มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 345 – ดีและร้าย (2)
แอสโมเดียสพูดต่อ
[สามวิธีการอยู่รอดในโลกที่ถูกท าลาย ในหมู่อวตาร มันเป็น
เรื่องราวที่รู้จักกันในนามการเปิดเผย… เจ้าเคยได้ยินไหม?]
กับค าพูดของแอสโมเดียส ฮันซูยองที่หน้าซีดก้าวออกมา
“นาย! นายมาท าบ้าอะไรที่นี่?”
แอสโมเดียสไม่สนใจฮันซูยองและศึกษาท่าทีของยูจงฮยอค
[พลังที่ไม่รู้จักก าลังหยุดจินตนาการของอวตารยูจงฮยอค]
ประกายแสงปรากฏขึ้นอีกครั้งในบริเวณใกล้เคียงกับยูจงฮยอค
อันที่จริง ค าพูดของแอสโมเดียสนั้นฟังดูเป็นแบบนี้ส าหรับยู
จงฮยอค
[เจ้าเคยได้ยินเรื่องสาม ■■ ใน ■■■■ ที่ถูก ■■■ ไหม?]
ยูจงฮยอคปวดหัวในขณะที่เขาถาม “…นายพูดอะไร?”
แอสโมเดียสถอนหายใจ [หืม เจ้ายังไม่ได้รับอนุญาต…]
“นายก าลังพูดเรื่องอะไร?”
[อืม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้าอย่างนั้น… ตามสถานการณ์
ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นก็ยังหลับอยู่]
แอสโมเดียสยิ้มและมองไปที่โรงงาน
[น่าเสียดาย ข้าต้องกลับวันนี้ โปรดบอกสิ่งนี้กับราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น เพราะสิ่งที่เขาได้ท าลงไป ความสมดุลของความดี
และความชั่วจึงถูกเขย่า พวกหมาจิ้งจอกจะปรากฏตัวขึ้นเพื่อ
ฉวยโอกาสจากความไม่สมดุลนั้น]
“เดี๋ยว!”
ยูจงฮยอคกุมขมับของเขาและเรียกแอสโมเดียสที่หันออกไป
เขาตอบโดยไม่หันกลับมา [ผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอค เจ้าต้องการรู้
ความจริงของโลกใบนี้ไหม?]
“…ความจริง?”
[ถ้าเจ้าอยากรู้ งั้นก็มาหาผู้แสวงหาจุดจบ]
ด้วยค าพูดเหล่านี้ ร่างของแอสโมเดียสก็หายไป ฮันซูยองรีบ
ขยับเข้าหายูจงฮยอคที่ก าลังโซเซ “ยูจงฮยอค นายโอเคนะ?”
“…”
“ยูจงฮยอค?”
ยูจงฮยอคไม่ตอบ เขาดูเหมือนก าลังคิดอะไรบางอย่างอยู่และ
จมอยู่ในความปวดรวดร้าว ยูจงฮยอคจ้องไปยังอากาศอยู่สัก
พัก ก่อนที่จะสลัดฮันซูยองออกไปและเดินโซเซไปที่ไหนสักแห่ง
“เฮ้! นายก าลังจะไปไหน?”
แม้จะมีเสียงตะโกนของฮันซูยอง แต่ยูจงฮยอคก็ไม่ตอบ ฮันซู
ยองตะโกนออกมาอีกครั้ง”คิมทกจายังไม่ตื่นนะ!”
“มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา”
ยูจงฮยอคเรียกใช้ย่างก้าวฟีนิกซ์แดงและหายตัวไป สิ่งเดียวที่
เหลืออยู่ ณ ทางเข้าของโรงงานคือฮันซูยอง ฮันซูยองมองไป
รอบๆ และรู้สึกสับสนในขณะที่เธอเคี้ยวลูกอม
‘มันถึงเวลาที่การกรองจะถูกยกระดับขึ้น และข้อมูลเกี่ยวกับ
หนทางเอาชีวิตรอดจะเริ่มต้นขึ้นแล้วงั้นเหรอ?’
มันเกิดขึ้นในขณะที่คิมทกจาไม่อยู่ และฮันซูยองก็ไม่อาจซ่อน
ความกังวลของเธอได้ เธอไม่อาจคาดเดาได้ว่าภัยพิบัติแบบ
ไหนจะอุบัติขึ้นถ้ายูจงฮยอคได้เรียนรู้เกี่ยวกับหนทางเอาชีวิต
รอดในตอนนี้ นอกจากนี้ ราชาปีศาจรับรู้ถึงหนทางเอาชีวิต
รอดได้ยังไง?
ฮันซูยองมองออกไปยังท้องฟ้าทิศใต้และบดลูกอมลงกับพื้น มัน
มีบางสิ่งต้องท าก่อนที่คิมทกจาจะตื่นขึ้น
***
ยูซานอาสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการของ ‘ผู้มาใหม่’
ได้อย่างเต็มที่ในขณะที่เธอจัดหนังสือ
ในสองวันที่ผ่านมา ยูซานอาได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสามรุ่น
พี่ ตั้งแต่ตัวตนของห้องสมุดนี้ไปจนถึงตัวตนของรุ่นพี่
「(โปรดจัดมันช้าๆ เมื่อคิมทกจาเริ่มคิดอะไรไม่จ าเป็น มันก็
จะวุ่นวาย)」
เจ้าของโรงภาพยนตร์ ซิมูเลชั่น
「(มันจะใช้เวลานานในการท าความสะอาดด้วยมือทั้งสอง
ข้าง ข้าต้องการผู้สืบทอดที่มีหลายมือมาแทนที่ข้า)」
เทพเจ้าภายนอก ผู้กลืนกินความฝัน
「(เจ้าต้องการให้ข้าสอนพระอวโลกิเตศวรพันกรให้
ไหม?)」
ผู้กลับชาติมาเกิด เนอร์วาน่า เมอร์บิอุส
รุ่นพี่ทุกคนแปลกๆ นิดหน่อย แต่พวกเขาก็ใจดีกับเธอมาก มัน
คงจะดีถ้าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมทรัพยากรมนุษย์ของมิ
โนซอฟต์
ชั้นหนังสือปกคลุมไปด้วยหนังสือมากมาย พวกมันต่างก็เป็น
หนังสือทั้งหมดที่คิมทกจาอ่านหรือหลงลืมไป ส่วนใหญ่แล้ว
เป็น ‘นิยาย’ เรื่องหนึ่ง
『สามวิธีการอยู่รอดในโลกที่ถูกท าลาย』
ยูซานอาชอบหนังสือและระบุสถานการณ์กับกระบวนการ
ท างานใหม่ของเธอได้อย่างรวดเร็ว นี่คือสถานที่ส าหรับคิมทก
จา และเรื่องราวนี้ก็มีความหมายกับคิมทกจา
เมื่อเธอรู้ตัว ยูซานอาก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังรางๆ และ
ความเห็นอกเห็นใจในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยูซานอาก็
ไม่ได้แสดงมันออกไป เธอรู้ว่าบางครั้งการไม่แสดงมันออกไปก็
เป็นวิธีในการดูแลบาดแผล กลับกัน เธอคิดเรื่องอื่นแทน
‘ถ้ามันเป็นพัฒนาการเหมือนต้นฉบับ…’
สถานการณ์ต่อไปของโลกอาจจะมีผลกระทบหลายอย่าง ในหมู่
พวกมัน สิ่งที่มีแนวโน้มที่สุด…
「พยา ยาม เข้า ยู ซาน อา」
ยูซานอาเงยหน้าขึ้นให้กับเสียงจากอากาศ
「(ฉันจะพยายามให้หนัก)」
เธอรู้สึกเหมือนก าลังใช้ชีวิตแบบให้เช่า แต่มันก็มีความเป็นไป
ได้ที่เธอจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง โชคดี ผู้จัดการของสถานที่แห่ง
นี้เป็นเจ้านายที่น่ารัก
「(ขอบคุณส าหรับงานนะ ฉันชอบมันจริงๆ)」
「เหอะ」
「(ฉันจริงจังนะ)」
「ยู ซาน อา ชอบ หนัง สือ เหรอ?」
「(ฉันชอบมันมาก)」
「(หนัง สือ อะไร?)」
「(ยกตัวอย่างเช่น… ลอร์ดออฟเดอะริง)」
「โอ้ ว」
โชคดีที่เจ้านายที่น่ารักดูจะสนใจเธอมาก เธอตัดสินใจที่จะถาม
บางสิ่งที่เธออยากรู้
「(งั้นฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?)」
「อะ ไร?」
「(ก าแพงที่สี่คืออะไรกันแน่?)」
เสียงหัวเราะคิกคักเต็มไปทั่วห้องสมุด
「ฉัน ปก ป้อง คิม ทก จา」
「(ปกป้องเขา?)」
「คิม ทก จา จะ ตาย ถ้า ไม่ มี ฉัน」
มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
「ไม่ งั้น คิม ทก จา ก็จะ ท า สิ่ง ที่ โง่ เง่า」
ห้องสมุดทั้งหมดสั่นไหวเบาๆ
「เมื่อ ไม่ นาน นี้ มัน ก็ ต้อง ล า บาก เพราะ เธอ」
「(…เพราะฉัน?)」
「งาน ของ ฉัน ก าลัง รั่ว ไหล」
เสียงของประกายแสงชี้ไปยังทิศทางหนึ่งของห้องสมุด ก าแพง
ที่สี่ก าลังชี้ให้เห็นถึงหลุมที่ใหญ่กว่าก าปั้นของยูซานอา
「แม้ ว่า ฉัน จะ ขวาง มัน ไว้ มัน ก็ยัง ถูก ท า ลาย โดย คิม
ทก จา」
ปกหนังสือเล่มเก่าปิดกั้นหลุมไว้ มันดูเหมือนเป็นการ
ด าเนินการชั่วคราวอย่างเร่งด่วน ยูซานอาตรวจสอบปก
หนังสืออย่างระมัดระวัง
「(มันก าลังหลุดออกไปข้างนอก?)」
「ใช่」
ยูซานอาครุ่นคิดถึงหลุมอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะท าสีหน้าร่าเริง
「(ก าแพงที่สี่ ฉันมีไอเดียดีๆ)」
***
ผมนอนหลับอย่างสบาย มันลึกพอๆ กับเมื่อผมถูกบังคับคุมขัง
มันรู้สึกเหมือนกับมีขนนุ่มๆ พันอยู่รอบศีรษะของผม หรือ
อาจจะมีใครบางคนเข้ามาในหัวของผมและก าจัดความกังวลที่
ไม่สบายใจออกไป
「(ทกจา เรื่องใหญ่แล้ว ทกจา)」
เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวของผม และผมก็ลุกขึ้นจากเตียงด้วย
ความตกใจ ห้องพยาบาลไม่มีใครอยู่ข้างใน ผิวของผมถูกไฟ
ไหม้จากการถูกเผาด้วยประกายแสงแห่งความเป็นไปได้
“เอ่อ…”
ผมมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่มีใครอยู่เลย มันไม่เห็นสมาชิกปาร์ตี้
เลย ถ้าอย่างนั้นใครปลุกผมกัน?
ผมตัดสินใจที่จะตรวจสอบสถานการณ์ ผมยังคงอ่อนแอจากผล
พวงของพายุความเป็นไปได้ แต่ผมก็สามารถเดินได้แล้ว แต่มัน
ก็รู้สึกแปลกๆ ออร่าอันไม่พึงประสงค์ก าลังไหลผ่านทางเดิน
ของวอร์ด มันมีลางสังหรณ์ว่าบางสิ่งก าลังจะพังลง ครู่ต่อมา
ผมก็ตระหนักได้ว่ามีความปั่นป่วนอยู่ด้านนอกโรงงาน
ผมเปิดหน้าต่างทางเดิน และเสียงตะโกนของผู้คนก็ดังเข้ามาใน
กรุงโซล
“ปลดแอกกรุงโซล!”
…อะไร?
“พวกเราจะไม่ถูกปกครองโดยราชาปีศาจอีกต่อไป!”
“เผด็จการแห่งโรงงาน ยืนขึ้นซะ! เปิดอักขระและสกิลทั้งหมด
สู่สาธารณะ!”
ฝูงชนมารวมตัวกันนอกก าแพงโรงงาน พวกเขาเป็นอวตารจาก
โซลและพื้นที่โดยรอบ ผมเห็นองค์ประกอบของกองก าลังที่มา
และรู้ทันทีว่าพวกเขาเป็นคนประเภทใด
ส่วนใหญ่เป็นคนที่ล้มเหลวในสถานการณ์ และพวกเขากก็ยังมี
บุคคลส าคัญจากหลายๆ พันธมิตร
“นี่คือการต่อสู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย! ลุกขึ้นมาราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้นและบริษัทชั่วร้าย บริษัทของคิมทกจาผู้ยึดครอง
สถานการณ์และผูกขาดเมืองหลวง!”
ยึดครองสถานการณ์และผูกขาดเมืองหลวง…
พวกเขาไม่ได้พูดว่าพวกเขารู้ว่ามันยากแค่ไหนที่พวกเราจะ
ผ่านสถานการณ์มาได้ ข้างในก าแพงมีสมาชิกปาร์ตี้ที่สับสนอยู่
สิ่งแรกที่ผมได้ยินคือเสียงของกงพิลดู”ฉันควรยิงพวกเขาเลย
เหรอ?”
“ลุงบ้าไปแล้วเหรอ? ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นอวตารฝึกหัด!”
“ทุกคน! อย่าท าอย่างนี้! มันเป็นความเข้าใจผิด!”
ลีจีฮเยและลีฮุนซึงก้าวออกมาตะโกนใส่ผู้คน แต่การสื่อสารก็
เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรก
“หุบปาก! เปิดประตู! แบ่งปันไอเท็มมาซะ!”
“ไม่ได้!”
“แบ่งปันเหรียญ!”
“พวกเราไม่ใช่เหล่าร้าย…”
‘การปลุกปั่น’ ในระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาสามารถท าได้
ทุกๆ พันธมิตรบนคาบสมุทรเกาหลีถูกล้มล้างไปโดยสมาชิก
ปาร์ตี้ของผม และพันธมิตรคยองกี ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด
ก็ถูกท าลายไปโดยยูจงฮยอคเมื่อไม่นานมานี้
ความจริงที่ว่ามีคนมากมายขนาดนี้มารวมตัวกันที่นี่
หมายความว่ามันน่าจะมีคนที่อยู่ข้างนอกเข้ามาแทรกแซง งั้นยู
จงฮยอคและฮันซูยองไปอยู่ไหน? เกิดอะไรขึ้นในโรงงาน? ดู
เหมือนว่าจะมีหลายๆ สิ่งที่ผมไม่รู้
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มสนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตอุตสาหกรรม]
ผมต้องหยุดสิ่งนี้ก่อนที่มันจะใหญ่ไปกว่านี้ ผมก าลังค านวณสิ่ง
ต่างๆ ในหัวและก าลังจะเดินไปหาสมาชิกปาร์ตี้ แต่ผมก็ได้ยิน
เสียงของโดเกบิดังขึ้นซะก่อน
[การปฏิวัติ…! ข้าคือคนที่สนับสนุนประชาธิปไตย!]
ความรู้สึกลางไม่ดีวิ่งผ่านผม
[เนื่องจากมีความเป็นไปได้ในระดับนี้ถูกรวบรวม มันจึงเป็นไป
ได้ที่จะเปิดสถานการณ์หนิ?]
+
[สถานการณ์ย่อย – การปฏิวัติกรุงโซล]
หมวดหมู่: ย่อย
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: ในปัจจุบันกรุงโซลอยู่ภายใต้การน าของ
บริษัทของคิมทกจา เหล่าอวตารได้ลุกฮือขึ้นเพื่อต่อต้านการ
ครอบง าของเนบิวลา กลุ่มดาวหลายๆ คนต้องการให้ทั้งสอง
กลุ่มต่อสู้กันเพื่อควบคุมกรุงโซล
จ ากัดเวลา: ไม่มี
สิ่งตอบแทน: 300,000 เหรียญ
ความล้มเหลว: ―
+
ทันทีที่ผมอ่านสถานการณ์ ผมก็มีความรู้สึกที่น่ารังเกียจ บริษัท
ของคิมทกจาได้รวบรวมสองมหาเรื่องราวและเป็นที่รู้จักในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของเนบิวลา ยูจงฮยอคก็ไม่อยู่ มันมีคน
พยายามจงใจโจมตีพวกเรา
“มันไม่มีเงื่อนไขความล้มเหลว! ฉันควรลองไหม?”
“300,000 เหรียญ! มาท าเงินกันเถอะ!”
ลีจีฮเยตะโกนด้วยความหงุดหงิด “โง่… มันไม่ได้มากพอที่จะ
แบ่งเลย!”
ในช่วงเวลาที่ผมคิดว่ามันจะไม่ได้ผล มันก็มีคนก้าวออกมา มัน
คือจางฮีวอน จางฮีวอนใช้สกิลเครื่องขยายเสียง และเสียงของ
เธอก็เต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ “อย่าซ่อนอยู่หลังตัวแทนสิ!”
ผู้คนที่ก าลังปีนก าแพงตกใจกับค าพูดของจางฮีวอน
“มันจะมีแค่การเสียสละที่ไร้ประโยชน์ถ้าพวกนายท าสงคราม
ที่นี่ มันจะดีกว่าไหมถ้าชัยชนะจะถูกตัดสินโดยการต่อสู้ระหว่าง
ตัวแทน?”
จางฮีวอนมองไปยังผู้คนและพูดต่อ “ถ้าพวกเราแพ้ พวกเราจะ
ส่งมอบโรงงานให้ตามที่พวกนายต้องการ!”
“ฮีวอน! ท าไมถึงไปสัญญาแบบนั้น…?!”
ลีฮุนซึงจ้องมองไปที่เธอด้วยความสับสนในขณะที่จางฮีวอน
อธิบายอย่างใจเย็น”คนพวกนี้ อย่างมากพวกเขาก็ยังไม่ผ่าน
สถานการณ์ที่สิบ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสงครามที่แท้จริงอุบัติขึ้น
ที่นี่?”
ลีฮุนซึงหุบปากไปกับค าพูดของจางฮีวอน แทนที่จะพูดคุย
สมาชิกมองหน้ากันอย่างเงียบๆ เวลาผ่านไปเท่าไรแล้ว? พวก
เขาเริ่มพยักหน้าทีละคน
“…ฮีวอนพูดถูก”
ลีฮุนซึง ลีจีฮเย ชินยูซอง และลีกิลยัง กงพิลดูดูไม่พอใจ แต่…
ทุกๆ คนก็เห็นตรงกันว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดการเสียสละ
ของประชาชน
โดเกบิเห็นความก้าวหน้าจากอากาศและหัวเราะออกมา
[…ดี เหตุการณ์นี้จะเป็น ‘สถานการณ์ตัวแทน’ ใช่ไหม?]
ในเวลาเดียวกัน เนื้อหาของสถานการณ์ย่อยก็เปลี่ยนไป
[สถานการณ์ย่อย – การปฏิวัติกรุงโซลถูกอัพเดต]
[ผ่านตัวแทนของกองก าลังทั้งสอง เจ้าของกรุงโซลจะถูก
ตัดสิน!]
จางฮีวอนตะโกนใส่ผู้คนที่อยู่เหนือก าแพง “ตัวแทนออกมาสิ
ด้านนี้พร้อมแล้ว”
มันเป็นรอยยิ้มที่มั่นใจ บางทีความตั้งใจของจางฮีวอนอาจจะ
เกิดขึ้นจากความซื่อสัตย์ต่อช่วงเวลาที่เธอได้ใช้ฝึกฝน
ผู้คนที่ก าลังพูดถึงการปฏิวัติและฤดูใบไม้ผลิของกรุงโซลก็เงียบ
ลงไปในทันใดเมื่อจางฮีวอนเดินออกมาด้วยความมั่นใจ
จากนั้นเสียงตะโกนของพวกเขาก็ดังยิ่งขึ้น
“ต-ตัวแทน! นายอยู่ไหน? ออกมาเร็วๆ สิ!”
“ต่อสู้และชนะ! ทวงสิทธิ์ของพวกเรา!”
แต่มันก็ไม่มีใครแสดงตัวออกมา มันเป็นธรรมดา เหล่าคนที่
ปลุกระดมผู้คนเพื่อต้องการฉวยโอกาสจากเหตุการณ์อันไร้
สาระ อย่างไรก็ตาม ความหมายนั้นก็จะหายไปถ้าเรื่องราว
ด าเนินไปแบบนี้
เหล่าอวตารที่วิตกกังวลตะโกนออกมา “ใคร…!”
ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อผมเห็นแถวของฝูงชนก าลัง
แตกสลาย มันเยี่ยมมากที่ได้เห็นว่าสมาชิกปาร์ตี้เติบโตขึ้นมาได้
อย่างนี้ในช่วงสามปีแม้จะไม่มีผม
บางทีจางฮีวอนอาจจะเล็งแบบนี้ไว้ตั้งแต่แรก เธอเรียนรู้ที่จะ
คงไว้ซึ่งความยุติธรรมในขณะที่ยังปฏิบัติอยู่
เธอเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกรุงโซล เธอไม่มีโอกาสแพ้
ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว
โดเกบิในอากาศลูบคางของเขา [บริษัทของคิมทกจายังเหลือ
ตัวแทนอีกสองคน ใครจะเป็นผู้ออกมา?]
สมาชิกปาร์ตี้ยกมือขึ้นพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม จางฮีวอนก็พูด
ขึ้นก่อน”ฉันจัดการเอง”
“ฮีวอน”
“ไม่ต้องห่วง นายก็รู้ว่าฉันแข็งแกร่ง”
แน่นอน จางฮีวอนแข็งแกร่งที่สุดในเนบิวลาของพวกเรา
นอกเหนือไปจากยูจงฮยอค ลีฮุนซึง ลีกิลยัง ชินยูซอง และ
กงพิลดู… ไม่มีใครสามารถเอาชนะจางฮีวอนได้เมื่อมันเป็นพลัง
รบแบบตัวต่อตัว นอกจากนี้ จางฮีวอนก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็น
อะไรบางอย่าง นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าท าไมจางฮีวอนควรจะ
เป็นตัวแทน
「…ฉันจะไป」
เหตุผลของเรื่องนี้คืออวตารสามคนที่ปรากฏตัวขึ้นผ่านฝูงชน
หนึ่งในใบหน้าของพวกเขาดูคุ้นเคยเป็นพิเศษ
…ชายคนนี้ ชายที่เดินข้ามก าแพงมาพูดออกมา “ฉันจะเป็น
ตัวแทน”
(จบตอน)