มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 423 – พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 423 – พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา (2)
ร่างสีขาวของคนๆ หนึ่งผุดขึ้นมาจากความมืดมิด
ยูจงฮยอคเหวี่ยงดาบของเขาใส่ร่างนั้นหลายครั้ง จากดาบ
สายฟ้าทลายนภาไปจนถึงกระทั่งการฟาดฟันทลายดารา
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีทักษะดาบไหนของเขาที่จะสัมผัสกับเงา
ของศัตรูได้เลย
หลังจากนั้น เรื่องราวก็ปะทะกัน และปลุกให้เขาตื่นขึ้น เขาลืม
ตาขึ้นมาพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด
เขาก าลังนั่งอยู่ภายในห้องซ้อมที่มืดมิด ซึ่งดวงตะวันได้ลาลับ
ไปแล้ว เงาที่เหยียดยาวเงาหนึ่งก าลังมองลงมาที่เขาอยู่
มันเป็นเซียนดาบทลายนภา
“เขาแข็งแกร่งจริงๆ เหรอ?”
อาจารย์ของเขาโน้มกายลงมา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความ
กังวลที่มีต่อศิษย์ ยูจงฮยอคเม้มปากและตอบ “…ใช่”
“ขนาดไหน?”
“แม้ว่าจะปลดปล่อยพลังของผู้บรรลุขั้นที่ห้าแล้วก็ยังเอาชนะ
เขาไม่ได้”
พลังของผู้บรรลุขั้นที่ห้าคือขีดจ ากัดที่ยูจงฮยอคในปัจจุบัน
เอื้อมถึง
เซียนดาบทลายนภาเฝ้ามองเขาอย่างเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่
จะเปิดปากขึ้นมา “เมื่อเจ้าทะลวงผ่านขั้นที่หก เจ้าจะไม่ถูก
จ ากัดไว้ด้วยข้อจ ากัดเรื่องเพศของวิถีดาบทลายนภาอีก”
เดิมทีวิถีดาบทลายนภาเป็นวรยุทธ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิง
แต่ก็เหมือนกับวรยุทธ์ทุกๆ ชนิด เมื่อก้าวผ่านระดับหนึ่งไปแล้ว
พวกเขาจะไปถึงขั้นของการท าลายข้อจ ากัด
กระบวนการท าลายข้อจ ากัดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่ง
ของการฝึกฝนส าหรับผู้บรรลุ
“มันไม่มีการรับประกันว่าผมจะเอาชนะเขาได้แม้ว่าผมจะไปถึง
ขั้นที่หก”
“ท าไมเจ้าถึงคิดแบบนั้น?”
“เขาคือผม”
มันเป็นครั้งแรกที่น้ าเสียงซึ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจอยู่เสมอของ
ยูจงฮยอคมีร่องรอยของความหวาดกลัวอยู่”ชายคนนั้น เขา
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผมที่เสื่อมถอยมากว่า 1863 ครั้ง ผมจะ
เอาชนะคนแบบนั้นได้ยังไง?”
มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความสิ้นหวัง
ทันทีที่เขาได้เผชิญหน้ากับนักเขียนลับ เขาก็ได้เห็นก าแพงที่
เขาไม่อาจก้าวข้ามได้ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน มันมีช่องว่าง
ของเวลาระหว่างพวกเขาซึ่งไม่อาจก้าวผ่านได้ด้วยการเสื่อม
ถอยแค่สามรอบ ศัตรูของเขาได้ผ่านช่วงเวลาอันเนิ่นนาน
มาแล้วก่อนที่จะมายังเส้นโลกนี้
เซียนดาบกล่าว “เขาไม่ใช่เจ้า”
“…เขาเองก็เป็นยูจงฮยอค”
“เขาไม่ได้เหยียบย่างลงบนเส้นทางเดียวกับเจ้า และเขาก็จะไม่
ท าเช่นนั้นในอนาคต”
ราวกับว่าเธอต้องการจะขจัดความสิ้นหวังที่ฝังรากลึกอยู่ใน
ดวงตาของลูกศิษย์ มือยักษ์ของเธอลูบแก้มของเขาอย่าง
อ่อนโยน
เธอพูดอีกครั้ง “มันไม่ใช่ระดับผู้บรรลุที่เจ้ามาถึง แต่เป็น
เรื่องราวที่เจ้าได้รับมาซึ่งเป็นส่วนที่ส าคัญที่สุด เจ้าอาจจะเป็น
เพียงลูกไก่ที่เสื่อมถอยมาแค่สามครั้ง แต่เจ้าก็มีเรื่องราวที่เขา
ไม่มี”
ยูจงฮยอคฟังค าพูดเหล่านั้นและมองลงไปยังก าปั้นของเขา มัน
เป็นก าปั้นที่ล้มเหลวในการไปถึงตัวนักเขียนลับ เขาแบมือ
ออกมาอย่างช้าๆ และเรื่องราวก็ไหลออกมาจากที่ตรงนั้น
เรื่องราวที่เขาได้รับมาด้วยตัวเอง เรื่องราวที่นักเขียนลับไม่มี
และ…
“แต่ละคนต่างก็มีเส้นทางแห่งผู้บรรลุที่ต่างออกไป ดังนั้นอย่า
พยายามไล่ตามเขา และค้นหาเส้นทางที่มีแต่เจ้าเท่านั้นที่จะ
เหยียบย่างลงไปได้”
เขาก าหมัดแน่นโดยไม่พูดอะไร ราวกับว่าเขาไม่ต้องการให้
เรื่องราวไหนหลุดลอยออกไป
“…อาจารย์ได้ยินข่าวใหม่ๆ บ้างไหม?”
เซียนดาบทลายนภาส่ายหัว
มันเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่คิมทกจาหายตัวไป
น่าเสียดายที่ไม่มีใครหาที่อยู่ของนักเขียนลับเจอเลยจนกระทั่ง
ตอนนี้
“เจ้าบอกว่าเขาข้ามมาจากอีกเส้นโลก”
“ครับ”
“ข้าไม่รู้ว่าเป้าหมายของเขาคืออะไร แต่ถ้าเขาสนใจที่จะเข้า
มายังเส้นโลกนี้ ณ เวลานี้ มันก็เป็นไปได้ว่าเป้าหมายของเขา
จะเกี่ยวพันกับสถานการณ์สุดท้าย”
ยูจงฮยอคเห็นด้วยกับความเห็นของเธอ กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันมี
โอกาสที่เขาจะได้พบกับนักเขียนลับอีกครั้งเมื่อไปยังต าแหน่ง
ของสถานการณ์สุดท้าย
“อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้ก็คือบริษัทของคิมทกจา
ไม่อาจเข้าสู่สถานการณ์สุดท้ายได้”
เขาพยักหน้า
เรื่องราวที่พวกเจ้ามีไม่เพียงพอที่จะเข้าสู่สถานการณ์สุดท้าย
ในวันที่พวกเขาไม่อาจเข้าสู่สถานการณ์สุดท้ายได้ ส านักงานก็
ได้ส่งค าแถลงนั้นมา อย่างไรก็ตาม เขาก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล
เพราะไม่เพียงแต่พวกเขาจะเป็นเนบิวลาสร้างใหม่ แต่จ านวน
เรื่องราวที่พวกเขามีก็น้อยมากด้วย
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้ตรงๆ เมื่อพูดถึง
ระดับเรื่องราวที่พวกเขามี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ‘ฤดูกาลแห่ง
แสงสว่างและความมืด’ มหาเรื่องราวล่าสุดที่พวกเขาได้รับมา
ซึ่งยากที่จะหามหาเรื่องราวไหนมาทัดเทียมในการถ่ายทอดสด
ดวงดาว
ตัวแทนเนบิวลาของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน?
ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็จบลงด้วยการหายตัวไปของคิมทกจา
หลังจากที่บุคคลซึ่งครอบครองส่วนแบ่งสูงที่สุดในเรื่องราวของ
เนบิวลาได้หายไป จ านวนรวมของเรื่องราวจากทั้งเนบิวลาจึง
ไม่เพียงพอ
มันไม่ทราบว่ายูจงฮยอคก าลังคิดอะไรกับตัวเองอยู่ในขณะที่
เขานิ่งเงียบ และมันผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว? เขาค่อยๆ ยกตัว
ขึ้นจากพื้น เก็บดาบปีศาจทมิฬ และถึงเท้าของเขาจะยังไม่
มั่นคง แต่เขาก็เตรียมพร้อมที่จะจากไปแล้ว
“เจ้าจะไปไหน?”
“ผมจะไปหามหาเรื่องราวใหม่ อาจารย์”
เขาต้องการได้รับคุณสมบัติเพื่อเข้าไปสู่สถานการณ์สุดท้าย
แม้ว่าจะไม่มีส่วนแบ่งของคิมทกจา บริษัทของคิมทกจาไม่ใช่
กองทัพส่วนตัวของไอ้โง่นั่นหรือลูกน้องของเขา กลุ่มนี้ต้อง
สามารถปกป้องตัวเองได้โดยไม่มีเขา และแม้ว่าพวกเขาจะต้อง
สูญเสียคิมทกจาไปก็ตาม…
…พวกเขาจ าเป็นต้องมีความสามารถเพียงพอที่จะเคลียร์
‘สถานการณ์สุดท้าย’
[ป๊าา…]
บียูพึมพ าด้วยความสิ้นหวังจากที่ใดที่หนึ่งในอากาศอันว่าง
เปล่า ยูจงฮยอคมองไปที่เธออย่างเงียบๆ อยู่สักพัก ก่อนที่จะ
เปิดใช้งานเนตรแห่งปราชญ์เพื่อค้นข้อมูลในหัวของเขา
ในเวลานี้มันเหลือสถานที่ไม่มากที่เขาจะหามหาเรื่องราวได้
เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง มันยังหมายความว่าเรื่องราวที่เหลืออยู่นั้น
ทรงพลังยิ่งกว่าอันอื่นๆ
เขาได้รับมหาเรื่องราวอันทรงพลังที่มีนามว่า ‘ฤดูกาลแห่งแสง
สว่างและความมืด’ มาแล้ว ถ้าเขาได้รับเรื่องราวที่เหนือกว่าสิ่ง
นั้นขึ้นไปอีก มันก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะต่อสู้กับนักเขียนลับอีก
ครั้ง
เซียนดาบทลายนภามองยูจงฮยอคเดินออกไปและถามเขา
“เจ้าคิดที่จะไปคนเดียวเหรอ?”
“ผมอยู่คนเดียวมาตลอด”
“แต่เส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่อีกฝ่ายเลือกเดินแล้ว”
ค าพูดของอาจารย์ท าให้ยูจงฮยอคสั่นไหว
อึดใจต่อมา เสียงๆ หนึ่งก็ดังออกมาจากด้านนอกของก าแพง
ห้องฝึกซ้อม
“เฮ้ ยูจงฮยอค นายอยู่ไหน?? พวกเราต้องไปกันแล้ว!”
ด้วยแสงเจิดจ้าที่อยู่ด้านหลังของพวกเขา สมาชิกของบริษัท
ของคิมทกจาได้เปิดประตูและวิ่งเข้ามาในห้องซ้อม
ชินยูซอง ลีกิลยัง ลีจีฮเย และฮันซูยอง
ไม่ทราบว่าพวกเขาพร้อมเดินทางตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทุกๆ คน
จากเนบิวลาได้มาอยู่ที่นี่แล้ว
เซียนดาบทลายนภาพูดขึ้นมาอีกครั้ง “พวกเขาคือเรื่องราว
ของเจ้าแล้ว จงฮยอค”
สิ่งที่นักเขียนลับไม่มี
ยูจงฮยอคมองกลับไปหาอาจารย์ของเขาด้วยความมึนงง และ
เธอก็พูดกับเขาอีกครั้ง
“เจ้าไม่ได้สู้เพียงล าพังในการเสื่อมถอยครั้งนี้”
*
ต าแหน่งของมหาเรื่องราวใหม่อยู่ห่างออกไปสี่วัน มันจะเร็ว
กว่านี้มากในการไปถึงที่นี่ด้วยการยืมพลังของโดเกบิ แต่
สถานการณ์ในปัจจุบันก็ไม่ยอมให้ท าแบบนั้น
เจ้าไม่อาจยืมพลังของโดเกบิที่เจ้าเป็นมิตรได้
เจ้าต้องไม่เปิดเผยความจริงที่ว่าเจ้าคือคิมทกจา
ทั้งหมดก็เป็นเพราะข้อตกลงบ้าๆ ที่ผมมีกับราชาเวนนี่
ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่อาจเข้าสู่ช่องของบียูหรือส่งค าพูดไปหา
บริษัทของคิมทกจาได้
ในที่สุด ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขับเฟอร์รารีกินี่ที่ผม
ซื้อมาจากผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากไปยังปลายทาง
ยูจงฮยอคจิ๋วหมายเลข 999 ที่ก าลังขัดดาบเขย่านภาของเขา
อยู่บนไหล่ของผมบ่นเบาๆ”นายขับได้แย่มาก”
“งั้นท าไมนายไม่มาขับล่ะ? ยังไงก็เถอะ นายไม่ได้คิดที่จะคงร่าง
แบบนั้นไปตลอดใช่ไหม?”
ไม่ต้องสงสัยเลย พวกเราจะเจอกับกลุ่มดาวที่จ าพวกเราได้เมื่อ
พวกเราเข้าสู่ต าแหน่งสถานการณ์ ตัวตนของยูจงฮยอคจิ๋ว
สะดุดตาเกินไป
อืม ตอนนี้ตัวยูจงฮยอคเองก็โด่งดังมากแล้ว ดังนั้น…
“แน่นอน ฉันไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น”
หมายเลย 999 ดูเหมือนจะไตร่ตรองบางอย่าง ทันใดนั้นเอง
ร่างกายของเขาก็สั่นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกลายร่างเป็นเกี๊ยวบู๊
ลิ้ม
ผมตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้ แต่หมายเลข 999 ก็ฟังดูไม่สนใจ
อะไรในขณะที่เขาพูดกับผม
“น่าจะโอเคแล้ว”
“…เฮ้ นาย การพกเกี๊ยวไปมาบนไหล่จะสะดุดตากว่าไหม?”
“ท าไมนายไม่เปลี่ยนหน้าตาอันน่าสมเพชของนายด้วยล่ะ?”
เฉกเช่นที่ยูจงฮยอคจิ๋วไม่อาจคงร่างเดิมไว้ได้ ผมเองก็จ าเป็นที่
จะต้องท าให้ไม่มีใครรู้ว่าคือคิมทกจา
ยูจงฮยอคที่ตอนนี้กลายเป็นเกี๊ยวได้ถูแผ่นเกี๊ยวไปทั่วใบหน้า
ของผมราวกับว่าเขาก าลังทาสีมัน มันรู้สึกว่าเรื่องราวบน
ใบหน้าของผมเปลี่ยนไปในขณะที่มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดออกมา
มันผ่านไปนานขนาดไหนแล้วนะ?
เมื่อผมลืมตาขึ้นมา ผมก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น
หมายเลข 999 พูดกับผมในขณะที่ผมก าลังจ้องมองกระจก
ด้วยความตกตะลึง ดวงตาของผมกะพริบไม่หยุด
“เสร็จแล้ว”
เชี่ย มันอาจจะไม่สู้ยูจงฮยอค แต่ถึงกระนั้น… มันก็มากเกินพอ
ส าหรับผม
ผมลูบใบหน้าใหม่ของผมและพึมพ ากับตัวเอง “…ฉันจะเก็บมัน
ไว้ตลอดได้ไหม?”
“ถ้านายท าแบบนั้น นายก็จะเจอกับพายุความเป็นไปได้”
ราวกับว่าเขาได้สัมผัสกับสิ่งสกปรก หมายเลข 999 ตบร่าง
เกี๊ยวของตนอย่างรุนแรง ผมไม่สนใจว่าเขาจะท าอะไร ผม
ยังคงจ้องมองกระจกต่อ
เมื่อนานมาแล้ว ผมได้ดูดซับชิ้นส่วนเรื่องราวของ ‘คาสโนว่าที่
ตายระหว่างการร่วมเพศ’ และดูดีขึ้นมาสักพัก แต่นี่ก็เป็นอีก
มิติเลยเมื่อเทียบกับตอนนั้น
ผมพูดด้วยน้ าเสียงที่น่าชื่นชม “รอบที่ 999 ช่างน่าทึ่งจริงๆ
รอบที่สามไม่มีทักษะแบบนี้เลย”
“รอบที่สาม?”
“โอ้ นายไม่รู้เหรอ? ยูจงฮยอคในตอนนี้คือรอบที่สาม และนี่ก็
คือเส้นโลกของรอบที่สามด้วย”
หมายเลข 999 จ้องมาที่ผมสักพักหลังจากได้ยินค าพูดเหล่านั้น
และถามผม
“ท าไมนายถึงคิดแบบนั้น?”
“เพราะ…?”
ผมก าลังจะตอบกับไปว่า ‘เพราะหนทางเอาชีวิตรอดเริ่มต้นขึ้น
ด้วยรอบที่สาม’ แต่ก็หยุดไว้ ผมตัดสินใจที่จะเปลี่ยนค าตอบไป
เล็กน้อย
“…เพราะจุดเริ่มต้นคือรอบที่สาม”
“แต่ท าไมมันถึงเริ่มต้นจากรอบที่สาม? ไม่ใช่ว่ามันควรเริ่มต้นที่
รอบที่ศูนย์เหรอ?”
เขาพูดถูก
ตอนแรกของหนทางเอาชีวิตรอดเริ่มต้นจากรอบที่สามของยู
จงฮยอค แต่ถ้าพูดโดยหลักการแล้ว มันก็สามารถกล่าวได้ว่า
เรื่องราวนั้นเริ่มต้นขึ้นจากรอบที่ศูนย์ของเขา
ผมรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยหลังจากคิดแบบนั้น
…ท าไมผมถึงมาเจอกับรอบที่สามของยูจงฮยอคล่ะ?
มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องมาเริ่มต้นในจุดที่นิยายนั้น
เริ่มต้นขึ้นเลย
…ผมไม่รู้ มันเหมือนกับว่าผมไม่สามารถเข้าใจสิ่งนี้ได้ในตอนนี้
“ยูจงฮยอคในเส้นโลกนี้กล่าวว่าเขาคือรอบที่สาม ดังนั้นที่นี่ก็
คือการเสื่อมถอยรอบที่สาม”
และข้อมูลที่ผมยืนยันผ่านลิสต์ตัวละครก็บอกแบบนั้น
เหมือนกัน
แต่หมายเลข 999 กลับพูดด้วยน้ าเสียงเยาะเย้ย
“ไว้ใจข้อมูลอะไรแบบนั้น ช่างไร้เดียงสาซะจริง”
“อะไรนะ?”
“ช่างเถอะ ดูเหมือนว่าเราจะมาถึงแล้ว”
พร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้า ในที่สุดอุโมงค์มิติยาวก็มาถึง
ปลายทาง สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าคือประตูยักษ์ที่น าไปสู่
ต าแหน่งของสถานการณ์ใหม่
ผมเห็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่รอเข้าไปอยู่หน้าประตู ผมเก็บรถ
และเดินเข้าไปรวมกลุ่ม
กลุ่มดาวคนหนึ่งถูกประจ าอยู่ที่ทางเข้าต าแหน่งสถานการณ์
แทนที่จะเป็นโดเกบิตามปกติ และนั่นก็สมเหตุสมผล เนื่องจาก
เจ้าบ้านของสถานการณ์มหาเรื่องราวนี้คือเนบิวลา
แม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในเนบิวลาที่ใหญ่ที่สุด แต่มันก็แทบจะไม่
เคยติดต่อกับผมเลย
[ต่อไป]
มันเป็นกลุ่มดาวที่ก าลังถือหอกสามง่ามยักษ์ไว้ในมือข้างหนึ่ง
และสวมมงกุฎสีแดงชาดและชุดเกราะเอาไว้
สถานะสะกดข่มที่แผ่ออกมาจากทั่วทั่งร่างของเขาได้พิสูจน์ว่า
เขาคือกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่มีสถานะค่อนข้างแข็งแกร่ง
ผู้พิทักษ์กฎพุทธะ วิฑูฑภะ
เขาเป็นหนึ่งในสี่ราชาสวรรค์ที่ปกป้องทางเข้าวังสวรรค์
ส านักงานใหญ่ของเนบิวลา ‘จักรพรรดิ’
[ต่อไป]
หลังจากนั้นไม่นานก็เป็นตาของผม
วิฑูฑภะมองหน้าผมอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับว่าเขาต้องการหา
ข้อสงสัยกับมัน และในที่สุดก็โยนค าถามแรกออกมา
[เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร?]
[ฉันมาเพื่อเข้าร่วมในมหาเรื่องราว]
[ค าขยายของเจ้า?]
เห็นได้ชัดว่าผมไม่อาจใช้ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ณ ที่แห่ง
นี้ได้ โชคดีที่ผมมีค าขยายอันใหม่ที่ผมเพิ่งได้รับมาเมื่อไม่นานนี้
[มันคือ ‘ผู้เฝ้ามองแห่งแสงสว่างและความมืด’]
(จบตอน)