มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 427 – ความทรงจ าของเกี๊ยว (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 427 – ความทรงจ าของเกี๊ยว (1)
“สวัสดี! พวกนายเป็นคนต่างเมืองเหรอ?”
คนที่พูดกับพวกเราคือชายที่ดูเหมือนจะอยู่ในวัยกลางคน
ชินยูซองที่มีมารยาทดีก้าวออกมาก่อนและทักทาย “พวกเรา
ก าลังเดินทางไปยังทวีปตะวันตกเพื่อสักการะพระพุทธเจ้า”
“โอ้ พระพุทธเจ้าเหรอ? ไม่เหมือนกับหน้าตาของเธอเลย ฉัน
เคยเห็นนักบวชสมณะสูงมาก่อน!”
ลีกิลยังเห็นท่าทีอันน่าประทับใจของชายวัยกลางคนและเริ่ม
เชิดอกขึ้นพร้อมกับเอามือไพ่หลังไว้”อะแฮ่ม!”
ชายวัยกลางคนมองไปยังเด็กทั้งสองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
ก่อนที่จะมองมายังทิศทางของผม
“งั้นสุภาพบุรุษคนนั้นก็คือ… เฮ้ย?!”
ผิวของเขาซีดลงในทันทีที่เขามองไปยังเกี๊ยวบู๊ลิ้มบนไหล่ของ
ผม
“น-นั่น นั่นมันเกี๊ยวบู๊ลิ้ม…!!”
“อ่า มันก็แค่ตุ๊กตา ฉันชอบเกี๊ยวน่ะ”
“…ง-งั้นเหรอ? นายท าให้ฉันประหลาดใจจริงๆ”
ชายวัยกลางคนลูบหน้าอกของเขาและยังดูตกใจอยู่บ้าง เมื่อ
พิจารณาจากก าไลแขนที่แกว่งไปมาของเขา เขาคงจะเป็น
หัวหน้าของโรงงานนี้แน่ๆ
เมื่อคิดว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่โชคดี พวกเราจึงตัดสินใจถามชาย
คนนี้
“โรงงานนี้มันอะไรกัน? ท าไมนายถึงท าเกี๊ยวมากขนาดนั้น?”
“…หรือว่าพวกนายมาที่นี่โดยไม่รู้อะไรเลย?” ชายวัยกลางคน
มองดูพวกเราด้วยสีหน้าแปลกๆ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
“ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของสัตว์ปีศาจที่น่ากลัวนั่น”
“สัตว์ปีศาจ?”
“ใช่ เดิมทีที่นี่ไม่ใช่โรงงาน”
ตามที่ชายวัยกลางคนกล่าว ที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท
อันเงียบสงบ
แต่แล้ววันหนึ่งก็มีสัตว์ปีศาจคล้ายสุกรยักษ์ที่มีผิวสีด าสนิท
ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ลักพาตัวผู้หญิงทุกคนในหมู่บ้าน
จับผู้ชายทุกคนไปเป็นทาส และสร้างโรงงานนี้ขึ้น
“ไอ้ระย านั่นลักพาตัวลูกสาวและภรรยาของฉันไปเป็นเมีย และ
ขังพวกเราไว้ที่นี่! ฉันแน่ใจว่าพวกนายสามารถบอกได้ว่ามันมี
พลังเหนือธรรมชาติแปลกๆ วนเวียนอยู่ที่นี่และท าให้พวกเรา
กลายเป็นทาสที่ไม่อาจหนีไปได้ ไม่เพียงแค่นั้น สัตว์ปีศาจนั่น
ยังตะกละมากด้วย… พวกเราถูกบังคับให้ต้องท าเกี๊ยวตลอดทั้ง
วัน แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะไม่เคยพอเลย”
[ระบบการผลิตของโรงงานก าลังค้นหา ‘หัวหน้างาน’!]
“บ-บ้าเอ้ย! ฉันต้องไปแล้ว”
ชายวัยกลางคนรีบสวมถุงมืออนามัยและหน้ากากก่อนที่จะรีบ
วิ่งไปยังสายพานล าเลียง
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไร ชินยูซองก็เอื้อมมือออกมาและคว้า
ชายวัยกลางคนไว้ซะก่อน “มันไม่ยุติธรรมกับลุงเลยที่ต้องเป็น
ทาสแบบนี้ ไม่เพียงแค่นั้น ลุงยังบอกว่าสัตว์ปีศาจยังได้ลักพา
ตัวผู้หญิงในหมู่บ้านไปด้วย พวกเราไม่อาจมองข้ามมันได้”
ตามที่คาดไว้จากอวตารของผม
แน่นอน พวกเราต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า แต่ถึงกระนั้น
“พวกเราจะช่วยเอง พวกเราจะหาสัตว์ปีศาจตัวนั้นได้จาก
ไหน?”
“แม้ว่าพวกนายจะเป็นพระ แต่สัตว์ปีศาจตัวนั้น… พวกนายจะ
ช่วยพวกเราจริงๆ เหรอ?”
“แน่นอนสิ”
ชายวัยกลางคนกลอกตาไปรอบๆ สักพัก ก่อนที่ในที่สุดจะบอก
พวกเราถึงทิศทางของสัตว์ปีศาจตัวนั้น
“ฝากด้วยนะ! ช่วยปราบมันที!”
พวกเราพยักหน้าและเดินไปยังทิศทางที่ถูกแนะน า
(สัตว์ปีศาจเกี๊ยวก าลังรออยู่ที่ปลายเส้นทางเกี๊ยวสายนี้)
พวกเราเดินไปตามถนนที่ชื่อว่าเส้นทางเกี๊ยวที่ถูกสร้างขึ้นจาก
สายพาน
ราวกับว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว ลีกิลยังเริ่มหยิบเกี๊ยวขึ้นมากินใน
ทุกๆ ก้าวที่เดิน “…เฮ้ นี่อร่อยจริงๆ!”
แน่นอน เกี๊ยวพวกนี้ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเกี๊ยวบู๊ลิ้ม อย่างไรก็
ตาม มันก็ดูเหมือนว่าผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในเรื่องเกี๊ยวบู๊ลิ้ม
จะคิดต่างออกไปจากพวกเราหน่อย
– กลิ่นมันแปลกๆ ไปหน่อย
‘อะไรนะ?’
– ส่งเกี๊ยวมาให้ฉัน
ในขณะที่เดินตามหลังเด็กสองคนไป ผมก็หยิบเกี๊ยวขึ้นมาอย่าง
ระมัดระวังและส่งมันให้ อ่า เกี๊ยวบนหลังของผม แน่นอนว่า
การดูเกี๊ยวอันหนึ่งกินเกี๊ยวอีกอันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าภาพนี้
ไม่ปกติ
– ส่วนผสมผิดไป ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญในศิลปะ
แห่งเกี๊ยวบู๊ลิ้ม
เกี๊ยวบู๊ลิ้มหมายเลข 999 ท าหน้าไม่พอใจออกมาและเริ่มสั่งใน
ทันใด
– เติมของในขวดสีเขียวลงไปครึ่งช้อนดู
เนื่องจากพวกเรายังเหลือเส้นทางอีกยาวให้เดินต่อไป ผมจึง
ตัดสินใจท าตามค าสั่งของหมอนี่และเริ่มเพิ่มส่วนผสมลงไปใน
เกี๊ยว
– เจ้าคงพอจัดการกับเปลวเพลิงได้ ปรับระดับความร้อนให้อยู่
ในระดับเปลวเพลิงสีเหลืองและอุ่นมัน
นี่ต้องเป็นความฝันอยู่แน่ๆ
เมื่อมาคิดดูแล้ว ผมก าลังเรียนวิธีท าเกี๊ยวจากเกี๊ยวในขณะที่
เดินอยู่บนเส้นทางเกี๊ยว
และผมจะต้องเดินอยู่บนถนนที่เหมือนกับความฝันนี้ไปอีกนาน
แค่ไหนกัน?
ปลายทางของถนนสายนี้ ผมควรได้รางวัลเป็นชุดเซ็ตเกี๊ยวบู๊
ลิ้มแสนอร่อย
ในขณะที่มองไปยังหมายเลข 999 ที่ก าลังพยักหน้าอย่างมีชัย
ผมก็เริ่มสงสัยว่าผมมาท าอะไรที่นี่
“ดูเหมือนจะมาถึงปลายทางแล้ว”
ผมมองไปยังทิศทางที่ชินยูซองก าลังชี้ไป
มันมีทางเดินอยู่ที่ปลายสายพานที่น าไปสู่ก าแพงหินขนาดใหญ่
และพื้นที่อยู่อาศัยที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ มันมีคนงานจ านวนหนึ่ง
ก าลังส่งเกี๊ยวบรรจุห่อไปตรงนั้น
ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาถึงแล้ว
พวกเราเดินเข้าไปใกล้ๆ ท าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เดินเข้ามาหาพวกเรา
“พวกนายเป็นใครกัน?”
ชินยูซองยิ้มออกมาและตอบว่า “พวกเราเป็นพระผู้น้อยที่ก าลัง
เดินทางไปยังทวีปตะวันตกเพื่อสักการะพระพุทธองค์และ
อัญเชิญคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเราบังเอิญเจอสถานที่แห่งนี้ใน
ระหว่างการเดินทาง ขอพวกเราเข้าไปหน่อยได้ไหม?”
“อ่า พวกเธอคือคณะสงฆ์แห่งราชวงศ์ถังงั้นเหรอ?”
“ใช่”
ผมรู้สึกตะลึงงันกับบทสนทนานี้ มันแค่ไม่กี่วันนับตั้งแต่ที่การ
เดินทางของพวกเราเริ่มต้นขึ้น ดังนั้นมันจึงน่าประหลาดใจ
เหมือนกันที่ข่าวลือเรื่องการเดินทางของพวกเรามาถึงที่นี่แล้ว
[คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราว ‘ค าพูดไวกว่าฝีเท้า’!]
ชินยูซองกระซิบกับผม “ฉันได้ยินมาว่าต้นฉบับก็เป็นแบบนี้”
…อ่า แบบนี้เหรอ?
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งประทับใจกับการท าการบ้านที่ดีของเจ้าของ
สถานการณ์]
[ได้รับ 10 คะแนนเพิ่มเติมส าหรับการเคารพผลงานต้นฉบับ!]
เมื่อมาคิดว่าพวกผู้ตัดสินเห็นว่าการที่พวกเราเลียนแบบของ
แบบนี้เป็นการเคารพต้นฉบับ… มันช่างน่าตกใจจริงๆ
ผู้เฝ้าประตูพูดขึ้นมา “ขอโทษด้วย แต่หมู่บ้านของพวกเราไม่
อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไป ฉันขอโทษด้วยที่ต้องให้
เดินทางมาไกลขนาดนี้ แต่ฉันขอให้ช่วยเปลี่ยน… อั๊ค?!”
ลีกิลยังคงจะพบว่าค าอธิบายของเขาช่างเวิ่นเว้อ เพราะเด็ก
หนุ่มได้ชกท้องของชายผู้น่าสงสารคนนั้นและเตะเขาออกไป
ราวกับว่าเขาก าลังแก้ตัว เขารีบพูดขึ้นมา “พวกเราแค่จะเข้า
ไปข้างในแล้วจัดการกับสัตว์ปีศาจบ้านั่น พี่ซูยองบอกว่าผู้ชม
ชอบพล็อตเรื่องที่เร็วๆ”
ฮันซูยอง ยัยบ้า ดูเหมือนว่าเธอจะสอนเรื่องดีๆ ให้กับเด็กๆ
จริงๆ
[ผู้ชมส่วนหนึ่งพอใจกับการตัดสินใจของถังซัมจั๋ง]
[ได้รับ 1 คะแนน]
ผมมองไปยังชินยูซองและลีกิลยัง และพูดกับพวกเขา “ถ้า
อย่างงั้นก็ไปกันเถอะ”
“ไม่ ลุงพักอยู่ที่นี่แหละ”
“ฮะ?”
“พวกเราบอกแล้วไง ซุนหงอคงแค่นั่งรถบัสก็พอ”
“แต่…”
“เห้อ… ฉันไม่อยากท าแบบนี้เลย แต่ตอนนี้จริงจังนะ”
ชินยูซองถือลูกประค าไว้และเริ่มสวดบางสิ่ง “ปรัชญาปารมิตา
หฤทัยสูตรคิมทกจา อย่าท าอะไรที่ไม่จ าเป็นและนั่งอยู่เฉยๆ อะ
ระหัง…”
…อะไรนะ?
[ถังซัมจั๋งได้สวด ‘พระสูตรบีบรัด’]
[ไอเท็ม ‘รัดเกล้าหดตัว’ ตอบสนองต่อมัน!]
ผมถูกความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่ราวกับศีรษะของผมจะแตก
เป็นเสี่ยงๆ ในทันทีและสลบไป
*
…อ่า นี่คงเป็นพระสูตรบีบรัดที่ผมเคยอ่านมา
เมื่อผมตื่นขึ้นมา ทั้งชินยูซองและลีกิลยังก็หายตัวไปในหมู่บ้าน
แล้ว ผมมองออกไปข้างๆ และพบว่าเกี๊ยวบ้าก าลังจ้องมาที่ผม
พร้อมกับค าถากถาง
– ตอนนี้นายจะท ายังไง?
‘…ก็ตามพวกเขาไปสิ’
ปกติแล้วมันน่าจะไม่เป็นไรถ้าจะปล่อยพวกเด็กๆ ไป พวกเขา
ได้กลายเป็นอวตารที่แข็งแกร่งโดยไม่พึ่งพาความช่วยเหลือจาก
ผมแล้ว
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางอย่างแปลกๆ
(ถ้าความรู้สึกของซุนหงอคงถูกต้อง งั้นสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาต้อง
เจอที่นี่ล่ะก็)
ผมนึกถึงใครบางคนขึ้นมาเมื่อมีเกี๊ยวบู๊ลิ้มเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่
เมื่อมาคิดว่าไอ้หมอนั่นใช้ทาสเพื่อท างานในโรงงาน และยังได้
กลายเป็นวายร้ายลักพาตัวผู้หญิง… ผมก็คิดไม่ถึงเอาซะเลย
(จากนั้นเองก็มีคนเจอซุนหงอคง)
“ว๊าก! สัตว์ปีศาจ!”
ผมหันไปเห็นผู้หญิงหลายคนยืนอยู่ทางนั้น
(เหล่าหญิงสาวที่ได้เห็นรูปลักษณ์ของซุนหงอคงตกใจมาก)
พวกเธอชี้มาที่หูแหลมที่เหมือนกับลิงของผมซึ่งโผล่ออกมาจาก
ผมสีทองและเริ่มถอยห่างออกไป แต่แล้ว พวกเธอก็เห็นเกี๊ยว
บนไหล่ของผมและเริ่มพูดขึ้นมาในทันใด
“เขาคงชอบเกี๊ยวบู๊ลิ้มมาก…”
“…นั่นหมายความว่าเขาคือสัตว์ปีศาจดีงั้นเหรอ?”
ผมไม่แน่ใจว่าผู้หญิงพวกนี้ได้ข้อสรุปที่ฟังดูไร้เหตุผลนี้ได้
อย่างไร แต่ผมก็คิดว่าถ้าสิ่งต่างๆ เป็นไปแบบนี้ ผมก็อาจจะเอา
เปรียบสถานการณ์ไปสักหน่อย
“ยังไงก็เถอะ พวกเธอเป็นชาวบ้านที่ถูกลักพาตัวเหรอ?”
ค าถามของผมท าให้พวกผู้หญิงมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าพวก
เธอก าลังสับสนกับบางสิ่ง
“…ลักพาตัว? พวกเราไม่เคยถูกลักพาตัวเลยหนิ?”
“แต่ฉันได้ยินมาว่ามีสัตว์ปีศาจที่เหมือนกับหมูตัวสีด าลักพาตัว
พวกเธอมา?”
“หมู…? ไม่มีทาง… นายก าลังพูดถึงตือโป๊ยก่ายเหรอ?”
…ตือโป๊ยก่าย??
“แน่นอน ผิวของโป๊ยก่ายของพวกเราอาจจะเป็นสีแดง แต่มัน
ก็ไม่ถึงกับด า…”
“แต่เขาอาจจะเหมือนหมูในบางมุมนะ เช่น วงแขนหนา
หรือไม่ก็ต้นขาอันแข็งแรง แต่นั่นก็ไม่เหมือนกับของหมูเลย…”
บางสิ่งผิดแปลกไปหมด
ในทันใดนั้นเองก็มีความวุ่นวายยกใหญ่เกิดขึ้นกลางหมู่บ้าน
ดังนั้นผมจึงรีบวิ่งเข้าไปในทันที่ เห็นได้ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลัง
เหตุการณ์นี้
“หยุดนะ!”
เสียงของเด็กหนุ่มดังก้อง ผมวิ่งผ่านพวกผู้หญิงจนกระทั่งผมมา
อยู่ตรงหน้าลานหมู่บ้านขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสลี่ยงขนาดใหญ่อยู่
ตรงกลาง และมีเด็กสองคนก าลังยืนอยู่ตรงหน้าของมัน
แน่นอน พวกเขาคือลีกิลยังและชินยูซอง
เด็กชายก้าวออกมาข้างหน้าเหมือนเด็กทั่วไปและตะโกน
ออกมา “นายคือสัตว์ปีศาจที่ลักพาตัวผู้หญิงในหมู่บ้านมา
มากมายและสร้างโรงงานผลิตเกี๊ยวเพื่อสนองต่อความ
ปรารถนาของตัวเองใช่ไหม!”
[ผู้ชมส่วนหนึ่งร้องสรรเสริญความน่ารักของถังซัมจั๋ง!]
[ผู้ตัดสิน ‘ผู้สืบทอดของศากยมุนี ‘ มอบ 5 คะแนนเพิ่มเติม]
…ใช่ เขาน่ารักจริงๆ
มันไม่ส าคัญว่าใครจะอยู่ภายในเสลี่ยงนั้น มันไม่มีทางที่คนผู้นั้น
จะทนได้หลังจากได้ยินเด็กน้อยคนนี้พูดแบบนี้… ไม่ เดี๋ยวก่อน
ถ้ามันเป็นไอ้หมอนั่น ใช่ เขาอาจจะท าได้ก็ได้
“วางเสลี่ยงลง”
น้ าเสียงอันหนักแน่นดังออกมาจากภายในเสลี่ยง ดูเหมือนว่า
มันจะมีพลังอันน่าประหลาดที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศ
โดยรอบได้ด้วยเพียงค าพูดเดียว
ผมกลืนน้ าลายและเดินเข้าไปหาเด็กๆ
“…พวกเราบอกให้นายรอก่อนไงเพราะมันอาจจะอันตรายได้!”
“การทิ้งฉันไว้แบบนั้นอันตรายยิ่งกว่าอีก”
ในไม่ช้า ประตูของเสลี่ยงก็ค่อยเปิดขึ้น และสัตว์ปีศาจตัว
ปัญหาก็ปรากฏตัวขึ้น
(ซุนหงอคงรู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร)
(ตือโป๊ยก่าย)
ขากรรไกรของชินยูซองเปิดอ้าออกด้วยความตกตะลึง “นั่น
คือ… หมูเหรอ?”
(ซุนหงอคงคิดว่ามีบางสิ่งผิดปกติอยู่แน่ๆ)
(เพราะสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ตือโป๊กก่ายที่เขาจ าได้)
ครู่หนึ่ง ผมรู้สึกว่าสมดุลแห่งความงามของโลกใบนี้ได้เอียงเอน
ไปทางด้านหนึ่ง เสียงเชียร์ดังสนั่นออกมาจากรอบตัวของพวก
เรา
“โอ้ววว! โป๊ยก่ายที่รัก!”
แน่นอน ใบหน้านั้นไม่อาจเป็นสัตว์ปีศาจได้เลย เพราะมัน
เป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์ธรรมดาจะได้รับพรเป็นรูปลักษณ์
เช่นนั้น
คิ้วของเขาดูราวกับถูกแต่งแต้มโดยจิตรกรผู้มีชื่อเสียง จมูกและ
คางอยู่ในเหลี่ยมมุมที่สมบูรณ์แบบ ดวงตาคู่นั้นดูราวกับถูกสลัก
จากอัญมณีที่งดงาม
หากมีใครได้เห็นรูปลักษณ์แบบนี้แล้วไม่ถูกดึงดูดโดยพวกมัน
ในทันที่ พวกเขาคงจะต้องมีความผิดปกติเป็นแน่
และแน่นอน ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นเพศหรือวัยไหนต่างก็เทิดทูน
สรรเสริญต่อ ‘ตือโป๊ยก่าย’ ผู้นี้
“ตือโป๊ยก่าย ฮูเล”
“ผู้สร้างเกี๊ยวบู๊ลิ้ม ฮูเล”
ชายที่ถูกเรียกว่าหมูสวมเสื้อกั๊กสีด าซึ่งปลดกระดุมออกและใส่
กางเกงยีนส์สีด าก าลังเดินลงมาจากเสลี่ยง
“ในที่สุด วันที่พวกเราจะตัดสินผู้ชนะก็มาถึง! ไอ้เจ้าบ้า!”
ลีกิลยังตะโกนออกมาอย่างห้าวหาญราวกับว่าเขาก าลัง
คาดหวังถึงสิ่งนี้ เขาเริ่มเหวี่ยงก าปั้นเล็กๆ ของเขาและพุ่งเข้า
หาตือโป๊ยก่าย แน่นอนว่ามันคงไม่มีทางที่ของแบบนี้จะได้ผล
“ปล่อยฉันนะ! ไอ้หมู!!”
ตือโป๊ยก่ายคว้าคอเด็กหนุ่มขึ้นมา และเหลือบมองไปยังชินยู
ซองชั่วขณะ จากนั้นก็เดินเข้ามาหาพวกเรา
“…ไอ้งั่งนี่คงเป็นซุนหงอคง”
(จบตอน)