มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 344 – ดีและร้าย (1)
ผู้พิทักษ์แห่งแมนดาลาเป็นกลุ่มดาวลึกลับ ต่างจากกลุ่มดาวอื่น
เขาไม่ค่อยปรากฏตัวในช่อง แม้ว่าเขาจะเข้ามา เขาก็ไม่ค่อยส่ง
ข้อความ เขาได้เลือกอวตารและมอบแอตทริบิวต์ ‘กลับชาติมา
เกิด’ ให้กับอวตาร
เนอร์วาน่าตรงหน้าของผมคือหนึ่งในผู้กลับชาติมาเกิดเหล่านั้น
「(เจ้าไม่รู้ว่าการกลับชาติมาเกิดนั้นน่ากลัวแค่ไหน มันไม่ควร
มีผู้กลับชาติมาเกิดอีก)」
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่นายจะมาตัดสินใจ”
ในเวลานั้นผมก็เหลือบมองยูซานอา เธอยังไม่เข้าใจ
สถานการณ์ และดวงตาของเธอก็ว่างเปล่า บางทีเธออาจจะ
ก าลังประเมินบริบทของการสนทนาในหัวของเธอ
「(…ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนี้มีผู้สนับสนุนแล้วเหรอ?)」
“ไม่อีกแล้ว ฉันบอกให้ไดโอไนซัสตัดการเชื่อมต่อระหว่างกิแกน
โทมาเคีย”
「(โอลิมปัสยอมเหรอ? เจ้าคงจ่ายความเป็นไปได้ไปเยอะ
เลย?)」
ผมยักไหล่ ผมไม่อาจอธิบายรายละเอียดของข้อตกลงที่ท าไว้
กับไดโอไนซัสได้”ไว้อ่านมันผ่านก าแพงในภายหลัง นายอ่าน
ทุกๆ อย่างที่ฉันท าอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้น ถามค าถามของฉันมา
ตอนนี้ผู้สนับสนุนของนายอยู่ที่ไหน?”
「(ข้าถูกก าแพงดูดเข้ามา และการเชื่อมโยงของข้ากับเขาก็
ขาดไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน แต่…)」
เนอร์วาน่ามองมาที่ผมแล้วพูดต่อ
「(ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะสงสัยมันแล้วนะ?)」
ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องจริง ค าถามของผมที่มีต่อเนอร์วา
น่าเป็นเพียงแค่เพื่อการเปลี่ยนการคาดเดาของผมให้เป็นความ
เชื่อมั่น
“ยูซานอา ไม่ต้องห่วง คนพวกนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เห็น―”
ผมยังพูดไม่ทันจบ มันมีความรู้สึกว่าพื้นที่ของผมก าลังหดตัว
ลงในขณะที่ร่างกายของผมถูกขับออกจากห้องสมุด ยูซานอาที่
ก าลังประหลาดใจเอื้อมมือออกมาหาผม แต่ร่างกายของผมก็
กระจัดกระจายเป็นประกายแสงไปแล้ว
「คิม ทก จา หน้า ด้าน」
นั่นเป็นค าพูดสุดท้ายที่ผมได้ยิน
***
「”…ทกจายังไม่ฟื้นอีกเหรอ?”」
「”ใช่”」
「”มันผ่านมาสามวันแล้ว…”」
ผมตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ และได้ยินเสียงจากระยะไกล ความรู้สึก
ไม่สบายที่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ดีผลักเข้ามาหาผมในครั้ง
เดียว ผมควรพูดยังไงดี? มันรู้สึกเหมือนกับว่าผมก าลังถูก
ทรมานด้วยไฟฟ้า
「”ปลาไหลไฟฟ้าไม่ได้ผล… นี่มันอะไรกัน?”」
「”แล้วพี่ซานอาล่ะ? ร่างกายของเธอจู่ๆ ก็หายไป…”」
ต้องขอบคุณเสียงที่แผ่วเบา ผมเดาได้คร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
…บ้าเอ้ย ผมหมดสติไปสามวัน สติของผมกลับมา แต่ร่างกาย
ของผมก็ไม่ขยับเลย
[การกระท าของคุณในการปกป้องความตายของสหายได้รับ
การตรวจสอบการป้องกันเหตุผลความเป็นไปได้]
[ในตอนนี้คุณก าลังประสบกับผลพวงแห่งพายุความเป็นไปได้]
[ในเวลาห้าวัน การกระท าแทบจะทั้งหมดของคุณจะถูกจ ากัด]
[ระยะเวลาการจ ากัดที่เหลือ : 2 วัน 3 ชั่วโมง 31 นาที]
ผมพยายามหลีกเลี่ยงมันแล้ว แต่ผมก็ถูกพายุความเป็นไปได้
อยู่ มันเป็นปาฏิหาริย์ที่มันหยุดลงในความเสียหายระดับนี้
[มีข้อความส่งมาถึงคุณผ่าน ‘การสื่อสารโดเกบิ’]
ข้อความมาจากบีฮยอง
– คิมทกจา ไอ้บ้า
– เจ้าต้องการที่จะถูกระยะห่างสุดพรรณนากลืนกินอีกเหรอ?
– ถ้าข้าไม่เบรกไว้ล่วงหน้า ภัยพิบัติจะมายังโลก เจ้ายังโชคดี
อยู่ เจ้าไม่รู้เหรอว่าความเป็นไปได้คืออะไร?
ข้อความจากบีฮยองด าเนินต่อไประยะหนึ่ง เพื่อที่จะไปถึงจุด
จบของสถานการณ์ มันจ าเป็นจะต้องสะสมความเป็นไปได้ให้ดี
และไม่ถูกเกลียดชังโดยการถ่ายทอดสดดวงดาว ตั้งแต่เมื่อไหร่
กันที่คนๆ นี้มีนิสัยจู้จี้แบบนี้?
– ในอัตรานี้ คราวนี้ข้าจะปล่อยผ่านมันไป แต่คราวหน้าระวัง
ด้วย เจตจ านงของการถ่ายทอดดวงดาวก าลังให้ความสนใจ
อย่างมากกับเหตุการณ์นี้
ผมไม่รู้ว่าการฝืนท าลายก าแพงที่สี่บางส่วนและส่งยูซานอาเข้า
ไปจะก่อให้เกิดปัญหาขนาดนี้ มันคงจะไร้สาระจากมุมมองของ
กลุ่มดาว มันอาจจะรู้สึกเหมือนกับว่านักแสดงบนเวทีได้หายตัว
ไป
[ก าแพงที่สี่ก าลังซ่อมแซมตัวเอง]
[กลุ่มดาวจ านวนมากก าลังตั้งค าถามถึงความเป็นไปได้ของการ
กระท าของคุณ]
[กลุ่มดาวจ านวนมากเศร้าใจเพราะพวกเขาไม่สามารถแอบ
มองตัวตนของคุณได้]
[กลุ่มดาวจ านวนมากสังเกตเห็นว่าคุณมีชิ้นส่วนของก าแพง
สุดท้าย]
ก าแพงที่สี่ตอบสนองอย่างรวดเร็วและลดความเสียหายลงให้
น้อยที่สุด เท้าของผมอาจจะถูกมัดไว้สองสามวัน แต่ผมก็ช่วย
แม่และยูซานอาไว้ได้ ดังนั้นมันจึงคุ้มค่า
แน่นอน ในกรณีของยูซานอา มันเป็นมาตรการชั่วคราว และ
ผมก็ไม่อาจปล่อยมันทิ้งไว้แบบนี้ได้ เพื่อที่จะชุบชีวิตยูซานอา
ผมต้องไปพบกับกลุ่มดาวที่เป็นราชาแห่งผู้กลับชาติมาเกิดและ
ผู้กลับชาติมาเกิดคนแรก
มันเร็วไปหน่อย แต่มันก็ไม่เร็วเกินไป จากวสันต์แห่งโลกปีศาจ
ไปสู่คบเพลิงที่กลืนกินต านาน ผมได้บรรลุ ‘ส่วนแรก’ และ
‘ความส าเร็จ’ ส่วนหนึ่งของเรื่องราวหนึ่งเดียว
เพราะผมและบริษัทของคิมทกจา พัฒนาการของสถานการณ์
โดยรวมจึงเร่งความเร็วขึ้น และมันก็มีสิ่งที่ควรจะปรากฏขึ้นอีก
นานในนิยายต้นฉบับอีกนานปรากฏขึ้น
มันมีผู้สมัครมากมายที่ได้รับมหาเรื่องราวที่จะเติมเต็มส่วน ‘จุด
เปลี่ยน’ ยกตัวอย่างเช่น มันมีแร็คนาร็อคของแอสการ์ดและม
หาเรื่องราวบางส่วนจากเนบิวลาจักรพรรดิ ไม่เหมือนกับสอง
ส่วนก่อนหน้านี้ ‘จุดเปลี่ยน’ ควรจะเป็นจุดไคลแม็กซ์ของ
เรื่องราวหนึ่งเดียว มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างไปตามขนาด
ของเรื่องราวที่ได้รับการบอกเล่ามา หากไม่มีขั้นตอนพวกนี้ ผม
คงไม่อาจบรรลุสิ่งที่ต้องการได้
บางทีการใช้มหาเรื่องราวสามอันเป็นกระดานกระโดดน้ า เกาะ
ที่ผู้กลับชาติมาเกิดคนแรกอยู่อาจจะเป็นขั้นตอนที่ดีก็ได้ ไม่ว่า
ยังไง ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
สามวันผ่านไปแล้ว แต่ผมก็ยังเหลืออีกสองวัน… ผมไม่มั่นใจว่า
จะใช้ช่วงเวลาอันน่าเบื่อนี้ยังไง หากผมเสียสละมหาเรื่องราง
บางส่วน ผมอาจจะก าจัดผลพวงไปได้ แต่มันก็ไม่ใช่การ
เสียสละที่ดีนักเพราะกว่าผมจะรวบรวมเรื่องราวมาถึงตรงนี้ได้
…ถ้าผมได้อ่านหนทางเอาชีวิตสักหน่อย
「คิม ทก จา」
‘ก าแพงที่สี่?’
「นาย จะ ท า มัน ตาม แนว ทาง ของนาย ต่อ อีก เหรอ?
」
เสียงฟังดูเหมือนกับเด็กน้อยอยู่บ้าง ผมต้องการโอกาสและรีบ
ตอบ ‘ฉันจะไม่ท ามันอีกแล้ว’
「โก หก」
มันมีความไม่ไว้วางใจฝังรากลึกในค าพูด ผมรู้สึกเสียใจ
เล็กน้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นก าแพงแสดงความรู้สึก
ของมันออกมา
‘เชื่อฉัน ฉันจะไม่ท ามันจริงๆ’
「เหอะ」
‘…เกิดอะไรขึ้นกับยูซานอา? เธอสบายดีไหม?’
ไม่ว่ายูซานอาจะฉลาดและปรับตัวได้ดีแค่ไหน แต่ตัวตนใน
ห้องสมุดนั้นก็เหนือล้ าไปกว่ามนุษย์มาก มันมีทั้งเทพเจ้า
ภายนอก ต้นก าเนิดแห่งกลุ่มดาว และผู้กลับชาติมาเกิด
นอกจากนี้ เจ้าของห้องสมุด ก าแพงที่สี่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่
รู้จักอีก
‘อย่าหนักมือกับยูซานอานัก เธอเป็นคนดี’
「นั่น ก็ ขึ้น อยู่กับ ยู ซาน อา」
ส าหรับตอนนี้ ผมถูกบังคับให้ต้องเชื่อในตัวยูซานอา เธอ
อาจจะไม่มีสูตรโกง ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ เหมือนอย่างผม แต่
เธอก็เป็นคนที่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ ดังนั้นมันจึงมั่นใจว่าเธอ
จะท าได้ดีในห้องสมุด
‘มีบางสิ่งที่ฉันอยากจะขอนายหน่อย’
「ไม่」
‘แค่ฟังฉันก็พอ’
「ไม่」
‘…พวกเราเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คิดถึงตอนที่พวกเราเพิ่งไป
ถึงโลกปีศาจสิ ในเวลานั้นพวกเราคุยกันเยอะเลย’
「มัน ก็ แค่ ตอนนั้น」
‘นายสามารถคุยได้เยอะๆ อีกในอนาคต’
「คิม ทก จา ไม่ สนใจ สิ่ง ที่ ฉัน พูด」
ผมรู้สึกถึงความหมายที่ซ่อนอยู่และพูดไม่ออก เมื่อมาคิดดูแล้ว
ก าแพงที่สี่ก็พูดกับผมเสมอ มันมีสไตล์ที่หยิบยืมมาจากหนทาง
เอาชีวิตรอดและแม้กระทั่งวิธีพูดจาอันแปลกประหลาดของ
ก าแพงที่สี่ ถึงกระนั้น มันก็เป็นความจริงที่ว่าผมไม่ได้
ตอบสนองต่อมันอย่างเหมาะสม
「โดเก บิ นั่น ที่ พูด ไม่ได้ ยังดี ซะ กว่า คิม ทก จา」
‘นายก าลังพูดถึงบียูเหรอ?’
ก าแพงที่สี่ไม่ตอบ มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างสับสนส าหรับ
ผม
‘นาย…”
มันก็เหงาเป็นเหมือนกัน มันจะรู้สึกถึงความสุข ความโศกเศร้า
หรือความเจ็บปวดไหม? ผมไม่เคยคิดถึงมันแบบนี้มาก่อนและ
รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในทันใด
‘…ในอนาคต ฉันจะคุยกับนายให้บ่อยขึ้น ฉันขอโทษนะ’
「เหอะ」
‘ใจเย็นๆ ฉันสัญญา’
「จริง เหรอ?」
‘จริงสิ’
ก าแพงที่สี่คิดอะไรบางอย่างและพูดออกมา 「แต่ คิม ทก จา
ไม่ พอ」
‘อะไร?’
「ฉัน อยาก ได้ เพื่อน」
นี่มันหมายความว่ายังไง? เพื่อน มันจะหาเพื่อนให้กับก าแพงได้
ยังไง…
ผมคิดเกี่ยวกับมันและมีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาในหัวของผมใน
ทันใด…
…อย่าบอกนะว่า? ราวกับจะพิสูจน์ความรู้สึกของผม ก าแพงที่
สี่พูดออกมา
「คิม ทก จา ต้อง รวบรวม ก า แพง สุด ท้าย」
***
‘ฉันต้องรวบรวมเรื่องราวอีก’
ยูจงฮยอคจ้องมองไปยังท้องฟ้า และก าลังครุ่นคิดถึงมันใน
ขณะที่เขาเคี้ยวลูกอมมะนาว เขาไม่ชอบขนม แต่มันก็ไม่มีอะไร
มาทดแทนมันในตอนนี้ได้ คงจะดีถ้ามันมีเกี๊ยว แต่… ในตอนนี้
มันไม่ใช่เวลามาเพลิดเพลินไปกับรสชาติแบบนั้น
‘…ไม่ ความเร็วในการรวบรวมเรื่องราวของฉันเพียงพอแล้ว
สิ่งส าคัญคือการฝึกฝนเรื่องราวของตัวเอง’
บางทีมันอาจถึงเวลาที่ต้องไปที่ ‘เกาะแห่งนั้น’ แล้ว เกาะที่
เคียร์อีออสและอาจารย์ของเขาไปเยือน ยูจงฮยอคก าหมัดใน
ขณะที่เขาวางแผนการในอนาคต
[ผู้สนับสนุนของคุณไม่พอใจกับความคืบหน้าเมื่อเร็วๆ นี้ของ
คุณ]
ทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงการจ้องมองของผู้สนับสนุน เมื่อเร็วๆ
นี้ ผู้สนับสนุนของเขาได้แสดงความรู้สึกออกมาบ่อยขึ้น
ผู้สนับสนุนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในการเสื่อมถอยรอบที่ผ่านๆ มา
ยูจงฮยอคถามพร้อมกับขมวดคิ้ว “บ่นอะไร?”
[ผู้สนับสนุนของคุณต้องการให้คุณด าเนินการเชิงรุก]
ค าพูดนั้นสัมผัสบางสิ่งที่ลึกลงไปในใจของยูจงฮยอค แน่นอน
ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมากตั้งแต่รอบที่ผ่านมา ไม่จ าเป็นต้อง
พูดอะไร มันเป็นเพราะเขาได้พบกับคิมทกจา
‘…ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร’
เขาก่อตั้งเนบิวลาขึ้นพร้อมกับผู้ชายที่ไม่รู้จักตัวตน
‘คิมทกจาไม่ใช่ผู้เผยพระวจนะ’
ยูจงฮยอคจมดิ่งไปกับความคิดของเขา ราวกับว่าการแก้ไข
ปัญหาของเขาถูกเลื่อนออกไป
‘แต่เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับอนาคต’
ยิ่งเขาคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแปลกมากเท่านั้น ท าไม
คนๆ นี้ถึงไม่อยู่ในรอบที่ผ่านมา เดิมทีเขามีความคิดหนึ่ง แต่
ตอนนี้เขาก็ไม่แน่ใจ ผู้ชายที่ใจเย็นและพิถีพิถันคนนั้นไม่ผ่าน
สถานการณ์แรกในรอบที่ผ่านมาเหรอ? ความสงสัยเริ่มทวีคูณ
ขึ้นเรื่อยๆ
[พลังที่ไม่รู้จักก าลังท าให้จินตนาการของคุณหยุดนิ่ง]
มันมีอาการวิงเวียนศีรษะบางส่วน และยูจงฮยอคก็ขมวดคิ้ว
‘…อีกแล้ว’
ยูจงฮยอคไม่รู้ว่าท าไม แต่หัวของเขาจะปวดขึ้นมาเมื่อเขา
คิดถึงคิมทกจา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาสงสัยเกี่ยวกับตัวตน
ของคิมทกจา
“ยูจงฮยอค นายก าลังท าอะไรน่ะ?”
เขามองกลับไปและเห็นฮันซูยองที่มีลูกอมมะนาวอยู่ในปาก
ยูจงฮยอคถาม “คิมทกจายังไม่ตื่นอีกเหรอ?”
“ยังเลย”
“เขามันตัวขี้เกียจ”
“…มันเกิดขึ้นเนื่องจากผลพวงของพายุความเป็นไปได้ ดังนั้น
ฉันคงไม่บอกว่าเขาขี้เกียจ มันแปลกที่มันไม่เกิดขึ้นจนถึง
ตอนนี้”
คนสองคนยืนสบายๆ และมองขึ้นไปยังท้องฟ้าของเขต
อุตสาหกรรม สายลมเย็นพัดผ่านคอเสื้อของพวกเขา มันเป็น
ความสงบ แต่ก็ไม่ใช่ความสงบสุขที่จะคงอยู่นาน
คนๆ หนึ่งทรุดตัวลง และความเป็นความตายของอีกคนก็ไม่
แน่นอน… อย่างไรก็ตาม คราวนี้มันก็เป็นเรื่องแปลกส าหรับเขต
อุตสาหกรรม
ยูจงฮยอคเหลือบมองฮันซูยองที่ก าลังจ้องมองไปยังที่อัน
ห่างไกลด้วยดวงตาที่ถูกคลุมไว้ครึ่งหนึ่ง ทันใดนั้นเองเขาก็
อยากจะถามอะไรบางอย่าง
‘คนๆ นี้จะรู้เรื่องที่ฉันก าลังสงสัยอยู่ไหม?’
เฉกเช่นคิมทกจา เธอปรากฏตัวขึ้นในฐานะตัวแปรของรอบนี้
เมื่อใดก็ตามที่ยูจงฮยอคเห็นเธอพูดคุยอะไรแปลกๆ กับคิมทก
จา เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้และคิมทกจา―
ในเวลานั้นเอง ความรู้สึกอันน่าขนลุกก็บังเกิดขึ้น
“ยูจงฮยอค”
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่ฮันซูยองพูดออกมา ยูจงฮยอคได้
ชักดาบปีศาจทมิฬ ฮันซูยองคลายผ้าพันแผลรอบๆ แขนของ
เธอ
ในท้องฟ้าอันห่างไกล บางสิ่งก าลังบินมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
มันคือการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ตัวตนนั้นทิ้ง
ประกายแสงสีด าไว้ในท้องฟ้าในขณะที่มันค่อยๆ ดิ่งลงมาบน
พื้น
พลังเวทมนตร์ไหลออกมาจากมือขวาอันตึงเครียดของยูจงฮ
ยอค
“แอสโมเดียส เกิดอะไรขึ้น?”
ราชาปีศาจแอสโมเดียสหัวเราะ [ข้ามาพบกับราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น เขาอยู่ที่ไหน?]
“นายมาหาเขาท าไม?”
[ข้ามีหลายสิ่งที่ต้องพูดในฐานะผู้แสวงหาจุดจบ]
“…ผู้แสวงหาจุดจบ? พูดกับฉันและไสหัวไปซะ”
[อ่า น่าร าคาญจริงๆ…]
แอสโมเดียสอาจจะเป็นพันธมิตรในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ยูจงฮยอค
ก็ไม่เชื่อในตัวเขาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ มันยังมีความแค้นจาก
รอบที่ผ่านมา
กระแสอากาศอันน่ารังเกียจไหลออกมาในขณะที่สถานะของ
แอสโมเดียสและยูจงฮยอคปะทะกัน
[อืม? ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้…]
ดวงตาของแอสโมเดียสเบิกกว้างขึ้นเมื่อยูจงฮยอคไม่ขยับ
เขยื่อนแม้แต่น้อย
ความมุ่งร้ายที่ชัดเจนนอนอยู่เบื้องล่างสีหน้าขี้เล่นของแอสโม
เดียส
[ผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอค]
แอสโมเดียสเผยรอยยิ้มราวกับปีศาจในขณะที่เขาขยับเข้ามา
ใกล้ยูจงฮยอค ริมฝีปากสีแดงชาดของราชาปีศาจเปิดออกราว
กับว่าก าลังกระท าสิ่งต้องห้าม
[เจ้าเคยได้ยินสามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกทำลายไหม?]
(จบตอน)