มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 406 – มังกรตัวสุดท้าย (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 406 – มังกรตัวสุดท้าย (4)
คลื่นกระแทกครั้งแรกค่อยๆ จางหายไปหลังจากเคียร์อีออสร่ว
มมือกับพวกเรา ความแตกต่างระหว่างกลุ่มดาวที่เกี่ยวข้องกับ
สายฟ้าสามคนและสี่คนร่วมมือกันนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่กลุ่มดาวส่วนหนึ่งยังได้มอบความเป็นไปได้
ให้กับพวกเราหลังจากเคียร์อีออสปรากฏตัวขึ้น และเป็นครั้ง
แรกที่ความเป็นไปได้ของพวกเราเหนือล้าไปกว่าคลื่นกระแทก
ของมังกรแห่งวันสิ้นโลก
[ย๊ากกกกก-!]
ธอร์และไดโอไนซัสที่ถูกแผดเผาเป็นสีด้าเริ่มค้ารามออกมาราว
กับว่าพวกเขาเป็นบ้าไปแล้ว หลังจากที่ไดโอไนซัสดื่มไวน์ไป
เป็นจ้านวนมาก ใบหน้าของเขาก็เป็นสีแดงก่้าแม้ว่าร่างกาย
ส่วนที่เหลือจะเป็นสีด้าสนิท
[เหล้ามันช่างสุดยอดจริงๆ!]
[ตอนนี้ข้าเริ่มอยากรู้เกี่ยวกับรสชาติเหล้าของโอลิมปัสขึ้นมา
จริงๆ ซะแล้ว เอามาให้ข้าบ้างสิ!]
เมื่อแรงปะทะจากคลื่นกระแทกครั้งแรกกวาดผ่านเข้ามาใกล้
กลุ่มดาวทั้งสองก็เริ่มเมาแล้ว เคียร์อีออสมองไปยังทั้งคู่ด้วย
สายตาติเตียนก่อนที่จะถามผม [ศิษย์ของข้า ไอ้โง่พวกนี้เป็น
สหายของเจ้างั้นเหรอ?]
“ไม่ พวกเขาแค่คนแปลกหน้า”
[ระยะแรกสิ้นสุดลงแล้ว]
[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณรับมือกับคลื่นกระแทกจากการ
สะบัดหางครั้งแรกได้อย่างปลอดภัย!]
…พวกเราท้าได้ พวกเรารับมือกับมันได้แล้ว
ผมมองไปข้างหลัง “ทุกคน…”
ผมไม่อาจพูดต่อไปได้ เพราะผมเห็นทิวทัศน์อันเวิ้งว้างที่มี
ซากศพไหม้เกรียมจากคลื่นกระแทก บางส่วนก็ถูกกวาดออกไป
โดยพลังงานสายฟ้าที่พวกเราไม่อาจป้องกันได้ ในขณะที่
บางส่วนก็ตายหลังจากร่างอวตารระเบิดออก และไม่สามารถ
รับมือกับพายุความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงได้
กลุ่มดาวกว่าห้าร้อยคนลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งจากการเผชิญหน้า
เพียงแค่ครั้งเดียว มันช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่นจริงๆ
…ผมจะพูดว่าพวกเราสามารถจัดการกับมันได้เหรอในเมื่อมัน
เป็นแบบนี้?
มันแค่ครั้งแรกเท่านั้น พวกเราจะท้ายังไงกับครั้งที่สองและ
สาม?
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นข้อความจากดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บน
ท้องฟ้าราวกับว่าพวกเขาเสียสติไป
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ของฝ่ายดีตะลึงงันกับความยากของ
สถานการณ์นี้!]
[กลุ่มดาวจ้านวนมากก้าลังร้องเรียนไปยังส้านักงานเกี่ยวกับ
ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง!]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งก้าลังโต้เถียงว่าสถานการณ์นี้ไม่อาจเกิดขึ้น
ได้]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ก้าลังร้องขอการยกเลิกสถานการณ์]
การยกเลิกสถานการณ์
มันน่าตลกจริงๆ ที่ยังมีคนโง่ฝันถึงเรื่องแบบนั้นอยู่
[สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถยกเลิกได้]
[กลุ่มดาวทั้งหมดที่อยู่ภายในพื้นที่ของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
ถูกกระตุ้นให้เตรียมพร้อมส้าหรับระยะต่อไป]
ไม่ วันสิ้นโลกจะด้าเนินต่อไป
ในขณะที่ข้อความของกลุ่มดาวยังคงด้าเนินต่อไป ข้อความ
สนับสนุนจากกลุ่มดาวก็สาดเทลงมาจากอีกฟากของท้องฟ้า
ด้วย
[กลุ่มดาว ‘บัลลังก์สายฟ้า’ ก้าลังมองมาที่คุณอย่างใกล้ชิด]
[กลุ่มดาว ‘หอกแยกโพ้นทะเล’ ก้าลังจ้องมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘มารดาผู้สร้างมวลมนุษย์’ ก้าลังสนใจในเรื่องราวที่
คุณอาจจะได้รับ]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายก้าลังให้ความสนใจกับคุณ]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายก้าลังสนุกไปกับการกระท้า
ของคุณ]
[คุณได้รับการสนับสนุน 3,000,000 เหรียญ]
กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้าย รวมทั้งซุสและโพไซดอล และ
แม้กระทั่งหนี่วา
ตัวตนที่อยู่ในระดับสูงแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวซึ่งไม่ได้มี
ส่วนร่วมในสถานการณ์นี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคามจาก
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ ณ ‘สถานการณ์สุดท้าย’
ต้าแหน่งของสถานการณ์นั้นถูกแยกออกจากพื้นที่การท้าลาย
ล้างของการสะบัดหางครั้งแรก
แม้แต่ความย่อยยับของกลุ่มดาวที่เป็นสหายกับพวกเขาก็ไม่มี
อะไรมากไปกว่าความบันเทิงในรูปแบบหนึ่งส้าหรับเหล่าผู้ที่ไป
ถึงปลายทางของโลกใบนี้
[ระยะที่สองจะเริ่มต้นในอีก 10 นาที]
10 นาที่
ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและมองกลับไปยังเคียร์
อีออส ผมรู้สึกได้ว่าสถานะของเขายิ่งใหญ่ขึ้นมา
“อาจารย์คงไปถึงการรู้แจ้งอีกขั้นแล้ว”
[ดูเหมือนว่าอย่างน้อยเจ้าจะไปถึงระดับที่พอจะมองเห็นมันได้
แล้ว]
เสียงบ่นของเคียร์อีออสฟังดูแข็งๆ ไม่เพียงแต่เขาจะมีใบหน้าที่
พอจะทัดเทียมได้กับยูจงฮยอค แต่กระทั่งวิธีการพูดของเขาก็มี
ส่วนคล้ายกันด้วย
ลีจีฮเยวิ่งมาหาพวกเราและเริ่มเขย่าไหล่ของผม “ลุง!! ฉันคิด
ว่าพวกเราจะกลายเป็นปลาหมึกย่างกันหมดแล้ว!”
และท้าไมเด็กคนนี้ถึงต้องพูดแบบนี้ด้วย…
“ปู่เคียร์อีออส! ท่านอาจารย์ย่าของฉันล่ะ? เธอไม่มาด้วย
เหรอ?”
[เซียนดาบทลายนภามีเรื่องต้องจัดการก่อน เธอจะตามมาใน
ภายหลัง] เขาตอบด้วยน้าเสียงอันเย็นชาและมองผมด้วยหาง
ตาก่อนที่จะหันหน้าไป [ข้าคิดว่าศิษย์ของข้าก้าลังจะตายไป
แล้ว ดังนั้นข้าจึงรีบมา แต่เขาก็ดันดูดีกว่าที่ข้าคาดไว้]
ผมไม่อาจบอกได้ว่าน้าเสียงของเขาฟังดูโล่งใจหรือสงสารกัน
แน่
“ถ้านายมาถึงช้ากว่านี้ ฉันคงจะตายไปจริงๆ แล้วก็ได้ แต่อย่า
เพิ่งไปกังวลเลย พวกเราต้องเตรียมพร้อมส้าหรับระยะที่สอง
แล้ว”
ราวกับว่าเขาก้าลังรออยู่ ยูจงฮยอคได้เดินเข้ามาหาพวกเรา
ในทันทีที่ค้าพูดของผมจบลง
“ตามเรื่องราวของอามาร์เกดอน คุณสมบัติของ ‘คลื่นกระแทก
ครั้งที่สอง’ คือความร้อนอันรุนแรง”
หางของมังกรแห่งวันสิ้นโลกที่อยู่ไกลออกไปมีสีแดงอย่างเห็น
ได้ชัดแม้ว่ามันจะดูเหมือนจะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ช้ามาก
จากตรงนี้ แต่อันที่จริงแล้ว หางนั้นก้าลังสั่นสะเทือนด้วย
ความเร็วที่สูงมากอยู่
ความร้อนจากการเสียดสีอย่างรุนแรงมีพลังมากพอที่จะ
บิดเบือนแกนของห้วงมิติและเวลา
ชินยูซองจับมือที่ไหม้เกรียมของผมไว้และพูดออกมา “คุณลุง
ระยะต่อไป…”
ในช่วงเวลาที่ผมได้เห็นดวงตาอันมุ่งมั่นของเธอและลีกิลยัง ผม
ก็เข้าใจว่าพวกเขาต้องการจะพูดอะไร แต่ยูจงฮยอคก็พูดขึ้นมา
ซะก่อน”พวกนายสองคนต้องหลบไป”
ค้าประกาศอันเย็นชานั้นท้าให้เด็กทั้งสองคนคอตกไปในทันที่
“ท้าไม?? พวกเราเองก็เป็นบริษัทของคิมทกจานะ!”
“นายจะไปรู้อะไร ไอ้บ้า! ฉันไม่ได้ถามนายนะ!”
การยั่วยุของลีกิลยังต้องพบกับการตอบกลับอย่างไร้อารมณ์
ของยูจงฮยอค”นี่ไม่ใช่เรื่องความเต็มใจของนาย แต่เป็นเรื่อง
ผลลัพธ์ พวกนายไม่ได้มีอักขระหรือสกิลเกี่ยวกับไฟ”
เพื่อที่จะป้องกันคลื่นกระแทก พวกเราต้องการสถานะที่มี
คุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่น่าเสียดายส้าหรับชินยูซองและลีกิล
ยัง พวกเขาไม่ได้มีสกิลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟเลย
ไหล่ของลีกิลยังสั่นราวกับว่าเขาก้าลังโกรธ และในที่สุดเขาก็
ตะโกนออกมา”งั้นนายก็สู้ไม่ได้เหมือนกัน! นายไม่ได้มีอะไร
แบบนั้นเหมือนกัน!”
“ฉันมี”
มุมปากของยูจงฮยอคโค้งขึ้นในขณะที่เขาชูดาบขึ้นมา และใน
อึดใจต่อมา ดาบปีศาจทมิฬของเขาก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยออร่าธาตุ
ไฟ
[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ เปิดใช้งาน ‘ดาบเทพเพลิงพิโรธ
LV.???’]
“นาย… นาย…!”
ผมตบไหล่ของลีกิลยังเบาๆ
ตามที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ยูจงฮยอค
ครอบครองธาตุแทบจะทุกธาตุ
…เฮ้ เมื่อผมมาคิดดูแล้ว ชายคนนี้ก็มีธาตุสายฟ้าเหมือนกัน
ท้าไมเขาไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเมื่อก่อนหน้านี้กันนะ?
ยูจงฮยอคมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่หรี่ลง “นายลืมไปแล้วเหรอ
ว่านายอ้อนวอนไว้ว่าไม่ต้องไปช่วยนาย?”
“อ๊ะ ฉันท้าแบบนั้นเหรอ ไม่นะ” ผมตอบกลับไปก่อนที่จะสะดุ้ง
เล็กน้อย
ชายคนนี้ ผมไม่ได้พูดอะไรเลย แล้วเขาอ่านใจของผมได้ยังไง?
“ฉันจะประกาศกลุ่มดาวที่จะเข้าร่วมในระยะต่อไป”
ยูจงฮยอคยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาวและเริ่มประกาศการ
คัดเลือก
*
ความหายนะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวได้เข้ามาเคาะประตูแล้ว และเป็นครั้งแรก
ที่กลุ่มดาวได้เผชิญหน้ากับการคุกคามของการเสียชีวิตอย่าง
แท้จริง
ภายใต้ค้าสั่งของยูจงฮยอค กลุ่มดาวที่หัวแข็งและจองหอง
เหล่านี้พบต้าแหน่งในแนวหน้าทีละคน
[ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นผู้เสื่อมถอย หมายความว่าเจ้ามีข้อมูล
เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ใช่ไหม?]
“แน่นอน ฉันมี”
ร่องรอยของความไว้วางใจสามารถมองเห็นได้ในสายตาของ
กลุ่มดาว ยิ่งสถานการณ์เร่งด่วนมากเท่าไหร่ ข้อมูลก็จะยิ่งมีค่า
มากขึ้นเท่านั้น ข่าวลือของยูจงฮยอคในหมู่กลุ่มดาวก้าลัง
ช่วยเหลือเขาอยู่
เขาใช้เวลาเพียงพริบตาในการแจกจ่ายหน้าที่ และมายืนอยู่
ตรงกลางของแนวหน้า
ฮันซูยองมองดูเขาท้าแบบนั้นและพึมพ้าเบาๆ “…อืม เขาคือ
‘ราชาสูงสุด’ จริงๆ”
จางฮีวอนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอพยักหน้าในขณะที่ชักดาบออกมา”
อืม เขาก็มีส่วนที่พวกเราก็ต้องยอมรับ”
“มันก็เจ็บที่จะพูด แต่นอกจากฮันซูยองคอมปานี บริษัทของยู
จงฮยอคก็อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดส้าหรับชื่อของ
เนบิวลาพวกเรา”
“ก่อนที่หัวหน้าตัวแทนจะเปลี่ยนไป พวกเราควรจะสร้าง
สหภาพแรงงานขึ้นมาก่อน”
“สหภาพแรงงาน มันคือ…”
ฮันซูยองฉีกยิ้มออกมาและมองไปยังจางฮีวอน พวกเธอต้อง
ร่วมมือกันจัดการกับ ‘คลื่นความร้อน’
เพลิงทมิฬของมังกรเพลิงทมิฬ และเพลิงอเวจีของอูรีเอลเต็ม
ไปด้วยสถานะของธาตุไฟ ดังนั้นทั้งคู่จึงเป็นก้าลังหลักที่
แข็งแกร่งที่สุดในแนวหน้า
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเราจะได้ต่อสู้เคียงข้างกัน”
“ฉันก็เหมือนกัน”
จางฮีวอนปัดฝุ่นที่เกาะดาบแห่งการพิพากษาของเธอออกไป
ใบดาบนั้นแวววาวเป็นอย่างยิ่ง ฮันซูยองเคยปะทะกับดาบนั้น
มาบนเวที่ ‘บทพิสูจน์แห่งดวงดาว’ เมื่อนานมาแล้ว
หลังจากนั้น เธอก็ไม่เคยได้มีโอกาสพูดคุยกับจางฮีวอนแบบนี้
เลย อืม พวกเธอไม่ได้มีอะไรจะพูดกันจริงๆ และพวกเธอก็
ไม่ได้พูดเก่งด้วย ดังนั้นมันจึงช่วยไม่ได้
แม้ว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่เธอก็ยังขอค้าอธิบายจากจางฮีวอน
ในคราวนี้”..ยังไงก็เถอะ ท้าไมเธอถึงลอยชายอยู่แบบนั้น?”
“อ๊ะ นี่?” จางฮีวอนมองกลับไปยัง ‘กระเป๋าเดินทาง’ ใบใหญ่ที่
อยู่ด้านหลังของเธอและยิ้มอย่างขมขื่น
มันมีลีฮุนซึงที่ถูกห่อไว้แน่นกับไม้กางเขนและโครงเหล็กอยู่
“นี่เป็นวิธีเดียวที่ฉันจะสามารถปกป้องเขาได้”
“…แต่เขาดูเหมือนกับได้พบกับจุดจบจริงๆ เลยนะ? เธอไปเอา
ไม้กางเขนมาจากไหน?”
“ผู้สนับสนุนของฉัน”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ พยักหน้าด้วยความ
พึงพอใจ]
“…เธอรู้ไหมเนี่ย ภาพแบบนี้มันดูหมิ่นๆ ศาสนาอยู่หน่อยๆ อูรี
เอลเป็นเทวทูตจริงๆ เหรอ?”
“เหรอ แม้แต่ราชาปีศาจก็ยังเป็นแบบนั้นได้ ดังนั้นมันคงไม่
เป็นไรหรอก”
สายตาของผู้หญิงทั้งคู่หันกลับไปยังแถวหลังโดยพร้อมเพรียง
กัน
คิมทกจาเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวเหล่านั้นที่นั่งอยู่นอกแถว เขากด
นิ้วลงกับพื้นด้วยสีหน้าอันโศกเศร้า ราวกับว่าเขาก้าลังเขียน
อะไรบางอย่างลงไป
ฮันซูยองพูดขึ้นมาก่อน “เขาก้าลังเขียนพินัยกรรมเหรอ?”
“ก็อาจจะใช่ ฉันหมายถึง ไม่ใช่ว่าเขาจะท้าหน้าแบบนั้นก่อนที่
เขาก้าลังเสียสละตัวเองงั้นเหรอ?” จางฮีวอนกัดฟันของเธอ
ราวกับว่าเธอก้าลังคิดอะไรอยู่”ถ้าเขาท้าแบบนั้นอีก ฉันก็
คง….!”
[‘การสะบัดหางครั้งแรก’ ก้าลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง!]
ในเวลานั้นเอง การระเบิดของแสงสว่างอันรุนแรงก็สามารถ
มองเห็นได้จากระยะไกล
“เตรียมพร้อม”
พร้อมกับสัญญาณของยูจงฮยอค กลุ่มดาวทั้งหมดจับอาวุธของ
พวกเขาอย่างแน่นหนา
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก้าลังส่งค้าเตือน!]
คลื่นความร้อนอันรุนแรงแผดเผาออกมา หลังจากได้เห็นพระ
เพลิงสีแดงฉานราวกับดวงตะวันนั้นที่ก้าลังจะแผดเผาทุกสรรพ
สิ่งโดยไม่เลือกปฏิบัติ ฮันซูยองก็พูดออกมาด้วยน้าเสียงเซ็งๆ
“บ้าเอ้ย ถ้ามังกรเพลิงทมิฬของฉันไม่แพ้ล่ะก็…”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กล่าวว่าเขาประเมินคู่
ต่อสู้ต่้าเกินไป]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กล่าวว่าถ้าเขาเริ่มต้น
ต่อสู้ด้วยมือทั้งสองข้างของเขา…]
“หุบปากไปเลย!”
จากนั้นคลื่นความร้อนอันรุนแรงก็เข้ากลืนกินกลุ่มดาว
ฮูมมมมม!!
ฮันซูยองที่ติดอยู่ท่ามกลางคลื่นแห่งเปลวเพลิงที่เอ่อล้นได้เปิด
ใช้งาน ‘เพลิงทมิฬ’ สถานะของมังกรเพลิงทมิฬแทรกซึมผ่าน
ร่างทั้งร่างของเธอ และความร้อนจากคลื่นก็ถูกดูดเข้าไปในกาย
ของเธออย่างรวดเร็ว มันรู้สึกราวกับว่าหัวของเธอว่างเปล่าไป
และเรื่องราวทั้งหมดที่เธอใช้มาจนถึงตอนนี้ก้าลังหลอมละลาย
…คิมทกจาต้องทนกับอะไรแบบนี้เหรอ?
ความจริงที่ว่าจางฮีวอนอยู่ข้างๆ เธอเป็นแค่การปลอบใจเล็กๆ
น้อยๆ เท่านั้น ไม่ ไม่ใช่แค่เธอ แต่กลุ่มดาวที่ไม่เป็นสองรองใคร
เมื่อพูดถึงไฟก้าลังคอยป้องกันอยู่ในฝ่ายของเธอด้วย
ผู้ที่น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดคือ ‘เพลิงบริสุทธิ์’ อัคนี ซึ่งอยู่ใน
แถวหน้า และก้าลังป้องกันต่อคลื่นความร้อนเพียงล้าพัง
เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งที่สุดภายในพระเวท
นอกเหนือไปจากสามมหาเทพระดับเทวะของเนบิวลานั้น และ
ในฐานะของกลุ่มดาวอันทรงพลัง เขาก้าลังระเบิดพลังทั้งหมด
ออกมาเพื่อต้านทานคลื่นความร้อน
“…เฮ้ ไอ้งั่งนั่นก้าลังจะถูกเผาจนตายจริงๆ แล้ว!!”
พร้อมกับเสียงดัง ‘ปัง’ ร่างของอัคนีเริ่มแตกสลายกลายเป็น
เถ้าถ่าน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเสียงกรีดร้องจากกลุ่มดาวที่เริ่ม
ดังออกมาจากทั่วทุกที่
[ว๊ากกกกก!!]
ขบวนของพวกเขาถูกบังคับให้ถอยกลับไปด้วยความเร็วที่
มากกว่าตอนต่อต้านกับคลื่นสายฟ้า กลุ่มดาวเริ่มหลอมละลาย
จากคลื่นความร้อนอันรุนแรง ในขณะที่พระเพลิงอันโชติช่วงได้
ใช้พวกเขาเป็นฟืนเพื่อเพิ่มความร้อนของมัน
พวกเขาก้าลังพ่ายแพ้
สายตาของฮันซูยองที่ถูกป้องกันไว้โดยสถานะรู้สึกราวกับว่า
พวกมันก้าลังจะบอด ความร้อนที่มาแตะจมูกของเธอท้าให้มัน
ยากต่อการหายใจ ก่อนที่เธอจะสังเกตเห็นมัน คลื่นความร้อนก็
มาถึงตรงหน้าเธอแล้ว
จางฮีวอนตะโกนออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง “อูรีเอล!!”
พลังของอูรีเอลและมังกรเพลิงทมิฬเพิ่มขึ้น และสร้างก้าแพง
ป้องกันขึ้นมาชั่วขณะ คลื่นความร้อนดูจะเชื่องช้าไปชั่วขณะ
แต่จากนั้นมันก็เริ่มบังคับให้สถานะของพวกเขาถอยกลับไปที
ละนิดอีกครั้ง
ไหล่ของฮันซูยองและจางฮีวอนชนกันในขณะที่พวกเธอฝืนทน
ต่อไป และพลังงานจากทั้งมังกรเพลิงทมิฬและอูรีเอลก็เริ่ม
ลดลงไปเรื่อยๆ ด้วย
จากจุดเริ่มต้น มังกรตัวนั้นก็ได้ใช้พลังไปมากแล้วในเทศกาล
แห่งมังกร และเนื่องจากการท้าลายล้างของเอเด็น อูรีเอลจึงไม่
สามารถรับส่วนแบ่งความเป็นไปได้ของเธอได้ ดังนั้นสภาพของ
เธอจึงเป็นเหมือนกัน
[เนบิวลา ‘พระเวท’ ก้าลังถอนความเป็นไปได้ส่วนหนึ่ง
ออกไป]
[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ ก้าลังถอนความเป็นไปได้ส่วนหนึ่ง
ออกไป]
แม้แต่เนบิวลาที่ส่งการสนับสนุนเข้ามาก็เริ่มถอนตัวออกไปทีละ
คน
แต่นั่นก็ชัดเจนแล้ว ถ้าพวกเขาใช้ความเป็นไปได้มากไปกว่าที่
มหาเรื่องราวของพวกเขาจะจ่ายไหว ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับ
มหาเรื่องราวใหม่มา แต่พวกเขาก็ยังคงต้องเสียหายอยู่ดี
จากมุมมองของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการท้าลายล้างจากมังกร
แห่งวันสิ้นโลกหรือผลพวงจากพายุความเป็นไปได้ ทั้งคู่ต่างก็
เหมือนกัน
ฮันซูยองพูดผ่านริมฝีปากที่เปื้อนเลือดของเธอ “บ้าเอ้ย ฉันไม่
น่าเป็นห่วงคิมทกจาเลย”
“เป็นห่วงฉัน?”
ครู่หนึ่ง เธอคิดว่าเธอรู้สึกได้ถึงความสดชื่นบางอย่างที่หลั่งไหล
เข้ามาในตัวเธอ และในไม่ช้า พลังอันคุ้นเคยก็เข้าโอบล้อมเธอ
และแผ่นหลังของจางฮีวอน
ฮันซูยองบ่นเสียงดัง “นายเขียนพินัยกรรมเสร็จแล้วเหรอ?”
“…เธอพูดเรื่องอะไร?”
[เนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ก้าลังจัดหาความเป็นไปได้
ให้กับคุณ]
ในการถ่ายทอดสดดวงดาว ความเป็นไปได้คือความปรารถนา
ของใครบางคน ความปรารถนาที่จะไม่ยอมแพ้จนกว่าเรื่องราว
ที่คนอื่นยอมแพ้ไปแล้วจะจบลง
ความปรารถนาอันแรงกล้าของคนจ้านวนน้อยนิดที่ไม่ยอมแพ้
ในสถานการณ์นั้นก้าลังสนับสนุนพวกเธออยู่ในตอนนี้
ฮันซูยองยิ้มอย่างขมขื่น “โง่จริง… ท้าไมไม่หนีกันไปให้หมด?”
“แล้วพวกเราจะไปไหนต่อ?”
ลีจีฮเยก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับยิงปืนใหญ่ของมังกรเต่า
ออกมา เรือประจัญบานที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีล้าสมัยและ
การตกแต่งภายนอกอันแข็งแกร่งก้าลังต้านทานต่อคลื่นความ
ร้อนแทนจางฮีวอนและฮันซูยอง
[มหาเรื่องราว ‘นครถัดไป’ ก้าลังพังทลายลง]
ลีจีฮเยดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดในขณะที่เธอพยายามอดทนต่อ
เพลิงทั้งหมดเพียงล้าพัง ไม่ว่ามังกรเต่าจะทรงพลังแค่ไหน มัน
ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาส้าหรับสถานการณ์นี้
ฮันซูยองตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง “บัดซบ! ใครก็ได้ รีบ
เข้ามาช่วยเร็ว! มันมีอีกหลายคนที่มีธาตุไฟหนิ?!”
น่าเสียดายที่ไม่มีใครบนท้องฟ้าตอบเธอ
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ก้าลังเฝ้ามองเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทก
จา’]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่หลบหนีจากคลื่นความร้อน!]
[กลุ่มดาวแห่ง ‘สถานการณ์สุดท้าย’ ก้าลังเฝ้าดูสถานการณ์นี้]
กลุ่มดาวที่อ่อนแอก้าลังวุ่นวายไปกับการหนี ในขณะที่ผู้ที่
แข็งแกร่งดูเหมือนจะไม่อยากเข้าร่วมงานนี้
“…มีแค่พวกเราจริงๆ เหรอ?”
ชั้นนอกของมังกรเต่าหลอมละลายไป และยูจงฮยอคก็รีบแบกลี
จีฮเยที่ไม่ได้สติไว้บนแผ่นหลังของเขาในขณะที่เขายังคงเปิดใช้
งานดาบเทพเพลิงพิโรธ
คลื่นความร้อนอันรุนแรงที่สามารถเผาผลาญได้ทุกสรรพสิ่งเริ่ม
เอ่อล้นเข้ามายังต้าแหน่งของพวกเขาอีกครั้งด้วยขนาดที่พวก
เขาไม่อาจป้องกันได้ในคราวนี้
ไม่ได้แม้กระทั่งอูรีเอล มังกรเพลิงทมิฬ เทพสงครามทะเล เคียร์
อีออส และแม้แต่ยูจงฮยอค…
“ขอบคุณที่อดทนมาได้จนถึงตอนนี้”
…และจากนั้นคิมทกจาก็พูดขึ้นมา “ไม่เป็นไรแล้ว ก่อนหน้านี้
ฉันสับสนเล็กน้อย อืม มันเป็นครั้งแรกที่ฉันท้าแบบนี้”
ก่อนที่ฮันซูยองจะทันได้ถามว่าเขาก้าลังพูดถึงอะไร มันก็มีบาง
สิ่งผุดขึ้นมาจากพื้นดินข้างหลังเธอ นั่นคือจุดที่คิมทกจานั่ง
ยองๆ เมื่อก่อนหน้านี้ มันมีรูปหกเหลี่ยมความมืดแผ่กระจาย
ออกมาอย่างกว้างขวางบนพื้น และมีบางสิ่งถูกอัญเชิญออกมา
ผ่านรูปหกเหลี่ยมนั้น
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
ร่างขนาดยักษ์เริ่มป้องกันคลื่นความร้อนที่พุ่งเข้ามา คิ้วของ
ฮันซูยองเลิกขึ้น “…พลูโต?”
‘บางสิ่ง’ นั้นได้กลายเป็นทหารยักษาพลูโต อย่างไรก็ตาม มันก็
ไม่ใช่พลูโตธรรมดาๆ มันไม่มีทางที่มันจะสามารถทนต่อความ
ร้อนอันรุนแรงได้แม้ว่ามันจะเป็นทหารยักษา
ปัง!!
คนที่ก้าลังขี่พลูโตอยู่ภายในก้าลังป้องกันต่อคลื่นความร้อน
ทั้งหมดที่กลุ่มดาวระดับเรื่องราวมากมายไม่อาจทนทานได้
เพียงล้าพัง
ฮันซูยองเห็นเคียวที่ดูน่ากลัวและเป็นอันตรายที่ทหารยักษาถือ
อยู่และคิดออกทันทีว่าคนผู้นั้นเป็นใคร เดิมทีแล้วอาวุธ
เรื่องราวพลูโตก็ไม่ใช่ของคิมทกจาตั้งแต่แรก
[มหาเรื่อง ‘ยมโลก’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวที่มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ปรารถนา
จะได้เห็น แต่ระดับความเป็นไปได้ที่เปลี่ยนไปก็ขึ้นอยู่กับคน
เพียงไม่กี่คนที่ว่านั้น และตัวตนที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้ก็คือ
สิ่งมีชีวิตผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถจัดการกับความเป็นไปได้ทั้งหมด
นั้นได้เพียงล้าพัง
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ จุติลงมายังสถานการณ์!]
เขาคือกลุ่มดาวที่ปกป้องขุมนรกที่ร้อนแรงที่สุดของโอลิมปัส
กลุ่มดาวระดับเทวะ ฮาเดส ได้จุติลงมายังสมรภูมิพร้อมกับ
ยมโลก
(จบตอน)