มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 390 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (6)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 390 – สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ (6)
การต่อสู้บนชายหาดเมื่อไม่นานมานี้ได้ผ่านเข้าออกม่านตาของ
ยูจงฮยอค
「ในวันนั้น หอกที่แยกโพ้นทะเลได้ปะทะกับรัตติกาลอันอุดม
สมบูรณ์」
มันเป็นศึก ‘กิแกนโทมาเคีย’ ที่เขาได้เห็นในตอนนั้น ในสถานที่
แห่งนั้น เขาได้เห็นมหาสมุทรอันไร้ขอบเขตและรัตติกาลอันไร้ที่
สิ้นสุดเข้าปะทะกัน
โพไซดอนและฮาเดส
การต่อสู้ของสถานะระหว่างกลุ่มดาวระดับเทวะทั้งสอง การ
ส าแดงพลังอันยิ่งใหญ่ของกลุ่มดาวระดับสุดยอดของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวอันกว้างใหญ่
ยูจงฮยอคได้เป็นสักขีพยานในการต่อสู้ครั้งนั้นและรู้สึกตกใจไป
กับมัน รู้สึกประทับใจไปกับมัน และต้องสิ้นหวังเพราะมัน และ
เขาก็ยืนขึ้นอีกครั้ง เขาต้องท าสิ่งที่เขาต้องท าเพื่อเอาชนะศัตรู
ที่อยู่ห่างไกล
การโจมตีด้วยดาบครั้งนี้เป็นเคล็ดวิชาที่เขาสร้างขึ้นโดยการ
คัดลอกเหล่าศัตรูที่เขายังไม่อาจก้าวข้ามได้
วิถีดาบทลายนภา
ความลึกลับภายใน
แยกมหาสมุทรทมิฬ
ดาบของยูจงฮยอคเคลื่อนไหวไปพร้อมกับภาพลวงตาของ
มหาสมุทรสีด าสนิทที่แยกออกจากกัน
มันเป็นการโจมตีด้วยดาบที่เลียนแบบเคียวของฮาเดสที่เข้า
ปะทะกับหอกแห่งมหาสมุทร ดาบธาตุที่ลุกโชนด้วยล าแสงสีน้ า
เงินได้ถูกย้อมด้วยแสงสีด าในทันที่ และพลังเวทมนตร์ที่ระเบิด
ออกมาจากผู้บรรลุก็ถูกแทนที่ด้วยความมืดแห่งยมโลก และใน
พริบตาจากนั้น พลังงานทลายนภาของยูจงฮยอคก็ตัดร่างขอ
งอนูบิส…
อ๊ากกก!!
ดาบอันทรงพลังได้ทะลวงผ่านร่างของอนูบิส มันกรีดร้องและ
ทรุดตัวลงกับพื้น
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์ที่ 80 แต่อ านาจในการ
เอาชนะกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่านี้ก็…
[กลุ่มดาวจ านวนมากตกตะลึงกับพลังของอวตารยูจงฮยอค]
พลังของมนุษย์ที่ในที่สุดก็เหนือล้ าไปกว่ากลุ่มดาวท าให้พวก
เขาเห็นถึงความปั่นป่วน
[โจมตีเขาด้วยกัน!]
[ยิง! ฆ่าเขาซะ!]
เสียงตะโกนของใครบางคนได้กลายเป็นสัญญาณให้การโจมตี
เริ่มต้นขึ้น ลูกศรที่เอ่อล้นไปด้วยพลังเวทมนตร์อันทรงพลังก็ได้
สาดเทลงมา ยูจงฮยอคเผชิญหน้ากับพวกมันทั้งหมดที่อยู่
ตรงหน้า
ปัง! ปัง!!
แม้ว่าลูกศรจะปักแทงล าตัว หัวไหล่ และต้นขาของเขา แต่เขา
ก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าของแอนนาเพื่อเบี่ยงเบนการโจมตีทั้งหมด
เธอต้องถามเขา “…ท าไมกัน?”
“เธอจะตาย”
“งั้นท าไมนายไม่ปล่อยให้ฉันตาย?”
“ไม่ใช่ตรงนี้ นั่นไม่ใช่แผนของคิมทกจา”
เธอเม้มปากอย่างรุนแรง
คิมทกจา แน่นอน เธอรู้ว่าเขาเป็นใคร อย่างไรก็ตาม นี่มันอะไร
กัน? แค่สิ่งที่มีความส าคัญของเขา ชายที่จองหองและดื้อรั้นคน
นี้กลับตัดสินใจที่จะบิดงอความเชื่อของตัวเองเพื่อคนๆ นั้น?
ยูจงฮยอคพึมพ าด้วยเสียงอันดังราวกับว่าจะตอบค าถามเงียบๆ
ของเธอ”ฉันเคยเห็นความทรงจ าจากการเสื่อมถอยอันไกล
โพ้น”
ในอนาคตอันไกลโพ้น เขากล่าว
ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร เขาก็พูดต่อ “ดูเหมือนว่ามันจะมี
หลายๆ สิ่งเกิดขึ้น”
“อืม ดูเหมือนนายจะได้เห็นอะไรสนุกๆ มานะ นายได้เห็นจุด
จบของรอบที่สามด้วยไหม?”
“ไม่ อย่างไรก็ตาม ฉันก็ได้เห็นว่าอนาคตของเธอเป็นยังไง”
ไหล่ของแอนนาสั่นเล็กน้อยจากความประหลาดใจ
เธอครอบครอง ‘การพยากรณ์’ แต่ทั้งหมดที่เธอสามารถสอด
แนมได้ก็คือเศษของอนาคต เธอไม่อาจมองเห็นอนาคตที่อยู่ไกล
มากได้
ยูจงฮยอคถามเธอ “เธออยากรู้ไหม?”
“ไม่เลย”
เขาไม่สนใจเธอและพูดออกมา “เหมือนอย่างที่เธอสืบทอด
ความทรงจ าของตัวเองจากรอบที่สอง เธอในรอบต่อไปก็จะสืบ
ทอดความทรงจ าของรอบที่สาม เช่นเดียวกันนั้น เธอจะยังคง
ใช้ ‘การระลึกชาติ’ เพื่อสอดส่องเข้าไปยังความทรงจ า
บางส่วนจากการเสื่อมถอยรอบที่ผ่านมาและเผชิญหน้ากับ
อนาคต เหมือนกับที่เธอท ามาจนถึงตอนนี้”
“นายก าลังพูดถึงสิ่งที่ชัดเจน คนที่มองไม่เห็นอนาคตสามารถ
พูดอะไรแบบนั้นได้เหรอ นายพยายามจะบอกอะไรฉัน?” แอน
นาตอบพร้อมด้วยรอยยิ้มยั่วยุ
แต่สีหน้าของยูจงฮยอคก็ยังคงอ่านไม่ได้ “ผ่านรอบที่ 700 ไป…
หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เธอและฉัน ภายใต้ค า
สาปแห่งการระลึกถึงอดีตของพวกเรา พวกเราได้อ่อนแอลง
เรื่อยๆ”
“‘พวกเรา’? ไม่ เดี๋ยวก่อน!”
“และผ่านรอบที่ 900 จากนั้นก็รอบที่ 1000… วันหนึ่งฉันได้
เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง”
ยูจงฮยอคกะพริบตาอย่างช้าๆ และนึกถึงข้อความที่เขาอ่าน
จากบันทึกของรอบที่ 1863
「ยูจงฮยอค ฉันจะไม่ถ่ายทอดความทรงจ าของทุกๆ อย่างที่
เกิดขึ้นไปยังรอบต่อไป」
「ฉันไม่อาจท าแบบนี้ได้อีก ฉันเกลียดนาย ฉันไม่อาจต่อสู้ไป
พร้อมกับแบกรับภาระทั้งหมดนี้ไว้ได้」
「จากนี้เป็นต้นไป นายจะต้องอยู่คนเดียว」
「นายมั่นใจว่าจะแบกรับทุกๆ สิ่งไว้ได้ไหม?」
ผิวของแอนนาซีดลงในขณะที่เธอตะโกนออกมา “นั่นไม่ใช่ฉัน
ฉันคงจะไม่พังลงแบบนั้น! ฉัน…!”
“เธอจะเปลี่ยนไป”
ค าพูดของเขาที่ขุดลงลึกไปเหมือนค าพยากรณ์ท าให้ร่างทั้งร่าง
ของเธอสั่นไหว ดวงตาอันว่างเปล่าของเธอสั่นไหวเป็นสิ่งต่อไป
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร เขาก็พูดออกมาซะก่อน
“อย่างไรก็ตาม ฉันไม่อยากให้เธอเปลี่ยนไป”
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้น
“ฉันอยากจะเกลียดเธอต่อไป ฉันวางแผนที่จะจดจ าทุกๆ สิ่งที่
เธอท าและไม่ให้อภัยกับเธอ เพื่อจุดประสงค์นั้น…”
เขาทิ้งแอนนาที่ก าลังสั่นไหวไว้ข้างหลังและก้าวไปข้างหน้า
พร้อมกับปลดปล่อยสถานะออกมา
“…เธอจะต้องไม่ไปที่รอบถัดไป”
ในขณะที่พวกเขาฝ่าห่าลูกศร พวกเขาก็เห็นกลุ่มดาวหนึ่งยืน
อยู่กลางทุ่งหญ้าเพื่อรอพวกเขาอยู่ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด
ในสมรภูมินี้
[พวกเจ้าทุกคนหลบไปซะ ข้าจะต่อสู้กับมนุษย์คนนั้นเอง]
มันคือ ‘ราชาเทพสายฟ้า’ พระอินทร์ กลุ่มดาวอื่นๆ อีกนับไม่
ถ้วนท าได้แค่ตัวสั่นเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันมหาศาลของเขา
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถานะแห่งพระเวท
ฮูมมมมม!
[กลุ่มดาว ‘สายฟ้าวันพฤหัส’ ก าลังจับตาดู ‘ราชาเทพ
สายฟ้า’]
กลุ่มดาวที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ฟ้าร้องและฟ้าผ่า’ อย่างสายฟ้า
วันพฤหัสดูเหมือนจะลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
มากกว่าปกติ
“ยูจงฮยอค หยุด! แม้ว่ามันจะเป็นนาย…!”
ยูจงฮยอคไม่สนใจค าพูดของแอนนาและทะยานเข้าหาราชา
เทพสายฟ้า
เขารู้สถานะของพระอินทร์ดี คนผู้นี้มีพลังเกินกว่าสุริยะที่เขา
เคยต่อสู้มาด้วยซ้ า อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่คิดที่จะก้มหน้าลงต่อ
สิ่งนี้ ไม่เลย
‘ยังไม่พอ’
พระอินทร์ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเขา
เมื่อเทียบกับกลุ่มดาวระดับเทวะหรือเทพเจ้าภายนอกที่เขา
จ าเป็นต้องต่อสู้ในอนาคต พระอินทร์เป็นเพียงแค่ถนนอีกสายที่
เขาต้องก้าวข้ามไปเท่านั้น
นอกจากนี้ มันยังมีสิ่งที่เขาต้องการก้าวข้ามไปยิ่งกว่าใคร…
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ประทับใจในเจตจ านงการต่อสู้ของ
คุณ]
[คุณได้รับการสนับสนุน 5,000 เหรียญ]
ร่างของยูจงฮยอคทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนที่จะพุ่งตรงไปหา
พระอินทร์
[จองหองนัก…!]
สายฟ้าที่ถูกยิงออกมาจากราชาเทพได้แยกผืนดินออกจากกัน
เส้นสายฟ้าเต้นระบ าอย่างรุนแรงในขณะที่ทุ่งกว้างแยกออก
จากกันราวกับมีสึนามิสาดซัดเข้าใส่ กระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าใส่ยู
จงฮยอคและฉีกแขนของเขา จากนั้นมันก็ฉีกขาของเขาและ
ทะลวงเข้าไปยังท้องของเขา ในทุกๆ ก้าวที่เขาเหยียบย่างไป
บนอากาศ เขาได้มองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เขาได้ใช้มา
และช่วงชีวิตที่เขาอาจจะต้องท าซ้ า
การถดถอยรอบที่ 41
การถดถอยรอบที่ 362
รอบเหล่านั้นคือสิ่งที่คิมทกจาแสดงให้เขาได้เห็น แล้วก็…
…รอบที่ 1863
อนาคตที่เขาได้สอดส่องผ่าน ‘นักเขียนลับ’ ที่โผล่ขึ้นมาจาก
สมองของยูจงฮยอค
ส าหรับเขา นี่เป็นการต่อสู้กับตัวเอง
ดินแดนที่เขาไม่อาจไปถึงไม่ว่าเขาจะพยายามมากเพียงใด เขา
อยู่ตรงนี้ อยู่ในรอบที่สามที่ก าลังพยายามแทบลากเลือด และ
พยายามต่อไปเพื่อให้เขาสามารถข้ามดินแดนเหล่านั้นได้
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!
ยูจงฮยอควางแผนไว้ล่วงหน้าราวกับว่าเขาจะหยิบยืมความ
เป็นไปได้ทั้งหมดของชีวิตที่เขามีอยู่ และชีวิตที่เขาอาจจะต้อง
ใช้
วิถีดาบทลายนภา
ครั้งหนึ่งเซียนดาบทลายนภาได้บอกกับเขาไว้ว่าเขาไม่ควรยอม
ให้สวรรค์มีตัวตนอยู่เหนือเขา เขาควรจะท าลายล้างทุกสรรพ
สิ่งและดูแคลนทุกสรรพชีวิต
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาควรท าหลังจากท าลายท้องฟ้าเบื้องบน
แล้ว มันจะเป็นอะไรกัน?
‘เคล็ดวิชาลับ: การถ่ายทอดความลึกลับภายใน’
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพสายฟ้า’ ก าลังเยาะเย้ยคุณ]
กลุ่มดาวที่ก าลังดูแคลนอวตารจากสวรรค์เบื้องบน – ดาบนี้ถูก
สร้างขึ้นมาเพื่อสะบั้นพวกมัน
ในขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานเวทมนตร์ที่ไหลอยู่ภายในดาบ
ปีศาจทมิฬ ยูจงฮยอคก็นึกถึงดาบของชองจุงยอง
ด้วยดาบแค่ดาบเดียว เขาได้แยกภูเขาออกจากกัน ด้วยดาบนั้น
เขาได้ท าให้โลกรู้ว่าแม้แต่มหาสมุทรก็ยังถูกแยกออกได้
ดังนั้นถ้ามันมีคนต้องการสะบั้นดวงดาราด้วยดาบแค่เล่มเดียว
ล่ะ?
เปรี้ยง!!
ขาข้างหนึ่งของยูจงฮยอคระเบิดออกกลางอากาศ มันไม่ใช่
เพราะสายฟ้าของพระอินทร์ กล้ามเนื้อของเขาได้หดแน่นถึงขีด
สุดและระเบิดออกด้วยเสียงอันดัง เสียงนี้เกิดขึ้นจากเรื่องราวที่
แทรกซึมอยู่ทั่วทุกเส้นใยกล้ามเนื้อที่ระเบิดออกเพื่อสร้างแรง
ผลักไปข้างหน้า
[หยุดนะ! เจ้าสารเลว…!]
เขาเห็นดวงตาของพระอินทร์ก าลังสติแตก
ยูจงฮยอครู้สึกว่าเวลาช้าลง ไม่สิ จริงๆ มันไม่ได้ช้าลง แต่เป็น
เขาที่เร่งความเร็วขึ้น
「เพื่อท าลายดวงดาว เจ้าต้องกลายเป็นดวงดาว」
นี่คือค าตอบของคนอย่างเขาที่ถือก าเนิดขึ้นมาเป็นมนุษย์เพื่อ
เอื้อมไปให้ถึงกลุ่มดาว
ความเร็วที่สิ่งมีชีวิตไม่อาจต้านทานได้เริ่มฉีกร่างกายของยูจงฮ
ยอค นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อกลายเป็นดวงดาว
ร่างของเขาพุ่งทะยานไปเหมือนกับดาวหางสีด าและทะลวง
ผ่านก าแพงกระแสไฟฟ้า ตีฝ่ากลุ่มดาวทั้งหมดที่กล้ามา
ขวางทางของเขา และสุดท้ายก็ไปถึงหัวใจของพระอินทร์
‘สะบั้นดาราทะยาน’
เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ชัดเจนจากปลายดาบปีศาจทมิฬ
และจากนั้นมันก็มีเสียงดังมาจากดวงดาวที่แยกออกจากกัน
พร้อมกับเสียงของบางสิ่งก าลังระเบิดออกมาจากระยะไกล ยู
จงฮยอคสัมผัสได้ว่าร่างของเขาก าลังตกลงมาจากอากาศ
สายตาของเขาพร่ามัว และเขาก็ไม่อาจยืนยันภาพของดวงดาว
ที่เขาสะบั้นไปได้ กล้ามเนื้อของเขาปฏิเสธที่จะฟังค าสั่ง มันไม่มี
พลังงานเหลืออยู่ในตัวของเขาเลย แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ว่ามีคน
คว้าจับเขาไว้ได้ผ่านสัมผัสทั้งห้าที่เลือนรางลงไป
คนที่เขาเกลียดที่สุดก าลังโอบอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนของเธอ
“ยูจงฮยอค นายบ้าไปแล้ว แต่ ฉันก็รู้แล้วว่า…”
ในขณะที่กระอักเลือดออกมา ยูจงฮยอคก็พูดกับเธอ “…พระ
อินทร์ล่ะ?”
“เขาน่าจะตายไปแล้ว ร่างครึ่งเทพของเขาระเบิดออก แม้ว่า
เขาจะรอดไปได้ เขาก็ไม่น่าจะถูกเรียกว่าสิ่งมีชีวิตอีกต่อไป”
เสียงของแอนนาอัดแน่นไปด้วยความรุ่มร้อนที่ไม่อาจอธิบายได้
แค่อารมณ์ที่สื่อออกมาในน้ าเสียงของเธอก็เพียงพอแล้วส าหรับ
เขาที่จะเข้าใจสิ่งที่เขาประสบความส าเร็จในวันนี้
เขาท าลายดวงดาวได้แล้ว
มนุษย์ตัวน้อยๆ ได้ท าลายดวงดาวที่สว่างเจิดจ้าที่สุดของพระ
เวท โลกบาล
[กลุ่มดาวทั้งหมดในเนบิวลา ‘พระเวท’ โกรธแค้นอวตารยูจงฮ
ยอค]
แต่น่าเศร้า มันยังมีดวงดาวมากมายเหลืออยู่บนฟากฟ้า
“ถ้าฉันไม่ช่วยนายตอนนี้ นายต้องตายแน่ๆ”
เขารู้ว่าเธอก าลังพูดความจริงอยู่
ผ่าน ‘การพยากรณ์’ ของเธอ แอนนาจะต้องได้เห็นความตาย
ของเขาแน่ๆ
“แม้ว่าฉันจะช่วยนาย มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการชะลอเวลา
ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น…”
เลือดไหลออกมาจากบาดแผลที่เปิดกว้างบนเอวของเขาอย่าง
ต่อเนื่อง ขาข้างหนึ่งของเขาหายไป และเขาก็ไม่มีแรงพอที่จะ
ถือดาบของเขาไว้ด้วยซ้ า
และในที่สุด ฝีเท้าที่ก าลังหลบหนีของเธอก็หยุดลงด้วย เขามอง
ไม่เห็นด้านหน้า แต่เขาก็เข้าใจความหมายในการกระท าของ
เธอ
พวกเขาไม่มีที่เหลือให้หลบหนีได้อีกบนสมรภูมินี้
แอนนาพูดออกมา “…ยูจงฮยอค ฉันไม่คิดที่จะมีชีวิตอยู่ไปถึง
รอบที่ 700 พร้อมกับนาย”
“ฉันก็เหมือนกัน”
“แต่ บัดซบเอ้ย ดูเหมือนว่าพวกเราต้องอยู่ด้วยกันในรอบที่ 4
อีก”
“นั่นจะไม่เกิดขึ้น เพราะฉันจะไม่ตายตรงนี้”
ยูจงฮยอคไม่มีความสามารถในการพยากรณ์แบบเธอ เขาไม่รู้
ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ถึงกระนั้นเขาก็ยังพูดด้วยน้ าเสียง
เงียบๆ”เพราะ…”
เสียงของเขาจางหายไป แต่มันก็ไม่ใช่เสียงของชายที่
เตรียมพร้อมส าหรับความตายแน่ๆ
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงค ารามของสายฟ้าก็ดังกึกก้องมา
จากอีกฟากของสวรรค์ พวกมันไม่ใช่สายฟ้าของพระอินทร์ มิติ
เวลาก าลังบิดเบี้ยว และเสียงดังกึกก้องเหล่านั้นก็ถูกสร้างขึ้น
โดยบางสิ่งที่ก าลังข้ามผ่านประตูขนาดมหึมา
ยูจงฮยอคมองไม่เห็นปรากฏการณ์นั้น แต่แอนนาก็เป็น
ประจักษ์พยานแทนตัวเขา
มันคือกองทัพที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในความมืดสีด าสนิท ดินแดนหนึ่ง
ที่ถูกฝังลึกอยู่ภายในต านานโบราณก าลังก้าวข้ามมายังโลกใบนี้
– ยูจงฮยอค ไอ้โง่เอ้ย!!
ยูจงฮยอคได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากคนๆ หนึ่งที่ก าลังยืนอยู่
ตรงหน้าของกองทัพนั้นและพูดออกมา “…เพราะฉันมี
พันธมิตรที่จะไม่ทรยศฉันในรอบนี้”
[เนบิวลา ‘ยมโลก’ ได้เข้าร่วม ‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ’]
(จบตอน)