มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 405 – มังกรตัวสุดท้าย (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 405 – มังกรตัวสุดท้าย (3)
[การแจ้งเตือนระยะแรก]
‘การสะบัดหางครั้งแรก’ จะเริ่มต้นในอีก 3 นาที่
‘การสะบัดหางครั้งแรก’ คือหายนะคืนชีพของมังกรแห่งวันสิ้น
โลก
‘การสะบัดหางครั้งแรก’ จะท าลายหนึ่งในสี่ของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
หนึ่งในสี่ของการถ่ายทอดสดดวงดาวจะถูกท าลาย
มันเป็นข้อมูลที่น่าตกใจจริงๆ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มดาวที่อ่านข้อความสถานการณ์ก็ดูเหมือนจะ
ไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์เลย
[หนึ่งในสี่ของพวกเราจะตายงั้นเหรอ? โฮ่ ส านักงานก็มีอารมณ์
ขันด้วยหนิ]
[โดเกบิพูดเกินจริงไปแล้ว]
กลุ่มดาวส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่มีความเชี่ยวชาญในการดู
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าการเคลียร์มัน พวกเขาคือ
สิ่งมีชีวิตที่ใช้เรื่องราวของคนอื่นเพื่อปลอบโยนตัวเอง
พวกเขาคือลูกค้าของโดเกบิ และเพราะเหตุนั้น พวกเขาจึงเชื่อ
ว่าส านักงานจะไม่สร้างสถานการณ์ที่ท าลายล้างทุกคนขึ้นมา
น่าเสียดาย คนเหล่านั้นต่างก็ไม่รู้
พวกเขาไม่รู้ว่ามันมีเรื่องราวที่จะเปลี่ยนให้สมาชิกผู้ชม
กลายเป็นหัวเรื่องของสถานการณ์อยู่ด้วย
และกลุ่มดาวเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปหามังกรแห่งวันสิ้นโลกที่ก าลัง
ชาร์จพลังอยู่เหนือชั้นบรรยากาศโดยพร้อมเพรียงกัน
[มหาเรื่องราวจะเป็นของพวกเรา!]
ความโลภถูกเห็นได้อย่างชัดเจนในดวงตาของพวกเขา
‘มังกรสุดตัวท้ายแห่งหนังสือวิวรณ์’ เป็นสถานการณ์ที่มาแทน
‘สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ’ หากพวกเขาสามารถ
จัดการกับมังกรแห่งวันสิ้นโลกได้ พวกเขาก็จะได้รับมหา
เรื่องราวที่มีศักยภาพอันเยี่ยมยอด
บางทีพวกเขาอาจจะรู้สึกกดดันจากการเคลื่อนไหวของกลุ่ม
ดาวก่อนหน้านี้ กลุ่มดาวจากเนบิวลาต่างๆ เองก็พุ่งขึ้นไปยัง
ชั้นบรรยากาศด้วย
[กลุ่มดาว ‘เทพีดาราอรุณ’ ปลดปล่อยสถานะของเธอออกมา!]
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพแห่งยักษา’ ปลดปล่อยสถานะของเขา
ออกมา!]
คนแรกที่เป็นผู้น าคือวาไครีน และกุเวร
[เนบิวลา ‘ต้นไม้ผู้พิทักษ์’ ก าลังจัดสรรความเป็นไปได้ให้กับ
กลุ่มดาวที่เกี่ยวข้อง!]
[เนบิวลา ‘พระเวท’ ก าลังจัดสรรความเป็นไปได้ให้กับกลุ่มดาว
ที่เกี่ยวข้อง!]
สหายของผมก าลังเฝ้าดูแผ่นหลังที่ห่างไกลออกไปของกลุ่มดาว
และเริ่มร้อนรนขึ้นมา
“พวกเราควรตามไปด้วยไหม?”
“พวกเราต้องไม่ไปเข้าร่วมกับพวกเขา” ผมพูดด้วยน้ าเสียงที่
แน่วแน่
หากไม่นับพวกที่เหมือนแมงเม่ากระโดดเข้ากองไฟ กลุ่มดาว
ส่วนใหญ่ก็ยังยืนนิ่งอยู่ข้างหลังเหมือนกับพวกเรา พวกเรารู้ถึง
ผลลัพธ์ของการต่อสู้อยู่แล้ว
ผมหันหน้าไปหาเมทาทรอนที่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่โดยไม่พูด
อะไรและถาม”เมทาทรอน นายก าลังจะสร้าง ‘ตราผนึกมังกร
แห่งวันสิ้นโลก’ ใช่ไหม?”
ทูตสวรรค์จ้องมองมาที่ผมอย่างเงียบๆ สักพัก ก่อนที่จะยิ้ม
อย่างอบอุ่นและสดใส [ใช่ แน่นอน นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบที่
1863 ด้วย ‘ความชั่วร้าย’ อันยิ่งใหญ่ได้ปรากฏขึ้นในโลกนี้
ดังนั้นพวกเราก็ควรพยายามช่วยทุกคนหนิ?]
ราวกับว่าเขาได้ลืมการเข่นฆ่ากันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไปแล้ว
ดวงตาของเมทาทรอนเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ ผมสัมผัสได้ว่า
มีบางสิ่งแปลกไปจากเขาเมื่อไม่นานมานี้ แต่ผมก็แน่ใจแล้วว่า
เขาได้บ้าไปแล้ว
“ถ้าแผนการนั้นส าเร็จ นายจะต้องตายแน่ๆ และด้วยเหตุนั้น
ความดีในโลกนี้ก็จะหายไปด้วย”
[ไม่ มันจะเป็นข้าที่หายไป ไม่ใช่ความดี]
มันรู้สึกราวกับว่าผมก าลังคุยกับก าแพงอยู่ ผมส่ายหัวและหัน
กลับไป
ผมเห็นมังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬที่หดตัวเหลือพอๆ กับบียู
และฮันซูยองที่ก าลังลูบมันอย่างเงียบๆ มังกรเพลิงทมิฬที่
เหนื่อยล้าคายเปลวเพลิงสีด าเล็กๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้า
ฮันซูยองพูดขึ้น “คิมทกจา”
“ว่า?”
“นาย นายจะยังนิ่งเฉยอยู่อีกเหรอ?”
ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะถามกลับ “เธอก าลังพูดอะไร?”
“ไม่ มันแค่น่าสงสัยเกินไป ในตอนนี้ ตามปกติแล้วนายควรที่
จะเริ่มให้ข้อมูลกับพวกเราก่อน… แต่ท าไมนายไม่บอกอะไรกับ
พวกเราเลย?” เธอหรี่ตาลงและจ้องมาที่ผมก่อนที่จะพูดต่อ”
นายมีวิธีที่จะชนะใช่ไหม?”
“มี”
“โอ้ นายสามารถรับรองกับพวกเราได้ไหม? นายจะไม่ใช้วิธี
แปลกๆ ใช่ไหม?”
“วิธีแปลกๆ อะไรอีก?”
ฮันซูยองแตะคางของเธอ
ผมยิ้มและตอบเธอ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ท าอะไรแบบนั้น”
น่าเสียดายที่เธอดูไม่มั่นใจเลย
มันคือชินยูซองที่พูดขึ้นมาหลังจากนั้น “คุณลุง งั้นท าไมคุณลุง
ถึงเปิดใช้งานอักขระนั่น?”
[อักขระ ‘เจตจ านงแห่งการเสียสละ LV.8’ ถูกเปิดใช้งาน!]
อักขระเฉพาะตัวที่ผมสร้างขึ้นก าลังสูบฉีดพลังให้กับสหายของ
ผมในขณะที่มีข้อความลอยขึ้นมา
จางฮีวอนพูดขึ้นมา “…นายช่วยปิดมันก่อนได้ไหม? ฉันเริ่มรู้สึก
เป็นกังวลขึ้นมาแล้ว”
“และท าไมอักขระบ้านั่นถึงมีเลเวลสูงขนาดนั้น…?” ลีจีฮเยบ่น
เสียงดัง
ผมพูดราวกับจะแก้ตัว “ฉันเปิดไว้เพื่อเพิ่มพลังของทุกๆ คน
เฉยๆ ฉันไม่ได้คิดที่จะท าอะไรแปลกๆ จริงๆ”
คราวนี้ลีกิลยังได้พูดขึ้นมา “แต่อักขระนั่น มันจะถูกเปิดขึ้นเมื่อ
พี่พยายามจะเสียสละตัวเองเพื่อสหายเท่านั้นใช่ไหม?”
“คุณลุงก าลังโกหกพวกเราอีกใช่ไหม?”
“ทกจา หรือว่านาย…?”
สถานะจ านวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากสหายของผมและ
ท าให้กลุ่มดาวที่อยู่ใกล้เคียงสั่นไหวไปเล็กน้อย ยูจงฮยอคที่
ก าลังมองพวกเราอยู่ห่างๆ ก็ก าลังชักดาบของเขาออกมา
เช่นกัน
ผมรีบชี้ไปยังมังกรแห่งวันสิ้นโลก
“ไม่ เดี๋ยวก่อน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดอะไรแบบนั้น
ปรากฏการณ์ที่น่าสนุกก าลังจะเริ่มต้นขึ้น ดังนั้นพวกเราควรดู
มันก่อน”
เหล่ากลุ่มดาวที่ทะยานออกไปก าลังจะไปถึงระยะการโจมตีของ
มังกรแห่งวันสิ้นโลกแล้ว
“คนพวกนั้น พวกเขาก าลังจะตายแล้ว”
“เตรียมพร้อม มันก าลังจะเริ่มขึ้นแล้ว” ยูจงฮยอคกล่าวใน
ขณะที่เขาชักดาบปีศาจทมิฬออกมา”การสะบัดหางของมันจะ
แบ่งออกเป็นสามระยะ”
“สามเลยเหรอ?”
ค าถามอันประหลาดใจของลีจีฮเยถูกตอบโดยผม “สองครั้ง
แรกมันยังพอรับมือไหวถ้าพวกเราพยายามอย่างเต็มที่ ดังนั้น
เธอไม่ต้องเป็นกังวลนัก”
ส่วนที่ส าคัญจริงๆ คือ ‘คลื่นกระแทกที่สาม’
หากพวกเราไม่สามารถป้องกันสิ่งนั้นได้ พวกเราทุกๆ คนคง
จะต้องตาย และหนึ่งในสี่ของการถ่ายทอดสดดวงดาวก็จะ
หายไป
พวกเราเห็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มดาวและมังกรแห่งวันสิ้น
โลกในระยะไกล คลื่นล าแสงที่ถูกยิงออกมาโดยวาไครีนพุ่งเข้า
ใส่ล าตัวของมังกรโดยตรง ในขณะที่กระบี่ยักษ์ของกุเวรเฉือน
เข้าใส่หลังของมัน จากนั้นหางของมังกรก็เริ่มขยับ
[‘การสะบัดหางครั้งแรก’ เริ่มต้นขึ้น!]
[‘คลื่นกระแทกครั้งแรก’ ถูกสร้างขึ้น!]
ในช่วงเวลานั้นเอง ผมก็ไม่อาจบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แสงสีครามบริสุทธิ์ระเบิดออกมาจากระยะไกล ผมตระหนักได้
ในไม่ช้าว่าแสงนั้นมาจากประกายแสงที่ควบแน่นกันจนถึงขีด
สุด มันคือสายฟ้าแห่งการท าลายล้างที่เกิดจากการรวบรวม
ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวและโจมตีออกมา
ในคราเดียว
สิ่งนั้นไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก ‘คลื่นกระแทกครั้งแรก’ ที่ถูกสร้าง
ขึ้นโดยหางของมังกรแห่งวันสิ้นโลก
[พวกมดปลวกที่น่าร าคาญช่างกล้า… ช่างกล้า…!]
กุเวรขัดขืนจนถึงที่สุดพร้อมกับค ารามออกมา ในขณะที่วาไค
รีนที่ก าลังตื่นตระหนกกรีดร้องออกมาเสียงดัง กลุ่มดาวนับสิบที่
ท้าทายมังกรแห่งวันสิ้นโลกต่างก็ปลดปล่อยสถานะทั้งหมดของ
ตนออกมาในเวลาเดียวกัน และจากนั้น…
…บางสิ่งก็พังทลายลง
[กลุ่มดาว ‘เทพีดาราอรุณ’ ดับสูญ!]
[กลุ่มดาว ‘ราชาเทพแห่งยักษา’ ดับสูญ!]
[กลุ่มดาว ‘หมาป่าแห่งรัตติกาล’ ดับสูญ!]
[กลุ่มดาว…]
ข้อความโปรยปรายลงมาดุจเม็ดฝน
ดวงดาวในบริเวณโดยรอบทั้งหมดระเบิดออกมาในคราว
เดียวกันและกลายเป็นเถ้าถ่าน
ลีจีฮเยพึมพ าด้วยน้ าเสียงตกตะลึง “…ลุงบอกว่าพวกเรา
สามารถต้านทานสิ่งนั้นได้?”
ผมไม่มีอะไรจะตอบกลับ เพราะมันก็เป็นครั้งแรกของผมที่ได้
เห็นการสะบัดนั้น
คลื่นกระแทกที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากแผดเผากลุ่มดาว
ทั้งหลายไปจนหมดพร้อมแล้วที่จะแผ่กระจายไปยังการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวที่เหลือ
และพวกเราก็ยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของมัน
[บ้าไปแล้ว! หนี!]
กลุ่มดาวที่พากันตื่นกลัวหลายคนหันหลังหนี น่าเสียดาย
ส าหรับพวกเขา การโจมตีนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถหนี
ไปได้
ผมตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แท้จริง [ทุกๆ คน ใจเย็นก่อน! มัน
มีวิธีป้องกันอยู่]
[หยุดพล่ามอะไรบ้าๆ ได้แล้ว! เจ้าไม่เห็นเหรอ??]
[ถ้าพวกเราใช้สถานะที่มีคุณสมบัติเดียวกันเพื่อดูดซับคลื่น
กระแทกที่ถูกสร้างขึ้นโดยการสะบัดหาง พวกเราก็จะสามารถ
ยกเลิกมันได้โดยการใช้สถานะที่มีคุณสมบัติเป็นปรปักษ์ นั่นคือ
ตราบใดที่พวกเรามีความเป็นไปได้เพียงพอที่จะสนับสนุนความ
พยายามของพวกเรา]
อัตราการแผ่กระจายของคลื่นกระแทกค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามล าดับ
คลื่นกระแทกแยกคมเขี้ยวใส่พวกเราราวกับว่าจะกลืนกินพวก
เราทุกคน
[พวกเจ้าหลบไปซะ]
กลุ่มดาวหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า ล าแสงสายฟ้าทอประกายอยู่
รอบๆ ตัวของเขาในขณะที่เขายกค้อนยักษ์ซึ่งเป็นสตาร์รีลิค
ของเขาขึ้นสู่ท้องฟ้า
[ข้าคือบุตรแห่งโอดิน ธอร์]
มันคือธอร์ที่ผมได้พบในสมาคมนักชิม
[ข้าจะฝังกลบสายฟ้าของมังกรแห่งวันสิ้นโลกลงตรงนี้!]
สายฟ้าที่ผ่าลงมาจากเบื้องบนปะทะเข้ากับสตาร์รีลิค ‘มโยล
เนียร์’ เขาทะยานออกไปข้างหน้าพร้อมกับพลังของไวกิ้ง และ
โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขาได้โยนตัวเองเข้าหาคลื่นกระแทก
ของมังกรแห่งวันสิ้นโลก
เปรี้ยง!!
น่าแปลก เขาสามารถรอดมาจากคลื่นกระแทกนั้นได้
คลื่นกระแทกส่วนใหญ่ที่พุ่งเข้ามาถูกรวมไว้ที่ค้อนของเขา ราว
กับสายล่อฟ้าที่ถูกอาบไปด้วยสายฟ้า ร่างทั้งร่างของเขาดิ้นไป
มาด้วยความเจ็บปวด กลุ่มดาวแห่งแอสการ์ดทุกๆ คนมอบ
ความเป็นไปได้ให้กับเขา
[โอ้ววววว-!!]
ไม่นานหลังจากนั้น เส้นเลือดทุกๆ สายบนร่างของธอร์ก็บวม
ออกมา และดวงตาสีแดงก่ าของเขาก็เริ่มโผล่ออกมาจากเบ้าตา
กล้ามเนื้อที่ราวกับรูปปั้นของเขาไหม้เป็นสีด าไปด้วย คลื่น
กระแทกครั้งแรกไม่ใช่การสะบัดหางเท่านั้น แต่เป็นผลพวงจาก
การกระท านั้นด้วย ซึ่งสิ่งนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสังหารกลุ่มดาว
ระดับเรื่องเล่าได้อย่างน่าสะพรึงกลัว
[อ๊ากกกกก-!!]
ในขณะที่ธอร์ไม่อาจทนต่อไปได้อีกและก าลังจะปล่อยค้อนของ
เขา มันก็มีคนเดินมาข้างๆ เขาและจับมันไว้พร้อมกับเขา
[…ข้าไม่เคยสนใจเรื่องปรัมปราของยุโรปเหนือมาก่อนเลย แต่
ใครจะคิดว่าเจ้าก็ไม่เลวเลย]
เขาคือคนที่ไม่คาดคิดเอาซะเลย
ธอร์ค ารามออกมา [ปล่อยนะ! ค้อนนี่ไม่ใช่รีลิคที่คนอย่างเจ้า
สามารถแตะต้องได้! นอกจากนี้ เจ้ายังไม่อาจรับมือกับสายฟ้า
นี้ได้!]
[อันที่จริงข้าท าได้ แค่นิดหน่อย ตาเฒ่าของข้าก็คือเทพแห่ง
สายฟ้าเหมือนกัน เจ้าก็รู้]
เขาคือผู้สืบทอดแห่งบัลลังก์สายฟ้า
ดูเหมือนว่าหลังจากที่ซุสจากไป ไดโอไนซัสจะกลายมาเป็นผู้
สืบทอดแห่งโอลิมปัสแล้ว มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถ
สืบทอดสถานะของสายฟ้าได้ ซึ่งก็คือลูกหลานของซุสนั่นเอง
[เรื่องราว ‘เทศกาลแห่งสายฟ้า’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
เรื่องราวที่ครั้งหนึ่งผมสามารถสืบทอดได้เริ่มอาละวาดออกมา
จากร่างทั้งร่างของไดโอไนซัส เขากลืนไวน์ลงไปเต็มค าและ
เปล่งเสียงร้องด้วยความเบิกบานใจออกมา
[ย๊ากกกก~! สุดยอดไปเลย!]
แม้ว่าเขาจะถูกแผดเผาด้วยสายฟ้า แต่เขาก็ยังยิ้มได้ แอสการ์ด
และโอลิมปัสก าลังร่วมมือกัน และทั้งสองก็พยายามต้านทาน
ต่อมันด้วยพลังแห่งเรื่องราวของพวกเขา น่าเศร้าที่มันคงอยู่ได้
ไม่นานนัก สถานะของมังกรแห่งวันสิ้นโลกกดทับลงมาอย่าง
รุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อเห็นเช่นนั้นสุริยะก็ครวญครางออกมาด้วย
ความตกใจ
[ถ้าพระอินทร์อยู่ที่นี่ล่ะก็… ข้าไม่เคยคิดเลยว่าข้าจะมาคิดถึงไอ้
บ้านั่น]
อันที่จริง ถ้าย้อนกลับไปในเนื้อเรื่องต้นฉบับ คลื่นกระแทกครั้ง
แรกก็ถูกสยบไว้ด้วยความพยายามของสามเทพสายฟ้า
แต่บริษัทของคิมทกจาก็จัดการกับพระอินทร์ไป และท าให้หนึ่ง
ในสามเทพสายฟ้าหายไป
[ไม่มีใครสามารถจัดการกับสายฟ้านั่นได้แล้วเหรอ?]
ผมไม่คิดที่จะก้าวออกไปข้างหน้าในตอนนี้ แต่มันก็ไม่มี
ทางเลือกอื่นแล้ว
“ฉันจะช่วยเอง”
[คุณได้เปิดใช้งาน ‘การกลายร่างราชาปีศาจ’!]
ผมไม่ใช่กลุ่มดาวแห่งสายฟ้า แต่ผมสามารถใช้สิ่งที่คล้ายคลึง
กันได้
[บุ๊คมาร์คที่ 5 ถูกเปิดใช้งาน!]
[สกิลเฉพาะตัว ‘การปล่อยกระแสไฟฟ้า’ LV.23 (+13) ถูกเปิด
ใช้งาน!]
[สภาพร่างกายของคุณในปัจจุบันแตกต่างจากตัวละครที่
เกี่ยวข้อง]
[‘สถานะ’ ของคุณก้าวข้ามข้อจ ากัดทางร่างกาย]
แสงสีขาวบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของผม ในขณะที่
ล าแสงสายฟ้าแผ่กระจายออกมา ผมก็เข้าร่วมกับธอร์และไดโอ
ไนซัส
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินต านาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน]
มหาเรื่องราวทั้งสองสนับสนุนผมในขณะที่พายุสายฟ้าพุ่งเข้า
ใส่ร่างกายของผม
ไดโอไนซัสบอกว่านี่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่เขาก็คงไม่คิดแบบ
นั้นแล้วแน่ๆ
[มันก็ไม่เลวหลังจากดื่มไปอึกสองอึก เจ้าจะเอาด้วยไหม?]
ไดโอไนซัสกล่าวค าเหล่านั้นออกมาในขณะที่ช่วงล่างของเขา
ไหม้เกรียมไปหมดแล้ว ธอร์ในตอนนี้ที่ราวกับถ่านสีด าเซ
ออกมาจากทางด้านข้าง
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องตาย
ด้วยกันที่นี่นะ]
[การตายพร้อมกับเจ้าอาจจะท าให้เกิดเรื่องราวดีๆ ก็ได้นะ มา
ท าให้พวกเรากลายเป็นเรื่องราวที่สืบทอดไปยังยุคต่อไปกัน
เถอะ!]
[ฮึ่ม แล้วเรื่องราวนั้นจะเป็นของแอสการ์ดหรือโอลิมปัสล่ะ?]
[หยุดล้อเล่นกันได้แล้ว มีสมาธิหน่อย]
ความเจ็บปวดอันรุนแรงพุ่งออกมาจากฝ่ามือของผม
ธอร์ ไดโอไนซัส และผมยืนหยัดต่อกรกับคลื่นสายฟ้าราวกับ
เขื่อนกั้นน้ า และความเร็วมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม พวกเราก็จ าเป็นต้องอดทนต่อมัน อีกแค่นิดเดียว
อีกแค่นิดเดียว
น่าเสียดาย ความเร็วที่พวกเราถูกบังคับให้ถอยออกมาก็ยังเร็ว
กว่าความเร็วที่คลื่นกระแทกลดลง
ไดโอไนซัสร้องออกมา
[บ้าเอ้ย มันก าลังจะฝ่าออกไป…!]
หากพลังงานสายฟ้าถูกปล่อยออกไปเช่นนี้ สหายทุกคนของ
พวกเราที่อยู่ข้างหลังก็จะตาย
พวกเรารู้ แต่พวกเราก็ไม่มีทางหยุดมันได้เลย ก่อนที่ผมจะทัน
ตะโกนบอกให้ทุกคนหนีไป…
…มือของใครบางคนก็เข้ามาสนับสนุนเขื่อนที่ก าลังจะพังทลาย
ของพวกเราจากทางด้านหลัง
มันยังมีเทพสายฟ้าเหลืออยู่อีกเหรอ?
สิ่งมีชีวิตหลายๆ คนที่สามารถรับมือกับสายฟ้าได้ต่างก็กระจัด
กระจายไปทั่วโลก… อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจคิดถึงใครได้เลย
ในทันที่ ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการดูดซับของกระแสไฟฟ้ายัง
เหนือล้ ายิ่งกว่าตัวผมเอง รวมทั้งธอร์และไดโนไนซัสด้วย กลุ่ม
ดาวแบบเขาไปอยู่ที่ไหนมา…?
[ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่สนใจการฝึกฝนเมื่อดูจากการที่เจ้าไม่
สามารถรับมือกับสายฟ้าระดับนี้ได้]
ทันทีที่ผมได้ยินค าพูดเหล่านั้น ผมก็หัวเราะออกมาเบาๆ
ธอร์ตกใจมากและรีบถามค าถามออกมา [เจ้าเป็นใครกัน? ข้า
ไม่เคยเห็นกลุ่มดาวอย่างเจ้ามาก่อนเลย]
ค าพูดเหล่านั้นส่งผลให้สถานะอันยิ่งใหญ่และสูงส่งพลิกผัน
ในขณะที่เจ้าของเสียงเริ่มเปล่งรัศมีความพิโรธออกมา
ผู้คนมักจะกล่าวกันว่าใบหน้าอันหล่อเหล่าอยู่บนร่างเล็กๆ และ
คงไม่มีใครดูดียิ่งไปกว่าชายคนนี้แล้ว
[ข้าไม่ใช่กลุ่มดาว]
ผมลืมเรื่องทั้งหมดของเขาไปอย่างโง่เง่า
ผมลืมไปว่ามีคนที่สามารถรับมือกับสายฟ้าได้ดียิ่งกว่าใครใน
การถ่ายทอดสดดวงดาวนี้ ซึ่งเขาไม่ใช่กลุ่มดาว แต่เป็นชายคน
นี้ ในขณะที่ผมสีครามของเขาสยายไปในอากาศ พลังงาน
สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ของเขาก็ระเบิดออกมา
[ข้าคือเคียร์อีออส อาจารย์ของศิษย์ขี้เกียจผู้นี้]
(จบตอน)