มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 394 – หัวใจที่แน่วแน่ (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 394 – หัวใจที่แน่วแน่ (2)
“พวกเราท าได้ พวกเราจะไม่รู้จนกว่าจะได้เริ่มต่อสู้จริงๆ”
จางฮีวอนกล่าวเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว”ไม่ส าคัญว่ามันจะเป็น
ราชาปีศาจหรืออะไร บอกพวกเขาให้เข้ามาได้เลย พวกเราจะ
ไม่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว”
คนที่ก าลังฟังเธอคือเหล่าผู้กลับชาติมาเกิด คนที่เลือกค่าย
‘ความดี’ ในช่วงพื้นที่ความขัดแย้งที่ผ่านมา รวมทั้งผู้โชคดีที่
รอดชีวิตมาจากสมรภูมิที่ถูกท าให้เป็นโมฆะโดยบริษัทของคิ
มทกจา
คนเหล่านี้คือเหล่าคนที่สูญเสียมุมมองโลกไป
[พื้นที่ความขัดแย้งที่ 117 เริ่มต้นขึ้น!]
[ค่ายของคุณคือ ‘ความดี’]
“ถ้าข้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ข้าคงไม่มา…”
“…พวกเราสามารถกลับไปยังโลกใบเดิมของพวกเราได้เหรอ?”
หลายคนเริ่มพึมพ าด้วยความหวาดกลัว และความสับสนก็
แพร่กระจายไปในฝูงชนในไม่ช้า
“พ-พวกเราจะต่อสู้กับอะไรแบบนั้นได้ยังไง?!”
“อ๊ะ อ๊าาาาา…”
เรือของ ‘ความชั่วร้าย’ ก าลังแล่นมาจากระยะไกล มันใหญ่
มาก ไม่ต้องสงสัยเลย มันเป็นอาวุธเรื่องราวที่มาพร้อมกับ
ฟังก์ชั่นอันน่าทึ่ง
ครืนนน!
คลื่นได้พยุงเรือยักษ์ไว้ และกระแสธารนั้นอันที่จริงแล้วก็คือ
มหากองทัพซึ่งประกอบไปด้วยเหล่านักรบแห่งความมืด ปีศาจ
ระดับเจ็ด มันมีพวกมันอยู่มากจนยากที่จะนับได้ เพียงแค่มอง
คร่าวๆ มันก็ประเมินได้ว่ามีพวกมันอยู่หลายหมื่นตน
มันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้แค่พื้นที่ความขัดแย้ง
“อ๊ากกกก!!”
จางฮีวอนมองเห็นดวงตาของเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดที่เต็มไป
ด้วยความหวาดกลัวและคิดกับตัวเอง
เธอไม่อาจเรียกร้องให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่แสดงความกล้าหาญ
ออกมาได้
มันเห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงมีแต่ความหวาดกลัวเท่านั้น
พวกเขาใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตอยู่ภายในกรงขังมุมมองโลกของตน
และถูกใช้โดยผู้รุกรานจากภายนอกเท่านั้น การเรียกร้องความ
กล้าหาญกับคนเหล่านี้เป็นได้แค่การกระท าอันรุนแรงมากๆ
เท่านั้น
จางฮีวอนอยากจะบอกกับพวกเขา บอกพวกเขาว่าพวกเขาไม่
ต้องต่อสู้ และเธอจะจัดการปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง
“ทุกคน หลบอยู่ข้างหลังฉัน”
มันมีชายคนหนึ่งพูดแทนหัวใจของเธอ
“ฉันจะป้องกันพวกเขาไว้เอง”
เขาคือหนึ่งในสหายที่เก่าแก่ที่สุดของเธอ รวมทั้งยังเป็นชายที่
วิ่งออกไปยังแนวหน้าของบริษัทของคิมทกจาอย่างห้าวหาญ
“นายจะหยุดทั้งหมดนั่นคนเดียวเหรอ?”
“แน่นอนว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้”
เมื่อเห็นรอยยิ้มอันแสนดีของลีฮุนซึง หัวใจอันท้อแท้ของเธอก็ดู
เหมือนจะคลายกังวลไปเล็กน้อย เขาเคยเกร็งเพียงแค่ได้สัมผัส
ปลายนิ้วกัน แต่ในเวลานี้ เธอก็สัมผัสได้ว่าพวกเขาใกล้ชิดกัน
มากจริงๆ
“มาตัดสินบทบาทของพวกเรากันเถอะ ฉันจะรับผิดชอบการ
โจมตีทั้งหมดเลย ส่วนฮีวอน เธอควรจะ…”
“โจมตีใช่ไหม? เหมือนกับในไคเซนิกซ์”
ย้อนกลับไปในหมู่เกาะไคเซนิกซ์ มันมีหลายครั้งที่พวกเขาต่อสู้
เคียงข้างกันเช่นนี้ พวกเขามีความทรงจ าร่วมกันในการต่อสู้กับ
ผู้รุกรานที่เที่ยวปล้นสะดม
เกราะที่แข็งแกร่งที่สุดและดาบที่คมที่สุดแห่งบริษัทของคิมทก
จา แม้ว่ามันจะง่าย แต่ก็เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการผสาน
จุดอ่อนและจุดแข็งของกันและกัน
“ไปกันเลยไหม?”
[เรื่องราว ‘ดาบและโล่’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
คนแรกที่พุ่งไปข้างหน้าคือลีฮุนซึง
“ย๊ากกกก!!”
ในฐานะชายที่เชื่อในเรื่องโชคลางว่ายิ่งเสียงตะโกนดังเท่าไร
มันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เขาจึงตะโกนออกมาให้ดังพอที่จะ
โยกคลอนโลกหล้าและเข้าปะทะกับคลื่นความมืด
[อวตารลีฮุนซึงเปิดใช้งานอักขระ ‘การกลายร่างโลหะ
LV.10’!]
กระดองเหล็กที่เติบโตขึ้นเต็มที่แล้วได้ปกคลุมร่างทั้งร่างของ
เขา นักรบแห่งความมืดเข้าปะทะกับชั้นเหล็กกล้าที่เปล่ง
ประกายด้วยแสงสีขาวและล้มลงเหมือนกับพินโบว์ลิ่ง จากนั้น
ก็ถูกบดจนตาย
[อวตารลีฮุนซึงเปิดใช้งานอักขระ ‘ทุบขุนเขา LV.10’!]
หมัดเหล็กของเขาชูขึ้นไปบนอากาศและทุบลงมาบนพื้นอย่าง
ทรงพลัง – คลื่นที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักรบแห่งความมืดโอนเอน
ไปอย่างไม่มั่นคง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเรือเริ่มช้าลงไป
ลีฮุนซึงไม่พลาดโอกาศนั้น เขาได้เปิดใช้งานอักขระสุดท้ายของ
เขา
[อวตารลีฮุนซึงเปิดใช้งานอักขระ ‘ผลักขุนเขา LV.10’!]
มันเป็นอักขระที่ใช้เปิดประตูรถไฟใต้ดินได้เท่านั้นในตอนแรก
แต่ในตอนนี้มันเป็นอักขระที่ท าให้เขาสามารถผลักเรือขนาด
เท่าเรือรบกลับไปได้
ปัง!
มือทั้งสองข้างของเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยการกลายร่างโลหะ
ถูกย้อมไปด้วยสีด าสนิท และกระดองส่วนหนึ่งที่ก าลังปกคลุม
ร่างกายของเขาก็หลุดออกไป อย่างไรก็ตาม ลีฮุนซึงก็ตะโกน
ออกมาอีกครั้งและอดทนต่อความเจ็บปวด
“ย๊ากกกกก!!”
เขาไม่ได้ถอยกลับแม้จะต้องเผชิญหน้าประกายแสงอันรุนแรง
ขาหลังของเขาขุดลึกลงไปยังพื้นดินเบื้องล่าง และจาก
ระยะไกล มันก็ท าให้นึกถึงตะปูดอกเล็กๆ ที่ปักอยู่บนพื้นดิน แต่
ตะปูดอกนี้กลับหยุดเรือที่ก าลังพุ่งมาข้างหน้าได้ส าเร็จ
“มันหยุดแล้ว!”
“ลีฮุนซึงหยุดเรือรบได้แล้ว!”
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดส่งเสียงโห่ร้องให้กับปาฏิหาริย์อันน่า
เหลือเชื่อนี้
น่าเสียดาย การต่อสู้ที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นจากนี้ โล่ท าภารกิจ
ได้ส าเร็จแล้ว ดังนั้นมันจึงถึงเวลาแล้วที่ดาบจะลงมือ
จางฮีวอนทะยานขึ้นไปบนอากาศหลังจากเหยียบไหล่ของลีฮุ
นซึงและพุ่งลงไปบนดาดฟ้าของเรือ ก่อนที่จะเหวี่ยงดาบแห่ง
การพิพากษาไปรอบๆ
[อ๊ากกก!]
เธอปลดปล่อยการผสานของ ‘การสังหารปีศาจ’ และ ‘ระเบิด
เพลิงอเวจี’ เธอไม่ได้ออมมือเลย และกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ที่
ไม่ทันระวังก็ต้องตายในพริบตา
จางฮีวอนแผ่เปลวเพลิงสีฟ้าอันน่ากลัวและปลดปล่อยแสงสี
ขาวบริสุทธิ์ที่ดูสูงส่งออกมา
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งชอบเรื่องราว ‘ดาบและโล่’]
ปัง!!
น่าเสียดาย ไม่นานหลังจากนั้นดาบของเธอก็ถูกหยุด
ผู้ร้ายคือมือที่ดูราวกับจะแต่งแต้มไปด้วยลายสีด าอันน่าเบื่อ คน
ที่แผ่ลางร้ายออกมาก าลังคว้าดาบของเธอไว้ ก่อนที่จะโยนเธอ
ขึ้นไปในอากาศ
เธอเหยียบไปบนอากาศและหมุนตัวกลับมาบนดาดฟ้าเรืออย่าง
ปลอดภัย
ก่อนที่เธอยืนขึ้น กลุ่มดาวก็ได้สร้างค่ายกลศึกแล้ว
ฮูมมมมม!
ไม่ พวกเขาไม่ใช่กลุ่มดาว
[จากอักขระอันน่ารังเกียจนี้ เจ้าคงจะเป็นอวตารของ ‘ทูต
สวรรค์’]
[เจ้ารู้ว่านี่เป็นกับดัก แต่… ช่างโง่เขลาเหลือเกิน เมื่อมาคิดว่า
เจ้ายินดีที่จะก้าวเข้ามาจุดจบของตัวเองด้วยความเต็มใจ]
พวกเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยออร่าปีศาจสีด าสนิท สิ่งมีชีวิตที่
ครอบครองความมืดภายในท้องฟ้าแห่งการถ่ายทอดสด
ดวงดาว
จางฮีวอนมองไปยังปีศาจทั้งห้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
– นี่คือลิสต์ของคนที่เธอน่าจะต่อสู้ได้ รวมทั้งคนที่เธอต่อสู้ด้วย
ไม่ได้ ฮีวอน ได้โปรด เธอต้องจ าไว้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
เธอจ าเนื้อหาที่คิมทกจาอธิบายได้ทั้งหมด
ราชาปีศาจคนแรกที่อยู่ตรงหน้าของเธอคือสิ่งมีชีวิตที่ก าลังถือ
หอกเพลิงและมีหัวของมนุษย์
– ชายคนนี้คือคนที่เธอสามารถต่อสู้ด้วยได้ ถ้ามันเป็นเธอ
ในตอนนี้ ฮีวอนแค่เปิดใช้ ‘ช่วงเวลาพิพากษา’ ก็น่าจะพอแล้ว
เจ้านายแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 58 ‘ประธานแห่งเปลวเพลิง’
อาร์มี่
– ส าหรับชายคนนี้… มันก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตาม ถ้าจู่ๆ เขา
ยกเขาของตนขึ้นและกระโจนใส่เธอ มันจะอันตรายได้ ดังนั้นให้
โจมตีเขาก่อนโดยไม่ต้องลังเล
เจ้านายแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 48 ‘วัวเขาทอง’ ฮาเกนติ
– มันจะเริ่มอันตรายนับตั้งแต่ชายคนนี้เป็นต้นไป เมื่อเธออยู่ใน
สภาพพร้อมเต็มที่ และเมื่อเธอสามารถต่อสู้ได้แบบตัวต่อตัว
งั้นก็ลองสู้กับมันดู
เจ้านายแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 36 ‘นกฮูกเล็บเงิน’ สโตลาส
เมื่อพิจารณาจากสถานะที่แผ่ออกมา เธอก็รู้สึกได้ว่าจนถึงชาย
คนนี้ เธอยังพอต่อสู้ได้อยู่
ปัญหาคืออีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคนทั้งสาม คนแรกเลย
ราชาปีศาจหน้าตาหล่อเหลาที่ก าลังมองมาที่เธอและสวมชุด
เกราะสีแดง
– พูดตามตรง โอกาสที่เธอจะชนะนั้นน้อยมากตั้งแต่อันดับที่
20 เป็นต้นไป หากอูรีเอลได้ส าแดง ‘การจุติครึ่งเทพ’ มันก็
อาจจะต่างออกไป แต่…
เจ้านายแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 16 ‘ราชาปีศาจแห่งการล่อลวง
และการเป็นหมัน’ เซพาร์
– และจากตรงนี้เป็นต้นไป เธอต้องหลีกเลี่ยงคนพวกนี้โดยไม่มี
เงื่อนไข
เธอไม่จ าเป็นต้องนึกถึงก็เข้าใจได้ – สิ่งมีชีวิตคนสุดท้ายที่ยืนอยู่
ด้านหลังของค่ายกลของราชาปีศาจทั้งห้าที่ก าลังเฝ้ามอง
สถานการณ์อย่างเงียบๆ นั่นคือสิ่งมีชีวิตที่ตัวเธอในตอนนี้ไม่มี
ทางชนะได้เลย
เจ้านายแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 8 ‘นักล่าไร้ปราณีผู้ขัดต่อ
เจตจ านงแห่งสวรรค์’ บาร์บาทอส
ราชาปีศาจที่สวมหมวกสไตล์คาวบอยและก าลังถือปืนไรเฟิล
ก าลังยิ้มให้เธอผ่านผมสีบลอนด์ที่เรียงซ้อนกัน
[ความสิ้นหวังที่เลวร้ายที่สุดคือ ‘ความหวังที่เป็นไปไม่ได้’]
จางฮีวอนเผาผลาญจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเธอและก า
ดาบของเธอไว้แน่น
เธอเคยต่อสู้กับราชาปีศาจมาแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น เธอ
ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สามารถแสดงความสามารถทั้งหมดออกมา
ได้ แต่… ตอนนี้ล่ะจะเป็นยังไง?
[สกิลเฉพาะตัว ‘เวลาพิพากษา’ เตรียมพร้อมที่จะเปิดใช้งาน!]
แอตทริบิวต์ของเธอคือ ‘ผู้พิพากษาแห่งความชั่วร้าย’
มันเป็นพลังของทูตสวรรค์ที่เป็นผู้น าของเหล่าวาไครี่ในอดีต
สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามของเธอจะแข็งแกร่งแค่ไหน เธอก็จะยังไม่
พ่ายแพ้ตราบใดที่พวกเขาคือ ‘ความชั่วร้าย’
น่าเสียดาย…
[กลุ่มดาวฝ่ายดีส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยต่อการเปิดใช้งานสกิล]
[การเปิดใช้งานสกิลถูกยกเลิก]
บาร์บาทอสเริ่มหัวเราะออกมาราวกับว่ามันรู้แล้วว่าเกิดอะไร
ขึ้นกับเธอ
[ช่างไร้เดียงสาซะจริง อวตารแห่งอูรีเอล เจ้ายังไม่เข้าใจ
สถานการณ์อีกเหรอ?]
คิมทกจากล่าวว่าพื้นที่ความขัดแย้งนี้เป็นกับดัก
เขาบอกว่าแม้ว่าพวกเขาจะรู้ แต่พวกเขาก็ยังต้องเข้าร่วม
[เทวทูตต่างก็เพลิดเพลินไปกับแนวคิดของ ‘แกะบูชายัญ’ และ
มันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเจ้าในคราวนี้]
เป้าหมายของเอเด็นคือการชนะในสงครามระหว่างกลุ่มดาว
และปีศาจ
และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น บริษัทของคิมทกจาจะต้องไม่มี
ตัวตนอยู่ ไม่ว่าจางฮีวอนจะดีหรือชั่วร้าย เธอก็ต้องถูกก าจัด
จากมุมมองของพวกเขา
เธอรู้ทุกอย่างแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะท าให้เธอ
เข้าใจได้แม้แต่ในตอนนี้ก็ตาม
‘…ทูตสวรรค์คนอื่นฉันไม่รู้ แต่แม้กระทั่งอูรีเอลก็ทรยศฉันงั้น
เหรอ?’
[ข้าจะส่งเจ้าไปแบบสบายๆ เอง]
เธอได้ยินเสียงไรเฟิลของบาร์บาทอสถูกง้าง เมื่อเธอสัมผัสได้ว่า
ด้านหลังของเธอรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน จางฮีวอนก็
โยนตัวเองไปนอกเรือในทันที่
ปัง!!
กระสุนปืนฉีกผ่านห้วงเวลาและมิติก่อให้เกิดรูด าบนท้องฟ้า
มือที่ก าลังจับดาบของเธอสั่นเล็กน้อย เธอก าลังจะต้องสู้กับ
สัตว์ประหลาดแบบนี้ในตอนนี้
– ไม่ว่ายังไงก็ห้ามเธอพยายามต่อสู้กับราชาปีศาจตั้งแต่อันดับ
ที่สิบขึ้นไปแบบตัวต่อตัว เธอจะต้องหนีโดยไม่ลังเล และรอให้
สหายที่เหลือไปถึง เธอต้องจ าไว้ให้ดี
ในสถานการณ์ปกติทั่วไป เธอคงจะขัดค าพูดของเขา อย่างไรก็
ตาม คราวนี้มันก็ต่างออกไป
“ฮุนซึง!”
ลีฮุนซึงที่ก าลังยุ่งอยู่กับการไล่กวดนักรบแห่งความมืดเงยหน้า
ขึ้นมองร่างที่ก าลังร่วงหล่นลงมาของเธอ ด้วยการสบตากัน
อย่างรวดเร็ว มันก็พอจะท าให้เขาเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบัน
เสียงเยาะเย้ยของราชาปีศาจดังก้องออกมา
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าตัดสินใจได้ฉลาด]
[แน่นอน สมรภูมินี้กว้างมาก อย่างไรก็ตาม เจ้าจะหนีไปได้นาน
แค่ไหน?]
พายุออร่าปีศาจอันรุนแรงโหมกระหน่ าอยู่บนท้องฟ้า
ดาบและโล่ก าลังวิ่ง
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้กับศัตรูที่พวกเขาไม่อาจทานทนได้
และพวกเขาก็ไม่อาจตายอยู่ที่นี่ได้
“ทกจาและยูจงฮยอคจะมาถึงในไม่ช้า ทนไว้ก่อน”
จางฮีวอนพยักหน้าของเธอ ไม่ว่าศัตรูของพวกเขาจะทรงพลัง
แค่ไหน ตราบใดที่บริษัทมารวมตัวกัน พวกเขาก็จะสามารถ
เอาชนะพวกมันได้ พวกเขาเคยผ่านการต่อสู้ที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้
มาก่อน และบริษัทของคิมทกจาก็จะไม่พังทลายลง ณ สถานที่
แห่งนี้
พวกเขาสองคนคอยดูแลเหล่าผู้กลับชาติมาเกิดและบดขยี้
นักรบแห่งความมืดที่บุกเข้ามาต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่ถอนก าลัง
ออกจากแนวรบ
[อิทธิพลของผู้สนับสนุนของคุณก าลังอ่อนแอลง]
เรื่องยิ่งแย่ลงไปอีก แม้แต่พรของอูรีเอลก็อ่อนก าลังลง จิตใจ
ของเธอเตรียมพร้อมส าหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว แต่
จางฮีวอนก็ส่ายหัวเพื่อไล่พวกมันออกไป มันมีแนวโน้มว่าอูรี
เอลคงจะต่อสู้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งอื่น และไม่มีทางที่
ผู้สนับสนุนของเธอจะทรยศต่อเธอ
เสียงที่แท้จริงอันบ้าคลั่งของราชาปีศาจกวาดไปทั่วสมรภูมิ
[ออกไปให้พ้นทางซะ ไอ้พวกขยะ!]
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดสูญเสียโอกาสในการหลบหนีและถูก
สังหารไปมากมาย
คนที่กล้าหาญและพยายามโต้กลับถูกระเบิดหัวออกไปเป็นคน
แรก ในขณะที่คนที่หนีไปด้วยความหวาดกลัวก็ถูกทะลวงหัวใจ
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีบางคนที่ยังสามารถทนต่อพลังของ
ราชาปีศาจได้
[โฮ่ ปรมาจารย์ดาบเหรอ? เจ้าเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว]
มันมีคนก าลังป้องกันเขาสีทองของฮาเกนติ
ดาบธาตุเคลือบอยู่บนตัวดาบของชายคนนี้ ชายชราคนนี้ที่
ก าลังถืออาวุธอยู่คือคนที่จางฮีวอนรู้จักดี
“…ไคล์?”
ไคล์ เบอร์ทาร์
เขาคืออัศวินผู้พิทักษ์ระดับสูงที่ติดตามเธอในระหว่างช่วง ‘หมู่
เกาะไคเซนิกซ์’
「หัวหน้า มันคือเกียรติที่ข้าได้รับใช้ท่าน」
「อันที่จริง ข้าแก่เกินกว่าที่จะก้าวออกไปยังโลกภายนอกแล้ว
แต่…」
「ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลังของข้าจะสามารถช่วยท่านได้
บ้าง」
ไคล์ต่อสู้ได้ดี เขาสามารถเบี่ยงเบนเขาของฮาเกนติได้หลายครั้ง
และเขาก็ยังสร้างบาดแผลเล็กๆ บนแขนของราชาปีศาจได้ด้วย
ซ้ า
แต่เขาก็ท าได้แค่นั้น
ดาบของปรมาจารย์ดาบหัก และเขาก็คุกเข่าลง ตั้งแต่แรก ฝ่าย
ตรงข้ามก็ไม่ใช่คนที่ปรมาจารย์ดาบชราจะสามารถต่อกรได้
ล าคอของเขาถูกจับ และเขาก็ถูกยกขึ้นเหมือนกับของเล่น
[ตัวละคร ‘อีริค สไตร์เกอร์’ ปั่นป่วน]
อารมณ์ของอีริคพวยพุ่งขึ้นมาภายในตัวจางฮีวอน
ในอัตรานี้ ไคล์จะต้องตายแน่ๆ ความคิดของเธอเริ่มขยับ ชื่อ
ของสมาชิกของบริษัทของคิมทกจาได้ปัดผ่านความคิดของเธอ
คนแรกที่เธอนึกถึงคือยูจงฮยอค
「”ผู้กลับชาติมาเกิดจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแม้ว่าพวกเขาจะ
ตาย”」
เขาคงไม่พยายามช่วยไคล์ ถึงอย่างไร ‘เกาะแห่งการกลับชาติ
มาเกิด’ ก็ไม่ยอมให้มีการตายเกิดขึ้น คนผู้นั้นอาจจะสูญเสีย
ความทรงจ าของตนและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างออกไป
แต่อย่างไรก็ตาม ดวงวิญญาณของพวกเขาก็จะคงอยู่ ดังนั้น
เขาจะปล่อยให้ไคล์ตายเพื่อประโยชน์โดยรวม
คนต่อไปที่โผล่ขึ้นมาในหัวของเธอคือคิมทกจา
「พวกเราควรช่วยเขา แต่ถ้าเธอท าแบบนั้น เธอจะตายแทน
นะฮีวอน」
คิมทกจาอาจจะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง แต่เพราะเขาเป็นกังวลกับ
ชีวิตของเธอ เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยต่อชะตากรรมของไคล์
「ท าไมเธอต้องคิดมากด้วย? ใช้ไอ้หมอนั่นตบราชาปีศาจให้
ตายซะสิ ง่ายจะตาย」
ฮันซูยองคงจะพูดอะไรแบบนี้ อืม เธอไม่เคยสนใจช่วยชีวิต
ผู้คนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพื่อที่จะจบสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
ด้วยวิธีที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ เธอจะต้องเล็งไปที่ล าคอของราชา
ปีศาจตรงๆ ในตอนนี้
จากนั้นริมฝีปากของไคล์ที่ก าลังจะตายก็พูดออกมา
‘ได้โปรดหนีไป’
อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเขาก็ก าลังพูดสิ่งอื่น
「ได้โปรด… ช่วยข้าด้วย」
“ฮีวอน”
เธอได้ยินเสียงของลีฮุนซึง
เธอและเขาเป็นคนที่เหมือนกันมากที่สุดในบริษัทของคิมทกจา
แน่นอนว่านิสัยและความสามารถในการปรับตัวของพวกเขา
อาจจะต่างกัน แต่อย่างน้อยที่สุด เมื่อมันเป็นสถานการณ์
บางอย่าง พวกเขาก็จะตัดสินใจเหมือนกันเสมอ
[สกิลเฉพาะตัว ‘เพลิงอเวจี LV.10’ ถูกเปิดใช้งาน!]
มันไม่จ าเป็นต้องลังเลด้วยซ้ า
เพราะในอดีตพวกเขาทั้งคู่ก็ถูกช่วยไว้แบบนี้
(จบตอน)