มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 354 – เหนือกว่าความดีและความชั่ว (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 354 – เหนือกว่าความดีและความชั่ว (5)
การแสดงออกของสมาชิกปาร์ตี้เปลี่ยนไปตามค าพูดของผม
ดวงตาของจางฮีวอนเบิกกว้างขึ้นในขณะที่ลีจีฮเยดูสับสน ส่วน
ลีฮุนซึงก็ท าตาโต สุดท้าย ชินยูซอง…
「คิม ทก จา คิด ผิด」
เสียงของก าแพงที่สี่ดังขึ้นในหัวของผม
「มัน ยัง ไม่ สาย เกิน ไป」
ผมไม่รู้ว่ามันเป็นความประสงค์ของก าแพงที่สี่หรือส่วนที่
อ่อนแอของจิตใจของผม ก าแพงที่สี่ได้สะท้อนความรู้สึกของ
ผมในบางขอบเขตที่อาจจะเป็นจริง ถึงอย่างไรก็ตาม คราวนี้
ผมก็ตัดสินใจแล้ว
“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเข้าใจค าพูดของฉัน” ผมต้องบอกเรื่องนี้
กับทุกคน”ฉันจะอธิบายอย่างช้าๆ ตั้งแต่เริ่มต้น”
ผมพูดอยู่นาน วันหนึ่ง นิยายที่ผมอ่านได้กลายเป็นความจริง
ในเรื่องราวนั้น ผมได้พบกับพวกเขา ผมไม่ได้เล่าให้ฟังทั้งหมด
แต่ในเวลาเดียวกัน ผมก็ไม่ได้โกหก
ผมรู้จักสมาชิกปาร์ตี้ก่อนที่ผมจะได้พบกับพวกเขา ผมไม่ได้พูด
อย่างถูกต้องเกี่ยวกับความจริงที่ผมรู้อนาคต ผมผูกขาดข้อมูล
ไว้เพียงล าพังและหลอกลวงผู้คน ผมพูดเกี่ยวกับมันทั้งหมด
ราวกับว่าผมก าลังน าความด ามืดเก่าๆ ออกมา
ห่างออกไปเล็กน้อย ฮันซูยองก าลังจ้องมาที่ผมพร้อมกับขมวด
คิ้ว ผมเข้าใจความรู้สึกของเธอ มันเป็นเหมือนกันกับฮันซูยอง
แห่งรอบที่ 1863
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจเป็นอย่างฮันซูยองได้ เรื่องราวนี้ควร
ท ามันให้ถูก เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างถูกต้อง บางเรื่องราว
จะต้องถูกสื่อสารออกไป สักวันหนึ่ง… เหมือนกับยูจงฮยอค
「ฉันคือผู้เสื่อมถอย」
บางทียูจงฮยอคเองก็อาจจะรู้สึกเหมือนกับผม เขารู้อนาคต มี
ประสบการณ์ในเรื่องราวเดียวซ้ าๆ และได้พบกับสมาชิกปาร์ตี้
มานับครั้งไม่ถ้วน จากนั้น… เขาก็ส่งพวกเขาไป
ผมเข้าใจความรู้สึกของยูจงฮยอคเมื่อเขาได้หลั่งเรื่องราว
ออกมาโดยไม่มีลูกไม้ใดๆ
“…ดังนั้นฉันจึงพาพวกนายมาที่นี่”
เรื่องราวของผมจบลงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครพูดออกมาหลังจาก
เรื่องราวจบลง มันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เข้าใจเรื่องราวของผม
มันเป็นเรื่องราวที่ยาวจนแม้แต่เด็กน้อยยังเข้าใจได้ อย่างไรก็
ตาม สมาชิกปาร์ตี้ก็ไม่ได้พูดอะไร
ผมก้มหัวลงและพูดต่อ “ฉันต้องการขอโทษพวกนายทุกคน
อย่างจริงใจ ฉันเสียใจจริงๆ ที่มาบอกเอาตอนนี้”
ผมอยากจะรู้ คนพวกนี้ก าลังคิดอะไรอยู่? พวกเขารู้สึกยังไง?
ถึงกระนั้น ผมก็ไม่ได้ใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า ในสถานการณ์นี้
มันคงจะเป็นการหลอกลวงจริงๆ ถ้าผมใช้สกิลนี้กับพวกเขา
ผมต้องใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองโดยไม่พึ่งพาสกิลใดๆ ผม
อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาคิดหรือรู้สึกอยู่ภายใน การกระท าที่
พวกเขาเลือกเป็นการตัดสินใจของพวกเขาจริงๆ
ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและพบกับสายตาของลีจีฮเย ดวงตาของ
ลีจีฮเยเป็นสีแดง เมื่อผมเห็นดวงตาคู่นั้น ผมก็ตระหนักอะไร
บางอย่างขึ้นมาได้ ผมรู้จักสายตาคู่นี้อยู่แล้ว
「”มาสเตอร์รู้อนาคตทั้งหมด…”」
พวกมันเหมือนกันกับตอนที่ลีจีฮเยได้ยินเรื่องราวของยูจงฮยอค
ทุกประการ ลีจีฮเยค่อยๆ พูดออกมา “จนถึงตอนนี้ ลุงรู้อนาคต
ทั้งหมด…”
ราวกับว่าตัวละครต้นฉบับก าลังอ่านสคริปต์ที่ถูกมอบให้ ลีจีฮ
เยพูดออกมา ผมตอบเธอเหมือนมีสคริปต์เช่นกัน
「”ใช่แล้ว”」
“ใช่”
ลีจีฮเยกัดฟันของเธอและบอกกับผม “งั้นท าไมตอนนี้… ลุงถึง
เล่าให้พวกเราฟัง?”
ดาบปีศาจผู้มีบาดแผลก าลังโกรธ ผมอ่านนิยายต้นฉบับมาและ
สามารถท านายสิ่งที่เธอจะพูดออกมาได้
「”งั้นพวกเราเป็นอะไรส าหรับมาสเตอร์?”」
ไหล่ของลีจีฮเยสั่นเบาๆ ในขณะที่เธอก้มหัวลง สถานการณ์ที่
ตามมายังคงไหลอยู่ในใจของผม ลีจีฮเยชักดาบของเธอออกมา
และอาจจะโจมตีผมเพราะเธอไม่สามารถข่มความโกรธของเธอ
ไว้ได้
มันมีเหตุการณ์เช่นนี้หลายครั้งในนิยายต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม
ลีจีฮเยก็เลือกทางที่ผมไม่ได้คาดคิดไว้เลย “งั้นก็เล่าอนาคตที่ลุง
รู้ให้ฟังหน่อยสิ”
“…”
“มันถูกวางแผนไว้ทั้งหมดแล้ว และลุงก็ใช้พวกเราเพื่อ
จุดประสงค์ของลุง สมมติว่าพวกเราคือตัวละครของหนทางเอา
ชีวิตรอดบัดซบและทุกๆ สิ่งถูกวางเอาไว้หมดแล้ว!” ลีจีฮเย
ตะโกนออกมา และมองดูผมด้วยดวงตาที่ขมขื่นพร้อมกับกัดริม
ฝีปากสีซีดของเธอ “งั้น… ท าไมลุงถึงทิ้งขว้างชีวิตของตัวเอง
เพื่อพวกเราตั้งหลายครั้งล่ะ?”
ผมเห็นน้ าตาร่วงลงมาจากแก้มของเธอและพยายามจะอ้าปาก
ออกมาอยู่หลายครั้ง มันเป็นค าถามที่ไม่คาดคิดเอาซะเลย มัน
ไม่คาดคิดจนผมไม่อาจตอบได้…
“ตอบมา! ถ้าพวกเราเป็นตัวละคนในนิยายจริงๆ ท าไมลุงถึง
ยอมตายเพื่อพวกเราอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า?”
มันเป็นค าถามที่ผมไม่อาจตอบได้ด้วยหนทางเอาชีวิตรอดที่ผม
ได้อ่านมา
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นไหวอย่างรุนแรง]
ลีจีฮเยเช็ดตาของเธอและตบไหล่ของผมในขณะที่เธอเดินผ่าน
ผมไป จางฮีวอนรีบไล่ตามเธอไป
“…ทกจา ไว้ค่อยคุยกัน”
ชินยูซองลังเลในขณะที่เธอจ้องมาที่ผมอย่างท าอะไรไม่ถูก
ก่อนที่จะตามหลังจางฮีวอนไป ลีฮุนซึงมีสายตาที่ว่างเปล่าใน
ขณะที่เขาเดินออกไปจากห้องพร้อมกับก้มหัวลง
คนที่เหลืออยู่มีแค่ฮันซูยอง ลีซอลฮวา และลีกิลยัง ลีกิลยังจ้อง
มาที่ผมด้วยสายตาที่ซับซ้อนในขณะที่ลีซอลฮวาก้มหัวลงราว
กับว่าเธอตกใจ ฮันซูองลูบหลังของลีซอลฮวาและตะคอกใส่ผม
“คิมทกจา ออกไปสักพักก่อน”
***
ห้องพยาบาล ผมมองไปยังใบหน้าที่ก าลังหลับอยู่ของแม่ ผม
มาเยี่ยมห้องพยาบาลเพื่อฆ่าเวลาที่สมาชิกปาร์ตี้ยังไม่กลับมา
ตั้งแต่การผ่าตัดครั้งใหญ่ครั้งล่าสุด แม่ของผมก็หลับแบบนี้อยู่
ทั้งวัน เธอมีดวงตาสีเทาและแก้มสีซีด ผมเพ่งมองใบหน้าของ
แม่และนึกถึงเวลาที่ผมไปเยี่ยมเธอในคุก แม่ของผมคิดอะไรอยู่
เมื่อลูกชายของเธอมาเยี่ยมและพูดถึงนิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้น?
“สีหน้าของลูกดูมืดๆ นะ”
“…แม่ตื่นอยู่เหรอ?”
“แม่ตื่นตอนที่ลูกเข้ามานั่นแหละ”
มันเป็นเสียงที่ไร้พลังงาน ผมลากผ้าห่มขึ้นมาและคลุมล าคอ
ของแม่ไว้ แม่ของผมยิ้มเบาๆ “ดีจังที่เกือบตาย ลูกชายของฉัน
ก าลังดูแลฉันอยู่”
“หายไวๆ นะ”
“คุยกับแม่ก่อน อะไรก็ได้”
ผมพยายามอยู่สักพักก่อนที่จะพูดออกมา “ในรอบที่ 154 ของ
หนทางเอาชีวิตรอด ยูจงฮยอคได้พูดเรื่องการเสื่อมถอยของเขา
กับสมาชิกปาร์ตี้…”
“ลูกคุยกับกลุ่มเรื่องหนทางเอาชีวิตรอดเหรอ?”
“แม่รู้ได้ยังไง?”
แม่ของผมเอื้อมมือออกมาจับผม “ลูกคิดว่าพวกเขาจะต าหนิ
ลูก ลูกคิดว่าพวกเขาจะรู้สึกว่าถูกหลอกและถามว่าท าไมลูกถึง
ซ่อนข้อมูล”
“มันไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย”
“ลูกไม่รู้จักวิธีการขอโทษเอาซะเลย”
ผมพยักหน้าอย่างเงียบๆ
– ตอบมา! ถ้าพวกเราเป็นตัวละคนในนิยายจริงๆ ท าไมลุงถึง
ยอมตายเพื่อพวกเราอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า?
เสียงของลีจีฮเยดังก้องอยู่ในหัวของผม
แม่ของผมพูดต่อ “มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับลูกที่จะตัดสินใจเรื่องนี้”
“ถ้าอย่างนั้น…”
“บางทีคนที่อยู่ข้างหลังลูกคงจะบอกได้”
ผมหันหน้าไปและเห็นจางฮีวอนที่ก าลังยืนอยู่ตรงประตูห้อง ผม
ขอตัวและออกจากห้องไป
จางฮีวอนเกาแก้มของเธอและแนะน า “พวกเราไปเดินเล่นกัน
หน่อยไหม?”
พวกเราเดินไปตามปีกทางเดินของโรงพยาบาล มันเป็นทางเดิน
ง่ายๆ ที่ไม่มีของตกแต่งอยู่ ดูเหมือนมันจะเป็นรสนิยมของยู
จงฮยอค… ไอ้หมอนี่คงปรับปรุงโรงงานในช่วงสามปีที่ผ่านมา
ในความเป็นจริง ปลายของทางเดินนี้มีห้องที่ยูจงฮยอคนอนอยู่
จางฮีวอนมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดออกมาก่อน
“ขอบคุณนะ… ที่เล่าให้ฉันฟัง”
ผมไม่รู้ว่าจางฮีวอนมีปัญหามากแค่ไหนก่อนที่จะพูดแบบนี้
ออกมา มันแย่กว่านั้นเพราะผมไม่เห็นหน้าเธอ สมาชิกปาร์ตี้
สามารถเห็นได้นอกหน้าต่าง ลีกิลยังและชินยูซองก าลังทะเลาะ
กันอยู่ ในขณะที่ลีฮุนซึงและลีซอลฮวาก าลังปลอบลีจีฮเย
“ทุกคนไม่เป็นอะไร จีฮเยคงจะใช้เวลาสักพัก แต่…”
“ฮีวอน…”
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ จางฮีวอนก็หันมามองผม ใบหน้าของ
เธอก าลังยิ้มตามปกติ ผมหุบปากลง และจางฮีวอนก็ถาม
“นายประหลาดใจเพราะฉันไม่เป็นอะไรเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“ไม่ มันไม่ใช่”
จางฮีวอนรู้มานานแล้วว่าผมมีข้อมูลของอนาคต บางทีใน
บรรดาตัวละคร เธออาจจะเป็นคนที่รู้จักผมมากที่สุด
จางฮีวอนพูดในขณะที่เธอเริ่มยืดกล้ามเนื้อ “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่
อะไร นี่คือโลกที่มอนสเตอร์และโดเกบิมีตัวตนอยู่… มันไม่ใช่
เรื่องพิเศษอะไรที่นิยายจะกลายเป็นความจริงได้”
“…”
“ฉันเข้าใจอดีตแล้ว เหตุผลว่าท าไมคิมทกจากล่าวว่าฉันไม่ได้
ปรากฏตัวในอนาคต นั่นหมายความว่าฉันไม่ได้อยู่ในนิยายที่
ทกจาได้อ่านใช่ไหม?”
“…ใช่”
บียูลอยตัวอยู่เหมือนก้อนเมฆและขยับขึ้นไปเหนือศีรษะของชิน
ยูซอง
จางฮีวอนบอกกับผม “งั้นฉันก็สามารถมาถึงตรงนี้ได้อย่าง
ปลอดภัยเพราะทกจา”
“เรื่องนั้น ฮีวอน―”
“ขอบคุณที่ตามหาฉันนะ ฉันไม่ได้เหน็บแนม ฉันพูดจริงๆ”
ผมรู้ ผมคุ้นเคยกับน้ าเสียงที่จางฮีวอนจะใช้หยอกล้อผมแล้ว
ถึงกระนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
“อย่าเศร้าและหดหู่กับตัวเองไปเลย มองไปยังอนาคตข้างหน้า
ถ้านายชอบก็รีบสนับสนุนฉันเร็วๆ ตอนนี้มันคือเวลาของการ
จับมือให้ก าลังใจกัน”
จางฮีวอนจับมือของผมอย่างแรง ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งที่อบอุ่น
พุ่งขึ้นมาจากภายในตัวของผม
ผมเม้มริมฝีปากแน่น
「จางฮีวอน เธอไม่โอเค」
ผมรู้สึกถึงชีพจรจากมือของจางฮีวอน เธอคงจะเศร้าเหมือนกัน
เธอคงจะเจ็บปวด และมันคงจะยากส าหรับเธอ ถึงกระนั้นก็
ตาม…
จางฮีวอนก็จับมือผมไว้แน่นอยู่สักพักก่อนที่จะปล่อยไปพร้อม
กับรอยยิ้ม จากนั้นเธอก็ถาม “ยังไงก็เถอะ ทกจา…ฉันมี
ค าถาม”
“อื้อ ถามมาสิ”
“ถ้าโลกนี้เป็นนิยาย มันก็หมายความว่าต้องมีตัวเอก”
ตามที่คาดไว้ จางฮีวอนฉลาด ผมบอกกับกลุ่มถึงหนทางเอา
ชีวิตรอด แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าตัวเอกคือใคร อย่างไรก็ตาม
จางฮีวอนก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของตัวเอกแล้ว
จางฮีวอนจ้องไปยังปลายทางเดิน “นั่นคือเหตุผลที่พวกนาย
ต่อสู้กันใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้พูดกับเขาชัดๆ แต่… ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
“เมื่อนายเริ่มมัน นายก็ต้องจบมัน นายรู้ไหม?”
ผมพยักหน้า
“คนๆ นั้นคงจะไม่ง่ายนะ”
ผมรู้ ถึงกระนั้นมันก็ช่วยไม่ได้
***
สองวันต่อมา ผมก็มาอยู่ในห้องพยาบาลของยูจงฮยอค ผม
แทบไม่ได้พบกับคนอื่นเลย ผมเป็นกังวล แต่ก็ตัดสินใจที่จะสงบ
สติอารมณ์ลง ผมเชื่อว่าผู้คนต้องการเวลาในการคิด มันคงจะ
ไม่สายเกินไปที่จะพูดกันเมื่อสมาชิกปาร์ตี้พร้อมแล้ว
ยูจงฮยอคยังไม่ตื่น
“บาดแผลของเขาหายเกือบหมดแล้ว ฉันคิดว่าปัญหาคือ
จิตใจ”
“ปัญหาคือจิตใจ?”
“ดูเหมือนว่าเขาก าลังปฏิเสธที่จะตื่นขึ้นมา… บางทีเขาอาจจะ
เจอกับภาวะตกใจอย่างรุนแรง”
นั่นเป็นค าพูดของไอลีน เธอเปลี่ยนแพ็คเรื่องราวและจากไป
เหลือทิ้งยูจงฮยอคและผมไว้ในห้อง
มันมีฝุ่นเกาะจมูกของเขาอยู่ ผมเปิดปากออกมาในขณะที่มอง
ไปยังยูจงฮยอค”นายจับฉันและปล่อยฉันลงไปในสะพานใน
ตอนแรก”
ผมรู้ว่าเขาคงไม่ได้ยินผม แต่ผมก็ยังอยากจะพูดอยู่
「”เอามือออกไปจากฉันและไสหัวไปซะ ไอ้ระย าเอ้ย!”
“ฉันเชื่อนาย นายคือผู้เผยพระวจนะจริงๆ”」
ครั้งแรกที่ผมพบเขาที่สะพาน ทันใดนั้น เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น
“พูดตามตรง นายไม่อยู่ในต าแหน่งที่จะต าหนิอะไรฉันได้เลย
นายคือผู้เสื่อมถอย… มีผู้คนมากมายเท่าไรที่ต้องตายไปเพราะ
นาย?”
เมื่อผมเริ่มพูด ความทรงจ าก็หลั่งไหลออกมาเหมือนน้ าตก มัน
ก็เหมือนกับกล่องแพนดอร่า มันรู้สึกราวกับว่าเวลาได้ผ่านไป
เนิ่นนาน ผมใช้เวลากับคนๆ นี้ไปมาก
“ฉันคิดว่าฉันเข้าใจนายดีกว่าใคร แต่ฉันก็ไม่รู้อะไรเลย ท าไม
นายถึงท าแบบนั้นในช่วงภัยพิบัติแห่งอุทกภัย?”
「”…คนๆ นั้นคือสหายของฉัน”」
“ท าไมนายถึงเรียกฉันว่าสหาย ตามปกตินายจะไม่พูดแบบนั้น
แน่… การแทงฉันที่ปราสาททมิฬ… แม้ว่าฉันจะบอกให้นายฆ่า
ฉันในเวลานั้นก็ตาม”
「”คิมทกจา! ไม่! คิมทกจา!”」
ทุกๆ ความทรงจ าท าให้อารมณ์มากมายบังเกิดขึ้นมา
สถานการณ์ที่จริงจังในเวลานั้นกลายเป็นเรื่องราวเมื่อพวกมัน
จบลง พวกเราถูกทิ้งไว้กับเรื่องราว
“ถึงกระนั้นฉันก็ขอบคุณส าหรับเกมการปฏิวัติ ฉันรอดมาได้ใน
เวลานั้นเพราะนาย ถึงกระนั้นมันก็แปลก ท าไมนายถึงขายชื่อ
ของนายตอนนายโจมตีเขตอุตสาหกรรมผิด? อืม… บางทีนาย
อาจจะพยายามท าระย ากับฉัน”
ผมหลั่งไหลสิ่งที่ผมคิดออกมาและค่อยๆ เริ่มง่วงนอน ผมหลับ
ไม่ค่อยสบายเท่าไร…
ค าบ่นของผมด าเนินต่อไปจนสติของผมริบหรี่ลง เวลาที่ผม
ต่อสู้กับเขาผ่านไปเหมือนกับผมอ่านหนทางเอาชีวิตรอด
ภัยพิบัติแห่งค าถาม การเสียสละที่แข็งแกร่งที่สุด ดินแดนแห่ง
สันติ สุสานแห่งสถานการณ์ การคัดเลือกราชาปีศาจ และกิ
แกนโทมาเคีย มันยากที่จะหาสมรภูมิที่ผมไม่ได้ต่อสู้กับเขา ผม
คิดย้อนกลับไปในช่วงเวลาเหล่านั้น
‘บางทีมันอาจจะไม่เป็นไร’
ผมอาจจะโน้มน้าวเขาได้บ้างถ้ามันเป็นยูจงฮยอคที่ผมรู้จัก
พวกเราไม่เคยพูดถึงมันอย่างเหมาะสมเลย ถ้าผมจะใช้เวลา
อธิบายทีละขั้นตอนล่ะ? มันเป็นยูจงฮยอค ไม่ใช่คนอื่น…
ผมสามารถเห็นแผ่นหลังของยูจงฮยอคได้ในระยะไกล ผมลืมไป
ว่ามันคือความฝันและเดินเข้าหายูจงฮยอค
‘ยูจงฮยอค’
ในเวลลานั้นเอง หัวของผมก็ปวดขึ้นมาและค าพูดก็ปรากฏขึ้น
มันเป็นฉากจากหนทางเอาชีวิตรอด ฉากที่ยูจงฮยอคถูกทรยศ
โดยแอนนาและใช้ชีวิตอย่างน่าสมเพช
นี่เป็นค าพูดสุดท้ายที่ยูจงฮยอคทิ้งไว้
「”ฉันจะไม่ยกโทษให้เธออย่างแน่นอน”」
ยูจงฮยอคหันกลับมาและพูดกับผม พลังงานแห่งการฆ่าฟัน
ปะทุออกมาจากดาบปีศาจทมิฬ
「”คิมทกจา”」
ผมรู้สึกถึงความเย็นจากแผ่นหลังของผมและตื่นขึ้นมา ผมอ้า
ปากในขณะที่หลั่งเหงื่อออกมาและตระหนักได้ว่ามันเป็นความ
ฝัน แสงจันทร์สลัวเข้ามาจากทางหน้าต่าง มันเป็นห้อง
พยาบาลอันว่างเปล่า
ผมค่อยๆ ลูบตาของผม จากนั้นผมก็ตระหนักได้ว่ามีบางสิ่ง
แปลกๆ
“…ยูจงฮยอค?”
เตียงนั้นว่างเปล่า ยูจงฮยอคไม่สามารถมองเห็นได้จากที่ไหนใน
ห้อง ผมรีบลุกขึ้น แต่ผมก็ไม่สามารถรู้สึกถึงยูจงฮยอคได้
บนเตียงมีนาฬิกาพกที่ดูคุ้นเคยอยู่ เวลาที่เหลืออยู่จนกว่าจะถึง
สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจคือ 26 วัน
ในวันนี้ ยูจงฮยอคได้ออกจากบริษัทของคิมทกจา
(จบตอน)