มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 426 – พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 426 – พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา (5)
ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ทั้งหมดที่ผมสามารถท าได้คือ
การมองไปยังเด็กๆ และตอบ “ใช่”
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงข้อความเตือน
[ค าเตือน! คุณได้ติดต่อกับสมาชิกของบริษัทของคิมทกจา!]
[ความโกลาหลที่สถิตอยู่ในส่วนลึกภายในตัวคุณเริ่ม
กระสับกระส่าย]
*
[ผู้ตัดสิน ‘ราชาวานรหิน’ เผยความไม่พอใจออกมา!]
[การประกวาดคราวนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย]
ลิงหนุ่มที่ถูกปกคลุมไปด้วยขนสีทองอันงดงามเกาแผงคอของ
เขาในขณะที่มองไปยังหน้าจอ และหาวออกมาอยู่เนืองๆ
ลิงอีกตัวที่สวมชุดคาวบอยมองหน้าจอจากข้างสนามก่อนที่จะ
ตอบโต้
[ผู้ตัดสิน ‘ผู้จัดการคอกอาชาสวรรค์’ ก าลังสั่งสอน ‘ราชา
วานรหิน’]
[ราชาวานรสุดหล่อ เจ้าช่างใจร้อนซะจริง ถ้าเจ้าใช้เวลาหาสัก
หน่อย เจ้าก็จะพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่บ้าง]
[ผู้ดูแลอาชาสวรรค์ งั้นความอดทนอันสูงส่งของเจ้าก็ท าให้เจ้า
สามารถท าความสะอาดอึม้าได้นานกว่าสองสัปดาห์รวดงั้น
เหรอ?]
[…ข้าก็แค่อยากพูดให้ฟัง]
[ข้าเองก็บอกได้ว่าเจ้าก าลังท าอะไรแม้ว่าข้าจะหลับตาอยู่ก็
ตาม ข้าหมายความว่า เจ้าแค่พยายามจะตบคะแนนของ
เรื่องราวที่ไม่มีคอกม้าเข้ามาเกี่ยวก็เท่านั้น]
[แต่ไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็สูญเสียความตื่นเต้นไปทุกๆ ครั้งที่มี
เรื่องราวเกี่ยวกับภูเขาดอกไม้และผลไม้เหรอ?]
[เหอะ มหาปราชญ์! เจ้าคิดยังไง? เจ้าเจอสิ่งที่น่าสนใจแล้ว
เหรอ?]
ค าถามนั้นถูกส่งตรงไปหาชายผมสีบลอนด์ที่ก าลังหาวออกมา
พร้อมกับคางที่มีกระบองทองค ายันไว้ เขาเปิดปากออกมาด้วย
ความเกียจคร้าน [ปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสดใหม่เลย]
[อย่างนั้นเหรอ]
[พวกเราก็มีหลายคนที่วกวนไปกับจินตนาการในอดีตหนิ? เฉก
เช่นที่พวกเราแสดงให้เห็นว่าเป็นเผ่าพันธุ์อันบ้าคลั่งที่แข็งแกร่ง
ขึ้นด้วยการเอาชนะอุปสรรคร้ายแรง…]
[อืม ใช่ วันเวลาเหล่านั้นมันสนุกจริงๆ แต่ข้าก็ไม่ชอบวิธีที่พวก
เขาแสดงออกมาว่าพวกเราคือมนุษย์]
ค าพูดของผู้ดูแลอาชาสวรรค์ท าให้มหาปราชญ์ยิ้มออกมา [โอ้
ดูนี่ พวกเจ้าอาจจะเป็นลิง แต่ข้าเกือบจะเป็นมนุษย์แล้วรู้
ไหม?]
[…แต่เจ้าเปลี่ยนไปเพราะอิทธิพลของเรื่องราวนั้นหนิ?]
ราชาวานรสุดหล่อ ผู้ดูแลอาชาสวรรค์ และมหาปราชญ์
พวกเขาต่างก็เป็นร่างกายเรื่องราวต่างๆ ของซุนหงอคง เดิมที
พวกเขาต่างก็เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่หลังจากที่แต่ละเรื่องราว
พัฒนาไปในแบบต่างๆ นิสัยของพวกเขาก็แตกต่างกันไปเรื่อยๆ
[เด็กคนนี้ อัตราการเติบโตของหูเฟยไม่ใช่เล่นๆ เลย… ด้วย
อัตรานี้ พวกเราอาจจะมีซุนหงอคงโฉมใหม่ก็ได้]
[ใช่แล้ว แน่นอน บางสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นมากว่าพันปีจะได้เกิดขึ้น
ซะที]
ซุนหงอคนสามคนได้มารวมตัวกันอยู่ภายในห้องท างานของผู้
ตัดสินขนาดใหญ่นี้เพื่อมองดูเรื่องราวต่างๆ ของ ‘บันทึกการ
เดินทางสู่ตะวันตกฉบับใหม่’ ที่แสดงอยู่บนแผงหน้าจอ บางอัน
ก็น่าเบื่อ ในขณะที่บางอันก็พอจะดูได้ พวกเขากระทั่งกดปุ่ม
‘ไลก์’ บนหน้าจอที่ดูไม่คุ้นแต่ก็พอจะน่าสนใจอยู่ พวกเขายังไม่
ลืมที่จะให้คะแนนแม้ว่าจะทะเลาะกันอยู่ก็ตาม
ราชาวานรสุดหล่อถาม [เฮ้ มหาปราชญ์ ข้าลืมถามเจ้าไป เกิด
อะไรขึ้นกับคนพวกนั้นเหรอ?]
[พวกไหน?]
[ก็พวกนั้นน่ะ ตอนที่เจ้าขอความช่วยเหลือจากพวกเราจนข้า
และผู้ดูแลอาชาสวรรค์ให้เจ้ายืมพลังของพวกเรา]
[อ่า เจ้าหมายถึงสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจงั้นเหรอ?
มันจบลงแล้ว แต่ตัวแทนของพวกเขาก็หายตัวไป]
สิ่งนี้ท าให้ผู้ดูแลอาชาสวรรค์ตอบกลับ [เจ้าก าลังพูดถึงไอ้โง่นั่น
ที่เจ้าไล่ตื๊อหลังจากเขาไม่เลือกเจ้าเป็นผู้สนับสนุนเหรอ?]
[…เฮ้ ข้าไม่เคยตามตื๊อเขา ข้าแค่ตอบรับค าอ้อนวอนของเขา
ครั้งสองครั้งก็เท่านั้น]
[โอ้ แค่ครั้งสองครั้งเหรอ ข้าจ าได้ว่าเจ้ายินดีจะสละขน
บางส่วนของเจ้าไปเลยหนิ?]
[หุบปาก] มหาปราชญ์ใช้กระบองทองแคะหูและเปลี่ยนเรื่อง
[ยังไงก็เถอะ ท าไมพุทธะชนะมารถึงยังมาไม่ถึง? ซุนหงอคงทุก
คนมารวมตัวกันหมดแล้ว ท าไมเขาถึงยังไม่มา?]
[เจ้าก็รู้ว่าไอ้เนิร์ดนั่นมาสายอยู่ตลอด]
[แล้วโป๊ยก่ายกับซัวเจ๋งล่ะ?]
[พวกเขาไปคุยกับคนของวังสวรรค์]
[…สหายจักรพรรดิหยกนั่น เขาก าลังคิดจะเข้ามายุ่งในการ
ตัดสินอีกแล้วเหรอ?]
[ตราบใดที่ความเห็นของพวกเขาไม่ขัดแย้งกัน มันก็ไม่มีปัญหา
อะไร]
[แต่ความเห็นของพวกเราไม่เคยตรงกันมาก่อนเลย นั่นแหละ
ปัญหา]
ราวกับว่าพวกเขาก าลังรอคอยช่วงเวลานี้อยู่ ประตูห้องเปิด
ออก และซัวเจ๋งกับตือโป๊ยก่ายก็เดินเข้ามา
[ขอโทษทีพี่ชาย ระดับสูงบอกว่ามันถึงเวลาที่พวกเราจะต้อง
ประกาศผู้ท้าชิงที่ดีที่สุดแล้ว…]
[บ้าเอ้ย เจ้าไม่เห็นเหรอว่าพวกเราก าลังยุ่งอยู่?]
ทั้งซัวเจ๋งและตือโป๊ยก่ายต่างก็สะดุ้งจากเสียงขู่ของราชาวานร
สุดหล่อและรีบเดินถอยไป
มหาปราชญ์ถามพวกเขา [ยังไงก็เถอะ ผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังเจ้า
เป็นใครกัน?]
[อ่า ขอโทษทีที่แนะน าช้าไป เธอคือผู้ตัดสินคนใหม่ของปีนี้ ข้า
ได้ยินมาว่าเธอคือผู้สืบทอดของศากยมุนี]
[…ศากยมุนีมีผู้สืบทอดด้วยเหรอ?]
มันมีคนเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าอันใจเย็นและสงบนิ่ง
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มหาปราชญ์เห็นหญิงสาวในชุดคลุมอัน
สง่างามและมงกุฎเล็กๆ ดวงตาของเขาก็สั่นด้วยความตกใจ
ผู้ดูแลอาชาสวรรค์สัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นและถามเขา [คนรู้จัก
เหรอ?]
มหาปราชญ์ไม่ตอบและจ้องมองไปยังใบหน้าของเธออยู่พัก
หนึ่ง หญิงสาวไม่ตอบสนองอะไรต่อสายตานั้น และเลือกที่จะ
เดินข้ามโต๊ะไปยังแผงหน้าจอที่ก าลังแสดงเรื่องราวแทน
ผู้ดูแลอาชาสวรรค์เชิดคางของเขาและพูดขึ้นมา [นี่เป็นข่าวดี
จริงๆ มันอาจจะไม่ใช่ความคิดที่แย่อะไรที่จะรับฟังความเห็น
ของหน้าใหม่ เฮ้ ผู้สืบทอดของศากยมุนี เจ้าชอบเรื่องราว
ไหน?]
เสื้อคลุมที่ก าลังโบกสะบัดของหญิงสาวหยุดนิ่งลง
ผู้สืบทอดของศากยมุนีจ้องไปยังเรื่องราวหนึ่งด้วยดวงตาที่หยุด
นิ่ง มือของเธอเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ และแตะที่หน้าจอ ส่งผล
ให้มีระลอกคลื่นกระเพื่อมออกมา
[ดูเหมือนข้าจะชอบเรื่องราวนี้มากที่สุด]
*
「นาย รู้ อยู่แล้ว คิม ทก จา」
ก าแพงที่สี่พูดถูก มันอาจจะกล่าวได้ว่าผมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบ
นี้จะเกิดขึ้น ผมสงสัยอยู่แล้วว่าคนในห้องเรื่องราวนี้อาจจะเป็น
สมาชิกของบริษัทของคิมทกจา
[ข้อตกลงกับราชาเวนนี่ตกอยู่ในอันตราย]
และผมก็ยังคิดว่ามันอาจจะท าให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ด้วย ถึง
กระนั้นผมก็ต้องท า
“นายถูกเตือนไม่ให้ติดต่อกับพวกเขา”
หมายเลข 999 ที่อยู่บนไหล่ของผมกระซิบ เพียงแค่ได้พบกับ
เด็กๆ ภายในร่างอวตารของผมก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
มาแล้ว
[การแปลงสภาพสู่เทพเจ้าภายนอกเร่งความเร็วขึ้นเนื่องจาก
ความเสี่ยงต่อเงื่อนไขข้อตกลง]
‘ฉันไม่ได้จะละเมิดข้อตกลง พูดโดยทางเทคนิคแล้ว เนื้อหาของ
ข้อตกลงคือห้ามเปิดเผยตัวตนของฉันต่อบริษัทของคิมทกจาห
นิ?
“ถ้าพวกเขารู้ ทุกอย่างก็จบเห่”
‘ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องห่วงน่า’
[เปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าการแปลงสภาพเทพเจ้าภายนอก:
3%]
มันเป็นไปได้ว่าผมจะกลายเป็นเทพเจ้าภายนอกอย่างนักเขียน
ลับเมื่อถึง 100% ผมคิดว่ามันน่าจะไม่มีปัญหาอะไรตราบใดที่
ผมยังท าตามข้อตกลงก่อนหน้านั้นอยู่ ตอนนี้ผมมีความสุข
จริงๆ ที่ได้เห็นเด็กๆ ก าลังเดินอยู่ตรงหน้าของผมด้วยความ
สามัคคี
[ผู้ชมจ านวนหนึ่งบ่นว่าซัมจั๋งจะมีสองคนไม่ได้]
ในขณะที่ฟังเสียงข้อความ ผมก็เดินตามหลังเด็กๆ ที่อยู่
ข้างหน้าไป ผมเคยได้ยินมาว่าเด็กๆ โตขึ้นทุกวัน ซึ่งก็ดู
เหมือนว่าข้อความนั้นจะเป็นจริงหลังจากได้เห็นพวกเขาตัว
สูงขึ้นมาก
ตอนนี้เมื่อมาคิดถึงมัน มันก็เป็นเวลานานเลยนับตั้งแต่ที่ผมเคย
ได้ใช้เวลากับพวกเขาแบบนี้
ผมไม่รู้เลยว่าตลอดมาลีกิลยังและชินยูซองก าลังคิดอะไรอยู่
มันเป็นสิ่งที่เจ้าของสถานการณ์ได้กล่าวไว้ ผมได้ช่วยพวกเขา
ไว้ด้วยความตั้งใจของผม และทอดทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังโดย
ไม่คิดที่จะรับผิดชอบใดๆ
ในอดีตผมคงเป็นเช่นนี้ และเด็กสองคนนี้ก็ถูกทอดทิ้งไว้โดยผม
“เหอะ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”
“หือ?”
…ดังนั้นนี่ก็ควรจะเป็นบทลงโทษที่ผมสมควรจะได้รับ
ชินยูซองที่ดูจากทางด้านข้างพูดขึ้นมา “นายไม่ควรหยาบคาย
แบบนั้นกับคนที่นายไม่รู้จักนะ”
“แต่พี่ซูยองบอกว่าฉันควรท าแบบนี้หนิ?”
“ถึงกระนั้นนายก็น่าจะมีมารยาทบ้าง”
ตามที่คาดไว้จากอวตารของผม
เธอมองผมด้วยสายตาที่น่าสงสาร ก่อนที่จะกระซิบกับลีกิลยัง
ผ่าน ‘ช่องแชทเนบิวลา’ แน่นอน เนื่องจากผมเองก็เป็นสมาชิก
ของเนบิวลาเดียวกัน ผมจึงได้ยินค าพูดของเธอด้วย
– ท าแบบนี้เขาถึงจะไว้ใจพวกเรามากขึ้น ไอ้ทึ่ม นายจะท า
ยังไงถ้าเขาตัดสินใจก่อความวุ่นวายขึ้นมา?
ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาในทันใด
– …เธอกลัวเขาจริงๆ เหรอ? ดูสภาพของเขาในตอนนี้สิ?
แน่นอน ผมไม่ได้ซื้อเช็ตอวตารซุนหงอคงที่ถูกขายโดย
จักรพรรดิมา ดังนั้นสภาพของผมในตอนนี้จึงแย่มาก
ชินยูซองตบฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของผมและทักทายผมอย่าง
สุภาพ”ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ กลุ่มดาว ฝากตัวด้วยนะคะ”
“ฉันก็เหมือนกัน อ่า ฉันจะเรียกพวกเธอทั้งคู่ได้ยังไง?’
ลีกิลยังตอบราวกับว่าเขาก าลังรออยู่แล้ว “ฉันคือพระซัม ส่วน
เธอคือพระจั๋ง เรียกพวกเราแบบนั้นก็ได้”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความซุกซนราวกับว่าเขาก าลังเล่นเกม
อยู่
งี้นี่เอง ลีกิลยังคือพระซัม ในขณะที่ชินยูซองคือพระจั๋ง เมื่อมา
คิดดูแล้วพวกเขาคงแยกชื่อพระซัมจั๋งออกและมอบมันให้กับ
เด็กๆ มันเป็นความคิดที่น่ารักทีเดียว
[ผู้ชมส่วนหนึ่งคิดว่าพระทั้งสองน่ารักน่าชัง]
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งพบว่าโครงเรื่อง ‘พระสองคน’ น่าสนใจ]
[ได้รับ 4 คะแนน]
ลีกิลยังที่ก าลังสนุกกับบทบาทใหม่พูดจากับตัวเองต่อไป ใน
ขณะเดียวกัน ชินยูซองก็กระซิบกับผม “ฉันคิดว่านายคงจะ
สับสนอยู่หน่อยๆ กับโครงเรื่องแปลกๆ ทั้งหมดนี้ใช่ไหม? ขอ
โทษจริงๆ นะ เจ้าของสถานการณ์ของพวกเราก็เป็นคน
แปลกๆ แบบนี้แหละ…”
“ไม่ ไม่เป็นไร”
ผมเดาได้เลยว่าเจ้าของสถานการณ์เป็นใคร อืม มันมีเพียงคน
เดียวเท่านั้นในบริษัทของคิมทกจาที่สามารถสร้างเรื่องราวแบบ
นี้ออกมาได้
“ถึงกระนั้นนายก็ไม่ต้องห่วง พวกเราจะดูแลนายเป็นอย่างดี
ทั้งหมดที่นายต้องท าก็คือขึ้นรถบัสให้ดีและตามพวกเราไป
อย่างเงียบๆ”
น้ าตาแทบจะไหลออกมาจากดวงตาของผมหลังจากได้รับการ
ดูแลอย่างเป็นมิตรเช่นนี้ ผมไม่ได้ปลอบพวกเด็กๆ ก่อนยังไม่
พอ แต่พวกเขากลับมาเป็นห่วงผมด้วย?
ช่างเป็นสิ่งที่น่าละอายจริงๆ
(ในเวลานั้นเอง ซุนหงอคงก็สาบานว่าจะปกป้องซัมจั๋งในชีวิตนี้
ด้วย)
ใช่แล้ว ผมต้องปกป้องเด็กๆ พวกนี้ให้ได้
ผมอาจจะไม่สามารถท าหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมในอดีต แต่
อย่างน้อย นับจากนี้ไป ผม…
“ตู้ม!”
เสียงระเบิดดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ผมหันไปมองรอบๆ โดย
อัตโนมัติ
“ตู้ม!”
มันฟังดูคล้ายกับเสียงระเบิดแน่ๆ แต่มันก็มีบางอย่างแปลกไป
หน่อย บางสิ่งบางอย่างต้องระเบิดออกมา แต่ท าไมเสียงนั้นจึง
ฟังดูราวกับออกมาจากปากของใครบางคน??
ชินยูซองรีบเดินมาข้างๆ ผมและกระซิบอีกครั้ง “ไม่ต้องตกใจ
ไป พวกเราแค่สะท้อนถึงงานต้นฉบับออกมา”
“…ฮะ?”
“ฉันได้ยินมาว่าในเรื่องราวต้นฉบับ เสียงเลียนแบบธรรมชาติ
ทั้งหมดถูกเขียนขึ้นในระหว่างเครื่องหมายค าพูด”
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งประทับใจกับการสะท้อนถึงงานต้นฉบับ!]
[ได้รับคะแนนเพิ่ม 10 คะแนน!]
อะไรกันวะเนี่ย? ผมคิดว่าของแบบนี้คงจะมีแค่ในนิยายตลาดๆ
เท่านั้น…
ผมไม่มีเวลาพอมาตกใจกับระดับความช่างสังเกตอันน่า
เหลือเชื่อของเจ้าของสถานการณ์ที่มีต่อผลงานต้นฉบับ เด็กๆ
ผลักผมไปไว้ข้างหลังของพวกเขาและก้าวออกไป
เมื่อมองดูอีกครั้ง ผมก็ตระหนักได้ว่าเสียงระเบิดนั้นดูเหมือนจะ
มาจากหุบเขายักษ์ตรงหน้าของพวกเขา
(ซุนหงอคงจ้องมองไปยังหุบเขาตรงหน้า เนื่องจากนี่คือชีวิตที่
สองของเขา เขาจึงรู้ว่าอะไรจะโผล่ออกมาจากตรงนั้น)
ถ้าผมจ าไม่ผิด งั้นสิ่งมีชีวิตที่สองที่กลุ่มต้องพบเจอก็คือ…
(บุตรชายคนที่สามของราชามังกรแห่งทะเลตะวันตก, มังกร
หยก)
…ใช่ เขาเอง และเขาจะกลายเป็น…
(เขาคือสิ่งมีชีวิตที่จะถือก าเนิดขึ้นมาใหม่ในฐานะอาชามังกร
ขาวของถังซัมจั๋ง)
เนื่องจากการบรรยายจัดการทุกอย่างแล้ว ผมจึงไม่จ าเป็นต้อง
พูดอะไรอีก
ผมก้าวออกมาข้างหน้าและพูดออกมา “พวกนายทั้งคู่หลบไป
ก่อน ฉันจัดการเอง”
ถ้าผมจ าไม่ผิด งั้นก็คงมีผู้เล่นคนหนึ่งรับบทเป็นอาชามังกรขาว
ของถังซัมจั๋ง ผมค่อนข้างแน่ใจว่าเขาคือคนที่อยู่เบื้องหลัง
เหตุการณ์ในปัจจุบัน
เมื่อเห็นว่าเด็กๆ มีส่วนร่วมในห้องเรื่องราวนี้ งั้นผู้เล่นที่เหลือก็
ควรจะมาจากบริษัทของคิมทกจาด้วย แต่ถ้ามีคนที่มีเจตนาไม่
ดีเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะก็…
“…พวกเราบอกแล้วไงว่านายอยู่บนรถบัส”
มือเล็กๆ แต่ก็แข็งแกร่งคว้าไหล่ของผมเอาไว้ ผมมองย้อนกลับ
ไปหาชินยูซองที่ก าลังเผยรอยยิ้มอันน่ากลัวออกมา
“คนที่ซื้อเสื้อผ้าดีๆ ใส่ไม่ได้ด้วยซ้ าจะโชว์ฝีมือเหรอ? ถอยไป
เลย!”
ลีกิลยังหักนิ้วของเขาและก้าวออกมาข้างหน้าด้วย
ผมพยายามที่จะไล่ตามเด็กๆ ไป แต่พวกเขาก็วิ่งเข้าไปในหุบ
เขาและเริ่มต่อสู้กับมังกรสีครามที่ลอยออกมาจากที่นั่นแล้ว
“ย๊ากกกกก!!”
ลีกิลยังตะโกนออกมาและพุ่งออกไป และมังกรครามก็ทะยาน
ออกมาจากหุบเขาและค ารามออกมาเช่นกัน ผมจ าได้ในทันที
ว่ามังกรคือใคร
…มันคือมังกรคิเมร่า??
เด็กๆ ต่อสู้กับมังกรครามราวกับว่าพวกเขาก าลังเต้นร าอยู่ใน
อากาศ และใช้ ‘การฝึกสัตว์’ สยบสิ่งมีชีวิตตนนั้นได้ในเวลาไม่
นาน
[ผู้ชมประทับใจกับความกล้าหาญของซัมจั๋งน้อย]
[ผู้ชมจ านวนหนึ่งก าลังประท้วงว่าซัมจั๋งทรงพลังเกินไป]
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด]
และไม่นานหลักจากนั้น
[‘ผู้เล่น 6’ เข้าร่วมกลุ่มแล้ว]
มังกรคิเมร่ากลายร่างเป็นอาชาสีขาวของซัมจั๋ง และถูกลากมา
ที่นี่โดยเด็กๆ
ในขณะที่ก าลังพยายามท าความเข้าใจกับสถานการณ์ ซึ่งถูก
แก้ไขโดยที่ผมไม่ต้องท าอะไรเลย ผมก็นึกถึงบทสนทนาของผม
กับเจ้าของสถานการณ์เมื่อก่อนหน้านี้
– ซุนหงอคงที่เกษียณแล้วจะท าอะไร?
– ไม่ต้องท าอะไรเลย
มาตอนนี้ผมจึงพอเข้าใจได้บ้าง ดูเหมือนว่าเรื่องราวนี้จะถูก
สร้างขึ้นจากค าที่ว่า และต่อจากนั้น ข้อความจากกลุ่มดาวที่
คุ้นเคยก็ดังขึ้น
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ พบว่าพล็อตเรื่องราวใน
ปัจจุบันน่าสนใจมาก]
[ได้รับคะแนนเพิ่ม 10 คะแนน]
*
วันเวลาผ่านไปทั้งแบบนั้น ผมค่อยๆ ตื่นขึ้นมาในฐานะตัวตน
ของห้องเรื่องราวนี้
“ มันคือตั๊กแตน กินซะ”
“ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ขาของนายเจ็บรึเปล่า?”
「เรื่องราวนี้ก็เพื่อประโยชน์ของซุนหงอคง」
(ซุนหงอคงสบายจริงๆ)
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พักผ่อนและผ่อนคลายอย่างเต็มที่
นับตั้งแต่สถานการณ์เริ่มต้นขึ้น สมองของผมแทบไม่แล่นเลย
หลังจากจมอยู่ใต้ทะเลแห่งความสบายมาเป็นเวลานาน
[เรื่องราวใหม่ก าลังงอกเงยในตัวคุณ!]
[เรื่องราว ‘จามโดยไม่ต้องใช้มือ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ผมพอจะเดาได้ว่าท าไมฮันซูยองถึงสร้างสถานการณ์แบบนี้
ขึ้นมา
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ชอบการด าเนินเรื่องนี้มาก]
บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกเป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาจากการ
เสียสละของซุนหงอคง แม้แต่เวอร์ชั่นหลังๆ ก็มีธีมที่คล้ายๆ
กัน
ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีเรื่องราวเฉพาะส าหรับซุนหงอคง?
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ อิจฉาคุณ]
[ผู้ตัดสิน ‘ผู้ดูแลคอกอาชาสวรรค์’ อิจฉาคุณ]
[คะแนน: 312]
ดูเหมือนว่าค ากล่าวอ้างที่ว่าฮันซูยองเป็นนักเขียนยอดนิยมนั้น
จะเป็นความจริง คะแนนรวมของเรื่องราวมีมากกว่า 300 แล้ว
และพวกเราก็แล่นเรือใบไปอย่างราบรื่น
และพล็อตเช่นนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรส าหรับสหายของผม
เหมือนกัน
ตามปกติ พระเอกของเรื่องจะเป็นซุนหงอคง แต่ทุกๆ การต่อสู้
ก็จะถูกจัดการโดยสหายของผมแทน แต่ส่วนแบ่งเรื่องราว
ทั้งหมดในตอนจบสถานการณ์ก็ยังจะเป็นของบริษัทของคิมทก
จาแต่เพียงผู้เดียวอยู่ดี นี่เป็นแผนการชั้นดีเลยทีเดียว ทั้งได้
คะแนนดี และยังมั่นใจได้ว่าจะได้ส่วนแบ่งเรื่องราวด้วย
“อ๊า อยากเล่นเกมโทรศัพท์จัง”
“แต่นายเล่นมาเยอะแล้วก่อนที่จะมา”
แม้ว่าเด็กๆ จะทะเลาะกันอย่างน่ารัก แต่พวกเขาก็ไม่ลืมป้อน
ข้าวผม กล่อมผมนอน และบ้าเอ้ย กระทั่งตัดแต่งขนให้ผมด้วย
ลีกิลยังถามผมพร้อมกับเบ้ปาก “งั้นปกติแล้วนายชอบท า
อะไร?”
“นิสัยไม่ดีเลยนะที่ไม่ถามชีวิตส่วนตัวของคนอื่น ไอ้ทึ่ม”
ชินยูซองที่ก าลังดึงผมหงอกออกมาจากหัวของผมดุเด็กหนุ่ม
ผมกังวลเล็กน้อยว่าการสนทนาแบบนี้จะได้รับอนุญาตไหม แต่
ในตอนนี้ผมก็ตัดสินใจตอบเขาไป ผมคิดเกี่ยวกับมันและ
ตระหนักว่าผมไม่เคยคุยกับเด็กๆ แบบนี้เลย
“ฉันชอบอ่านนิยาย”
“นิยาย? โอ้ ฉันก็ชอบเหมือนกัน”
ลีกิลยังชอบอ่านนิยาย? จริงดิ? มันเป็นข้อมูลที่ไม่คาดคิดเลย
เขาตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นในขณะที่เขาพูดต่อ “ฉันขอแนะน านิยาย
ให้นายได้ไหม?”
เขากล้าจะให้ค าแนะน ากับผม ทหารผ่านศึกกว่า 10 ปีในการ
อ่านนิยายงั้นเหรอ? ได้ งั้นมาลองฟังดูกัน
“มันคือผู้เสื่อมถอยไม่จ ากัดระดับ SSSSS มันเป็นนิยายโคตรดัง
ลองอ่านมันให้ได้นะ”
ก่อนที่ผมจะทันได้สังเกตมัน อัตราที่สองของผมก็ผุดขึ้นมาซะ
ก่อน”แต่ตามที่ฉันเข้าใจ นิยายเรื่องนั้นล้มเหลวหนิ”
“ล้มเหลว? ฉันได้ยินมาว่ามันได้รับความนิยมจริงๆ ฉันเดาว่า
นายคงจะมีตาหามีแววไม่~”
ฮันซูยอง ยัยงั่ง เธอโม้นิยายของเธอให้เด็กใจง่ายพวกนี้ฟัง
เหรอ?
ชินยูซองที่ก าลังฟังอยู่รีบเข้ามาร่วมวงด้วย “ฉันเองก็ชอบอ่าน
นิยายเหมือนกัน!”
“โอ้ จริงเหรอ? ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าเธอชอบนิยายแบบ
ไหน?”
ผมรอค าตอบของเธอ แน่นอน ถ้ามันเป็นยูซึงอี…
“ได้สิ! เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ หรือไม่ก็ฮารูกิ มูรากามิ…!”
…ตอนนี้มันเป็นกลุ่มนักเขียนที่ผมเคยได้ยินมาก่อน
ผมสามารถเดาได้เลยว่าใครเป็นคนรับผิดชอบการศึกษาของ
เด็กๆ ในระหว่างที่ผมไม่อยู่
ยูซานอา ตอนนี้เธอน่าจะได้กลับชาติมาเกิดอย่างปลอดภัยแล้ว
ชินยูซองมองดูเกี๊ยวบนไหล่ของผมและถาม “ยังไงก็เถอะ นาย
คงจะชอบเกี๊ยวบู๊ลิ้มจริงๆ สินะ?”
“ใช่”
“…ลุงคนหนึ่งที่ฉันรู้จักก็ชอบมันมากเหมือนกัน”
ผมรู้ดีว่าเธอก าลังพูดถึงใคร
ลีกิลยังลูบท้องของเขาและพึมพ ากับตัวเอง “อ่า ตอนนี้ฉัน
อยากกินเกี๊ยวจริงๆ”
ผมคิดว่าผมสัมผัสได้ว่าเกี๊ยวบู๊ลิ้มบนไหล่ของผมสั่นเล็กน้อย
อันที่จริง มันก็นานมากแล้วนับตั้งแต่ที่ผมได้กินอาหารดีๆ มา
(ทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมของเกี๊ยวก็เริ่มโชยออกมาจากที่ไหนสัก
แห่ง)
เหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นภายในบันทึกการเดินทางสู่
ตะวันตกต่างก็เกิดขึ้นแบบ ‘กะทันหัน’ แบบนี้
พวกเราสบตากันและติดตามต้นก าเนิดของกลิ่นหอมอันน่า
อัศจรรย์นั้นไป
พวกเราเดินทางตามภูเขามานานเท่าไรแล้วนะ? ในตอนนั้นเอง
มันก็มีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้าของพวกเรา
“…มันมีของแบบนี้อยู่ในยุคนี้ด้วยเหรอ?”
ในขณะที่ผมเริ่มสงสัยเกี่ยวกับบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก
เวอร์ชั่นของฮันซูยอง สิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมนุษย์หลายคนก็เริ่ม
วิ่งออกมาจากโรงงานและมุ่งหน้ามาทางนี้
“เอ๊ เอ๊! ทุกคน หนีไป!”
อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้หลบหนีก็ถูกจับไว้โดยพลังที่มองไม่เห็น
และถูกลากกลับไปยังโรงงาน
“ไมมมม่!”
ด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเราจึงลอบเข้าไปใน
โรงงานอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเราก็ได้เห็นภาพของทาสนับพันที่ยุ่ง
อยู่กับการนวดและผลิตบางสิ่งที่ติดอยู่กับสายพานล าเลียงที่
ก าลังเคลื่อนไหวอยู่
“หรือว่า…?”
เกี๊ยวหมายเลข 999 บนไหล่ของผมกระซิบ
“พวกเขาก าลังผลิตเกี๊ยวบู๊ลิ้ม”
สายพานล าเลียงเกี๊ยวบู๊ลิ้มนับพันไปยังจุดหมายสักแห่ง
ผมมองไปยังธารเกี๊ยวไร้จุดสิ้นสุดและเริ่มสงสัยเกี่ยวกับคนที่
พวกเราก าลังจะได้พบอีกในคราวนี้
(มันมีสิ่งมีชีวิตอยู่เพียงหนึ่งเดียวในบันทึกการเดินทางสู่
ตะวันตกที่มีความอยากอาหารเป็นอย่างมาก)
ราวกับว่าเขาก าลังรอพวกเราอยู่ ชายคนหนึ่งเริ่มพูดกับพวก
เราในทันใด
(จบตอน)