มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 393 – หัวใจที่แน่วแน่ (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 393 – หัวใจที่แน่วแน่ (1)
“…โอ้ เจ้านายที่สูงส่งและสูงศักดิ์ของเมฆด า มังกรเพลิง
ทมิฬ… อะไรกันเนี่ย ท าไมคาถานี้ถึงยาวขนาดนี้? เฮ้ นี่มันของ
จริงเหรอ??”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ พยักหน้า]
ฮันซูยองสบถออกมาและหลบหอกแสงที่พุ่งเข้าใส่ มันมีเสียง
‘ฉูด!’ และมีเลือดไหลออกมาจากบ่าของเธอ
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งอาร์ค’ ฉีกยิ้ม]
พลังทมิฬที่ฮันซูยองกวัดแกว่งได้พุ่งเข้าใส่วาไครี่หลายๆ คนที่
อยู่ใกล้ๆ วาไครี่คนอื่นที่ตกตะลึงกับพลังชั่วร้ายตะโกนออกมา
โดยพร้อมเพรียงกัน
[ฆ่าเธอ!]
[ความชั่วร้ายไม่ได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่!]
[พวกเราจะต้องหยุดเธอจากการร่ายคาถา!]
ฮันซูยองโจมตีเหล่าวาไครี่ที่พุ่งเข้าใส่เธออย่างต่อเนื่องและ
พึมพ ากับตัวเอง”ไม่ใช่ว่ามันเป็นมารยาทพื้นฐานเหรอที่ต้องรอ
ให้ใครสักคนเปลี่ยนร่างให้เสร็จก่อน?”
เธอเม้มปากในขณะที่มองดูกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเหล่าวาไครี่ที่
ก าลังพุ่งเข้าใส่เธอ ตามปกติแล้วมันไม่มีปัญหาเลยที่เธอจะ
จัดการกับอวตารระดับยิ่งใหญ่ชั้นล่าง
ปัญหาก็คือสกิลที่เหล่าวาไครี่ครอบครอง
[เนบิวลา ‘เอเด็น’ เปิดใช้งาน ‘ชั่วโมงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์’]
‘ชั่วโมงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์’ สกิลนี้คล้ายคลึงกับ ‘ช่วงเวลา
พิพากษา’ ที่จางฮีวอนใช้ แม้ว่ามันจะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน
แต่มันก็ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้กับความชั่วร้าย
อยู่
วาไครี่ที่ได้รับการอวยพรด้วยสกิลนั้นไม่ได้มีแค่หลักสิบ แต่เป็น
หลักร้อย
[ราฟาเอล สกิลของเจ้าขึ้นสนิมแล้วนะ!]
อีกมุมหนึ่งของสมรภูมิ แอสโมเดียสก าลังเหวี่ยงกรงเล็บอย่าง
บ้าคลั่งอยู่ในอากาศ
และในอากาศ พลังงานปีศาจและพลังงานศักดิ์สิทธิ์ก็เข้าปะทะ
กัน ก่อให้เกิดเสียงดังกึกก้องออกมา เหนือสิ่งนั้นมีเมฆก้อนหนึ่ง
ก าลังลอยอยู่
ราฟาเอลก าลังควบขี่อยู่บนสิ่งนั้น
[หยุดปากมากได้แล้ว หรือจะให้ข้าปิดปากของเจ้า]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้ายังปากดีเหมือนเดิมเลย!]
น้ าเสียงนั้นสนุกสนาน แต่คลื่นสถานะที่อยู่ภายในนั้นก็ไม่ได้
มั่นคงด้วยเลย
ฮันซูยองท าได้เพียงแค่ท าหน้าบึ้งอย่างเงียบๆ ไม่ว่าเธอจะมอง
ยังไง ราชาปีศาจบ้านั่นก็ดูจะไม่มีทางช่วยเธอได้เลย
[กลุ่มดาว ‘เทพีดารารุ่งอรุณ’ ก าลังพิจารณาถึงการมีส่วนร่วม
ของเธอ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า’ ก าลังขมวดคิ้วให้กับออร่า
ปีศาจที่แผ่ออกมาจาก ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มองไปยังที่อื่นด้วย
ความกระสับกระส่าย]
ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังมีกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่อีกสามคนอยู่ทาง
ฝั่งความดีเหลืออยู่
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กล่าวว่าไม่ต้องเป็น
กังวลและร่ายคาถาให้เสร็จ]
“…ความมืดที่มืดมิดที่สุด เรื่องราวที่เป็นต านานที่สุด มังกรที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดในมวลมังกร พรแห่งมังกรเพลิงทมิฬที่จะมาพร้อม
กับ… ระย าเอ้ย! นายตั้งใจท าแบบนี้ใช่ไหม? ฉันจะไม่ท าแล้ว!”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ร้องเสียงหลงและกล่าว
ว่าพอแล้ว]
ในช่วงเวลาต่อมา ออร่าปีศาจอันยิ่งใหญ่ก็ระเบิดออกมจากร่าง
ของฮันซูยอง
เธอหลับตาลงหลังจากสัมผัสได้ถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ที่ผุดขึ้นมา
จากส่วนลึกที่สุดของเธอ ในขณะที่สติของเธอค่อยๆ จมลงไป
ใต้ผิวน้ า หลายๆ สิ่งในใจของเธอก็เริ่มคลายตัวออกมา
ความคิดในการท าให้สมรภูมิแห่งนี้เป็นโมฆะ หรือการก้าวเดิน
ไปสู่เส้นทางแห่งจริยธรรมที่ไม่ชัดเจนระหว่างความดีและความ
ชั่วร้ายของบริษัทของคิมทกจา ทั้งหมดได้พังทลายลงมา
ครึ่งหนึ่งและกลายเป็นอัมพาตไป
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ เริ่มต้น ‘การจุติครึ่ง
เทพ’!]
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ได้กลายเป็นคนที่แตกต่าง
ออกไป
[จิตใจของอวตารฮันซูยองมีออร่าปีศาจปนเปื้อน]
“คุคุคุคุคุ…”
ม่านตาของเธอในตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยออร่าปีศาจสีม่วง เธอ
ปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งของเธอไว้ด้วยมือของเธอและเช็ดเลือดบน
แก้มของเธอ
เธอเลียรอยเลือดบนหลังมือของเธอและถาม “ตลกจริงๆ พวก
เจ้าท าได้แค่นี้เหรอ?”
ไหล่ของเหล่าวาไครี่สั่นไหวหลังจากพวกเธอสัมผัสได้ถึงออร่า
แปลกๆ และพวกเธอก็ถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
ฮันซูยองตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมกับแสงอันเจิดจ้าที่ปะทุ
ออกมาจากตัวเธอ”คุกเข่าลงตรงหน้าของข้า! นี่คือความ
แตกต่างของสถานะระหว่างเจ้าและ… เฮ้!! หยุดพูดพล่ามด้วย
ปากของฉันได้แล้ว!”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กล่าวว่ามันช่วยไม่ได้
ถ้าพลังที่แท้จริงของเขาถูกปลดปล่อยออกมา]
“ไม่ เดี๋ยวก่อน ถ้านายอยากจะพูดอะไร งั้นก็พูด… โฮ่! ลิ้มรส
เพลิงทมิฬของข้า…!! ไมมม่ ไม่ใช่แบบนั้น!”
ถึงแม้ว่าความพยายามของเธอจะวุ่นวายไปซะหน่อย แต่มันก็
ยังได้ผล เนื่องจากมีเงาขนาดมหึมาโผล่ขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของเธอ
ในทันใด ผืนดินดูเหมือนจะสั่นสะเทือนในขณะที่เงามีขนาด
ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดมันก็ก่อรูปร่างขึ้นเป็นสิ่งที่คล้ายกับ
มังกร
เธอเคยเห็นปรากฏการณ์ที่คล้ายกันนี้มาหลายครั้ง
ย้อนกลับไปในดินแดนแห่งสันติและในปราสาททมิฬ เธอได้เห็น
กลุ่มดาวใช้พลังนี้มาก่อน – เงาของกลุ่มดาว ความมืดของพวก
มันมีตัวตนอยู่ตรงข้ามกับแสงสว่างของดวงดาว
ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็ก าลังควบขี่อยู่บนหลังของมังกรด าสูง
หลายสิบเมตร
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังค ารามออกมา!]
นี่คือพลังที่ไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้จนถึงตอนนี้
เนื่องจากข้อจ ากัดของความเป็นไปได้ เงาของมังกรเพลิงทมิฬ
แบกเธอไว้และทะยานขึ้นสู่อากาศ
เมื่อเงาสีด าสนิทปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าสูง มังกรก็เริ่มสาดลม
หายใจของมันลงมายังพื้นเบื้องล่าง
ตู้มมมมม!!
สมรภูมิถูกกวาดล้างโดยคลื่นกระแทก แม้แต่วาไครี่ที่ก าลัง
หลบหนีไปก็กลายเป็นฝุ่นผงในทันที่
พลังอ านาจอันเด็ดขาดนี้ส่งผลให้ ‘ชั่วโมงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์’ และ
พรจากเนบิวลานั้นไร้ความหมายไปโดยสมบูรณ์
[อ๊ากกกก!!]
บางทีเขาอาจจะนึกถึงฝันร้ายอันลึกซึ้ง ‘เจ้านายแห่งอาร์ค’ ได้
กอดตัวเองไว้และเริ่มสั่น นั่นก็สมเหตุสมผล กลุ่มดาวทุกคน
จากเอเด็นนั้นจะมีความหวาดกลัวจ านวนหนึ่งต่อ ‘มังกรแห่ง
วันสิ้นโลก’ อยู่โลก
และ ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก็เป็นหนึ่งในผู้สมัครที่
แข็งแกร่งที่สุดในบรรดามังกรตัวสุดท้ายจากหนังสือแห่งการ
เปิดเผย
นี่คือพลังที่แท้จริงของ ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’
แม้ว่าเธอจะต้องแบกรับภาระของความเป็นไปได้ แต่ฮันซูยองก็
ยังตัวสั่นจากความสุขอย่างแท้จริง
เธอท าได้ดี เธอท าได้ดีจริงๆ ในการเลือกมังกรอเวจีเปลวเพลิง
ทมิฬเป็นผู้สนับสนุนของเธอ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ตาย! ตายยย! ตาย! ตายยยย! …บัดซบ หยุดนะ!”
ราวกับว่าเธอเป็นโรคจิต สองสิ่งที่แตกต่างกันได้โผล่ออกมา
จากปากของเธอในเวลาเดียวกัน
[จิตใจของคุณถูกปนเปื้อนโดยออร่าปีศาจ]
พลังของมังกรเพลิงทมิฬนั้นน่าทึ่งจริงๆ แต่มันก็ต าหนิไม่ได้ ยิ่ง
ใช้มันมากเท่าไร อัตตาของอวตารก็จะค่อยๆ ถูกหลอมรวมกับ
ตัวมังกร
‘ในอัตรานี้ ฉันอาจจะลงเอยเหมือนกับคิมนัมอุนในอีกไม่กี่ปี’
โดยไม่สนใจความกังวลภายในใจของเธอเลย เงาของมังกร
อเวจีเพลิงทมิฬได้กวาดล้างสมรภูมิไปครึ่งหนึ่งในเวลาไม่นาน
ราวกับว่าเธอไม่อาจนั่งดูอยู่ได้อีกต่อไป ในที่สุดก็มีใครบางคน
เคลื่อนไหว
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เปิดเผยสถานะของ
เธอ!]
นับเป็นครั้งแรกที่ลมหายใจของมังกรเพลิงทมิฬถูกขวางไว้
แก่นเปลวเพลิงสีขาวได้สะบั้นความมืดมิดของโลก
[เพลิงแห่งวิบากกรรม]
มันเป็นสตาร์รีลิคของอูรีเอล ซึ่งสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิงที่
บริสุทธิ์ที่สุดที่ลุกโชนขึ้นในส่วนลึกของขุมนรก
มังกรเพลิงทมิฬที่ก าลังลอยอยู่บนท้องฟ้าฉีกยิ้มออกมา
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กล่าวว่าเขาต้องการ
ประลองอยู่เสมอ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ท าสีหน้าแข็งขึ้น]
กลุ่มดาวทั้งสองเผชิญหน้ากัน และมิติรอบๆ ก็ถูกกวาดไปโดย
ประกายแสงสีฟ้าที่ก าลังเต้นระบ าในทันที่ เหล่าวาไครี่ไม่อาจ
ต้านทานการปะทะของสถานะได้และทรุดตัวลงพร้อมกับ
กระอักเลือดออกมา
[ความดีที่เก่าแก่ที่สุดก าลังเพลิดเพลินไปกับพื้นที่ความขัดแย้ง
นี้]
[ความชั่วร้ายที่เก่าแก่ที่สุดก าลังเพลิดเพลินไปกับพื้นที่ความ
ขัดแย้งนี้]
ความดีและความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่ได้เลือกกลุ่มดาวทั้งสองให้
เป็นตัวแทนของตน และท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ มันมีฮันซูยองที่
ก าลังถูกเผาให้เป็นเถ้าถ่านจากประกายแสงสีฟ้า
“คุคุคุ ตาย! เจ้าทูตสวรรค์… เฮ้ หยุดนะ! นี่มันไม่ดีแล้ว!”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ถามว่าท าไมถึงเป็น
แบบนั้น]
“ไอ้โง่! ถ้าพวกเราเริ่มต่อสู้กับอูรีเอลตรงนี้ ทุกๆ อย่างจะจบ
ลง!”
ฮันซูยองที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าเริ่มฉุน
“และเธอ ทูตสวรรค์! เธอก็ตื่นได้แล้ว! เธอจะสู้กับฉันจริงๆ
เหรอ?”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
อูรีเอลท าสีหน้าช่วยไม่ได้ ความวิตกกังวลที่มองเห็นได้ใน
ดวงตาของเธอชัดเจนมาก
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ท าสีหน้ามีปัญหา]
“เธอก็ไม่อยากสู้ใช่ไหม? ฉันรู้ ดังนั้นท าไมพวกเราไม่หยุดตรงนี้
ล่ะ? และได้โปรดล่ะ ท าไมเธอไม่โน้มน้าวเพื่อนๆ ของเธอ
ด้วย!”
ค าพูดของฮันซูยองท าให้ความวิตกกังวลของอูรีเอลนั้นมีมาก
ยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ‘เพลิงอเวจี’ ที่ถูกเปิดใช้งานก็แตกต่างจากสีหน้า
ของเธอและพุ่งไปยังทิศทางของฮันซูยองอย่างต่อเนื่อง แต่ฮันซู
ยองเองก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน
เธอเชื่อว่ามันจะต้องมีเหตุผลที่ทูตสวรรค์เข้าร่วมในพื้นที่ความ
ขัดแย้งนี้
[เรื่องราว ‘การท านายลอกเลียนแบบ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน]
「อูรีเอลจะต้องรู้ว่านี่เป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อสังหาร
บริษัทของคิมทกจา นั่นเป็นเหตุผลว่าท าไมเธอถึงมาที่นี่ด้วย
ตัวเอง」
ช่างเป็นเรื่องโชคร้ายที่คนที่ปรากฏตัวในสมรภูมินี้ก็คือมังกร
เพลิงทมิฬและฮันซูยอง…
ถึงกระนั้นเธอก็ยังเป็นสมาชิกของบริษัทของคิมทกจา ดังนั้น
เธอจึงตัดสินใจที่จะหยิบสูตรโกงออกมา
“คิมทกจาจะคิดอะไรถ้าฉันตายที่นี่?”
ไหล่ของอูรีเอลสั่นไหวเบาๆ ฮันซูยองรีบยิงกระสุนออกมาอีก
นัด”ฉันขอถามเธอหน่อย เธอจะมั่นใจในการมองไปยังคิมทกจา
โดยปราศจากความรู้สึกผิดหลังจากที่ฆ่าฉันไปแล้วเหรอ?”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กล่าวว่าคุณและ
ผู้สนับสนุนของคุณคือ ‘ความชั่วร้าย’]
“บ้าเอ้ย! ใครจะสนความดีนี่และความชั่วร้ายนั่นกัน? มัน
ส าคัญยังไง? เธอคือคนที่จะตัดสินมันด้วยตัวเอง!”
เพลิงแห่งวิบากกรรมปัดผ่านปีกของมังกรเพลิงทมิฬ แม้ว่า
ความสมดุลของเธอจะแกว่งไปมาอย่างไม่มั่นคง แต่ฮันซูยองก็
ยังคงมองไปยังอูรีเอลด้วยสายตาที่อ้อนวอน การแกว่งดาบของ
ฝ่ายหลังเริ่มร้อนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
อีกแค่นิดเดียว ตอกลงไปอีกครั้ง และมันจะจบลง
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองมายัง
สมรภูมิ]
ฮันซูยองขนลุกชันขึ้นทั่วร่างหลังจากเธอได้ยินข้อความ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองมายัง ‘ผู้
พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’]
‘…คิมทกจา ไอ้บ้าเอ้ย
นายมีเวลามากพอจะมาดูฝั่งนี้ด้วยเหรอ?’
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองมายัง ‘ผู้
พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’]
คิมทกจาไม่ได้พูดอะไรเลย มันไม่มีค าขอความช่วยเหลือ ไม่มี
การขอความเมตตา ไม่มีอะไรทั้งนั้น – เขาแค่มองอย่างเดียว
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ หยุดเคลื่อนไหว]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ตกอยู่ในความสับสน]
ฮันซูยองร้องออกมาด้วยความยินดีอยู่ภายในใจ หัวใจของอูรี
เอลคงจะผสมไปด้วยอารมณ์ที่สับสนอยู่
อีกด้านก็ต้องการช่วยบริษัทของคิมทกจา และอีกด้านก็มีความ
ปรารถนาที่จะเอาชนะในสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
ประกายแสงจางๆ เต้นร าอยู่รอบๆ ตัวเธอ เรื่องราวที่ประกอบ
ขึ้นเป็นตัวเธอเริ่มปะทะกันเอง เรื่องราวที่เธอรักมากที่สุด และ
เรื่องราวที่เธอใช้ชีวิตมาเข้าปะทะกัน
มันเป็นบริษัทของคิมทกจาที่เธอชอบมาก หรือเอเด็นที่เป็นของ
เธอ?
[อูรีเอล! ท าไมเจ้าถึงยืนอยู่เฉยๆ แบบนั้น?]
ความไม่แน่ใจของเธอท าให้กลุ่มดาวอื่นๆ ก้าวออกมา พวกเขา
ไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆ ต่อไปได้อีก
[กลุ่มดาว ‘เทพีดารารุ่งอรุณ’ เปิดเผยสถานะของเธอ!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า’ เปิดเผยสถานะของมัน!]
ฮันซูยองหายใจออกมาอย่างแรงและขมวดคิ้วมุ่น
[ร่างอวตารของคุณได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง]
พูดตามตรง เธอพยายามเกลี้ยมกล่อมอูรีเอลนั้นไม่ใช่แค่เพราะ
เธอไม่ต้องการต่อสู้กับทูตสวรรค์เท่านั้น
ผลข้างเคียงอันร้ายแรงของการจุติครึ่งเทพได้ส่งผลกระทบต่อ
เธอแล้ว ข้อต่อทุกส่วนในร่างกายของเธอเป็นอัมพาต ในขณะที่
เธอรู้สึกราวกับว่าก าลังจะกระอักเลือดออกมาค าโต ซึ่งเหตุผลที่
ท าให้เธอต้องอดกลั้นไว้ก็เพราะไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอ
ให้กับกลุ่มดาวเหล่านี้เห็น
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังมองไปทางอื่น]
คามาเอลก้าวออกมาแทนอูรีเอลที่ก าลังสับสน เขาพูดขึ้นมา
[สหายของข้าดูเหมือนจะมีความทุกข์อยู่ ดังนั้นข้าเชื่อว่ามันคง
จะดีกว่าที่จะยุติเรื่องนี้โดยเร็ว]
[ข้าคาดหวังมากกว่านี้เพราะมันคือมังกรเพลิงทมิฬ แต่… เมื่อ
เทียบกับค าขยายของมัน มันก็ไม่เท่าไรเลยหนิ?]
ไม้เท้าคริสตัลของวาคารินที่มีแสงดาวบรรจุอยู่เปล่งแสงเจิดจ้า
ออกมาในทันใด ส่งผลให้ล าแสงดวงดาวจ านวนนับไม่ถ้วนสาด
เทลงมาจากสวรรค์เบื้องบน เงาของมังกรเพลิงทมิฬค่อยๆ
เลือนหายไปในขณะที่ล าแสงสัมผัสกับมัน (TLN: ขอแก้ไขนิด
หน่อยนะครับ ตอนแรกแปลชื่อจริงของ เทพีดารารุ่งอรุณเป็น
วาไครี่ แต่จริงๆ แล้วต้องเป็นวาคาริน ซึ่งเป็นหัวหน้าของพวก
วาไครี่แทนนะครับ)
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังค ารามออกมา
ด้วยความโกรธ!]
ลมหายใจถูกยิงออกมาจากเงาของมังกรที่ก าลังเดือดดาลได้
สาดซัดลงมาจากเหนือหัวของวาคาริน เธอกรีดร้องออกมาด้วย
ความตื่นตระหนกกับธาตุความมืดที่พุ่งเข้าใส่ และรีบถอย
ออกไป
มันเป็นคามาเอลที่ก้าวออกมาป้องกันไว้
[นี่คงยังไม่พอ!]
คามาเอลชักดาบยักษ์ออกมาและสะบั้นลมหายใจที่ก าลังพุ่งเข้า
มาออกเป็นสองส่วน
อย่างไรก็ตาม…
“ความมืดที่มืดมิดที่สุด! ต านานท่ามกลางต านาน! เปลวไฟแห่ง
เพลิงสีแดงชาด!”
ฮันซูยองเริ่มพ่นค าที่ไร้สาระออกมา และลมหายใจของมังกร
เพลิงทมิฬก็ขยายขนาดขึ้นในทันใด จากนั้นก็เริ่มกดดันกลับไป
ยังวาคารินและคามาเอล
ผิวของวาคารินซีดลงในขณะที่เสื้อคลุมของเธอถูกเผาไหม้
ในทันที่
[ช่างน่าละอายเหลือเกิน! การที่ต้องล าบากกับเคล็ดวิชาที่ไร้
สาระแบบนี้…!]
[อูรีเอล! เจ้าก าลังท าอะไรอยู่! เจ้าต้องได้สติกลับมานะ!]
เสียงที่แท้จริงของคามาเอลคงจะถูกส่งไปถึงเธอเพราะอูรีเอลดู
เหมือนจะได้สติกลับมาในทันใด ฮันซูยองเช็ดกระแสเลือดและ
ตั้งสมาธิกับสายตาที่พร่ามัวของเธอ
ถ้าอูรีเอลตัดสินใจที่จะกระโจนเข้ามาเต็มที่ ทุกๆ อย่างก็คงจะ
จบลง
ก่อนที่เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น เธอจะต้อง…
[…ใช่ เจ้าท าถูกแล้ว สงครามบัด■นี่จะต้องจบลงให้เร็วที่สุด]
และจากนั้นอูรีเอลก็ลงมือ
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เปิดเผยตัวตนที่
แท้จริงของเธอ]
สถานะอันเจิดจ้าของทูตสวรรค์ได้ย้อมสมรภูมิทั้งหมด ปีก
ทั้งหมดของอูรีเอลสยายออกเต็มที่ และมงกุฎที่มีทับทิมสีแดง
เข้มก็เปล่งประกายระยิบระยับเหนือเส้นผมสีบลอนด์-แพลตินัม
ที่ก าลังโบกกระพือของเธอ
ดวงตาสีมรกตของเธอมองมายังโลกอย่างภาคภูมิ
อูรีเอลก้าวออกมาข้างหน้าในขณะที่ทนต่อพายุความเป็นไปได้
อันน่าตกตะลึงที่มาจากการที่เธอปลดปล่อยร่างกายที่แท้จริง
ออกมา เมื่อเผชิญหน้ากับสถานะอันไร้ขอบเขตนี้ ฮันซูยองก็
รู้สึกว่าสติของเธอเริ่มโอนเอนไปมาแม้จะมีพลังของมังกรเพลิง
ทมิฬก าลังปกป้องเธออยู่ก็ตาม
นี่คือตัวตนที่แท้จริงของ ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’
ทูตสวรรค์แห่งเปลวเพลิงที่ฟาดฟันปีศาจมานับหมื่น เข่นฆ่า
ราชาปีศาจ และก าจัดความชั่วร้ายทั้งมวล ช่วงเวลาที่เธอลืม
ตาขึ้นมา ฮันซูยองก็ตระหนักได้ว่าเธอได้ตายไปแล้ว
ต่อหน้าตัวตนที่เหมือนกับ ‘ปีศาจ’ ความชั่วร้ายทั้งมวลก็คง
จะต้องถวายหัวของตนให้ด้วยความเต็มใจ
‘ขอโทษนะ คิมทกจา’
‘เพลิงแห่งวิบากกรรม’ พุ่งทะยานขึ้นแยกท้องฟ้า และใน
ขณะเดียวกัน ฮันซูยองก็สัมผัสได้ถึงจุดจบที่ใกล้เข้ามา
[เรื่องราว ‘การท านายลอกเลียนแบบ’ ไม่อาจสรุปสิ่งที่จะ
เกิดขึ้นต่อไปได้]
จากนั้นวิสัยทัศน์ของเธอก็ถูกย้อมด้วยสีขาวบริสุทธิ์ ราวกับ
หน้ากระดาษที่ว่างเปล่าโดยไม่มีอะไรอยู่เลย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเธอจะรอนานแค่ไหน ความเจ็บปวดที่คาด
ไว้ก็ไม่เกิดขึ้น หรือว่าเธอตายก่อนที่จะทันได้เจ็บปวด?
เธอแอบลืมตาขึ้น แต่ก็ได้รับการทักทายจากปรากฏการณ์ที่ไม่
คาดคิดเอาซะเลย
‘เพลิงแห่งวิบากกรรม’ ที่ก าลังเคลื่อนไหวมายังทิศทางของเธอ
แน่ๆ ได้เปลี่ยนรูปร่างไปเป็นวงแหวนและเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้น
บนพื้น
[เจ้า และเจ้า ขยับแม้แต่น้อย พวกเจ้าจะต้องตาย]
พูดให้ชัดๆ หลังจากนั้นมันได้พันรัดรอบร่างของวาคารินและ
คามาเอลไว้แน่น
[เปลวเพลิงของข้าร้อนขึ้นได้อีกนะ เจ้าก็รู้หนิ? ข้าไม่ได้ล้อเล่น
ดังนั้นถ้าเจ้าขยับ เจ้าจะต้องตายจริงๆ]
วาคารินท าได้เพียงแค่ถามด้วยน้ าเสียงอันตกตะลึงกับ
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น [อูรีเอล… แต่ ท าไม?]
[ถ้าเจ้าท าอะไรแบบนี้ อาลักษณ์จะ…!]
ค าพูดของคามาเอลท าให้อูรีเอลบ่นอย่างขมขื่นเท่านั้น [บัด■
ข้าก็แค่จะโดนการด าเนินการทางวินัยหรืออะไรสักอย่างใน
ภายหลัง เจ้าคิดว่ามันส าคัญเหรอตอนนี้?]
[นี่คงไม่จบแค่การลงโทษทางวินัยแน่! สิ่งที่เจ้าท า…!]
[หุบปาก! แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคะแนนความโกลาหลเพิ่ม
สูงขึ้นล่ะ?!]
หลังจากได้ยินเสียงที่แท้จริงของอูรีเอลก็ท าให้คามาเอล
ตระหนักได้ว่าสหายของเขาจริงจังอยู่
[แต่ ท าไมเจ้า…]
เมื่อมาถึงจุดนี้ ฮันซูยองก็ตระหนักได้ว่าท าไมอูรีเอลถึงต้อง
ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเธอออกมา ถ้าเธอจะสะกดทูต
สวรรค์ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเธอไว้ รวมทั้งกลุ่มดาวใน
ระดับสูงโดยไม่ต้องฆ่าพวกเขา เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก
จะต้องปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเธอ
อูรีเอลก าลังทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอันรุนแรงจากผล
พวงของความเป็นไปได้ และมันก็มีออร่าปีศาจอันเลือนรางที่
สุดก าลังแทรกซึมเข้ามาในส่วนลึกอันด ามืดของเธอด้วย
‘ความเสื่อมทราม’ การลงโทษอันรุนแรงที่สุดที่จะมอบให้กับ
เธอหลังจากเธอปฏิเสธที่จะฟังค าสั่งศักดิ์สิทธิ์
ก่อนที่ฮันซูยองจะทันได้พูดอะไรกับเธอ อูรีเอลก็ชิงพูดขึ้นมา
ก่อน [ข้าไม่มีเวลามาอธิบายเรื่องนั่นนี่ พวกเรามาท าให้พื้นที่
ความขัดแย้งนี้เป็นโมฆะและจบมันให้เร็วที่สุดกันเถอะ!]
การแสดงออกของเธอเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ ด้วยเหตุผลบาง
ประการ
ในเวลานั้นเองก็มีความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาหัวของฮันซูยอง
แม้ว่าอูรีเอลจะตัดสินใจแล้ว แต่เธอก็ไม่จ าเป็นต้องรีบร้อน
ขนาดนี้ ถ้าทูตสวรรค์ยินดีที่จะจัดการกับความสูญเสียครั้งใหญ่
เพียงเพื่อเริ่มต้นบางสิ่ง งั้นมันก็ต้องมีเหตุผลที่ดีอยู่แน่ ดังนั้น
อะไรที่ท าให้เธอต้องรีบร้อนขนาดนี้?
มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะคิดหาค าตอบ
[ฮีวอนของข้าตกอยู่ในอันตราย!]
(จบตอน)