มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 355 – ผู้คนที่ถูกหลงลืมจากสถานการณ์ (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 355 – ผู้คนที่ถูกหลงลืมจากสถานการณ์ (1)
มันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่ยูจงฮยอคหายตัวไป ใน
ขณะเดียวกัน บรรยากาศของบริษัทของคิมทกจาก็เปลี่ยนไป
เล็กน้อย
ผู้คนดูสงวนท่าทีไว้อย่างเห็นได้ชัด แทนที่จะแสดงอะไรหรือ
พูดคุยถึงมัน พวกเขาพากันฝึกฝนอย่างเงียบๆ จางฮีวอนก็เป็น
หนึ่งในนั้น พวกเขาฝึกฝนสกิลและร่างกายของพวกเขา… พวก
เขาแสร้งท าเป็นเช่นนั้นในขณะที่ก าลังมองคนๆ หนึ่ง “อ๊า ฉัน
ทนไม่ไหวแล้ว! บรรยากาศแบบนี้จะอยู่อีกนานแค่ไหน?”
ลีฮุนซึงใช้ผลักขุนเขาเข้าใส่พื้นดินเพราะความตกใจกับค า
อุทานของจางฮีวอน ในขณะที่ไหล่ของชินยูซองสั่นในขณะที่
เธอใช้การสื่อสารอันหลากหลาย สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ
ลีจีฮเยที่ก าลังฝึกเคนโด้อยู่
จางฮีวอนกดเธอ “จีฮเย เธอ! เธอจะไม่คุยกับทกจาอีกแล้ว
เหรอ?”
“…ฉันไม่รู้”
“เธอยังโกรธอยู่เหรอ? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ควรจะคุยกัน
สักหน่อย”
ลีจีฮเยตะโกนออกมา “ฉันไม่ได้โกรธ! ถ้าฉันคิดเกี่ยวกับมัน มัน
ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร… มันคล้ายกับผู้เผยพระวจนะ ฉันรู้ว่าลุง
เป็นคนดี แต่ฉันแค่ไม่ชอบค าว่า ‘ตัวละคร’!”
มันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่คิมทกจาทิ้งระเบิดลงมา
สมาชิกปาร์ตี้คิดเกี่ยวกับค าพูดของคิมทกจาในแบบของตัวเอง
โดยสรุป นี่เป็นความรู้สึก
ในวันแรก สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนรู้สึกตกใจ
ในวันที่สอง พวกเขาคิดว่ามันคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว (จางฮี
วอน”คิดดูแล้ว นี่ก็เหมือนกันกับกลุ่มดาว”)
ในวันที่สาม บางคนประหลาดใจกับนิยาย (ลีซอลฮวากล่าว
“ฉันมีความส าคัญมากแค่ไหนกัน?”)
ในวันที่สี่ พวกเขาคิดว่าคิมทกจาเป็นเหมือนเทพเจ้าของโลกใบ
นี้ถ้าเขาได้อ่านนิยายมา (ลีกิลยังกล่าว “ฉันรู้ว่าพี่เป็นคนดี”)
ในวันที่ห้า มันมีคนที่อ้างว่าคิมทกจาควรเป็นคนที่ถูกปลอบ
ไม่ใช่สมาชิกปาร์ตี้ (ชินยูซองกล่าว “บางทีลุงอาจจะเป็นคนที่
ล าบากที่สุดในตอนนี้”)
ลีฮุนซึงได้ยินเรื่องราวและกล่าวว่า “แน่นอน พวกเราไม่รู้ว่าทก
จารู้สึกยังไงในตอนนี้ หลายวันที่ผ่านมา จงฮยอคก็หายตัว
ไป…”
สมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าเห็นด้วยกับลีฮุนซึง ในที่สุด สายตาของ
พวกเขาก็จดจ้องไปยังลีจีฮเยอีกครั้ง
“จีฮเย”
ลีจีฮเยหน้าแดงในขณะที่เธอตะโกนออกมา “อ้า ฉันหมายถึง!
ฉันจะพูดอะไรได้ในเมื่อลุงเดินไปมาเหมือนคนตาย?”
“แต่…”
“งั้นท าไมลุงทกจาถึงไม่พูดอะไรออกมา? เขาเพิ่งหลอกพวกเรา
มาตลอด…”
“จีฮเย” จางฮีวอนเรียกออกมา และลีจีฮเยก็ก้มหัวลง จางฮี
วอนพูดต่อ “พวกเราไม่อาจเพิกเฉยต่อการเลือกของทกจาได้
เพียงเพราะแค่พวกเราไม่เข้าใจมัน ฉันไม่รู้เหตุผลหรอก แต่มัน
ก็คงจะเป็นเรื่องจ าเป็นส าหรับทกจา ทกจาคงจะคิดถึงมันใน
แบบของเขาเอง”
“พี่สาว เธอคิดว่าพวกเราเป็นแค่ตัวละครงั้นเหรอ?”
“ฉันเองก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพวกเราเป็นตัวละครที่
อาศัยอยู่ในสถานการณ์ล่ะ? มันไม่ใช่ความผิดของทกจาที่มี
นิยายแบบนี้อยู่”
มันสมเหตุสมผล คิมทกจาไม่ได้สร้างโลกนี้ขึ้นมา เขาเป็นแค่
ผู้อ่านที่บังเอิญมาอ่านนิยาย ตัวละครในนิยาย… นั่นคือ
ความหมายของมัน ตั้งแต่วินาทีที่สถานการณ์บัดซบนี่เริ่มต้น
ขึ้น พวกเราก็เป็นหุ่นเชิดของกลุ่มดาว มันไม่รู้สึกจริงมากนัก
เมื่อได้ยินเรื่องแบบนี้เอาตอนนี้
ลีจีฮเยเม้มปากของเธออยู่นานก่อนที่จะพูดออกมา “ฉันเข้าใจ
แล้ว ฉันจะไปพูดกับเขา แต่ยูซองและลุงฮุนซึงก็ควรจะไปกับ
ฉันด้วย”
ชินยูซองและลีฮุนซึงเหลือบมองหน้ากันหลังจากได้ยินค าพูด
ของลีจีฮเย
“เอ่อ อืม ฉันไปหาเขาหลังจากอาหารเย็นเมื่อวานแล้ว…”
“ฉันคุยกับเขาเมื่อสามวันก่อนแล้ว”
ใบหน้าของลีจีฮเยซีดลงในขณะที่เธอมองไปยังสมาชิกปาร์ตี้ที่
อยู่รอบๆ”อะไรกัน? ฉันเป็นคนเดียวที่ยังไม่ไปเหรอ?”
***
ผมรู้สึกสับสนเกี่ยวกับสมาชิกปาร์ตี้ที่มาหาผมทีละคน
ลีซอลฮวาปรากฏตัวขึ้นในช่วงกลางดึกและสอดแพ็คเรื่องราว
เข้ามาในแขนของผม จากนั้นเมื่อผมลืมตาขึ้นในตอนเช้า มันก็
มีมอนสเตอร์ยักษ์และราชาแมลงอยู่ตรงหน้าของผม
ผมเป็นคนที่ท าผิดไป ดังนั้นผมจึงคิดไม่ออกว่าจะตอบสนอง
อย่างไรเมื่อสมาชิกปาร์ตี้มาดูแลผมแบบนี้
– ถ้าพวกเราเป็นตัวละคร ทกจาก็ได้โยนตัวเองเข้ามาตรงหน้า
ตัวละครเหล่านั้นอยู่หลายครั้ง ฉันจ าได้ และฉันก็มั่นใจว่าคน
อื่นก็เหมือนกัน
นั่นคือค าพูดของจางฮีวอน
– คุณลุง หนูยังเด็ก และหนูก็ไม่แน่ใจว่าท าไมคุณลุงถึงพูดแบบ
นั้น ถึงกระนั้นหนูก็รู้ว่ามันยากมากส าหรับลุงในตอนนี้
ชินยูซองและลีกิลยังได้บอกกับผม
– ทกจา คู่มือของฉันไม่ได้บอกฉันถึงวิธีการรับมือกับ
สถานการณ์แบบนี้ ดังนั้นก็อย่ากังวลเกินไปล่ะ และกลับมาเป็น
ปกติได้แล้ว
ลีฮุนซึงก็เป็นลีฮุนซึงเสมอ
– ฉันปลอบคนอื่นไม่เก่งเท่าไร ถ้าฉันอยู่ในนิยายเรื่องนั้นจริงๆ
ไม่ใช่ว่าลุงก็ควรจะรู้แล้วเหรอ
นอกจากนี้ ลีจีฮเย…
ค าปลอบโยนสะสมเหมือนกับเม็ดฝนในฤดูใบไม้ผลิ มันเงียบ
พอที่จะไม่ถูกสังเกตว่ามันเป็นการปลอบโยน
หิมะกองสุมอยู่ใต้ก าแพง มันคือฤดูหนาว ผมมองลงไปยัง
ชาวเมืองที่ก าลังกวาดหิมะอยู่ ในโลกกลับด้านนี้ที่มีมอนสเตอร์
อาละวาด พวกเราก็ยังต้องกวาดหิมะกันอยู่ ถ้าหิมะไม่ถูกกวาด
ออกไป มันก็จะกลายเป็นน้ าแข็งหนาและน่าร าคาญ
“การเตรียมการเป็นไงบ้าง?”
ผมหันไปและเห็นเคียร์อีออสก าลังลอยอยู่ในอากาศ เคียร์อีออ
สฟื้นพลังขึ้นมาและรับผิดชอบในการฝึกฝนวิชาต่อสู้ของ
สมาชิก
“ผมก าลังพยายามอยู่”
สถานการณ์ที่ 80 ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ คงจะ
เริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า ในตอนนี้สถานการณ์สูงสุดที่พวกเรา
สามารถผ่านไปได้จากบริบทของกลุ่มดาวคือสถานการณ์ที่ 65
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเราต้องสร้างเรื่องราวให้เพียงพอที่จะ
ผ่านสถานการณ์ที่ 65 และไปถึงบริบทของกลุ่มดาวที่สอง
หลังจากนั้น บริษัทของคิมทกจาก็จะมีคุณสมบัติเพียงพอ
ส าหรับสถานการณ์ที่ 80
“เรื่องราวต่างๆ ได้รับการสะสมอย่างต่อเนื่อง และพวกเราก็ได้
เคลียร์สถานการณ์ไปอย่างราบรื่น ไม่ว่ายังไง สถานการณ์
ในช่วง 60 นั้นก็มีความยากคล้ายๆ กัน นอกเหนือจากกิแกนโท
มาเคีย
จากวสันต์แห่งโลกปีศาจไปจนถึงคบเพลิงที่กลืนกินต านาน
พวกเรารักษาความเป็นไปได้ในระดับที่แตกต่างกว่าก่อนและ
เคลียร์สถานการณ์ไปอย่างราบรื่น ในสถานการณ์ช่วง 60 มัน
ไม่มีเนบิวลาไหนที่สามารถจัดการกับพวกเราได้
นอกจากนี้ การโฆษณาตามสัญญากับผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก
ยังเริ่มขึ้น และและราคาหุ้นของบริษัทของคิมทกจาก็พุ่งทะยาน
ขึ้นในเวลาเดียวกัน โฆษณาของผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็
ปรากฏขึ้นบนหน้าจอกลางอากาศ
– สถานการณ์ มันมีเส้นทางอันหลากหลาย
พร้อมกับเสียงของผมที่ก าลังพูดอยู่ รถหลายคันบนหน้าจอ
ก าลังพุ่งเข้าหาประตูมิติ
มันมีรถเพียงคันเดียวที่ไม่ได้เลือกประตูมิติ มันคือเฟอร์รารีกินี่
ระดับ X ที่ฮันซูยองก าลังขับอยู่
– ทุกคนมีวิธีการของตัวเอง
เฟอร์รารีกินี่ระดับ X วิ่งผ่านรถที่กระจัดกระจายและวิ่งผ่าน
ความมืด หน้าจอซูมเข้าไปบนใบหน้าของฮันซูยองในขณะที่
เธอลิปซิงค์ค าพูดของผม
– อย่างไรก็ตาม พลังที่แท้จริงคือการวิ่งไปบนถนนที่ไม่มี
เส้นทาง
โลโก้ของผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากปรากฏขึ้นบนหน้าจอสีด า
ผมรู้สึกถึงรสขมในปาก แรงบันดาลใจของชายชราคนนี้ไม่ปกติ
เลย เขาใช้ค าพูดที่เขาบอกกับผมในโฆษณา ผมไม่อยากจะเชื่อ
เลยว่าโฆษณานี้จะได้ผลกับกลุ่มดาว…
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ชอบโฆษณานี้]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ต้องการเฟอร์รารีกินี่ระดับ
X]
[โฆษณาของคุณกระตุ้นความต้องการซื้อของกลุ่มดาวบาง
กลุ่ม]
…นั่นแหละ
เคียร์อีออสเดาะลิ้นของเขาในขณะที่ดูโฆษณากับผม ผู้บรรลุ
จากบู๊ลิ้มดูเหมือนจะไม่สามารถยอมรับอารยธรรมสมัยใหม่ได้
“ข้าไม่เข้าใจ ท าไมต้องนั่งเครื่องจักรนั้นด้วย? ข้าสามารถวิ่งได้
เร็วกว่ามากด้วยวรยุทธ์ของข้า”
“นั่นก็จริง”
“ศิษย์ของทลายนภายังไม่กลับมาอีกเหรอ?”
ผมเงียบไปกับค าถามอย่างฉับพลัน
“ผมไม่ได้กังวลเพราะเขาคือคนที่จะหาทางของตัวเองได้”
ผมเป็นกังวล ผมไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นจะท าอะไรอีก ภาวะซึมเศร้า
ของผมหวนกลับมาเมื่อผมคิดถึงผู้เสื่อมถอย ผมไม่อาจปกปิด
ความกังวลของผมได้โดยสมบูรณ์ แม้ว่าจะเตือนตัวเองไว้หลาย
ครั้งว่ามีหลายสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสได้ในยูจงฮยอคตอนนี้
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมก็ถูกบังคับให้เชื่อในตัวเขา มัน
เหมือนกับวันที่ผมรู้จักเขาแค่ในตัวหนังสือ
“เขาคงจะปรากฏขึ้นในสักที่ในสถานการณ์ต่อไป เขาเป็นคน
แบบนั้นแหละ”
“เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิดไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น”
“ผมรู้”
ผมพยักหน้า เคียร์อีออสเป็นผู้บรรลุและเคยไปเยือนเกาะแห่ง
การกลับชาติมาเกิดแล้ว สายตาของเคียร์อีออสหันไปทางด้าน
ล่างของก าแพง ผมเห็นจางฮายังที่ก าลังยืนอยู่คนเดียวโดยอยู่
ห่างจากสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นไปหน่อย
“พาฮายังไปกับเจ้าด้วย ชายคนนี้ก้าวหน้าขึ้นมาในวิถีทลาย
นภา เขาจะไม่เป็นภาระ”
“ผมก็ก าลังจะพาเขาไปด้วย”
จางฮายังเป็นคนที่ขาดไม่ได้เลยส าหรับสถานการณ์นี้ สถานที่ที่
เขาได้ชื่อว่า ‘ราชาแห่งผู้บรรลุ’ คือเกาะแห่งการกลับชาติมา
เกิด ผมโบกมือเบาๆ และจางฮายังที่ก าลังมองมาทางนี้ก็หัน
หน้าของเขาออกไปอย่างรวดเร็ว
ผมมองออกไปยังท้องฟ้าห่างไกลอีกครั้ง ผมรู้สึกถึงการสั่นของ
เข็มนาฬิกาที่ก าลังกระดิกอยู่รอบๆ ข้อมือของผม มันเหลืออีก
21 วันก่อนสงครามแห่งกลุ่มดาวและปีศาจ
ผมเปิดสมาร์ทโฟนขึ้นมาอย่างเงียบๆ และเปิดไฟล์หนทางเอา
ชีวิตรอด มันเป็นเพราะนิยายเรื่องนี้ที่ท าให้ผมไปท าร้ายสมาชิก
ปาร์ตี้ แต่มันก็ยังเป็นเพราะนิยายเรื่องนี้ที่ท าให้ผมมาเจอกับ
พวกเขา
ท่ามกลางความรู้สึกขัดแย้งเหล่านี้ ผมเปิดหัวข้อของสงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจขึ้นมา
ประโยคแรกของสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจเริ่มขึ้น
ตามนี้:
「ในที่สุด ฤดูแห่งการท าลายล้างก็ค่อยๆ คืบคลานมายังโลก
ใบนี้」
***
เนบิวลาเอเด็น
ณ ทางเข้าของโถงวรยุทธ์ซึ่งตามปกติจะไม่เป็นที่นิยม ฝูงชน
ของเหล่าเทวทูตได้มารวมตัวกันที่นี่
[อ๊า อวตารคนนั้นคือ…]
[…นั่นคือร่างกายมนุษย์?]
เหล่าเทวทูตก าลังแอบมองชายคนหนึ่งที่มีร่างกายท่อนบน
เปลือยเปล่าก าลังเหวี่ยงดาบผ่านอากาศ เมื่อมองแวบแรก เขา
ดูเหมือนจะแค่ถือดาบไว้เฉยๆ แต่จริงๆ แล้วเขาก าลังตัด
อากาศด้วยดาบ เหล่าเทวทูตต่างก็มีสายตาที่ดีที่สามารถบอก
ได้ว่าดาบก าลังชี้ลงด้วยความเร็วที่เหมาะสมมาก
มันคือการฝึกฝนซ้ าๆ ของยูจงฮยอคเมื่อเขาต้องการที่จะลืม
เลือนเวลา มันคือการยืดเวลาออกไปและท าให้รู้สึกถึงความ
เป็นนิรันดร์ที่ก าลังเข้ามาในเวลานั้น
อากาศรอบตัวสั่นไหวจากการเคลื่อนไหวของเขา มันถูกยับยั้ง
เหมือนมังกรที่หมอบอยู่
[สุดยอด แม้แต่กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าก็ไม่สามารถเผชิญหน้า
กับเขาได้ง่ายๆ ในตอนนี้]
ยูจงฮยอคหันหน้าของเขาไปและเห็นทูตสวรรค์ที่ก าลังหน้าซีด
คนที่บันทึกทุกๆ อย่างในเอเด็น เมทาทรอนหัวเราะในขณะที่
สายตาของยูจงฮยอคก าลังถามว่าเขามาท าไม
[ข้ามาเพื่อให้ค าแนะน านิดหน่อย หากเจ้าจะถอดเสื้อทุกๆ ครั้ง
ที่เจ้าฝึก เจ้าก็ควรจะย้ายไปยังที่อื่น]
“ความหนาแน่นของความเป็นไปได้แห่งเอเด็นในสถานที่แห่งนี้
แทบจะเหมาะสมที่สุดแล้วในการฝึกฝน”
[มันเป็นเพราะเจ้าที่ท าให้ศีลธรรมของเทวทูตตัวน้อยๆ…]
“เมทาทรอน ท าไมนายถึงแสดงการเปิดเผยนั่นให้ฉันเห็น?”
เมทาทรอนรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ฟังเลยและเปลี่ยนค าพูดของเขา
[ข้าบอกเจ้าว่ามันคือการต่อรอง เจ้าจะเข้าข้างฝ่ายดีในคู่
ประสานระหว่างความดีและความชั่ว มันไม่มีอะไรมากไปกว่า
นั้น]
“นายก าลังพยายามแยกบริษัทของคิมทกจางั้นเหรอ?”
[ท าไมเอเด็นต้องท าแบบนั้น?]
“ฉันรู้ว่านายให้ความสนใจคิมทกจาเป็นพิเศษ ฉันเดาว่านาย
ก าลังพยายามรักษาอ านาจของเขาอยู่ในการตรวจสอบ”
[นั่นเป็นเหตุผลว่าท าไมเจ้าถึงประท้วงที่นี่ จนถึงขั้นถอดเสื้อ
เลย?]
“ค าพูดของนายไม่สมเหตุสมผลเลย”
เมทาทรอนส่ายหัวราวกับว่าเขาไม่สามารถบอกได้ว่าด้านไหน
สมเหตุสมผล ยูจงฮยอคยังคงแกว่งดาบของเขาผ่านอากาศ มัน
เหมือนกับว่าเขาก าลังตัดฝ่ายตรงข้ามอย่างช้าๆ
[หากเจ้าจะฝึกฝนแบบนั้นต่อ งั้นก็จงออกจากบริษัทของคิมทก
จาอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมกับเอเด็น จากนั้นเจ้าจะได้รับ
อนุญาตให้ถอดเสื้อ]
“มอบการเปิดเผยในบทต่อไปให้กับฉัน นั่นคือข้อมูลทั้งหมดที่
นายมีเหรอ?”
[เจ้าไม่คิดเหรอว่าข้าอาจจะมอบข้อมูลที่ผิดให้กับเจ้า?]
“มันดีกว่าที่ราชาปีศาจจะโกหก”
[ท าไมเจ้าถึงมาหาพวกเรา แทนที่จะเป็นแอสโมเดียส?]
“ถ้าราชาปีศาจรู้ข้อมูล งั้นนายก็คงจะรู้มันด้วย”
[ฮ่าฮ่า…]
เมทาทรอนยังไม่ลืมวันที่ยูจงฮยอคบุกเข้ามายังเอเด็นคนเดียว
เขาบุกผ่านประตูทางเข้าที่ถูกปกป้องโดยเทวทูตแห่งพลังและ
เทวทูตแห่งคุณธรรมที่แม้แต่ราชาปีศาจก็ไม่กล้าท าเช่นนั้น อัน
ที่จริง ถ้าเมทาทรอนไม่หยุดมันไว้ ยูจงฮยอคก็คงจะตายในมือ
ของมิคาเอลในวันนั้นไปแล้ว
ยูจงฮยอคกล่าว “มอบการเปิดเผยให้กับฉัน มันยังไม่พออีก
เหรอที่ฉันเล่นตามเกมของนายมาจนถึงตอนนี้?”
ปากของเมทาทรอนบิดอย่างไม่น่าดู แสงสว่างอันเย็นชาเปล่ง
ประกายขึ้นในสายตาของเมทาทรอนในขณะที่เขาจ้องไปยังยู
จงฮยอค
[อวตารยูจงฮยอค ข้อมูลที่ข้ามอบให้กับเจ้าไม่ใช่การเปิดเผย
ในทางเทคนิค มันเป็นข้อมูลที่ได้รับจากการด ารงอยู่ที่พิเศษ]
“การด ารงที่พิเศษ?”
[เจ้าอยากจะรู้จริงๆ เหรอ?]
เมทาทรอนจ้องไปยังยูจงฮยอคอยู่สักพักก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น
อย่างช้าๆ ยูจงฮยอคก็เงยหน้าขึ้นเช่นกัน
ครู่หนึ่ง ท้องฟ้าแห่งเอเด็นก็บิดเบี้ยว เทวทูตบางคนที่อยู่รอบๆ
โถงซ้อมนั่งลงพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องเล็กๆ ยูจงฮยอคจับดาบ
ปีศาจทมิฬโดยสัญชาตญาณ
…ราชาปีศาจ? ไม่สิ
มันเป็นความโกลาหลมากกว่าปีศาจ
[ผู้สนับสนุนของคุณรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างนี้]
ยูจงฮยอคกะพริบตา และสภาพแวดล้อมของเขาก็เปลี่ยนไป
มันเป็นศูนย์กลางของการถ่ายทอดสดดวงดาว ความมืดที่จับ
ต้องไม่ได้เต็มไปทั่วพื้นที่นี้
มันมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่จนไม่อาจเทียบได้กับผู้บรรลุยูจงฮยอค
ยูจงฮยอคถาม “นายเป็นใครกัน?”
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังมองมายังอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
ความมืดพูด
[นานแล้วสินะ หุ่นเชิดของความฝันที่เก่าแก่ที่สุด]
(จบตอน)