มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 391 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (7)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 391 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (7)
ความแข็งแกร่งของ ‘ยมโลก’ นั้นมหาศาล
กองทัพแห่งยมโลกที่เข้ามายังพื้นที่ความขัดแย้งที่ 121 ได้
กวาดล้างทหารจากทั้งค่าย ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ เพื่อ
เปลี่ยนให้ ‘ความดี/ความชั่วร้าย’ ภายในสมรภูมิเป็นกลาง
[เดินหน้า!!]
กลุ่มดาวที่มีส่วนร่วมในพื้นที่ความขัดแย้งที่ 121 เห็นกองทัพ
แห่งขุมนรกก้าลังลุกล้าเข้ามาในสมรภูมิ และหากพวกเขาไม่
หนีไปก็มีแต่จะถูกท้าลาย
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 121 ถูกบังคับให้ยุติ]
[ผลการต่อสู้ไม่อาจตัดสินได้]
[ขาดเจตจ้านงในการต่อสู้จากผู้เข้าร่วมการต่อสู้]
[พื้นที่ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องได้รับการยกเว้นจากหมวดหมู่
ของ ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’]
ผมมองไปยังสมรภูมิที่ในตอนนี้ได้ยุติลงแล้ว และโดยไม่พัก ผม
ได้เบนสายตาไปยังประตูต่อไป
[ประตูที่ 117 ก้าลังเปิดใช้งานอยู่]
[ประตูที่ 119 ก้าลังเปิดใช้งานอยู่]
[ประตูที่ 123 ก้าลังเปิดใช้งานอยู่]
ตามแผนการ สหายของผมน่าจะอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ชุลมุน
ภายในประตูที่ 117 และ 119 อยู่ตามที่ได้แบ่งไว้ จางฮีวอน
และลีฮุนซึงได้อยู่ในประตูที่ 117 ในขณะที่ประตูที่ 119 เป็น
ของฮันซูยองและยูจงฮยอค
ซึ่งหมายความว่าผมควรช่วยในสถานการณ์ของประตูที่ 117
มากกว่าที่จะเป็น 119…
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจ้านวนมาก’ บอกว่าคุณต้องเข้าไปยัง
ประตูที่ 123]
…123?
แต่มันไม่น่าจะมีใครอยู่ที่นั่นหนิ?
ผมเพ่งสายตาไปยังภาพอันพร่ามัวของสมรภูมิที่สามารถเห็นได้
จากประตู และจากนั้น…
“อะไรกันวะ…?”
…ผมออกค้าสั่งให้เดินทัพใหม่ทันที
“ทหารทุกคน เดินทัพไปยังประตูที่ 123!”
ค้าสั่งของผมได้กระตุ้นให้ทหารกว่า 30,000 นายจากยมโลก
ยาตราทัพผ่านประตู มหากองทัพแห่งยมโลกก้าลังขี่อยู่บนเมฆ
สีด้าสนิทได้ข้ามผ่านประตูมิติและมาถึงบนท้องฟ้าของพื้นที่
ความขัดแย้งที่ 123
“ยูจงฮยอค ไอ้โง่เอ้ย!!”
เขามีเลือดไหลทะลักออกมาและก้าลังจะตาย จากนั้นก็มีแอน
นาก้าลังแบกเขาไว้บนหลัง
ผมเข้าใจแล้วว่าท้าไมไอ้หมอนั่นถึงตัดสินใจไม่ท้าตามแผนและ
เข้าร่วมในสมรภูมินี้
“ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น!”
ผมได้ยินเสียงเรียกอย่างรีบร้อนของเธอ และในเวลาเดียวกัน
ผมก็เห็นศัตรูที่ก้าลังไล่กวดเธอมาจากทางด้านหลัง
พวกเขาคือกลุ่มดาวจากพระเวทและพาไพรัส ส่วนใหญ่แล้วจะ
เป็นระดับยิ่งใหญ่ แต่มันก็ยังมีกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าอยู่ด้วย
[ค่ายของคุณคือ ‘ความชั่วร้าย’]
ในขณะเดียวกัน ยูจงฮยอคและแอนนาก็อยู่ค่าย ‘ความดี’
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ศัตรูที่ก้าลังไล่ตามพวกเขามาก็คือ ‘ความชั่ว
ร้าย’ ถ้านี่เป็นสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจของเส้นเรื่อง
เดิม พวกเขาก็คงจะเป็นสหายของผมแทน
“…ฆ่ามันให้หมด”
น่าเสียดาย พันธมิตรของผมในสมรภูมินี้ต่างก็ไม่ใช่ทั้ง ‘ความ
ดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’
[เพื่อความรุ่งโรจน์แห่งยมโลก!]
สามตุลาการที่ควบขี่อยู่บนอาชาแห่งขุมนรกที่ก้าลังลุกไหม้อยู่
ในเปลวเพลิงอเวจีค้ารามออกมาโดยพร้อมเพรียงกันและ
ทะยานไปยังกลุ่มของศัตรู
ไออาคัสแห่งความเมตตาและความชอบธรรม
ไมนอสแห่งปัญญาและกฎเกณฑ์
ราดาแมนทีสแห่งความเป็นธรรมและความซื่อตรง
เมื่อยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาได้เดินบนเส้นทางแห่งราชา และ
ในตอนนี้ พวกเขาก็ก้าลังเหยียบย่างอยู่บนเส้นทางของตุลาการ
แห่งยมโลก พวกเขาปลดปล่อยออร่าระดับเรื่องเล่าที่พวกเขามี
อยู่ออกมาและเริ่มฟาดฟันศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ
[ยมโลกมาได้ยังไง…!!]
[อ๊ากกกก!!]
ผมร่อนลงมาข้างๆ ยูจงฮยอคและแอนนาในขณะที่มองดูศัตรูที่
ล้มตาย
ร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลสาหัสทั้งหมด แม้แต่เสื้อ
คลุมของเขาที่มีความต้านทานต่อความร้อนที่แข็งแกร่งก็ยังไม่
อาจต้านทานอุณหภูมิสูงได้และละลายไปครึ่งตัวแล้ว ผมแทบ
จะไม่ได้ยินเสียงหายใจของเขาเลย
ผมมองไปยังขาซ้ายของเขาที่ตอนนี้หายไปแล้ว มันมีร่องรอย
ว่ามันหายไปเนื่องจากพลังที่ระเบิดออกมาจากภายใน
…ไอ้โง่นี่ เขาต้องใช้ ‘สะบั้นดาราทะยาน’ แน่ๆ
เขาอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่ก็ไม่อาจหลอกสายตาของผมได้
นี่เป็นการเติบโตที่น่าทึ่งจริงๆ
เดิมทีสะบั้นดาราทะยานเป็นไพ่ลับของยูจงฮยอคที่เขาได้เรียนรู้
มาหลังจากผ่านการเสื่อมถอยไปกว่าพันรอบ แต่ตอนนี้เขา
กลับไปถึงดินแดนนั้นได้ในรอบที่สามเท่านั้น
“เขายังหายใจอยู่”
“เขาเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?”
“เขาพยายามช่วยฉัน…”
“ยูจงฮยอคพยายามช่วยเธอ??”
เธอมองกลับมาที่ผมอย่างเงียบๆ แต่สายตาของเธอก็ค่อยๆ
หลุบลง จากนั้นเสียงที่ฟังดูขมขื่นของเธอก็ดังออกมา
“เขาบอกว่าความตายของฉันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ
ของนาย”
ในเวลานั้นเอง ผมก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
ท้าไมยูจงฮยอคถึง…
ผมรับช่วงต่อจากแอนนา ผมกดจุดของเขาเพื่อหยุดเลือด และ
หลังจากวางเขาลง ผมก็มองดูสภาพปัจจุบันของเขาได้ดียิ่งขึ้น
‘สะบั้นดาราทะยาน’ เป็นเคล็ดวิชาที่เขายังไม่อาจแบกรับได้ใน
ปัจจุบัน ขาซ้ายที่ต้องทนกับแรงผลักไปข้างหน้าอย่างรุนแรง
เกินกว่าที่จะช่วยได้ เพราะแขนขานั้นไม่อาจรักษาได้แม้จะใช้
แก่นแท้แห่งป่าเอลเลี่ยน
ผมถอนหายใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะดึงบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า
และมันก็เป็นสิ่งที่ท้าให้นึกถึงหนวดปลาหมึก
[เศษหนวดที่เจ็ดของปลาหมึกคิมทกจา]
แอนนาจ้องมองไอเท็มนั้นด้วยสายตาที่น่าสงสัย “นี่มันอะไร
กัน?”
“ฉันได้รับมันมาเป็นของขวัญเมื่อไม่นานมานี้”
“ของขวัญ? …นั่นมัน?”
ผมไม่รู้ว่าผมควรจะอธิบายยังไงดี
อันที่จริงไอเท็มนี้เป็นโบนัสที่ไม่มีขายเฉพาะในช่วงความ
ร่วมมือของบริษัทของคิมทกจาที่ถูกจัดขึ้นโดยผู้ผลิตสินค้า
จ้านวนมากก่อนสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
ผมจ้าได้ว่าคนที่ซื้อเฟอร์รารีกินี่รุ่นใหม่จะได้รับสิ่งนี้ก่อนใคร
ผมยังจ้าได้ถึงบทสนทนากับผู้ผลิตสินค้าจ้านวนมากในตอนนั้น
ขอบใจนะ เพราะเจ้า ฤดูกาลนี้จึงประสบความส้าเร็จมาก
หนวดปลาหมึกคิมทกจาทั้งหมดได้หายไปในเวลาไม่ถึงหนึ่ง
นาทีเลย
ไม่ว่ามันจะคิดยังไง นี่ก็ไม่สมเหตุสมผลเลย มันมีกลุ่มดาวที่ซื้อ
เฟอร์รารีกินี่เพราะแค่ให้ได้ของพวกนี้ด้วยเหรอ?
ผู้ผลิตสินค้าจ้านวนมากฉีกยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมและถามผม
อะไร? เจ้าอยากรู้เหรอว่าพวกเขาเป็นใคร?
…ไม่ ไม่ขนาดนั้น นอกจากนี้ นายได้เศษหนวดของฉันมาได้
ยังไง?
เอ๋? แน่นอน พวกมันไม่ใช่หนวดจริงๆ ของเจ้า ไม่สิ มันเป็นแค่
หนวดของคราเค่นเท่านั้น เอานี่ ท้าไมเจ้าไม่เก็บไว้เป็นที่ระลึก
สักอันล่ะ?
ผมขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้ให้แอนนาฟัง ดังนั้น
ผมจึงยื่นไอเท็มให้กับเธอและไม่สนใจค้าถามของเธอ เมื่อเธอ
ถือมันไว้ เธอก็ยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก
“ท้าไมชื่อของนายถึงแนบอยู่บนหนวดของคราเค่นนี่?”
“เธอไม่จ้าเป็นต้องรู้ แค่เปิดใช้งานแอตทริบิวต์ ‘ผู้สร้างยา
ครอบจักรวาล’ ก็พอ ผสมเลือดของเธอกับไอเท็มนี้และให้เขา
กินซะ”
‘หนวดของคราเค่น’ มีผลในการรักษาบาดแผลที่สาหัสอย่าง
การสูญเสียอวัยวะ รวมทั้งการเพิ่มความสามารถในการรักษา
ตัวเองให้กับผู้ใช้ด้วย และจากนั้น เลือดของแอนนาก็มีผลของ
ยาครอบจักรวาล ดังนั้นเมื่อทั้งสองสิ่งนี้ผสมเข้าด้วยกัน มันก็
เป็นไปได้ที่จะรักษาบาดแผลสาหัสได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอดูเหมือนจะลังเลอยู่
“แต่ถ้าฉันป้อนเลือดให้กับเขา…”
“เขาจะไม่กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอ”
อย่างที่เคยบอกกันไว้ เลือดของแอนนามีอ้านาจที่จะท้าให้คนที่
ดื่มมันอยู่ภายใต้อิทธิพลของเธอ
“เพราะยูจงฮยอคในตอนนี้มีสถานะสูงกว่าเธอ”
เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินค้าพูดของผม
ในขณะเดียวกัน ผมก็มองไปยังยูจงฮยอคที่หลับไม่ได้สติอยู่บน
พื้นอย่างเงียบๆ เขาคงจะไม่กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอ
หรืออะไรแบบนั้น
ผมไม่เห็นร่องรอยใดๆ ที่เขาก้าลังเปิดใช้งาน ‘การฟื้นฟู’ เลย
ดูเหมือนว่าเขาก้าลังวางแผนที่จะเก็บพลังนั้นไว้ใช้ในวินาที
สุดท้ายที่สุดที่จะเป็นไปได้ เขาตัดสินใจอย่างชาญฉลาด หาก
เขาสูญเสียการฟื้นฟูไปตอนนี้ ผมก็จะไม่สามารถยืมพลังของ
เขาได้เมื่อมันจ้าเป็นในภายหลัง
“…จัดการเถอะ”
ผมบ่นเล็กน้อยและหันไปมองทหารแห่งยมโลกที่ก้าลังกวาด
ล้างศัตรูออกไปเหมือนกับคลื่นยักษ์ถาโถม แต่จากนั้น เมื่อมอง
เข้าไปใกล้ๆ ผมก็สามารถเห็นได้ว่าคลื่นนั้นเริ่มสะดุดอย่างไม่
มั่นคง
ราวกับว่าปลายคลื่นถูกขวางไว้ด้วยเขื่อนยักษ์และก้าลัง
พังทลายลง และ ณ ตรงกลางของคลื่น มันก็มีประกายแสง
จ้านวนมากก้าลังเต้นระบ้าและระเบิดออกมา
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ ก้าลังค้ารามออกมาด้วยความ
โกรธเกรี้ยว!]
…ราชาเทพสายฟ้า?
แอนนาพูดด้วยสีหน้าที่แข็งที่อ “เป็นไปไม่ได้… ฉันเห็นร่างครึ่ง
เทพของเขาถูกท้าลายไปแล้ว ดังนั้นท้าไม??”
ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงพอจะเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ดูเหมือนว่า
‘ดวงดาว’ ที่ยูจงฮยอคสะบั้นไปนั้นจะเป็นหมอนั่น
“พระอินทร์มีร่างอวตารมากมาย เขาคงจะเรียกมันมาที่นี่
หลังจากจ่ายความเป็นไปได้ไป”
จากกลุ่มดาวจ้านวนนับไม่ถ้วนของพระเวท พระอินทร์มีร่าง
อวตารอยู่มากมายจนไม่อาจนับได้ด้วยนิ้วมือ
มันเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่โด่งดังของสามมหาเทพแห่งพระ
เวทที่ถามพระอินทร์ว่า”เจ้าคือพระอินทร์หมายเลขไหน?”
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ อัญเชิญสตาร์รีลิค ‘วัชระ’!]
พร้อมกับเสียงดังกึกก้องจากการที่ท้องฟ้าแยกออก ด้านหน้า
ของกองทัพแห่งยมโลกเริ่มแยกออกจากกัน
‘วัชระ’ คืออาวุธหลักของพระอินทร์ที่สามารถยิงสายฟ้าที่มี
พลังเวทมนตร์อันมหาศาลออกมาได้
แต่ผมก็คว้าสายฟ้าที่ก้าลังพุ่งเข้ามานั้นไว้ได้ด้วยมือเปล่าของ
ผม
เปรี้ยง!
จากนั้นผมก็โยนมันกลับไปยังที่ที่มันจากมา
ผมเห็นพระอินทร์ก้าลังท้าหน้าตกตะลึง แต่มันก็ยังเร็วเกินไป
ส้าหรับสิ่งนั้น
[งั้นเจ้าก็คือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]
“และนายก็คือพระอินทร์”
[ท้าไมยมโลกถึงช่วยเหลือเจ้า?]
“ฉันต้องอธิบายให้นายฟังด้วยเหรอ?”
พระอินทร์จ้องมาที่ผมด้วยรูปลักษณ์ของคนที่ค้นพบสิ่งมีชีวิต
ลึกลับ [เจ้าคือ ‘ความชั่วร้าย’ ประพฤติตนตามกฎของ
สถานการณ์ ข้าจะมองข้ามมารยาทที่ไม่สุภาพของเจ้าในคราว
นี้ไปก่อน ดังนั้น…]
“นายคือคนที่ท้าให้สหายของฉันต้องเป็นแบบนั้นใช่ไหม?”
[แล้วไง? แล้วมันยังไง? นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายส้าหรับมนุษย์ผู้
จองหองเมื่อเขาต่อต้านกลุ่มดาว เจ้าต้องการที่จะล้างแค้น
ให้กับเขาเหรอ?]
ล้างแค้นเหรอ?
“ชายคนนั้นเกลียดการที่มีคนอื่นจ่ายหนี้แทนเขา ใช่ เขาเป็น
คนประเภทที่ต้องคิดบัญชีด้วยตัวเองแม้ว่ามันจะฆ่าเขาก็ตาม
ดังนั้นเหตุผลที่ฉันจะฆ่านายในตอนนี้ก็ไม่ใช่เพราะยูจงฮยอค”
[ราชาปีศาจก้าลังพูดอะไรไร้สาระซะจริง]
ตู้มมมม!!
ล้าแสงสายฟ้าเจิดจ้าได้ปกคลุมท้องฟ้าและสาดเทลงมายัง
ต้าแหน่งของผม ผมเบี่ยงมันออกไปหลายสายและป้องกันคน
อื่นๆ บ้างก็พุ่งเข้าใส่ตัวผม แต่ความเจ็บปวดนั้นก็พอทนได้
พระอินทร์มีอวตารมากมาย แต่ด้วยเหตุนี้เอง การกระจายพลัง
ของเขาก็มากไปด้วย
นอกจากนี้เขายังได้รับความเสียหายหนักจากการโจมตีของยู
จงฮยอคในสภาพครึ่งเทพ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเรียกพลัง
ออกมาได้ถึงครึ่งหนึ่งของปกติ
อย่างไรก็ตาม พระอินทร์ก็ยังคงยิ้มอยู่ [โอ้ เจ้าราชาปีศาจผู้โง่
เขลา เจ้าจะต้องเสียใจที่ท้าแบบนี้!]
[เนบิวลา ‘พระเวท’ อวยพร ‘ราชาเทพสายฟ้า’!]
เนบิวลามอบความเป็นไปได้ให้กับเขา
พลังที่โอบล้อมราชาเทพเพิ่มมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วบังเกิดขึ้นบนร่างอวตารของพระอินทร์ และในไม่ช้า
ล้าแสงสีทองก็เริ่มพุ่งออกมาจากร่างทั้งร่างของเขา เขาขยาย
ขนาดร่างกายขึ้น และดวงตานับพันที่เขาครอบครองอยู่ก็เริ่ม
เปิดขึ้นทีละดวง
“พวกเราไม่อาจปล่อยให้เขาท้าแบบนี้ต่อไปได้!”
แอนนาคงจะเห็นบางสิ่งผ่านการพยากรณ์เพราะเธอเริ่มตะโกน
ออกมา
…บ้าเอ้ย ดูเหมือนว่าผมจะท้าให้พระอินทร์และพระเวทร่วมมือ
กันได้เป็นอย่างดีในคราวนี้
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ เปิดใช้งานอักขระ ‘ดวงตาที่มอง
สรรพสิ่ง’!]
เมื่อดวงตาเหล่านั้นเปิดขึ้นทั้งหมด พระอินทร์จะสามารถแสดง
พลังที่แท้จริงของเขาได้ผ่านร่างอวตาร ในตอนนี้ดวงตา
ประมาณครึ่งหนึ่งได้เปิดออกแล้ว
ฮูมมมมม!
ในอัตรานี้ อวตารทุกคนที่เข้าร่วมในพื้นที่ความขัดแย้งที่ 123
จะถูกกวาดล้างออกไปโดยสายฟ้าที่ท่วมท้น
อย่างไรก็ตาม ผมก็มีความสุขมากที่ได้เห็นพลังงานสายฟ้าที่
เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ของพระเวท
“อันที่จริง ฉันมีหนี้ที่ต้องช้าระกับเนบิวลาของนาย หนี้ก้อนโต
เลยล่ะ”
ผมจดจ้าทุกสิ่งที่เนบิวลาพระเวทท้ากับผมได้ อืม ใครที่โดนมา
หนักแบบผมก็คงจะเป็นเหมือนกับผม
ผมชักศรัทธาไม่แตกสลายออกมาและพูดต่อ “เพราะพวกนาย
ฉันถึงต้องกลายเป็นราชาปีศาจ”
ในช่วงสถานการณ์สุดท้ายของปราสาททมิฬ ผมได้กลายเป็น
ราชาปีศาจที่ 73
“ฉันต้องสั่งให้สหายฆ่าฉัน และด้วยเหตุนั้น มันก็ลงเอยด้วย
การท้าให้พวกเขามีความทรงจ้าที่แย่มากๆ]
[คุณได้เปิดใช้งาน ‘การกลายร่างราชาปีศาจ’]
สถานะที่ผมได้รับมาหลังจากการกลายเป็นราชาปีศาจเอ่อล้น
ออกมาโดยมีหัวใจของผมเป็นจุดศูนย์กลาง ปีกสีด้างอกออกมา
จากด้านหลังของผม และเขาก็งอกออกมาจากศีรษะของผม
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน]
ย้อนกลับไปเมื่อผมต้องตายด้วยดาบของสหายและถูกขับ
ออกไปยังขอบฟ้าของสถานการณ์ ผมได้เงยหน้าขึ้นมองสรวง
สวรรค์และสาบานกับตัวเองซ้าๆ
「รอก่อนเถอะ เพราะฉันจะฉุดพวกนายทุกคนลงมาจาก
ท้องฟ้าบัดซบนั่น」
ดวงดาวในท้องฟ้าอันไกลโพ้นดูเหมือนจะไกลเกินกว่าจะเอื้อม
ถึงไม่ว่าผมจะได้รับเรื่องราวแบบใดมา
ระยะทางที่ไกลมากจนท้าให้สิ้นหวัง
ในตอนนี้ผมสามารถเห็นต้าแหน่งของดวงตาที่เคยดูสูงส่งมาก
ได้อย่างชัดเจน
ผมพูดด้วยเสียงที่แท้จริงของผม [ย้อนกลับไปตอนนั้น พวก
นายทุกคนดูสูงส่งมาก…]
ผมฉีกยิ้มและจ้องไปยังพระอินทร์ [แต่ดูเหมือนว่าพวกนายจะอยู่ตำกว่าที่ฉวันคิดไว้มากจริงต] (จบตอน)