มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 402 – หนังสือแห่งการเปิดเผย (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 402 – หนังสือแห่งการเปิดเผย (5)
สถานการณ์สุดท้าย
ราวกับว่าพวกเขารู้แล้วว่าผมต้องการอะไร สองโดเกบิกดดัน
ให้ผมตอบ
[เจ้าต้องตัดสินใจตอนนี้ ตายที่นี่ หรือมุ่งหน้าไปยังสถานการณ์
สุดท้ายกับพวกเรา
มหาโดเกบิฮอจูและฮอเช
ผมพอรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับสองพี่น้องมหาโดเกบิ พวกเขาปรากฏ
ตัวอยู่บ่อยๆ ในช่วงครึ่งหลังของ ‘หนทางเอาชีวิตรอด’
นอกจากนี้ เมื่อมาคิดว่าพวกเขาพูดถึงสถานการณ์สุดท้ายด้วย
ปากของพวกเขาเองแล้ว… ดูเหมือนว่าในที่สุดโดเกบิก็พร้อม
ส าหรับการสิ้นสุดของโลกเช่นกัน
เฉกเช่นที่กลุ่มดาวและอวตารต่อสู้ซ้ าๆ เพื่อความอยู่รอดของ
ตัวเอง นักเล่าเรื่องเองก็มีเรื่องราวที่พวกเขาต้องถ่ายทอด
ออกไปให้ได้
และมหาโดเกบิก็ก าลังเตรียมพร้อมส าหรับสถานการณ์สุดท้าย
นั้น
– สถานการณ์สุดท้าย? สองคนนี้ก าลังพูดถึงอะไร?
ฮันซูยองดูเหมือนจะไม่รู้
ตัวเธอจากการเสื่อมถอยรอบที่ 1863 ดูเหมือนจะไม่ได้บอกเธอ
ผมนึกถึงฮันซูยองคนนั้นที่สวมชุดคลุมสีขาวแบบเดียวกันกับ
ผม คนที่พิถีพิถันคนนั้นจะไม่มีทางลืมพิจารณาทางเลือกของ
ตัวเองอย่างรอบคอบ
– มันนานเกินไปที่จะอธิบายในตอนนี้
ผมไม่อาจบอกได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม เธอก็อาจจะเชื่อว่าการไม่
รู้จะเป็นประโยชน์กับตัวเธอในรอบที่สามมากกว่า
ผมแปลกใจเล็กน้อยหลังจากนึกถึงฮันซูยองจากรอบที่ 1863
ขึ้นมา
ในรอบนั้นเมื่อผมได้ไปเยือน มันก็ก าลังเผชิญหน้ากับศึกสุดท้าย
แล้วฮันซูยองจะรอดไปจากศึกนั้นไหม? ถ้าเธอรอด เธอจะ
กลายเป็นคนแบบไหนกัน?
ผมหันไปมองยูจงฮยอคที่ก าลังจ้องมองมาที่ผม
– นายจะยอมรับข้อเสนอของพวกเขาไหม?
– นายถามฉันจริงๆ เหรอ?
ราวกับว่าเขารู้ เขาหันหน้าหนีไป
เขาดูราวกับว่าเขามีความรู้สึกผิดเกี่ยวกับบางสิ่ง หากผม
ยอมรับข้อเสนอ เขาอาจจะระเบิดหัวของผมในทันทีหรือท า
อะไรสักอย่าง
ในขณะเดียวกัน มหาโดเกบิก็ยังคงรอผมอยู่
[การตัดสินใจของเจ้า?]
“ฉันคิดว่าพวกนายคงจะเดาได้แล้ว… ไม่ล่ะ ขอบคุณนะ?]
[และเหตุผลของเจ้าคือ?]
“เพราะมันน่าสงสัย”
[น่าสงสัย?]
“ตั้งแต่แรก ข้อเสนอมันแปลกๆ ยอมแพ้ในสงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและปีศาจ และนายจะพาฉันไปยังสถานการณ์
สุดท้าย… นายไม่เห็นสิ่งที่มันหายไปจริงๆ เหรอ? นายเป็นนัก
เล่าเรื่อง แต่ระดับความเข้าใจของนายต่อเรื่องราวของฉันต่ า
มาก”
มหาโดเกบิฮอเชมองมาที่ผมด้วยความตกตะลึง ก่อนที่จะมอง
ไปยังมหาโดเกบิฮอจู
ฝ่ายหลังพยักหน้าและพูดออกมา [ถ้าเจ้ายอมรับข้อเสนอ งั้น
พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือเพื่อท าให้สมาชิกทุกคนของ
บริษัทคิมทกจารอดพ้นไปจากสถานการณ์นี้]
ทั้งยูจงฮยอคและฮันซูยองมองมาที่ผมโดยพร้อมเพรียงกัน
ให้กับการประกาศที่ไม่คาดคิด
เส้นทางที่จะช่วยทุกๆ คนจากบริษัทของคิมทกจา นอกจากนี้
ยังจะพาพวกเขาไปยังสถานการณ์สุดท้าย?
“ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสถานการณ์ มันจะไม่เป็นการบิดเบือน
ความเป็นไปได้เหรอ?”
[นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องกังวล]
นี่อาจเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต โอกาสที่จะช่วยทุกคนและไป
ถึงสถานการณ์สุดท้าย ข้อเสนอที่เย้ายวนจนไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ปฏิเสธ
ถึงกระนั้นหัวของผมก็สงบยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
“ดูเหมือนว่านายจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากล าบากจริงๆ
แน่นอน การให้ฉันยอมแพ้ในสงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจไม่ใช่สิ่งเดียวในข้อเสนอของนายใช่ไหม?”
[…!!]
“ฉันจะต้องเซ็นสัญญาใน ‘สัญญาการถ่ายทอดสด’ กับพวก
นายเพื่อแลกเปลี่ยน ฉันพูดถูกไหม?”
สัญญาการถ่ายทอดสด สัญญาประเภทหนึ่งที่ผมเคยท ากับบีฮ
ยองเมื่อนานมาแล้ว
มหาโดเกบิทั้งสองท าสีหน้าประหลาดใจ ผมตัดสินใจตอกตะปู
เข้าไปอีกดอก”เพื่อที่จะกลายเป็น ‘นักเล่าเรื่องคนสุดท้าย’
พวกนายก าลังพยายามจะเอาเรื่องราวของฉันไปใช้ใช่ไหม?”
[…เจ้ารู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไง?]
“ฉันไม่สนใจข้อเสนอของพวกนาย”
[งั้นกลุ่มของเจ้าจะตายอยู่ที่นี่]
“พวกเราไม่รู้ ไม่ใช่ว่านายก็พูดมันก่อนเหรอ? มัน ‘แทบ’ จะ
เป็นการรับประกัน ในกรณีนั้น มันก็มีโอกาสเล็กน้อยที่พวกเรา
จะไม่ตาย”
[เจ้าไม่เห็นหายนะจากอีกเส้นโลกเหรอ?]
คราวนี้เป็นคราวของผมที่ต้องแปลกใจ ดูเหมือนว่ามหาโดเกบิ
จะพอรู้ถึงเหตุการณ์ในการเสื่อมถอยรอบที่ 1863
[มังกรแห่งวันสิ้นโลกไม่ใช่หายนะธรรมดาๆ ที่กลุ่มดาวหรือ
เนบิวลาเพียงแค่ไม่เท่าไรจะสามารถหยุดได้]
ผมรู้ ผมู้ว่าสถานะของมังกรนั่นน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน อืม ผม
สัมผัสมันได้ตรงๆ จากเส้นโลกในอนาคตหนิ?
ถึงกระนั้นผมก็ยังยิ้มออกมา “ฉันคิดว่าการสร้างสถานการณ์ที่
สนุกสนานเป็นหน้าที่ของโดเกบิหนิ? พวกนายควรเตรียมพร้อม
ที่จะเริ่มออกอากาศนะ”
ราวกับว่าเธอมีปฏิกิริยากับค าพูดของผม บียูโผล่ขึ้นมาใน
อากาศ
[ป๊าา!]
[กลุ่มดาวหลายคนประหลาดใจกับการกระท าของคุณ]
[กลุ่มดาวจ านวนเล็กน้อยเชื่อว่าคุณเป็นบ้าไปแล้ว]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ส่งเสียงออกมา]
[ขาใหญ่แห่งชุมชนผู้สนับสนุนได้มอบเงินให้กับคุณ 300,000
เหรียญส าหรับจิตวิญญาณอันทะเยอทะยานของคุณ]
ตามที่คาดไว้ เนื่องจากความยิ่งใหญ่ของสถานากรณ์ จ านวน
การสนับสนุนที่เข้ามาได้พิสูจน์แล้วว่ามันใหญ่มากจริงๆ
มหาโดเกบิเหลือบมองผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ได้อยู่สักพัก
ก่อนที่จะหายไปอย่างช้าๆ
[เจ้าจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้]
ร่างพวกเขากระจัดกระจายออกไปราวกับหมอกควัน และด้วย
การนั้น วิธีที่จะช่วยสหายทุกๆ คนของผมไว้ได้แน่ๆ ก็หายไป
พร้อมกับพวกเขาเช่นกัน
[…ความเด็ดเดี่ยวของเจ้าท าให้ข้าประหลาดใจได้เสมอ]
แม้แต่สุริยะก็ดูจะประทับใจกับการตัดสินใจของผมในคราวนี้
ผมมองไปยังกาเบรียลที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของผม
ฮันซูยองมองไปที่เธอและถามค าถาม “คิมทกจา”
“อะไรอีก? อะไร? เธอต้องการอะไรอีก”
“…นายคิดเรื่องนี้มานานและมากก่อนที่จะตอบไปใช่ไหม? มัน
ไม่ใช่เพราะความเห็นอกเห็นใจราคาถูกหรือการที่เลือดขึ้นหน้า
ชั่วขณะอะไรแบบนั้นใช่ไหม?”
ผมพยักหน้า
“…งั้นก็ดี”
ร่องรอยของความไม่พอใจที่ไม่ชัดเจนสามารถสัมผัสได้จาก
น้ าเสียงของเธอ
ผมพูด “เธอจะโกรธก็ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งปฏิเสธโอกาสที่เหลือเชื่อ
ไป”
“…”
“อย่างไรก็ตาม โดยการไม่ท าแบบนั้น…”
“ใช่ แน่นอน นายมีเหตุผลของนาย พูดตามตรงนะ ฉันรู้ว่านาย
จะบอกว่าไม่อยู่แล้ว”
“อะไร? ท าไมกัน?”
ค าตอบของยูจงฮยอคตามหลังเสียงถอนหายใจของฮันซูยอง
ออกมา “เพราะนั่นคือวิธีการของนาย ไอ้โง่”
เมื่อมองไปที่เขาที่ก าลังจ้องกลับมาที่ผมด้วยสายตาปกติของ
เขา ผมก็ตระหนักได้ในทันทีถึงสิ่งที่สองคนนี้ต้องยอมแพ้เพื่อ
ผม
ใช่ นี่คือวิธีการที่ผมใช้ชีวิตมา และมันไม่ใช่วิธีการที่ฮันซูยอง
หรือยูจงฮยอคใช้ชีวิตมา
“…แน่นอน วิธีการแบบนี้เหมาะกับเรื่องราวโง่ๆ ของบริษัท
ของคิมทกจาที่สุด ฉันจะบันทึกเหตุการณ์ในวันนี้ลงไปในบันทึก
ของฉันในภายหลังแน่ๆ แต่ก็ต้องหลังจากรอดไปจากที่นี่นะ”
“นายควรกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปมากกว่า”
ฮันซูยองและยูจงฮยอคเป็นสองคนที่แตกต่างกันมาก
ผมเพิ่งตระหนักได้ถึงบางสิ่ง ผมมาได้ไกลขนาดนี้เพราะทั้งสอง
คนนี้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง และเคารพการตัดสินใจของผม
ในรูปแบบของตัวเอง
ผมเริ่มคิด ด้วยหลายๆ สิ่ง บางทีความหวังทั้งหมดอาจจะยังไม่
หายไป
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 96]
ประกายแสงยังคงลอยอยู่บนท้องฟ้า การต่อสู้ภายในทรงกลมสี
เทาน่าจะสิ้นสุดลงได้แล้ว ฝ่ายดีและฝ่ายชั่วร้ายได้วางแผนที่จะ
เอาชีวิตรอดไปด้วยการขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปสู่การท าลายล้างที่
จะเกิดขึ้นในไม่ช้า
ฮันซูยองถาม “พวกเราก าลังจะหยุดสิ่งนั้นกันเหรอ?”
ยูจงฮยอคส่ายหัว “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฝ่าวงล้อมจากภายนอก
ทรงกลมเข้าไป”
“งั้น?”
“พวกเราไม่สามารถหยุดคะแนนความโกลาหลไม่ให้ถึง 100 ได้
มังกรแห่งวันสิ้นโลกจะฟื้นขึ้นมา และด้วยวิธีการนั้น ‘การ
สะบัดหางครั้งแรก’ จะเริ่มต้นขึ้น”
การสะบัดหางครั้งแรก
ดูเหมือนว่ายูจงฮยอคจะรู้เกี่ยวกับภัยพิบัตินั้น ผมยังจ าค า
ท านายที่มังกรแห่งวันสิ้นโลกปรากฏขึ้นภายในหนทางเอาชีวิต
รอดได้
「จากใจกลางของนรกที่ร้อนแรงที่สุด มังกรตัวหนึ่งที่มีเจ็ด
เศียรและสิบเขาจะตื่นขึ้นมา」
「มันจะเป็นมังกรในหมู่มังกร ผู้น าแห่งมังกรทั้งมวลที่ถือ
ก าเนิดขึ้นภายในศูนย์กลางแห่งความโกลาหล และความ
เกลียดชังที่เก่าแก่ที่สุดของโลก」
「มังกรที่มองไปยังฟ้าดินในครั้งเดียว ก่อนที่จะสะบัดหางของ
มัน การสะบัดหางเพียงครั้งเดียวนั้นท าให้ดวงดาวล่มสลาย
และทุกๆ สิ่งในทิศทางของมันจะหายไป」
ย้อนกลับไปในรอบที่ 1863 ผมไม่ได้เห็นการสะบัดหางนั้น
ย้อนกลับไปในตอนนั้น มังกรแห่งวันสิ้นโลกไม่ได้อยู่ในสภาพที่
ฟื้นขึ้นมาอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม คราวนี้มันก็แตกต่างออกไป
ยูจงฮยอคพูดด้วยน้ าเสียงที่แน่วแน่ “พวกเราไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องต่อสู้กับมัน”
“บ้าเอ้ย… ฉันรู้แล้วว่านายจะพูดอะไรแบบนั้น”
เสียงของฮันซูยองฟังดูมีความยอมแพ้อยู่
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 98]
คะแนนความโกลาหลอีกแค่ 2 คะแนนเท่านั้น
ผมเห็นสหายของผมวิ่งมาที่นี่จากระยะไกล
“คุณลุง!”
“พี่ทกจา!”
ผมเห็นชินยูซอง ลีกิลยัง และลีจีฮเยที่เป็นผู้น าของเรือ
ประจัญบาน รวมถึงจางฮีวอน อูรีเอลที่ก าลังติดตามพวกเขา
มาด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
เธอเห็นกาเบรียลในอ้อมแขนของผมและรู้สึกประหลาดใจมาก
[…กาเบรียล!!]
ผมส่งทูตสวรรค์ที่ได้รับบาดเจ็บให้กับเธอ ผมรีบมองไปยัง
สหายก่อนเพราะมันไม่มีเวลามากนัก
“คุณลุง มังกรแห่งวันสิ้นโลกก าลังจะตื่นขึ้นมาจริงๆ เหรอ?”
ผมพยักหน้า
ฮันซูยองเริ่มตะโกนออกมา “พวกเธอทุกคนพร้อมแล้วนะ นี่
ไม่ใช่การมาปิกนิกนะ”
“เคยไม่พร้อมด้วยเหรอ?”
พร้อมกับค าตอบของลีจีฮเย สหายคนอื่นๆ ก็เสร็จสิ้นการ
เตรียมการอย่างรวดเร็ว
ทุกๆ คน… ฮันซูยอง ยูจงฮยอค ชินยูซอง ลีกิลยัง จางฮีวอน
และลีจีฮเย ทุกคนต่างมีสีหน้าที่มุ่งมั่น
สุดท้ายผมก็หันหน้าไปมองลีฮุนซึงที่ยังไม่ได้สติ
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 99]
และจากนั้นการฟื้นคืนชีพของมังกรแห่งวันสิ้นโลกก็ใกล้เข้ามา
[กลุ่มดาวจ านวนมากอยู่ในสภาวะหวาดกลัว!]
[กลุ่มดาวแห่ง ‘การถ่ายทอดสดดวงดาว’ ตกสู่สภาวะ
อลหม่าน]
[เนบิวลา ‘โอลิมปัส’ ก าลังเตรียมพร้อมส าหรับหายนะ!]
[เนบิวลา ‘พระเวท’ ก าลังเตรียมพร้อมส าหรับหายนะ!]
[เนบิวลา ‘ฮงอิก’ คือ…]
ฮูมมมมม!
บางสิ่งจากส่วนลึกภายในเกาะบิดตัว ส่งผลให้ฟ้าดิน
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันให้ความรู้สึกราวกับว่าทุกๆ สิ่งถูก
ห่อหุ้มไว้ภายใต้ปีกขนาดมหึมา ทิวทัศน์รอบๆ ให้ความรู้สึก
ราวกับถูกแขวนไว้อย่างไม่มั่นคง เรื่องราวที่มีขนาดเล็กๆ ได้
เริ่มพังทลายลงไปทีละนิด
ราวกับว่ามันต้องการที่จะกีดกันชื่อของ ‘หายนะ’ ทั้งหมดที่มี
ตัวตนอยู่ เรื่องราวอันยิ่งใหญ่เริ่มตื่นขึ้น
“คิมทกจา สิ่งที่อันตรายที่สุดเมื่อมังกรแห่งวันสิ้นโลกตื่นขึ้นมา
คือกลุ่มดาว”
“ตามค าพยากรณ์ นั่นก็ใช่”
“และนายก็คือกลุ่มดาว”
การสะบัดหางครั้งแรกจะท าลายท้องฟ้าในทิศทางของมัน พูด
ง่ายๆ ดวงดาวและบริบททั้งหมดของค าขยายที่อยู่ภายใน
ต าแหน่งนั้นจะถูกท าลาย
ฮันซูยองเริ่มฉีกยิ้มออกมา “เฮ้ คิมทกจา นายอยู่ทางไหนนะ?
ตะวันออก? หรือว่าจะเป็นทิศตะวันตก? ถ้านายโชคไม่ดี นาย
คงจะเป็นคนแรกที่ตาย”
“ก็อาจจะใช่ ดังนั้นฉันก็อาจจะสวดภาวนาให้ฉันรอดไปได้
ก่อนที่ฉันจะตาย”
“…นายก าลังพล่ามอะไร? เดี๋ยวนะ นายและมังกรแห่งวันสิ้น
โลกรู้จักกันเหรอ?”
แม้ว่าน้ าเสียงของเธอจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่สายตาของฮันซูยอง
ก็เปล่งประกายสดใสอยู่
ผมตัดสินใจที่จะตอบสนองความคาดหวังของเธอ “เธอก็เห็น
มังกรแห่งวันสิ้นโลกไม่ได้หมายถึงมังกรตัวใดตัวหนึ่ง เฉกเช่นที่
ความดีที่เก่าแก่ที่สุดและความชั่วร้ายที่เก่าแก่ที่สุดไม่ได้
หมายถึงกลุ่มดาวไหน ‘มังกรตัวสุดท้ายแห่งหนังสือวิวรณ์’
เป็นเพียงแค่การอ้างถึงของมหาเรื่องราว”
“เดี๋ยวนะ หรือว่า…”
“ณ เวลานี้มันยังไม่ได้ตัดสินใจว่า ‘ใครจะเป็นมังกรแห่งวันสิ้น
โลก’”
กรามของฮันซูยองเปิดอ้าออกเล็กน้อย
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 100]
[คะแนนความโกลาหลถึงขีดจ ากัดแล้ว!]
นอกเหนือจากความรู้สึกอันหนาวเหน็บที่เคลื่อนตัวลงมา
ด้านหลังของผม โลกทั้งใบเริ่มถูกย้อมด้วยสีด าสนิท
ออร่าคุกคามแตกออกมาจากใต้พื้นดินและเริ่มรุกล้ าเข้ามายัง
เกาะทั้งหมด
[จากนรกที่ร้อนที่สุด ‘วังมังกรอสูร’ ก าลังเปิดประตู!]
ล าแสงเจิดจ้าระเบิดออกมา และมิติโดยรอบก็แตกกระจาย
ออกไป เงาขนาดยักษ์เริ่มปรากฏขึ้นจากที่นั่น
นอกจากสิ่งมีชีวิตระดับเทพเจ้าภายนอก มันยังมีมอนสเตอร์อื่น
ในโลกนี้ที่มีพลังทัดเทียมกับกลุ่มดาวหรือผู้บรรลุอยู่
จุดสูงสุดของมอนสเตอร์ทุกประเภทในโลก…
โฮกกกกก!!
เสียงค ารามของมังกรที่สามารถแช่แข็งร่างกายของผู้ฟังได้ เงา
ของนครที่ถูกท าลายดูจะเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่
ราชามังกรบรรพกาลที่ถูกลืมเลือนไปภายใต้ช่วงเวลาอัน
ยาวนานเริ่มตื่นขึ้นมา
[ว๊ากกกก!!]
กลุ่มดาวจ านวนมากที่เจอกับลมหายใจของมังกรกรีดร้อง
ออกมาในขณะที่พวกเขากลายเป็นเถ้าถ่าน เงาของมังกรหลาย
ร้อยตัวปกคลุมผืนฟ้า กลุ่มดาวแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวตื่น
ตะลึงในขณะที่พวกเขาถูกควบคุมอยู่ในระลอกคลื่นจากสถานะ
อันยิ่งใหญ่
ทุกๆ ตัวคือราชามังกรที่มีพลังทัดเทียมกับกลุ่มดาว
มังกรทั้งหมดนี้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ และหวังว่าจะได้รับเลือกเป็น
มังกรแห่งวันสิ้นโลกที่ได้รับมอบหมายให้ท าลายโลกใบนี้
[มหาเรื่องราว ‘มังกรตัวสุดท้ายแห่งหนังสือวิวรณ์’ เริ่มเล่า
เรื่องราวของมัน]
[มหาเรื่องราว ‘มังกรตัวสุดท้ายแห่งหนังสือวิวรณ์’ เริ่มเลือก
มังกรแห่งหายนะ]
ผมเงยหน้าขึ้นมองปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่และพูดออกมา
“พวกเรามีมังกรอยู่ในนั้นใช่ไหม?”
ชินยูซองมองมาที่ผมหลังจากได้ยินค าพูดของผม มันมีมังกรใน
ชุดเกราะโลหะหนานั่งอยู่ข้างๆ เธอ
ราชามังกรระดับหนึ่ง มังกรคิเมร่า
ต้องขอบคุณการดูแลอย่างขยันขันแข็งของชินยูซอง มัน
แข็งแกร่งพอที่จะไม่พ่ายแพ้กลุ่มดาวทั่วไป
มังกรที่ถือก าเนิดขึ้นในสรวงสวรรค์ของโลกปีศาจค ารามขึ้นไป
ยังท้องฟ้าเบื้องบนด้วยเสียงอันดังก้อง
ฮันซูยองมองดูมันบินขึ้นไปบนท้องฟ้าและถามผม “นายคิด
จริงๆ เหรอว่ามันจะกลายเป็นราชาได้”
ผมส่ายหัว แน่นอน มังกรคิเมร่ามีอัตราการเติบโตอันน่าทึ่ง แต่
มันก็ยังเร็วเกินไปที่มันจะกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมส าหรับ
บทบาทของมังกรแห่งวันสิ้นโลก
“ถ้าอย่างนั้นท าไมนายถึงวางใจขนาดนั้น…”
“พวกเรายังมีอีกหนึ่งใช่ไหม?”
“อะไร? ไหน…”
ฮันซูยองท าสีหน้าตกตะลึง
แต่แล้วมือขวาของเธอก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรงราวกับว่ามันก าลัง
ตอบสนองต่อบางสิ่ง อึดใจต่อมา ท้องฟ้าอันว่างเปล่าก็แยก
ออก และความมืดมิดก็ระเบิดออกมาจากภายในนั้น
มังกรหลายสิบตัวที่อยู่ใกล้ๆ กรีดร้องออกมาอย่างน่าสงสาร
และล้มลง สรวงสวรรค์สั่นสะเทือนราวกับว่าความมืดได้เข้า
ครอบครอง และสายฟ้าสีด าก็ผ่าลงมาบนพื้นโลก
ผ่านช่องว่างของหุบเหว บางสิ่งเริ่มเปิดเผยตัวออกมา มันเป็น
มังกรที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดอันสง่างามที่ดูราวกับจะสร้างขึ้นมา
จากออบซิเดียนบริสุทธิ์
สถานะที่มังกรบรรพกาลตนอื่นๆ ไม่อาจหวังเทียบเคียงได้
ดวงตาที่เปล่งประกายราวกับทับทิมสีแดง ปีกทุกๆ ส่วนที่ดูราว
กับจะแกะสลักออกมาจากความมืด และกระพือเปลวเพลิงสีด า
เข้าปกคลุมท้องฟ้า
ผมเงยหน้าขึ้นมองสิ่งมีชีวิตตนนั้นและพูดออกมา “ทุกคนมา
ภาวนาให้ผู้สนับสนุนของเธอได้รับชัยชนะกันเถอะ”
มันเป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับการเป็นมังกรแห่งวันสิ้นโลกที่สุด ณ
เวลานี้
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ จุติลงมายัง
สถานการณ์!]
(จบตอน)