มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 401 – หนังสือแห่งการเปิดเผย (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 401 – หนังสือแห่งการเปิดเผย (4)
[กลุ่มดาวทั้งหมดในการถ่ายทอดสดดวงดาวตรวจพบการ
ด ารงอยู่ของหายนะ]
[กลุ่มดาวจ านวนมากตกอยู่ในสภาพหวาดกลัว!]
ในขณะที่บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลุ่ม
ดาวที่ก าลังเพลิดเพลินไปกับช่วงหยุดโจมตีก็พากันตะโกน
ออกมาซ้ าๆ รวมทั้งพูดด้วยเสียงที่แท้จริงของตน บางคนก็ตื่น
ตระหนกและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนก็สัมผัสได้ถึงสถานะ
ของหายนะและเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ส่วนกลุ่มดาวบางส่วนก็
เริ่มสอบถามไปยังส านักงานเพื่อหวังว่าจะสามารถหลบหนีไป
จากสถานการณ์นี้ได้
การดิ้นรนอย่างขมขื่นของดวงดาวที่พยายามจะเอาชีวิตรอดได้
เปลี่ยนให้สมรภูมิกลายเป็นความโกลาหลในเวลาไม่นาน
[ส านักงานการถ่ายทอดสดดวงดาวก าลังตอบสนองต่อ
สถานการณ์ฉุกเฉิน!]
ในที่สุด ส านักงานก็ก้าวออกมา
เมื่อเห็นข้อความจ านวนมากของกลุ่มดาว ส านักงานก็คงจะพบ
สิ่งผิดปกติเช่นกัน
[ส านักงานการถ่ายทอดสดดวงดาวเริ่มการประชุมภายใน
เกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง]
มันมีแนวโน้มว่าแม้แต่ส านักงานก็ยังไม่คาดคิดว่า ‘สงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ จะใหญ่โตขึ้นมาขนาดนี้
จากจุดเริ่มต้น ‘คะแนนความโกลาหล’ ถูกเพิ่มเข้ามาเหมือน
เครื่องปรุงพิเศษเพื่อเพิ่มความเร็วในการก้าวหน้าของสงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจเท่านั้น แต่หลังจากนั้น ระบบ
คะแนนพิเศษนั้นก็ได้น าหน้าคะแนนความดีและความชั่วร้ายไป
และมันยังพยายามที่จะปลุกมังกรแห่งวันสิ้นโลกขึ้นมา
ถ้ามังกรนั่นตื่นขึ้นมา กลุ่มดาวจ านวนมากมายก็จะจบลงด้วย
การถูกสังหาร กล่าวอีกนัยหนึ่ง จ านวนลูกค้าของส านักงานก็
จะลดลงเป็นอย่างมากด้วย
[แม้ว่าส านักงานจะออกหน้า แต่พวกเขาคงไม่สามารถย้อนคืน
หายนะให้ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่แรกได้]
ผมเห็นด้วยกับการยืนยันของสุริยะ
พวกเราอยู่ในสถานการณ์หลักที่ 80 แม้ว่าจะเป็นส านักงาน
พวกเขาก็คงไม่สามารถยกเลิกมหาเรื่องราวได้
ดังนั้นในตอนนี้มันจึงไม่ใช่เวลามาวางศรัทธาของพวกเราไว้กับ
พวกเขา
“เพื่อให้มังกรแห่งวันสิ้นโลกตื่นขึ้นมา คะแนนความโกลาหล
จ าเป็นต้องเพิ่มขึ้นมาอีก 10”
แม้ว่ามันจะไม่มาก แต่พวกเราก็ยังพอมีเวลา
หากพวกเราล้มเหลวในการป้องกันการปลดปล่อยมังกรแห่งวัน
สิ้นโลก มันก็คงมีโอกาสที่สูงมากที่สหายของผมจะตายอยู่ที่นี่
ผมควรจะท ายังไงเพื่อป้องกันมันดี?
แน่นอน ผมควรจะคิดวิธีแบบนั้นได้ทันที่ – การก าจัดต้นตอที่
ท าให้เกิดคะแนนความโกลาหลขึ้นมา
ปัญหาก็คือต้นตอนั้นซ่อนตัวอยู่ภายใน ‘ทรงกลม’
เปรี้ยง…!
“แม้ว่ามันจะเป็นผู้แสวงหาจุดจบ แต่มันก็ไม่ควรจะรั้งอยู่
ภายในนั้นได้นาน”
ผ่านหนทางเอาชีวิตรอด ผมรู้ว่าใครอยู่ในรายชื่อ ‘ผู้แสวงหา
จุดจบ’ มันไม่มีใครในรายชื่อนั้นที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้นานใน
ขณะที่อยู่ภายในทรงกลมนั้น
ไม่เพียงแต่จะมีเมทาทรอนและอากาเรสอยู่ภายในนั้น แต่มันยัง
มีกลุ่มดาวระดับสูงของโลกอยู่ภายในนั้นด้วย
แม้ว่าพวกเขาจะต้องใช้เวลา แต่ทูตสวรรค์และราชาปีศาจก็
ควรจะค้นพบผู้แสวงหาจุดจบได้และฆ่าพวกมันไปแล้ว ด้วย
เหตุนั้นคะแนนความโกลาหลก็ควรจะหยุดเพิ่มขึ้น…
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 91]
ประกายแสงระเบิดออกมาจากอากาศ ทรงกลมสั่นสะเทือนอยู่
รุนแรงก่อนที่ส่วนหนึ่งของมันจะเปิดออก และบางสิ่งก็เริ่มร่วง
หล่นมาจากตรงนั้น
บนแผ่นหลังของเธอมีปีกหกปีกที่ถูกฉีก มันคือทูตสวรรค์ที่ผม
รู้จักดี
ผมเปิดใช้งานวิถีแห่งสายลมและรีบบินออกไป
ร่างของทูตสวรรค์ที่ผมคว้าจับไว้เบามาก กลิ่นหอมโชยเข้ามา
ในจมูกของผม เรื่องราวก าลังหลุดลอยออกมาราวกับกลีบ
ดอกไม้จากบาดแผลลึกบนแผ่นหลังของเธอ
“กาเบรียล”
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์’ ก าลังมองมาที่คุณ]
เธอคือทูตสวรรค์กาเบรียลที่เคยไปยังรอบที่ 1863 กับผมก่อนที่
จะกลับมายังบ้าน กลุ่มดาวที่ตกลงสู่หลุมแห่งความตกใจ
หลังจากได้รู้ว่าเธอทรยศต่อเอเด็นในอนาคต
ผมสงสัยขึ้นมาว่าเธอคือต้นตอของวิกฤติที่เกิดขึ้นหรือไม่ แต่ผม
ก็รู้ว่ามันคงจะไม่เป็นเช่นนั้น แม้ว่าในเรื่องราวต้นฉบับมันจะมี
เหตุผลที่ดีมากต่อการทรยศของเธอ และในทางเทคนิคจะไม่
สามารถบอกได้ว่าเธอทรยศจริงๆ ก็ตาม
ริมฝีปากของกาเบรียลขยับด้วยความยากล าบากเป็นอย่างยิ่ง
มันยากที่จะได้ยินเสียงของเธอ
ผมขยับเข้าไปใกล้เธออีกเพื่อฟังค าตอบ “เกิดอะไรขึ้นในนั้น?
โปรดพูดกับฉัน”
เธอเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่เหนื่อยล้า แต่จากนั้นก็ยื่น
บางสิ่งให้กับผม มันคือเรื่องราวของเธอ
ริมฝีปากอันสั่นสะเทือนของเธอขยับ มันไม่ได้ยินเสียงของเธอ
แต่ผมก็เข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน
「โปรดช่วยเอเด็นด้วย」
เรื่องราวของกาเบรียลเริ่มเล่าเรื่องราวของมัน
*
เมทาทรอนมองไปยังเทวทูตที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา รวมทั้งราชา
ปีศาจที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเขา พวกเขาต่างก็ดูเป็นกังวล
นอกจากนี้ การแสดงออกของพวกเขายังแสดงถึงความ
ล้มเหลวในการเข้าใจว่าพวกเขามาถึงสถานการณ์ปัจจุบันได้
ยังไง
ท่ามกลางใบหน้าของพวกเขาเหล่านั้น มันมีคู่แข่งที่เก่าแก่ที่สุด
ของเมทาทรอนอยู่
[เมื่อมาคิดว่าพวกเขามาอยู่ในที่เดียวกันนี้เพราะเนบิวลาเพียง
เนบิวลาเดียว มันก็ช่างไร้สาระซะจริง]
มันคือเจ้านายแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 2 ‘ผู้ปกครองแห่งนรก
ตะวันออก’
ในขณะที่จุดบุหรี่ขึ้นมา อากาเรสก็ถามออกไป [พวกเราจะ
ตัดสินผู้แพ้ชนะยังไง? พวกเราจะเข้าไปยังสงครามระหว่างกลุ่ม
ดาวและปีศาจครั้งที่สามทันทีเลยเหรอ? พูดตามตรง ข้าไม่เห็น
ด้วยนะ การรวบรวมความเป็นไปได้มากขนาดนี้อีกครั้งคงจะ
เป็นไปไม่ได้]
ในการเริ่มต้นสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจครั้งนี้ ทั้งเอ
เด็นและโลกปีศาจได้สูญเสียไปมาก
แม้แต่ในหมู่มหาเรื่องราวแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาว
‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ ก็ยังอยู่ในระดับที่เหนือ
ชั้นขึ้นไปอีก หากสถานการณ์นี้จบลงด้วยการยกเลิกมันแล้ว
‘เรื่องราวแห่งความดีและความชั่วร้าย’ ที่พวกเขาพยายามจะ
สร้างขึ้นมาอย่างยากล าบากก็จะแตกกระจายไปอีกครั้ง และทั้ง
ความดีและความชั่วร้ายก็จะจบลงบนเส้นทางแห่งการสูญพันธุ์
เมทาทรอนเงยหน้าขึ้นไปยังท้องฟ้าด้านนอกที่สามารถมองเห็น
ได้รางๆ ผ่านทรงกลมสีเทา ประกายแสงสามารถมองเห็นได้
ภายในก้อนเมฆอันมืดครึ้มที่รวมตัวกันอยู่เหนือพวกเขา มัน
เป็นเพราะกลิ่นอายของวันสิ้นโลกงั้นเหรอ? เขานึกถึง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ได้ทันที่
[อากาเรส มันเป็นเวลานับพันปีแล้วนะนับตั้งแต่เจ้านายแห่ง
อาณาจักรปีศาจที่หนึ่งได้จากไป]
[ข้าไม่มีเวลามานึกถึงอดีตกับเจ้าหรอกนะ]
[เจ้ายังจ าวันนั้นได้ไหม?]
[มันเป็นวันที่ข้าได้สืบทอด ‘ก าแพง’ น่ารังเกียจนี่มา ดังนั้นข้า
จะลืมมันได้ยังไง?]
[‘ก าแพงที่แบ่งความดีและความชั่ว’ ก าลังค ารามออกมา]
ประกายแสงขนาดมหึมาเต้นร าไปรอบๆ ร่างอวตารของอากา
เรส เมื่อสิ่งนั้นบังเกิดขึ้น ปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกันก็ปรากฏ
ขึ้นรอบๆ ร่างอวตารของเมทาทรอนด้วย
[‘ก าแพงที่แบ่งความดีและความชั่ว’ ก าลังระลึกถึงความทรง
จ าในอดีต]
ก าแพงที่เป็นหนึ่งเดียว แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นสองด้วย
ชิ้นส่วนของก าแพงสุดท้ายที่ตัดสิน ‘ความดี’ และ ‘ความชั่ว
ร้าย’ ของโลก
ด้วยก าแพงนั้นที่อยู่ตรงกลาง ตัวแทนแห่งเอเด็นและโลกปีศาจ
ต่างก็จ้องมองหน้ากัน
[นานมาแล้ว เจ้าและข้าได้ตัดสินความดีและความชั่วร้ายของ
โลกใบนี้ใช่ไหม?]
แต่อะไรคือ ‘ความดี’?
แม้แต่เมทาทรอน ผู้น าแห่งเอเด็นก็ไม่มีค าตอบส าหรับค าถาม
นั้น เพราะความดีเป็นแค่ชุดของเรื่องราวมากมายก็แค่นั้น
เขาอ่านเรื่องราวของบรรพบุรุษ คิด และเรียนรู้เกี่ยวกับความดี
มาด้วยวิธีนั้น และความดีเหล่านั้น แทนที่จะอธิบายตัวเอง
พวกมันกลับแค่ชี้ไปที่เรื่องราวอื่นๆ และพูดว่า
「นั่นไม่ใช่ ‘ความดี’」
และนั่นคือวิธีที่ ‘ความชั่วร้าย’ ถูกสร้างขึ้นมา
「และดังนั้น พวกเราจึงไม่ใช่ ‘ความชั่วร้าย’」
และนั่นคือวิธีการสร้าง ‘ความดี’
แค่ขั้วแบ่งนั้นเพียงอย่างเดียวก็ฉีกการถ่ายทอดสดดวงดาว
ออกเป็นครึ่งหนึ่งแล้ว
หลักการที่เรียบง่ายและไม่ผ่อนปรนนี้กลับมีความสามารถใน
การแพร่กระจายได้มหาศาล กลุ่มดาวจ านวนนับไม่ถ้วนได้
กระโจนขึ้นมาบนเกวียนแห่งหลักการของ ‘ความดี’ และ
‘ความชั่วร้าย’
[เจ้าอาจจะไม่มีความคิด ไม่มีความคิดว่ามันน่าเบื่อแค่ไหนที่จะ
พยายามมีตัวตนอยู่ในฐานะ ‘ความชั่วร้าย’] อากาเรสพ่นควัน
บุหรี่ออกมาและพูดต่อ [มันเป็นเจ้าที่บังคับให้ความดีและความ
ชั่วร้ายอยู่ในสถานะนี้ เจ้าลบรายละเอียดของความชั่วร้าย และ
เจ้ายังเผยแพร่ ‘การส่งเสริมความดีและต่อต้านความชั่วร้าย’
บัดซบนั่นออกไปเหมือนอย่างการระบาดของเชื้อโรค อันที่จริง
เจ้าคือผู้กระท าผิดตั้งแต่แรกที่เป็นผู้ท าลายเรื่องราวแห่งความดี
และความชั่วร้าย]
มันไม่ส าคัญเลยว่ามันจะมีรายละเอียดแบบไหนหรือมีความ
โศกเศร้าและความเจ็บปวดเพียงใดภายในสถานการณ์ อย่างไร
ก็ตาม สิ่งที่ส าคัญก็คือบทสรุป
‘ความดี’ ได้ตัดสินและลงทัณฑ์ ‘ความชั่วร้าย’ นั่นก็เพียงพอ
แล้วที่จะท าให้ผู้อื่นหลั่งน้ าตาออกมาด้วยความขอบคุณและ
ปรบมือให้ ไม่ต้องสงสัยเลย ช่วงเวลาดังกล่าวมีอยู่จริงๆ
เมทาทรอนพูดขึ้นมา [แต่เจ้าเองก็เห็นด้วยที่จะท าแบบนั้นห
นิ?]
[ย้อนกลับไปในตอนนั้น นั่นเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่พวกเราจะมี
ชีวิตรอดไปได้]
‘ความดี’ ยังมีตัวตนอยู่โดยการลงทัณฑ์ ‘ความชั่วร้าย’
ในขณะที่ ‘ความชั่วร้าย’ ยังคงมีตัวตนอยู่โดยการต่อต้าน
‘ความดี’
ดังนั้นเวลาหมื่นปีจึงผ่านไปแบบนี้ การแบ่งแยกระหว่าง
‘ความดีกับความชั่วร้าย’ เริ่มเลือนรางขึ้น และความยุติธรรม
กับการจ ากัดความก็หายไป ‘ความดีและความชั่วร้าย’ ได้
กลายเป็นแนวคิดอันคร่ าครึแสนน่าเบื่อ
ไม่มีใครยินดีกับแนวความคิดการส่งเสริมความดีและต่อต้าน
ความชั่วร้ายอีกต่อไป
แปะ
อากาเรสทิ้งบุหรี่ที่เขาสูบลงไปบนพื้น และราวกับว่าเขาก ายัง
เหยียบแมลงอยู่ เขาบี้มันเพื่อดับไฟ
[ผ่านสถานการณ์ซ้ าๆ ความดีได้กลายเป็นที่มาของความเบื่อ
หน่าย ในขณะที่ความชั่วร้ายได้กลายเป็นความคิดอันล้าสมัย
ข้าสงสัยเหลือเกิน บางทีมันควรถึงเวลาที่พวกเราต้องหยุดเรื่อง
บ้าๆ พวกนี้แล้ว]
ค าพูดของอากาเรสได้กระตุ้นให้ราชาปีศาจชักอาวุธออกมา
เมทาทรอนพูดขึ้นมาอีกครั้ง [ถ้าพวกเราต่อสู้กันที่นี่ พวกเราทุก
คนก็จะพินาศไปด้วยกัน]
[‘ความชั่ว’ ง่ายกว่า ‘ความดี’ เสมอ แม้ว่าพวกเจ้าทุกคนจะ
ตายไป แต่พวกเราก็จะยังคงอยู่]
[โลกที่ลืมเลือนความดี ไม่ได้หมายความว่าข้าจะลืมของข้าไป
ด้วย]
[งั้นก็พิสูจน์มันสิ] ดวงตาของอากาเรสเริ่มลุกโชน [พวกเราจะ
ไม่เป็นของเล่นของแนวความคิดการส่งเสริมความดีและ
ต่อต้านความชั่วร้ายอีกต่อไป ข้าคือความชั่วร้าย ข้าถือก าเนิด
ขึ้นมาเป็นความชั่วร้าย และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้ามีตัวตนอยู่
โดยเป็นเหตุผลการมีตัวตนอยู่ของข้า และจากนี้เป็นต้นไป ข้า
จะหลุดพ้นจากเหตุผลเหล่านั้น]
ราชาปีศาจทั้งหมดเปล่งเสียงพร้อมเพรียงกัน สถานะของพวก
เขาเอ่อล้นราวกับว่าจะกวาดทูตสวรรค์ทุกๆ คนออกไปได้ทุก
เมื่อ
แต่ในขณะนั้นเอง
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 83]
ข้อความของระบบโผล่ขึ้นมาในอากาศ การเพิ่มขึ้นอย่าง
ฉับพลันของคะแนนความโกลาหลท าให้ทูตสวรรค์พากันตก
ตะลึงและมองหน้ากัน
[เกิดอะไรขึ้น?!]
[ข้างนอก! มีคนเข่นฆ่าสมาชิกจากค่ายเดียวกัน!]
อากาเรสและราชาปีศาจเองก็เริ่มสับสนขึ้นมาเช่นกัน และใน
ระหว่างความสับสนนี้ มีแค่เมทาทรอนคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงมี
เสียงหัวเราะอยู่
[ข้าคิดเรื่องนี้มานานแล้ว แต่มันก็ดูเหมือนว่านี่จะเป็นหนทาง
เดียวในการเดินหน้าต่อ]
[เจ้า…?!]
[ถ้าเจ้าต้องการสู้ งั้นข้าก็จะให้โอกาสเจ้า อย่างไรก็ตาม มันมี
ความหมายอะไรที่พวกเราจะต่อสู้กันในสถานที่แห่งนี้และยุติ
สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจลง? เจ้าคิดว่าใครจะจดจ า
ความดีและความชั่วร้ายที่ต่อสู้กันภายในทรงกลมเล็กๆ นี้และ
พบกับจุดจบของมันได้?]
มันมีร่องรอยที่แปลกประหลาดและน่าขยะแขยงอยู่ในน้ าเสียง
ของเมทาทรอน
เมื่อสัมผัสได้ถึงลางร้ายที่ก าลังจะอุบัติขึ้น อากาเรสก็ตะโกน
ออกมาเสียงดัง
[เมทาทรอน! เจ้าคิดบ้าอะไรอยู่?!]
[ความคิดของข้าก็เป็นแบบนั้น]
ทันทีที่เมทาทรอนพูดจบ มิคาเอลที่ยืนอยู่แถวหน้าของเหล่าทูต
สวรรค์ก็ชักดาบของเขาออกมา
ในตอนนี้ที่ทูตสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ชักดาบของมันออกมา
ราชาปีศาจก็ไม่ทนต่อไปอีกและปลดปล่อยสถานะพร้อมกับ
ค ารามออกมา และในอึดใจต่อมา ดาบของมิคาเอลก็แทงเข้าใส่
ใครบางคน
[…มิ คาเอล…?]
ดวงตานั้นสั่นไหวเบาๆ ด้วยความไม่เชื่อถือ
คนที่มิคาเอลแทงไม่ใช่ราชาปีศาจ เขาเริ่มหัวเราะ [เสียดาย
จริงๆ ข้าอยากจะฆ่าอูรีเอลก่อนอยู่เสมอ]
ทูตสวรรค์ราเกลส่ายหัวด้วยความไม่เชื่อต่อ แต่ในที่สุดมันก็
ตายคาที่ และเรื่องราวก็ไหลออกมาจากบาดแผล
ออร่าปีศาจเริ่มเดือดพล่านทั่วร่างของมิคาเอลหลังจากเขาได้
สังหารพรรคพวกไปคนหนึ่ง พลังของทูตสวรรค์แห่งความเสื่อม
ทรามแข็งแกร่งขึ้นมากจากการสังหารสหายทูตสวรรค์
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 87]
สถานะที่แทบจะถึงระดับเทวะระเบิดออกมา และการสังหารหมู่
ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง ทูตสวรรค์รีบปลดปล่อยสถานะของ
เขาออกมา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างสูสีก่อนที่จะถูก
สังหาร เดิมทีมันมีข้อจ ากัดที่ท าให้มิคาเอลไม่อาจโจมตีทูต
สวรรค์คนอื่นๆ ที่อยู่ฝ่ายดีได้
แต่ถึงกระนั้น ถ้าเรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ มันก็หมายความว่า…
[อาลักษณ์ ท าไม ท าไม…?!]
หนังสือของเมทาทรอนเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้า การสังหารหมู่
ครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอนุมัติโดยนัยของ ‘อาลักษณ์สวรรค์’
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 88]
ภาพของขุมนรกคลี่ออกมาในขณะที่ทูตสวรรค์เข่นฆ่าทูต
สวรรค์คนอื่นไปทีละคน
ราชาปีศาจเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับไฟป่าที่ลุกลามอยู่อีกฟาก
ของแม่น้ า และสั่นด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับก้าวถอยไป
มิคาเอลยิ้มอย่างเบิกบาน และในขณะที่เขาเช็ดเลือดทูตสวรรค์
ออกจากแก้ม เขาก็พูดขึ้นมา [และในตอนนี้ ความดีก็จะถูก
จดจ าไปตลอดกาล]
[ความดีที่เก่าแก่ที่สุดเริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ สุดท้ายก็คือการต่อสู้
ระหว่างเรื่องราว และเรื่องราวเหล่านี้ก็รู้สิ่งที่ต้องท าดีกว่าใคร
เพื่อให้พวกมันถูกจดจ าไปตลอด
อากาเรสค ารามออกมา
[หรือว่าเจ้าต้องการที่จะคืนชีพมังกรแห่งวันสิ้นโลก…?!]
ในขณะที่มันพยายามรีบปลดปล่อยสถานะออกมา บางสิ่งก็
ขุดลึงลงมายังแผ่นหลังของมัน – พลังงานปีศาจที่ลับๆ ล่อๆ ที่
สามารถเทียบเคียงได้กับสถานะของมัน
[ความชั่วร้ายที่เก่าแก่ที่สุดเริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
อากาเรสตัวสั่นอย่างไม่มั่นคงและมองไปข้างหลังของมัน
[…เจ้า ท าไม?]
[เจ้าพูดมันด้วยตัวเองหนิ?]
ราชาปีศาจสัมผัสได้ถึงกรงเล็บอันแหลมคมที่ตัดหัวใจของมัน
‘ผู้แสวงหาจุดจบ’ แอสโมเดียสยิ้มออกมา
[…’ความชั่วร้าย’ นั้นง่ายกว่า ‘ความดี’ เสมอ]
*
เรื่องราวของกาเบรียลสั้นมาก มันสั้น แต่ก็ยาวเกินพอที่จะ
อธิบายทุกๆ อย่าง ขุมนรกได้บังเกิดขึ้นภายในทรงกลมนั้นแล้ว
「”กาเบรียล หนีไป ไปขอความช่วยเหลือจากคนพวก
นั้น”」
และทูตสวรรค์จ านวนหนึ่ง รวมทั้งราฟาเอลได้เสียสละสถานะ
ของพวกเขาในนาทีสุดท้ายเพื่อส่งกาเบรียลออกไปข้างนอก
ทรงกลม
[ค าจ ากัดความของ ‘ความดี’ และ ‘ความชั่วร้าย’ ก าลัง
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!]
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 92]
“คิมทกจา”
ยูจงฮยอคและฮันซูยองมาถึงข้างกายของผมแล้ว ดวงตาของ
พวกเขาปรารถนาค าอธิบาย
แทนที่จะให้รายละเอียด ผมได้ตรงเข้าประเด็นในทันที่ “มัน
เป็นเมทาทรอน เขาวางแผนที่จะปลุกมังกรแห่งวันสิ้นโลก
ขึ้นมาตั้งแต่แรก”
ราวกับว่าเธอรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นแล้ว ฮันซูยองท าหน้าบึ้ง
“ไอ้หมอนั่น ฉันคิดว่าเขารู้แล้วนะว่ามันเกิดอะไรขึ้นในรอบที่
1863?”
ในการเสื่อมถอยรอบที่ 1863 เอเด็นได้ถูกท าลายโดยมังกรแห่ง
วันสิ้นโลก และเมทาทรอนก็ตระหนักถึงเรื่องนั้นด้วย
“เขาคงจะเชื่อว่านี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะหลีกเลี่ยงการล่ม
สลายของพวกเขา”
มันคือยูจงฮยอคที่พูดออกมา เขาพูดต่อ “ถ้ามังกรแห่งวันสิ้น
โลกตื่นขึ้นมา อย่างน้อยที่สุดสงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องราวที่ไม่มีใครลืมเลือนไปจนถึงวัน
สุดท้ายของการถ่ายทอดสดดวงดาว”
“อะไรกัน? มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าทุกคนก าลังจะตาย”
“ไม่ใช่ทุกคนที่จะตาย บางคนที่สามารถเอาชีวิตรอดไปได้ก็จะ
จดจ าความดีและความชั่วร้ายไปตลอดกาล”
แม้ว่าทั้งเอเด็นและโลกปีศาจจะพินาศไป เรื่องราวก็จะแตกต่าง
กันไปตราบใดที่ความดีและความชั่วยังไม่หายไป
แม้ว่าทุกๆ สิ่งจะสิ้นสุดลง อุดมการณ์ก็ยังคงได้รับการสืบทอด
ต่อไป
กลุ่มดาวและอวตารจ านวนนับไม่ถ้วนคงจะตาย และโดยไม่
ต้องสงสัยเลย มังกรแห่งวันสิ้นโลกจะถูกก าหนดให้เป็น ‘ความ
ชั่วร้าย’ จากนั้นโลกส่วนที่เหลือก็จะรวมตัวกันต่อสู้กับหายนะ
นั้น
และเอเด็นกับโลกปีศาจก็จะถูกฝังลงไปในความทรงจ าของทุก
คนไปตลอด
ฮันซูยองตัวสั่นอย่างไม่สบายใจ
“ไอ้พวกระย านั่น…”
[สมาชิกจากค่ายเดียวกันปะทะกัน!]
[คะแนนความโกลาหลปัจจุบัน: 93]
ผมมองดูคะแนนความโกลาหลที่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และรู้สึกถึง
ความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามาทีละนิด ทั้งหมดนี้คือ
สถานการณ์ของเมทาทรอน
“คิมทกจา พวกเราจะท ายังไงกันดี?”
ไกลออกไป สหายคนที่เหลือรวมทั้งอูรีเอลก าลังบินมาทาง
ต าแหน่งของพวกเรา
…ผมจ าเป็นต้องคิด
พวกเราพยายามกันมามากกว่าจะมาถึงตรงนี้
เปรี้ยง!!
มันเป็นช่วงเวลาที่ประตูมิติเปิดขึ้นในอากาศพร้อมกับประกาย
แสงที่เต้นระบ าอย่างบ้าคลั่ง
“…โดเกบิ?”
[มหาโดเกบิ ‘ฮอจู’ (บัลลังก์แห่งความว่างเปล่า) ปรากฏตัวขึ้น
ในสถานการณ์!]
[มหาโดเกบิ ‘ฮอเช’ (กายาแห่งความว่างเปล่า) ปรากฏตัวขึ้น
ในสถานการณ์!]
มหาโดเกบิสองคน คนหนึ่งสวมชุดสูทสีด าในขณะที่อีกคนสวม
ชุดสูทสีขาวได้จุติลงมาจากฟากฟ้าในขณะที่แผ่สถานะอันสูง
ส่งไปรอบๆ พวกเขาคงจะรีบมาที่นี่เพราะเสื้อเชิ้ตและเนคไทยัง
ไม่เข้าที่เลย
พวกเขาขยับเข้ามาหาผมในทันทีและพูดออกมา
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น มิติแห่งนี้จะพินาศในไม่ช้า และ
มันก็แทบจะรับประกันว่าเจ้าจะต้องตายแน่ๆ]
ผมคิดว่าส านักงานคงจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ผมไม่ได้คาดคิด
เลยว่ามหาโดเกบิจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่โดยตรง
“ถ้าพวกนายมาที่นี่เพื่อมาเผยแผ่วันสิ้นโลก งั้นฉันก็กลัวว่า
พวกนายจะมาสายเกินไปหน่อย มันเริ่มขึ้นมาสักพักแล้ว”
มหาโดเกบิทั้งสองมองหน้ากันราวกับว่าพวกเขาผงะไปกับ
ค าตอบอันใจเย็นของผม
[เหมือนอย่างข่าวเลย เขาช่างจ้อซะจริง]
[และนั่นเป็นเหตุผลที่ราชาสนใจในตัวเขานัก]
ก่อนที่ผมจะทันได้ขอค าอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนั้น หนึ่งในมหาโด
เกบิก็เผยรอยยิ้มออกมา
…ราวกับว่ามันก าลังยื่นข้อเสนอที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้
[โอ้ ราชาปีศาจ ตรงประเด็นเลยนะ ยอมแพ้ในสงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและราชาปีศาจนี้ซะ]
มหาโดเกบิคนนี้หัวเราะราวกับว่าได้รับความบันเทิงจากบางสิ่ง
และในขณะที่มองไปยังกาเบรียลที่นอนอยู่บนพื้น เขาก็พูด
ออกมาอีกครั้ง
[ถ้าเจ้าท าเช่นนั้น เราจะพาเจ้าไปยัง ‘สถานการณ์สุดท้าย’]
(จบตอน)