้งเดียว กล่าว
อีกนัยหนึ่ง มันง่ายมาก
[การป้องกันเหตุฉุกเฉินได้เริ่มต้นขึ้น!]
เกมป้องกันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
“อ-อะไรน่ะ?”
ผู้คนที่ก าลังเข้ามาหาผมเริ่มกรีดร้องออกมา เสียงร้องของ
มอนสเตอร์ดังออกมาจากข้างนอกประตู งานฉลองของ
เหล่ามอนสเตอร์เคลื่อนไหวราวกับคลื่นแห่งความโกรธ
“บ้าเอ้ย! นี่มันบ้าอะไรเนีย?”
ชานชาลาสายสามวุ่นวายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของ
ผู้คนเริ่มไม่แน่นอนในขณะที่พวกเขาเฝ้ามองเหล่ามอน
สเตอร์ที่ก าลังจะออกมาจากทุกฝั่ง สถานการณ์ล่าค่าหัว
ถูกลืมไปอย่างสิ้นเชิง
กี๊ซซซ!
โกลล์หลายตัววิ่งออกมาและกัดสมาชิกพันธมิตรบางส่วน
คนที่หัวเสียพากันตะโกนออกมา
ในตอนนี้มันเป็นโอกาสเดียวแล้ว ผมตะโกนไปยังปาร์ตี้
“ไปที่เส้นทางเปลี่ยนสาย!”
ผมเริ่มกระโดดขึ้นบันไดขนส่งไปกับสหาย เมื่อเวลาที่
พวกเรามาถึงชั้นบนสุด ผู้คนก็เข้ามาขวางทางไว้
“อะไรกัน? ออกไปให้พ้นทาง!”
“พวกนายอยากตกลงไปงั้นเหรอ?”
ผมเตะพวกมันบางคนและชักดาบออกมา ผู้คนต่างพากัน
ประหลาดใจกับใบมีดพลังงานดาราบริสุทธิ์และถอย
กลับไป
“พวกนายยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกเหรอ”
“อ-อะไร?”
“แม้ว่าพวกนายจะขึ้นมา พวกนายก็ไม่สามารถเอาชีวิต
รอดได้”
มีความรู้สึกสิ้นหวังอยู่ในสีหน้าของผู้คน มันไม่มีห้องอีก
แล้ว ในตอนนี้มันไม่มีเขตปลอดภัยจากเหล่ามอนสเตอร์
ในชุงมูโรอีกแล้ว
“พวกเราควรท ายังไง?”
“จะอะไรอีกล่ะ? สู้สิ”
“อย่าพูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นนะ! ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนาย!
ถ้านายไม่ท าลายห้องของพวกเรา…!”
ผมเรียกใช้ใบมีดแห่งศรัทธาและใช้มันกับบันได
โครมมม!
“อ๊ากกก!”
ศูนย์กลางของบันไดตกลงพร้อมกับเสียงดังกึกก้อง พร้อม
ด้วยผู้คน มันโหดร้าย แต่ก็จ าเป็น
“บ้าเอ้ย! รีบหาบันไดอื่นเร็ว! เร็วเข้า!”
อืม ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น
ลีฮุนซึงได้วิ่งออกไปแล้ว ผมทุบบันไดขนส่งที่พวกเรา
ขึ้นมาและเหลือบันไดอีกแค่อันเดียว ต่อจากนั้น เสียงของ
การโต้เถียงและบางสิ่งที่พังทลายก็ดังออกมาจากอีกด้าน
“เชี่ย! ว๊าก!”
เสียงร้องของผู้คนที่ติดอยู่บนชานชาลาสายสามดังออกมา
ลีจีฮเยเดินเข้ามาหาผมและถาม
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายบอกฉัน ถ้านายทิ้งมันไว้แบบนี้…”
“ฉันรู้”
ผมมองไปยังชั้นล่างที่เริ่มโกลาหลขึ้นมา ถ้าผมทิ้งมันไว้
แบบนี้ พวกเขาทุกคนคงจะถูกสังหาร ไม่ว่ามันจะมาจาก
มอนสเตอร์หรือการใช้ร่างกายของคนอื่นเป็นหินรองเท้า
ขึ้นมา
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ
[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ สามารถใช้งานได้แล้ว]
[บุ๊คมาร์คตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
[ช่องบุ๊คมาร์คที่สามารถใช้ได้: 3]
[แสดงรายการบุ๊คมาร์คที่พร้อมใช้งาน]
[รายชื่อคนในช่องบุ๊คมาร์ค]
ปีศาจแห่งการล่อลวงคิม นัมอุน (ความเข้าใจ 35)
ดาบเหล็ก ลีฮุนซึง (ความเข้าใจ 65)
ผู้ปลุกปั่น ชอนอินโฮ (ความเข้าใจ 20)
ผมเปิดใช้งานบุ๊คมาร์คที่สาม
[บุ๊คมาร์คหมายเลขสามถูกเปิดใช้งาน]
[ระดับของสกิลบุ๊คมาร์คต ่า ท าให้เวลาการเปิดใช้งานสั้น
ลง]
[เวลาเปิดใช้งาน: 5 นาที]
[ความเข้าใจในตัวละครของคุณต ่า ดังนั้นเฉพาะสกิลของ
ตัวละครส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกเปิดใช้งาน]
[การปลุกระดม LV.2 ถูกเปิดใช้งาน]
ทันใดนั้นเอง มันก็รู้สึกราวกับว่าลิ้นของผมก าลังมีชีวิต
เป็นของตัวเอง นี่คือสิ่งที่ชอนอินโฮรู้สึก ผมมองลงไป
ข้างล่าง ท่ามกลางความวุ่นวาย ผมสามารถเห็นชายวัย
กลางคนๆ หนึ่งได้
“เฮ้ กงพิลดู นายจะยืนอยู่แบบนั้นไปนานแค่ไหนกัน?”
กงพิลดูจ้องมาที่ผม
“ไอ้ลูกหมานี่…!”
“น่าจะไม่เคลื่อนไหวเพื่อเอาชีวิตรอดเหรอ? ถ้านาย
เคลื่อนไหว ทุกๆ คนก็จะรอด”
พลังของการปลุกระดมได้แทรกซึมเข้าไปในหูของผู้คนที่
ก าลังหวาดกลัวทุกคน
“พ-พี่พิลดู!”
“พ-พี่พิลดู โปรดช่วยพวกเราด้วย!”
สีหน้าของกงพิลดูบิดเบี้ยว ผมรู้สึกดี นี่เป็นสิ่งที่ชอนอิน
โฮรู้สึกเมื่ออยู่ ณ สถานีกึมโฮ
“สถานการณ์ที่สามไม่ได้หนักอย่างที่พวกนายคิด เมื่อทุก
คนละทิ้งห้องและร่วมมือกันป้องกัน มันก็จะมีคนพอที่จะ
จัดการกับเหล่ามอนสเตอร์”
ค าพูดของผมเป็นจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง ถ้าชุงมูโรได้รวมตัวกัน
ก่อนที่ผมจะมาถึงที่นี่ มันก็คงจะมีผู้ตกเป็นเหยื่อน้อยกว่า
มาก ถึงอย่างไรก็ตาม กับดักที่ใหญ่ที่สุดของสถานการณ์
นี้ก็คือเขตสีเขียว
“ถ้ากงพิลดูต่อสู้ร่วมกับผู้คน พวกนายก็จะรอดไปได้”
เหล่าคนที่ต่อสู้ร่วมกันจะรอดชีวิตไปได้ เหล่าคนที่วิ่งหนี
จะต้องตาย
[ผู้สนับสนุนเบื้องหลังลีจีฮเยเห็นด้วยกับสติปัญญาของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ พยักหน้า]
“ในตอนนี้มันไม่มีห้องให้พวกนายได้วิ่งหนีแล้ว ลืมไป
ซะว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่หรือผู้เช่าและจงต่อสู้
ไม่อย่างนั้น พวกนายจะตายกันหมด”
ยิ่งมีสถานการณ์เร่งด่วนมากเท่าใด ผลของการปลุกปั่นก็
ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
“บัดซบ ไอ้เชี่ยนี่…!”
“พี่พิลดู! โปรดช่วยพวกเราด้วย!”
สมาชิกพันธมิตรมารวมตัวกันรอบกงพิลดู ถ้าเขาวิ่งหนี
ไปจากที่นี่เพียงล าพัง พันธมิตรแลนลอร์ดของกงพิลดูก็
จะล่มสลาย ในที่สุดกงพิลดูก็ตัดสินใจ
“บัดซบ… ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่!”
ผู้คนที่อยู่ชั้นล่างเริ่มมารวมตัวกันรอบๆ กงพิลดู
“ฉันต้องการเวลาในการติดตั้งเขตติดอาวุธใหม่ ทุกคนยัน
ไว้ก่อน!”
กุญแจส าคัญคือเขตติดอาวุธของกงพิลดู อย่างไรก็ตาม
จุดอ่อนก็คือเขตติดอาวุธต้องใช้เวลาในการติดตั้งทุกๆ
ครั้งที่มันเคลื่อนย้าย
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว และผู้คนก็เริ่มกรีดร้องออกมาใน
ขณะที่แขนขาของพวกเขาขาดออกจากกัน
“อ๊ากกก!”
อย่างที่คาดไว้ คนแรกที่หันหลังหนีให้กับค่ายกลก็คือผู้
เช่า ไม่ใช่สมาชิกพันธมิตร
“ยูซานอา”
“อ่า ให้ฉันจัดการเอง”
ผมไม่จ าเป็นต้องอธิบาย ยูซานอาเข้าใจแล้วว่าเธอ
จ าเป็นต้องท าอะไร
ด้ายของเธอยืดออกไปและเริ่มช่วยเหลือผู้คนที่ไม่สามารถ
ต่อสู้ได้อีก ไม่ว่ายังไงก็ตาม ภารกิจของพวกเขาก็คือการ
ซื้อเวลาให้กงพิลดูติดตั้งเขตติดอาวุธ
“อ-อืม… ข-ขอบคุณนะ”
ผู้เช่าถูกแขวนขึ้นมาจากการคุกคามและดึงขึ้นมาข้างบน
ผู้เช่าที่ได้รับการช่วยเหลือตั่วสั่นในขณะที่พวกเขาถูก
ห่อหุ้มบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ ในขณะเดียวกัน บาง
คนที่มีอาวุธก็มองมาที่ผมด้วยความระมัดระวัง ผมยิ้ม
ให้กับพวกเขาและกล่าวว่า
“โอ้ นายอยากล่ารางวัลงั้นเหรอ?”
[เวลาของสถานการณ์ล่ารางวัลสิ้นสุดลงแล้ว]
[ค่าหัวของคิมทกจาถูกท าลาย]
“ขอโทษนะ สายไปแล้ว”
“ฉ-ฉันขอโทษ”
เหล่าผู้เช่าดูละอายใจในขณะที่พวกเขาเก็บอาวุธไป ผมได้
ยินเสียงของกงพิลดูค ารามออกมาจากทางด้านล่าง
“หลบไป!”
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ ใช้พื้นที่ส่วนบุคคล LV.3]
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งาน ‘เขตติดอาวุธ LV.4’]
มีเสียงเครื่องจักรดังออกมาในขณะที่ป้อมปราการห้าแห่ง
พุ่งขึ้นมาจากพื้น กระสุนเวทมนตร์สีแดงควบแน่นใน
เวลาอันสั้นและเริ่มยิง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
กี๊ซ! กี๊ซ! กี๊ซ!
หนูดินกรีดร้องออกมาในขณะที่พวกมันถูกกระหน ่ายิง
ด้วยกระสุนเวทมนตร์ในขณะที่พวกโกลล์หยุดชะงักไป
กลุ่มคนพากันตะโกนออกมา
“อย่างที่คาดไว้จากพี่พิลดู!”
“ว้าว!”
มันเป็นกงพิลดูจริงๆ ในสถานการณ์ประเภทป้องกัน มัน
ไม่มีอวตารคนไหนที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้เหนือไป
กว่านี้แล้ว
สิบอสูรไม่ใช่ชื่อที่ได้มาเล่นๆ
“ไอ้พวกระย า หายไปซะ!”
กงพิลดูผู้เร่าร้อนยิงออกไปแบบสุ่มๆ ลีฮุนซึงพูดด้วย
ความชื่นชม
“มันเป็นอักขระที่น่าเกรงขามจริงๆ มันไม่เป็นไรใช่ไหม
ถ้าต้องใช้พลังเวทมนตร์มากขนาดนั้น?”
“มันเป็นอักขระที่ดี ดังนั้นมันคงไม่เป็นไรไปสักพัก”
“พวกเราควรเข้าไปช่วยไหม…?”
“กงพิลดูเพียงคนเดียวก็พอแล้ว ถ้าพวกเราลงไป เขาจะ
วอกแวกและหยุดยิงได้”
ผู้สนับสนุนจ้าวแห่งการป้องกันที่อยู่เบื้องหลังของกงพิล
ดูเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับสถานการณ์ประเภทนี้ ตราบใด
ที่เขาสนับสนุนกงพิลดู กงพิลดูก็จะไม่ตายที่นี่ ตราบใดที่
การสนับสนุนยังคงด าเนินต่อไป
ผมนั่งลงและเหยียดขาออกมา
“พวกเราจะดูดน ้าผึ้งกันสักพัก”
“…ถึงเวลาพักแล้วเหรอ?”
ลีฮุนซึงนั่งลงข้างผม และสมาชิกปาร์ตี้ก็เริ่มผ่อนคลายลง
ทีละคน จางฮีวอนถาม
“ขอบคุณนะ ฉันยังนอนไม่พอเลย… ฉันขอนอนก่อนได้
ไหม?”
“เอาสิ”
สิบนาทีต่อมา จางฮีวอนก็นอนอยู่บนพื้นและกรน ผม
ตอบว่าได้ แต่ผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเธอจะนอนได้ง่ายขนาดนี้
“ม-ไม่ใช่ว่าพวกเราสบายไปหน่อยเหรอ?”
เสียงของยูซานอาฟังดูเป็นกังวล แน่นอนว่ามันคงจะ
สับสน จนถึงตอนนี้มันยังไม่มี ‘สถานการณ์’ ไหนเป็น
แบบนี้มาก่อน ในความเป็นจริง ทั้งหมดที่พวกเราท าก็คือ
การเอาตัวรอดจากวิกฤต
“คิดว่ามันเป็นการยืนอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง…”
“ถ้าอย่างนั้นแล้ว…”
“พวกเขาอยู่ผิดที่”
ความสับสนบนชั้นล่างแทบจะดับลงเพราะกงพิลดู
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
“ว๊ากกกก!”
เขาควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้
“บัดซบ! บัดซบบบบบบ!”
ท่ามกลางเสียงอีกทึกของขบวนมอนสเตอร์ เสียงกรีดร้อง ของกงพิลดูก็ดังก้องออกมา