มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 480
「ตั้งแต่ต้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะในการต่อสู้นี้ด้วยการโจมตี
ซึ่งๆ หน้า」
ถ้าพวกเขาลงมือเต็มกำลังจริงๆ สถานการณ์นี้ก็คงจะจบลงตั้งแต่มัน
เริ่มต้นขึ้นแล้ว ย้อนกลับไปในนิยายต้นฉบับ มันมีหลายดาวเคราะห์ที่
ตอบโต้ต่อมหาภัยพิบัติอย่างไร้เดียงสาและลงเอยด้วยการถูกทำลาย
[กลุ่มดาวจำนวนมากที่ไม่ชอบคุณไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน!]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งคัดค้านต่อพัฒนาการที่ไร้เหตุผลของ
สถานการณ์!]
กลุ่มดาวน่าจะคาดหวังให้บริษัทของคิมทกจาที่พวกเขาเกลียดพบกับ
หายนะ
น่าเสียดาย เหล่าราชาเทพเจ้าภายนอกไม่ได้ทำแบบนั้น
อย่างน้อยที่สุด มันก็ไม่ใช่ในตอนนี้
– คิมทกจา ยังไงต่อ?
ฮันซูยองขยับมาข้างๆ ผมและพูดด้วยนํ้าเสียงอันตึงเครียด
– พูดตามตรงนะ ฉันเองก็ไม่รู้
– อะไรนะ??
– นี่มันเกินแผนการของฉันไปแล้ว
ใบหน้าของเธอย้อมไปด้วยความตกตะลึง
– เฮ้ นาย นายไม่…
– ใช่ พวกเราทำได้แค่ศรัทธาเท่านั้น
นั่นอาจจะฟังดูไร้ความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีทางเลือก
อื่นแล้ว นี่คือแผนการที่ดีที่สุดที่ผมคิดได้ และมันก็ยังเป็นวิธีเดียวที่จะ
นำพาเหตุการณ์นี้ไปสู่บทสรุปที่ถูกต้อง
ผมนึกถึงสิ่งที่ฮันซูยองแห่งรอบที่ 1863 ได้บอกผมขึ้นมาในทันใด
「”ฉันเชื่อในตัวละครทั้งหมดที่ฉันสร้างขึ้น“」
ผมพอจะเข้าใจเธออยู่บ้าง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงตอบกลับ
ไปแบบนี้
– ฉันคิดว่าฉันทำได้เพียงแค่เชื่อในตัวคนเหล่านี้ที่เป็นเหมือนกับ
อาจารย์สำหรับฉัน – คนเหล่านี้คือคนที่ฉันได้อ่านมา
ผมไว้ใจ ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ แต่ก็ไม่ใช่ในตัวผู้เขียน แต่เป็นตัว
ละครที่ปรากฏขึ้นภายในนั้น
[‘เปลวเพลิงแห่งชีวิต’ กำลังมองมาที่คุณ]
อูรีเอลที่ชอบธรรมยิ่งกว่าใครอื่น
[‘ราชาดวงใจสีเงิน’ กำลังมองมาที่คุณ]
ลีฮุนซึงที่ใจดีและจริงใจที่สุด
[‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ กำลังมองมาที่คุณ]
ลีจีฮเยที่เป็นมิตรยิ่งกว่าใคร
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ กำลังมองมาที่คุณ]
ยูจงฮยอคที่ไม่เคยคุกเข่าลงแม้ว่าสิ่งต่างๆ จะไม่ยุติธรรมสักแค่ไหน
ผมเชื่อในตัวพวกเขา ผมเชื่อในประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่ช่วยให้ผม
ได้เติบโตขึ้นมาจนทุกวันนี้
ผมเชื่อว่าคุณค่าของพวกเขาจะไม่มีทางมัวหมองไปไม่ว่าเวลาจะผ่าน
ไปเท่าใด
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 อ้าปากพูดออกมา แม้ว่าเธอจะไม่ได้กำลังพูด
กับผมก็ตาม [[ลีฮุนซึง เจ้าบอกว่าพวกเราอาจจะได้เห็นตอนจบของ
เส้นโลกนี้ สิ่งที่พวกเราไม่ได้เห็นมาก่อน]]
[[ใช่ อูรีเอล]]
[[และแม้แต่ตอนนี้ความเห็นของเจ้าก็ไม่เปลี่ยนไป?]]
ลีฮุนซึงพยักหน้า จากนั้นอูรีเอลก็หันหน้าของเธอมาหาผม ม่านตา
ของเธอกำลังเปล่งประกายเจิดจ้าดุจแสงตะวัน
[[…เจ้าบอกว่าเจ้าคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น?]]
ต่อหน้าสายตาที่ดูเหมือนจะกำลังทดสอบความชอบธรรมของผม ผม
ได้แต่กลืนนํ้าลายโดยไม่รู้ตัวและพยักหน้า
[[ผ่านมุมมองของข้าจากเส้นโลกนี้ ข้าได้เห็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ
เจ้า]]
จางฮีวอนที่อยู่ใกล้ๆ สะดุ้งไปเล็กน้อย อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เธอ แต่
น่าจะเป็นอูรีเอลมากกว่า
ผมเกิดลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา
สิ่งที่เปลวเพลิงแห่งชีวิตจะพูดต่อนั้นอาจจะผิดไปจากที่ผมคาดไว้
โดยสิ้นเชิง
[[เรื่องราวของเจ้าคล้ายคลึงกับยูจงฮยอคที่ข้าคุ้นเคยมาก ตั้งแต่วิธี
การที่เจ้าใช้เคลียร์สถานการณ์ต่างๆ ไปจนถึงวิธีการมองสหายของ
เจ้า]]
“…”
[[เส้นโลกนี้ใกล้เคียงกับของพวกเรามาก]]
สีหน้าของลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ซับซ้อนมาก ผมตระหนักขึ้นมาได้
ว่าทำไมพวกเธอถึงยืนมองหน้ากันอยู่นานหลังจากได้เห็นใบหน้าของ
เธอ
พวกเธอไม่ได้ปั่นป่วนแค่เพราะโลกนี้คือดาวเคราะห์บ้านเกิดของพวก
เธอ
[[เจ้ารู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเส้นโลกของพวกเราใช่ไหม?]]
ผมลังเลว่าจะพูดอะไรออกไป นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมสามารถอธิบายออกไป
ได้ง่ายๆ แต่เรื่องราวของผมก็เริ่มพูดออกมาแทนผม
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
เรื่องราวส่วนหนึ่งที่ผมครอบครองเดินทางไปหาสิ่งมีชีวิตจากรอบที่
999 ผ่านปลายมือของผม
[เรื่องราว ‘ผู้ต่อต้านปาฏิหาริย์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
[เรื่องราว ‘ผู้ล่าราชาแห่งภัยพิบัติ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
ผมมองดูพวกเธอที่กำลังอ่านเรื่องราวของผมด้วยสีหน้าอันหลาก
หลาย มันค่อนข้างชัดเจนว่ามันมีอะไรที่ซ้อนทับกันอยู่ในเรื่องราวของ
ผม
…ผมเองก็ทำสีหน้าแบบนั้นไหมเมื่อผมอ่านหนทางเอาชีวิตรอดเป็น
ครั้งแรก?
นั่นคือสิ่งที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน
[[…แต่ เรื่องแบบนี้…]]
จากนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สถานะของอูรีเอลแห่งรอบที่
999 ซึ่งกำลังอ่านเรื่องราวของผมอย่างเงียบๆ ได้เดินทางผ่านตัว
เรื่องราวและบุกรุกเข้ามายังจิตสำนึกของผม
ราวกับว่าเธอต้องการหาต้นกำเนิดของผม
[สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน!]
เปรี้ยง!
อย่างที่คาดไว้ กำแพงได้เคลื่อนไหวในขณะที่ประกายแสงเจิดจ้า
ระเบิดออกมา
[‘กำแพงที่สี่’ จ้องมองไปยัง ‘เปลวเพลิงแห่งชีวิต’!]
มือซ้ายของเปลวเพลิงแห่งชีวิตสะบัดออกไปราวกับว่ามันถูกปัด รอย
ไหม้จางๆ ปรากฏขึ้นบนผิวหนังของเธอ เธอมองมาที่ผมด้วยความตก
ตะลึง จากนั้นร่องรอยแห่งความเข้าใจบางๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตา
ของเธอ
[[ข้าเข้าใจแล้ว อย่างนี้นี่เอง เจ้าคือ…]] เสียงของเธอฟังดูประหลาด
ใจมากยิ่งกว่าตอนที่เธอได้อ่านความทรงจำของผม ชิ้นส่วนสุดท้าย
ของกำแพงสุดท้าย นี่เป็น… นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเขียนลับถึงยึด
ติดกับเจ้านักสินะ?]]
“ตัดสินใจเถอะ มันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนที่สถานการณ์จะจบ
ลง”
[‘สถานการณ์มหาภัยพิบัติ’ ได้เข้าสู่ช่วงหยุดชะงักชั่วคราว!]
[ถ้าสถานการณ์ปัจจุบันดำเนินต่อไป การบิดเบี้ยวของโลกจะถูกเร่ง
ความเร็ว]
เนื่องจากพวกเธอจุติลงมาในฐานะ ‘ภัยพิบัติ’ สถานการณ์นี้จึงต้องมี
บทสรุปโดยไม่มีข้อยกเว้น วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนคือการให้พวก
เธอยอมแพ้ต่อการเป็น ‘ภัยพิบัติ’
เปลวเพลิงแห่งชีวิตพูดออกมาอีกครั้ง [[ข้ายอมรับว่าเจ้ามีศักยภาพ
แม้ว่าจะน่ารำคาญไปหน่อย แต่ข้าก็ยอมละทิ้งการแก้แค้นได้ อย่างไร
ก็ตาม…]]
อารมณ์มากมายเคลื่อนผ่านสีหน้าของเธอ
[[…อย่างไรก็ตาม ข้าก็ไม่เชื่อว่าเจ้าจะไปถึงปลายทางของเส้นโลกนี้
ได้สำเร็จ ข้าไม่เชื่อว่าตัวตนที่ลอกเลียนแบบเรื่องราวจากอีกเส้นโลก
จะสามารถไปถึงบทสรุปที่เหมาะสมได้]]
“ด-เดีѺยวก่อน…”
[[เจ้าอาจจะเข้าถึง ‘บทสรุป’ ของเจ้าได้เมื่อสถานการณ์จบลง]]
ส่วนสุดท้ายของ ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ บทสรุป
พายุความร้อนเริ่มควบแน่นโดยมีอูรีเอลแห่งรอบที่ 999 เป็น
จุดศูนย์กลาง อากาศเค็มๆ ลอยอยู่รอบๆ จมูกของผมในขณะที่นํ้า
ทะเลระเหยกลายเป็นไอ
ผมตะโกนออกมาโดยอัตโนมัติให้กับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
นี้
“ยูจงฮยอค!!”
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ก้าวออกมาตรงหน้าของผมและเฉือนคลื่นความ
ร้อนที่พุ่งเข้ามาด้วยดาบปีศาจทมิฬของเขา อย่างไรก็ตาม ความร้อนก็
ยังแผดเผาหลังมือของเขาอยู่ดี
ลมหายใจของเขาเริ่มไม่สมํ่าเสมอ ผลของทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อม
ต่อกำลังจะหมดลงแล้ว
ครืน!
มหาเรื่องราวแห่งรอบที่ 999 ถูกเปิดใช้งานโดยพร้อมเพรียงกัน ด้วย
เหตุผลบางอย่าง แม้แต่ลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 ก็ไม่ได้พยายามจะ
หยุดอูรีเอล
ผมรีบตะโกนออกมา “แต่ทำไม…! มันไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หนิ!
พวกเรา-!!”
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ทะยานเข้าหาพวกเราโดยไม่พูดอะไร เหล่า
สหายเครียดขึ้นมาและเริ่มปลดปล่อยสถานะของตัวเอง
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ เล่าเรื่องราวของมันต่อไป!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ เล่าเรื่องราวของมันต่อ
ไป!]
เปลวเพลิงแห่งชีวิตเหลือบมองเรื่องราวของพวกเราและขยับเข้าหา
พวกเราต่อ หลังจากที่เทพเจ้าภายนอกทุกๆ ตนส่งพลังให้กับเธอ เธอ
ก็ชูเพลิงแห่งวิบากกรรมของเธอขึ้นสูง
ผมเม้มปากอย่างแรง
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่หวาดกลัวต่อพลังของ ‘เทพเจ้าภายนอก’]
[โดเกบิจำนวนมากถูกกดดันจากเรื่องราวของ ‘เทพเจ้าภายนอก’]
ทุกๆ สิ่งภายในการถ่ายทอดสดดวงดาวจะกลายเป็นเรื่องราวในไม่ช้า
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่ทั้งกลุ่มดาวและโดเกบิไม่ต้องการเห็นยัง
ถือว่าเป็นสิ่งไม่จำเป็น?
อะไรคือเหตุผลที่เรื่องราวมีตัวตนอยู่ในโลกนี้ในเมื่อปลายทางของมัน
คือการจมลงสู่ความเศร้าไม่รู้จักจบสิ้นเท่านั้น?
[[เจ้าพยายามที่จะสร้างเรื่องราวเพื่อบอกเล่าแก่คนอื่นอยู่เสมองั้นเห
รอ?]]
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 กำลังพูดกับพวกเรา
เพลิงแห่งวิบากกรรมกำลังเปล่งประกายเพื่อบอกเล่าถึงช่วงเวลาจาก
นอกสถานการณ์
[[มันมีตัวตนอยู่เพื่อใครกัน เรื่องราวที่เจ้าได้รวบรวมมา?]]
ในขณะที่ฟังเสียงที่แท้จริงของเธอ ผมก็ตระหนักได้ถึงความตั้งใจของ
เธอ
เรื่องราวที่ไม่มีใครสนับสนุน ถึงกระนั้น เธอก็อยากจะเห็นตอนจบของ
สถานการณ์นี้
「และนี่คือคำตอบที่เปลวเพลิงแห่งชีวิตเลือก」
เหตุผลว่าทำไมเธอถึงต้องการดำเนินสถานการณ์นี้ต่อไม่ใช่เพราะเธอ
เห็นด้วยกับกลุ่มดาว หรือเธออยากเลือกข้างการถ่ายทอดสดดวงดาว
[[แสดงให้ข้าได้เห็นบทสรุปของเจ้า พิสูจน์มันให้ข้าเห็นว่าพวกเจ้า
สามารถไปถึงตอนจบที่แตกต่างจากเส้นโลกอื่นได้]]
ดวงดาวบนท้องฟ้ากำลังมองมายังพวกเรา ดวงดาวที่เฝ้ามองเรื่องราว
นี้มาเนิ่นนาน ผมจินตนาการถึงแสงดาวมากมาย และจากนั้นก็เป็น
ปลายทางของโลกทั้งหมดที่กำลังรออยู่เบื้องหลังนั้น
ผมจินตนาการถึงตอนจบของเรื่องราวนี้ สิ่งที่ผมสร้างมาเนิ่นนาน
“คิมทกจา!”
คลื่นความร้อนเต็มไปทั่วทัศนวิสัยของผม เพลิงอเวจีของอูรีเอลแห่ง
รอบที่ 999 ก่อตัวขึ้นเป็นสึนามิลาวา มันคือกำแพงอันยิ่งใหญ่ที่
สามารถหลอมละลายทุกๆ สิ่งที่สัมผัสเข้ากับมันได้
ผู้ชนะคงจะถูกตัดสินด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ถ้าป้องกันมันได้ พวกเราก็จะเป็นฝ่ายได้รับชัย
“ตั้งสมาธิกับมหาเรื่องราวของตัวเอง ทุกคน!”
แผนการต่างก็ไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ สหายของ
ผมช่วยผมรวบรวมพลังของมหาเรื่องราวแทนที่จะตั้งสมาธิไปกับความ
เชี่ยวชาญของตัวเอง
ชินยูซอง ลีกิลยัง และกระทั่งยูซานอาก็ด้วย – ทุกคนชูมือขึ้นสู่
อากาศและเพิ่มส่วนแบ่งในมหาเรื่องราวของพวกเขา
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
พร้อมกับเสียงดังแยกสวรรค์ มังกรแห่งวันสิ้นโลกคำรามออกมา อึดใจ
ต่อมา เสียงคำรามอีกเสียงก็ระเบิดออกมาจากทิศทางของฮันซูยอง
โฮกกกกก!
มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬพ่นลมหายใจของมันออกมา
จางฮีวอนทะยานออกไปข้างหน้าพร้อมกับควบขี่พายุเพลิงทมิฬ
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์‘ ปลดปล่อยสถานะของเธอออก
มา!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ ปลดปล่อยสถานะของเธอ
ออกมา!]
สองทูตสวรรค์ร่วมมือกันกับจางฮีวอน ดาบแห่งการพิพากษาของเธอ
ชูขึ้นและตัดลงมายังคลื่นสึนามิ
ครืน!
มันอาจจะเป็นเพราะการรวมพลังของสองทูตสวรรค์? ชั่วขณะหนึ่ง การ
เคลื่อนไหวของสึนามิได้หยุดชะงักลงไป
ยูจงฮยอคไม่พลาดโอกาสนั้น
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เล่าเรื่องราวของมันต่อไป!]
ร่องรอยแห่งรอบการเสื่อมถอยจำนวนนับไม่ถ้วนแผ่ออกมาจากดาบ
ปีศาจทมิฬของเขา สถานะของเขาแผ่ออกมาและเริ่มทำลายคลื่นที่
ซัดเข้าใส่
– มันไม่พอ
น่าเสียดาย การต้านทานของเขาไม่อาจคงอยู่ได้นาน ประกายแสงที่
เต้นระบำไปทั่วร่างของเขาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในที่สุดผลของ
ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อก็หมดลง
ในช่วงเวลาที่สถานะของเขาเริ่มอ่อนกำลังลงไป เขาก็ปลดปล่อยการ
โจมตีอันทรงพลังเข้าใส่กลางคลื่น
วิถีดาบทลายนภา
ความลึกลํ้าภายใน
แยกมหาสมุทร
โอกาสที่เขาสร้างขึ้นนั้น ผมย่อมไม่พลาดมัน
[น้องเล็ก การเตรียมการเสร็จแล้ว]
นอกจากนั้น เสียงที่ผมรอคอยอยู่ก็ดังขึ้นด้วย
เมฆที่อยู่รอบๆ มารวมตัวกันรอบตัวผมราวกับจะโอบกอดผมเอาไว้ –
เมฆที่เต็มไปด้วยสายฟ้าได้โอบกอดผมเอาไว้โดยสมบูรณ์ ร่างกาย
ของผมด้านชาราวกับว่าสายฟ้าทุกๆ สายได้ถูกดูดมาทางนี้
[พวกเราสามารถใช้มันได้แค่ครั้งเดียวนะ]
ผมทะยานออกจากก้อนเมฆและพุ่งเข้าหาช่องว่างภายในลาวา
ปีกของผมที่ถูกสร้างขึ้นมาผ่านการกลายร่างราชาปีศาจติดไฟ และมัน
ก็รู้สึกราวกับว่าลูกตาของผมกำลังถูกต้มโดยคลื่นความร้อนอันน่าสะ
พรึงกลัว อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่หยุด
ผมมีหน้าที่ต้องปกป้องเส้นทางนี้ที่สหายของผมสร้างขึ้นมา
「เรื่องราวหนึ่งเดียวที่สามารถยืนหยัดต่อภัยคุกคามแก่ชีวิตของพวก
เราได้」
ฝีเท้าของผมรวดเร็วยิ่งขึ้นจนกระทั่งมันกลายเป็นประกายแสง ผมใช้
พลังจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้สถิตไว้กับร่างอวตารของผม
รวดเร็วและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ราวกับว่ามันได้กลายเป็นสายฟ้าสายหนึ่ง
ครืน!
สายฟ้า ณ มือทั้งสองข้างของผมเดือดพล่านอย่างรุนแรง สายฟ้านี้
สามารถผ่าเข้าใส่ดวงดาวนับไม่ถ้วนในการถ่ายทอดสดดวงดาวได้ มัน
คือสายฟ้าที่ทำลายวังสวรรค์ของจักรพรรดิไปครึ่งหนึ่ง…
ผมใช้พลังทั้งหมดเพื่อขว้างกระบองทองออกไป
「ดวงดาวบนท้องฟ้าเดือดพล่าน เนบิวลาสั่นไหว เมฆดำหมุนวนเพื่อ
บอกถึงความสิ้นหวังของพวกเขา」
การโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้ได้ควบแน่นพลังทั้งหมดของซุนหงอคงเอา
ไว้
「เหมือนอย่างที่เขาทำในศึกสุดท้าย」
สายฟ้าทะลวงผ่านลาวาที่พุ่งเข้ามาและทะยานต่อไป
เปรี้ยง!
สึนามิลาวาระเบิดออกและเหือดแห้งไปในทันที่ สายฟ้าที่แตกแขนง
ออกไปได้เปิดเส้นทางเหนือคลื่นที่แยกออก
มันเป็นเส้นทางแห่งเรื่องราวที่พวกเราใช้เหยียบย่าง และผมก็วิ่งไป
บนนั้น
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ กำลังจัดเตรียม ‘บทสรุป’ ของ
คุณ]
จุดเริ่มต้นคือโลกปีศาจ
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ กำลังแนะนำคุณอย่างภาค
ภูมิใจ]
ตามมาด้วยโอลิมปัส
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด‘ ยืนอยู่ข้างคุณ]
ไคล์แม็กซ์ที่สงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ และจากนั้น…
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ กำลังฝันถึงเรื่อง
ราวสุดท้าย]
…จุดสุดท้ายที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม
ครืน!!
เรื่องราวทั้งหมดที่พวกเราประสบมาด้วยกันได้รวมเป็นหนึ่งเดียวและ
เปล่งลำแสงเจิดจ้าออกมา การระเบิดของแสงเจิดจ้ามากจนทำให้ผม
ตาพร่ามัวและอาบย้อมทุกสรรพสิ่ง
เมื่อผมเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เถ้าถ่านจากลาวาก็พุ่งกระจายไปทั่วอากาศ
ท้องฟ้าดูเวิ้งว้างหลังจากทุกๆ อย่างมาถึงจุดจบ เศษฝุ่นที่บดบัง
สายตาของดวงดาวโปรยปรายลงมาดุจหิมะและปกคลุมผิวของ
มหาสมุทร
และใครบางคนก็ล้มลงอยู่ตรงหน้าของศรัทธาไม่แตกสลาย
ผมเห็นปีกหักๆ ของเทวทูต ตั้งแต่ต้น เธอไม่ได้คิดที่จะเอาชนะพวก
เราอยู่แล้ว ผมมองเข้าไปยังดวงตาของเธออย่างเงียบๆ
ผมไม่รู้ว่านี่พอจะพิสูจน์ได้ไหม ถึงกระนั้นนี่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะ
ทำได้เพื่อพิสูจน์มันในตอนนี้
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 จ้องมองมายังดาบของผมอยู่นาน มันราวกับว่า
เธอกำลังครํ่าครวญถึงบรรทัดสุดท้ายของข้อความอยู่ซํ้าๆ – ราวกับว่า
ปลายดาบแหลมนี้คือจุดฟูลสต๊อป ณ ปลายเรื่องราวของเธอ
จากนั้นสายตาของเธอก็เบนไปยังที่ๆ ปลายดาบกำลังชี้อยู่อย่างช้าๆ
มันคือเหนือเส้นขอบฟ้าที่ท้องฟ้าและมหาสมุทรมาบรรจบกัน
「นั่นคือที่ๆ จุดจบของเส้นโลกนี้คงอยู่」
เธอทำหน้าสะดุ้งสะท้านเบาๆ
ลีจีฮเย ลีฮุนซึง และกระทั่งคิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 ที่ยังตกตะลึงอยู่
ต่างก็จ้องมองไปยังทิศทางเดียวกันกับเธอ
เหนือเถ้าถ่านที่กำลังโปรยปรายลงมา บางสิ่งที่พร่ามัวสามารถมอง
เห็นได้
สีหน้าของเหล่าเทพเจ้าภายนอกเริ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ผมตระหนักได้ในทันทีว่าพวกเขากำลังจ้องมองไปยังสิ่งใด ณ สถานที่
ที่พวกเขาไปถึงเมื่ออยู่ในรอบที่ 999 ณ กำแพงสุดท้ายที่ไม่มีทาง
ก้าวข้ามไปได้ถ้าคนผู้นั้นได้รับการยืนยันว่ามีชีวิตอยู่ภายในโลกแห่ง
เรื่องราวนี้
[ภัยพิบัติแห่ง ‘สถานการณ์มหาภัยพิบัติ’ ได้ยอมแพ้ต่อตำแหน่งภัย
พิบัติ]
[‘มหาภัยพิบัติ’ กำลังเข้าสู่จุดสิ้นสุด!]
[‘มหาเรื่องราว’ สุดท้ายของคุณกำลังเบ่งบาน!]
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่กำลังเป็นพยานในช่วงเวลาที่เรื่องราวสุดท้ายของ
คุณตื่นขึ้น!]
ผมได้ยินเสียง ‘กำแพง’ นั้นเรียกหาผม
[สถานการณ์ลับ – ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ มาถึง ‘บทสรุป’!]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังพิจารณาชื่อของเรื่องราวสุดท้ายของ
คุณอย่างรอบคอบ]
[ความสำเร็จของคุณทำให้ดวงดาวทุกดวงในการถ่ายทอดสดดวงดาว
เคารพคุณ]
[คุณไปถึงมหากาพย์ที่มีดวงดาวเพียงน้อยนิดสามารถไปถึงได้!]
และสุดท้าย ข้อความที่ผมรอมานานที่สุดก็ดังออกมา
[คุณและเนบิวลาของคุณได้รับคุณสมบัติในการได้เห็น ‘■■ แห่งทุก
สรรพสิ่ง’]
[‘ราชาแห่งเรื่องราว’ กำลังเรียกหาคุณ]
สองวันหลังจากบทสรุปของสถานการณ์มหาภัยพิบัติ
ในช่วงสองวันเหล่านี้ สถานการณ์ที่ 98 ที่คดเคี้ยวไปมาก็จบลงด้วย
เช่นกัน
[สถานการณ์ที่ 98 – ‘การเลือกผู้ท้าชิง’ จบลงโดยอัตโนมัติ]
[ไม่มีใครท้าทายเนบิวลาของคุณ]
[จำนวนชัยชนะ: 1]
[รางวัลของคุณกำลังถูกตัดสิน]
[การเคลียร์สถานการณ์มหาภัยพิบัติเชื่อมโยงกับรางวัลของคุณ และ
รางวัลกำลังถูกหารือ]
บางทีนั่นอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่เนบิวลากำลังวุ่นอยู่กับการ
ต่อสู้กัน พวกเราก็ได้ชนะในสถานการณ์มหาภัยพิบัติจริงๆ พวกเราได้
สู้กับเทพเจ้าภายนอกบรรพกาลและปกป้องโลกไว้ได้ ไม่ใช่แค่นั้น มัน
ยังด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราเพียงลำพังเท่านั้น
[กลุ่มดาวจำนวนมากเคารพคุณและเนบิวลาของคุณ]