มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 481
[ชื่อเสียงของเนบิวลาบริษัทของคิมทกจาแพร่กระจายไปทั่วการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว]
[กลุ่มดาวทั้งหมดในสถานการณ์สุดท้ายรับรู้ถึงเนบิวลาของคุณ]
[กลุ่มดาวทั้งหมดในสถานการณ์สุดท้ายสงสัยถึง ‘บทสรุป’ ของคุณ]
และในตอนนี้ ทุกๆ คนในการถ่ายทอดสดดวงดาวแห่งนี้ก็รับรู้ถึงพวก
เรา
– คุณตัวแทน! ตัวแทนคิมทกจา! โปรดพูดอะไรสักหน่อย!
เสียงจากไมค์โครโฟนดังออกมาจากนอกเขตอุตสาหกรรม
ไม่ว่ามันจะเป็นแผงหน้าจอหรือทีวี – ไม่ว่ามันจะเป็นที่ไหน เรื่องราว
ของพวกเราก็จะถูกฉายผ่านพวกมัน รวมทั้งภาพด้านหน้าของเขต
อุตสาหกรรมที่ถูกฉายแบบเรียลไทม์?
นอกจากนี้ยังมีบทสัมภาษณ์ของชาวเมืองเขตอุตสาหกรรมถูกฉายอีก
ด้วย
– ‘ผู้พิพากษาแห่งวันสิ้นโลก’! ช่วยบอกพวกเราถึงแผนการใน
อนาคตของบริษัทของคิมทกจา…
– เรียกชื่อของฉันก็พอแล้ว ฮันซูยองแบบนั้นก็พอ
– เฮ้ จางฮีวอน อยากตายเหรอ?!
…ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมได้ยินคำว่า ‘อยากตายเหรอ’ ไปกี่ครั้งแล้ว
– ผู้ทรงอิทธิพลที่แท้จริงเบื้องหลังบริษัทของคิมทกจา ฮันซูยอง
จักรพรรดินีปีศาจเพลิงทมิฬ ตอนนี้มันได้รับการเปิดเผยแล้วว่าก่อน
หน้าวันสิ้นโลก เธอคือนักเขียนที่มีชื่อเสียง…
– พวกเราได้ยินมาว่าตัวแทนของคุณได้กลายเป็นกลุ่มดาวระดับเทวะ
แล้วหลังจากจัดการกับ ‘ดวงตะวันยามเที่ยง’ ได้ นั่นหมายความว่า
เกาหลีใต้ของพวกเรามีกลุ่มดาวระดับเทวะที่สามารถก้าวขึ้นสู่จุด
สูงสุดได้แล้วใช่ไหม?
– เหล่าอวตารกำลังหารือกันอย่างดุเดือดหลังจากได้เห็นภาพการ
ต่อสู้ในศึกล่าสุด ตัวตนที่แท้จริงของเหล่าเทพเจ้าภายนอกคืออะไร
กันแน่?
– ทำไมจู่ๆ ตัวแทนคิมทกจาถึงมีผมสีบลอนด์ขึ้นมา?
การต่อสู้ของพวกเราไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกไปแค่ในการถ่ายทอดสด
ดวงดาวเท่านั้น แต่ยังถูกถ่ายทอดไปทั่วโลกด้วย – ตั้งแต่การปะทะ
กันของยูจงฮยอคกับราห์ไปจนถึงการเผชิญหน้ากับคลื่นลาวาที่ถูก
สร้างขึ้นโดยเทพเจ้าภายนอกแห่งรอบที่ 999
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ ภูมิใจในตัวเองมาก]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ เชิดจมูกขึ้น]
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ เบ้ปาก]
และทุกๆ ฉากก็มาพร้อมกับการสัมภาษณ์ใครบางคน
– จำได้ไหม? ฉันจดจำได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเพื่อนเมื่อตอนที่พวก
เราทำงานในบริษัทเดียวกัน เอ๋? พนักงานใหม่คนไหนกันที่พยายาม
จะกลับบ้านเป็นคนแรกในทันทีที่เวลาหมด…
หัวหน้าแผนกฮันมยอนโก? ผมบอกเขาว่าอย่าไปสัมภาษณ์ใดๆ ไม่ใช่
เหรอ?
เขากำลังยิ้มอย่างสดใส แขนซ้ายของเขากำลังอุ้มลูกสาวเอาไว้ ดู
เหมือนว่าเขาจะช่วยลูกสาวของเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย
– เขาก็แค่เพื่อนทั่วไป หืม อืม นายก็รู้ เด็กแบบนั้นเหรอ? มันจะมีคน
แบบนั้นอยู่ในห้องเสมอ คนแบบนั้นแหละ
เมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่คนที่อ้างว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมก็โผล่ขึ้น
มา ผมเริ่มคิดว่าบางทีอาจจะมีบางคนที่รอดชีวิตมาจนถึงตอนนี้ได้
…ใบหน้าเหล่านั้นที่ผมไม่อาจจำชื่อได้
– ใจดี เงียบ ชอบที่จะอ่านหนังสือคนเดียว…
แม้ว่าในทางเทคนิคมันจะไม่ผิด แต่คำอธิบายก็ไม่ถูกซะทีเดียว
บางคำอาจจะสะดวกในการใช้ แต่คำเหล่านั้นก็ไม่สามารถอธิบายได้
จริงๆ เพราะความสะดวกของมัน
เพื่อนร่วมชั้นของผมพึมพำอะไรอยู่สักพัก ก่อนที่จะขอโทษขอโพย
เมื่อเขารู้ตัวว่ามีกล้องมากเกินไป เขาน่าจะไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
– ผู้กอบกู้โลก ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น
รายการต่อมาเริ่มฉายพร้อมด้วยเสียงดนตรีเศร้าๆ มันน่าจะเป็นสารคดี
พิเศษถ้าเดาไม่ผิด
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ พยักหน้า]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ภูมิใจในตัวคุณ]
ในขณะที่มองดูภาพ ผมก็เริ่มนึกถึงช่วงเวลาก่อนวันสิ้นโลก ความฝันที่
ผมมี สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญ ฯลฯ
ความจริงที่ว่าสิ่งเหล่านั้นต่างกลายเป็นความทรงจำอันไกลแสนไกล
ทำให้ผมรู้สึกแปลกมากๆ แน่นอน มันก็ไม่ใช่ทุกๆ สิ่งที่แปลกไปจริงๆ
– เขาต้องอดทนต่อวัยเด็กอันแสนเจ็บปวดจากความรุนแรงภายใน
ครอบครัว และ…
ใครบางคนได้ปิดทีวีลงในทันใด
“ทกจา”
แม่ของผมเดินเข้ามาในห้องรับแขก
ผมยิ้มอย่างไม่ตื่นเต้นอะไรและมองไปที่เธอ “แม่”
เธอพยักหน้า และความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง ผมมองไปยังทีวี
ภายใต้ความเงียบนี้ หน้าจอสีดำสะท้อนให้เห็นตัวผมและแม่
กลิ่นหอมจางๆ โชยผ่านจมูกของผม ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา เมื่อ
ครั้งหนึ่ง เธอคือคนหนึ่งที่ผมไม่อาจเข้าใจได้เลย
แต่ในตอนนี้ ผมไม่จำเป็นต้องใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้าก็รู้ได้เลยว่า
เธอกำลังคิดอะไรอยู่
“แม่ ผมไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง”
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ
“แม่ขอโทษนะลูก”
“แต่แม่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“เวลานี้ มัน…”
“มันยังมีคำขอสัมภาษณ์อีกเยอะเลยใช่ไหม?”
“ปฏิเสธไปหมดแล้ว มันไม่จำเป็นต้องให้ลูกออกไปเองหรอก ไม่ว่า
ลูกจะช่วยโลกนี้ไว้หรือทำลายมัน มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขา”
เสียงจากไมโครโฟนยังคงดังออกมาจากระยะไกล
ผมรู้ดีว่าแม่ผมกำลังเป็นกังวลเรื่องอะไร และเธอขอโทษเรื่องอะไร
“ผมไม่ใช่คิมทกจาในอดีตอีกแล้ว”
ผมดึงผ้าม่านที่หน้าต่าง และกล้องต่างก็เบนมายังทางนี้
ในอดีต ผมหวาดกลัวกล้อง หวาดกลัวคนที่มองมาที่ผม และหวาด
กลัวคนแปลกหน้าที่กำลังพูดถึงผมด้วยภาษาแปลกๆ
“ผมจะไปสัมภาษณ์”
“…ลูกแน่ใจเหรอ? ลองคิดดู…?”
“แม่ก็รู้ว่าพวกเขาเองก็มีสิทธิѻที่จะรู้”
ผมเปิดทีวีขึ้นมาอีกครั้ง ผมเห็นพาดหัวข่าวโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ
– เป้าหมายของบริษัทของคิมทกจาคืออะไร?
– เขตอุตสาหกรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สุดท้าย แต่…
[เนบิวลาส่วนหนึ่งกำลังให้ความสนใจกับการกระทำต่อไปของคุณ]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวปรารถนาจะเล่าเรื่องราวของ ‘บทสรุป’ ของ
คุณ!]
[มหาโดเกบิกำลังอัญเชิญคุณไปยังตำแหน่งของ ‘สถานการณ์
สุดท้าย’]
[เนบิวลาส่วนหนึ่งต้องการเป็นพันธมิตรกับเนบิวลา…]
“คืนนี้เวลาสองทุ่ม โปรดติดต่อทั้งโดเกบิและกลุ่มดาว”
*
[ปัจจุบัน คุณและเนบิวลาของคุณมีคุณสมบัติในการเข้าสู่
‘สถานการณ์สุดท้าย’]
[คุณสามารถเข้าสู่ตำแหน่งของ ‘สถานการณ์สุดท้าย’ ได้ทุกเมื่อ]
สถานการณ์สุดท้ายจากหนทางเอาชีวิตรอด อันที่จริงแล้วมันคือมหา
สงครามกับเทพเจ้าภายนอก
ยูจงฮยอคจากนิยายต้นฉบับได้ฟาดฟันราชาเทพเจ้าภายนอกในช่วง
สถานการณ์นั้นและสำเร็จ ‘บทสรุป’ ของเขา
ในทางหนึ่ง มันก็ค่อนข้างคล้ายกับสถานการณ์มหาภัยพิบัติที่พวกเรา
ประสบมาแล้ว อันที่จริง ถ้าพวกเราทำไม่สำเร็จ มันก็อาจจะกลายเป็น
โหมโรงเพื่อนำไปสู่สถานการณ์สุดท้ายแทนก็ได้
「เทพเจ้าภายนอกที่ควรจะกลายเป็นหายนะของสถานการณ์สุดท้าย
ได้ถูกผนึกไป」
ผมมองไปยังทรงกลมผนึกสามอันที่ตั้งอยู่กลางโรงงาน นั่นคือที่ๆ
‘ราชา’ ซึ่งจุติลงมายังโลกใบนี้ได้หลับใหลอยู่ ‘เปลวเพลิงแห่งชีวิต’
‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’ และกระทั่ง ‘ราชันมหาอเวจี’ – พวกเขาทั้ง
สามคนอยู่ในนั้น
คนเดียวที่ไม่ถูกผนึกก็คือราชาดวงใจสีเงินที่ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นใน
ฐานะภัยพิบัติ
– พวกเราจะเฝ้ามองเรื่องราวของเจ้าจนถึงตอนจบ
อูรีเอลพูดแบบนั้นกับผมในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่เธอและสหายของ
เธอจะถูกผนึกอยู่ภายใน ‘ทรงกลมผนึกมังกรแห่งวันสิ้นโลก’ เธอคาด
การณ์ว่าพายุความเป็นไปได้ที่ตามมาคงจะทำลายล้างพวกเธอเป็นแน่
หลังจากที่พวกเธอละเมิดข้อตกลงกับสำนักงานและละทิ้งตำแหน่งภัย
พิบัติ
[คุณมาถึงบทสรุปของ ‘สถานการณ์มหาภัยพิบัติ’ ด้วยวิธีการที่ผิด
ปกติ]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งกำลังแสดงความไม่พอใจต่อวิธีการของคุณใน
สถานการณ์!]
[มหาโดเกบิส่วนหนึ่งมีความเกลียดชังที่อธิบายไม่ได้ต่อคุณ]
[มหาโดเกบิจำนวนเล็กน้อยยอมรับความสำเร็จของคุณในการโน้ม
น้าว ‘เทพเจ้าภายนอก’]
[ปัจจุบัน เวนนี่จำนวนหนึ่งชื่นชอบคุณ]
ข้อความจำนวนนับไม่ถ้วนโปรยปรายลงมาจนถึงตอนนี้
[สถานการณ์ลับ – ‘เรื่องราวหนึ่งเดียว’ ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังแนะนำชื่อที่เป็นไปได้ให้กับเรื่องราว
สุดท้ายของคุณ]
[โปรดเลือกชื่อของมหาเรื่องราว]
[ขึ้นอยู่กับตัวเลือกของคุณ ‘บทสรุป’ ของคุณจะถูกตัดสิน]
ผมยังไม่ได้เลือกชื่อที่การถ่ายทอดสดดวงดาวแนะนำมาเลย
“คิมทกจา”
ฮันซูยองเดินเข้ามา
“ทุกคนเป็นไงบ้าง?”
“ก็เหมือนเดิม ยูจงฮยอคบาดเจ็บนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้หนักอะไร
ผลของยาเป็นตายไม่ใช่เล่นๆ เลย นายก็รู้”
จากนั้นเธอก็โม้อย่างภูมิใจว่าเธอได้ยาอื่นมาอีก – ซึ่งไม่เหมือนกับ
เธอ – ก่อนที่เธอจะวางยานั้นลงไปบนมือของผม
“กินมันซะถ้านายคิดว่านายกำลังจะตาย โอเคไหม?”
“ถ้าเสียงของเธอฟังดูดีกว่านี้หน่อย ฉันอาจจะซึ้งจนนํ้าตาไหลก็ได้
นะ”
ฮันซูยองจ้องมายังใบหน้าของผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ได้ ความมืด
บางๆ กระจัดกระจายไปทั่วระหว่างพวกเรา
ประกายแสงจางๆ รั่วไหลออกมาจากทรงกลมผนึกที่ขังอูรีเอลแห่ง
รอบที่ 999 เอาไว้ ใบหน้าของฮันซูยองเปล่งประกายอย่างอบอุ่นภาย
ใต้แสงนั้น
“ฉันเดาว่านี่คงจะจบจริงๆ แล้ว”
ผมพยักหน้า
“ในนิยายต้นฉบับมันเป็นยังไง? สถานการณ์สุดท้าย มัน.. ไม่สิ ช่าง
เถอะ อะไรๆ คงจะเปลี่ยนไปจากต้นฉบับแล้ว”
เธอพูดถูก
พวกเราจบสงครามระหว่างเทพเจ้าภายนอกที่ควรจะเป็นสถานการณ์
สุดท้ายในนิยายต้นฉบับได้ ดังนั้นสถานการณ์สุดท้ายที่พวกเรากำลัง
จะเผชิญหน้านั้นก็ควรที่จะยากกว่าในต้นฉบับมาก
“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนายสำเร็จ ‘บทสรุป’?”
“บางทีอาจจะได้พบกับราชาแห่งเรื่องราว”
“นายหมายถึงราชาโดเกบิงั้นเหรอ?” ฮันซูยองถาม เธอครุ่นคิดบาง
สิ่งอยู่นิดหน่อยก่อนที่จะพูดต่อ “นายจะไปเจอกับหมอนั่นเหรอ?”
“ใช่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
“นายหมายความว่าไง? อย่าทำให้ฉันเป็นกังวลสิ”
จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ และสายลมบางๆ ก็ลอยเข้ามาหาพวก
เรา ชาวเมืองเขตอุตสาหกรรมคนหนึ่งโผล่หัวผ่านช่องว่างระหว่าง
ประตูเข้ามา
“ตัวแทน? พวกเรามีแขกครับ”
แขก?
[ไม่เจอกันนานเลยนะ ลูกหลาน]
นํ้าเสียงอันเก่าแก่ดังขึ้นทักทายผม ตัวตนที่ไม่คาดคิดได้เข้ามาเยี่ยม
“…พังเบ็ก?”
*
เทพวายุสวรรค์ พังเบ็ก
หลังจากนั้นผมจึงจำได้ถึงสิ่งที่แม่ได้บอกกับผมเมื่อก่อนหน้านี้ เธอ
บอกว่าผมควรไปพบกับพังเบ็กก่อนผมเข้าสู่สถานการณ์สุดท้าย
[ลูกหลาน ทางเลือกของเจ้าเสี่ยงมาก การปล่อยให้เทพเจ้าภายนอก
มีชีวิตอยู่ไม่ต่างอะไรจากการที่เจ้ากอดเอาหายนะเอาไว้]
…เขามาที่นี่เพื่อพูดเรื่องบ้าๆ แบบนี้กับผมงั้นเหรอ?
พังเบ็กคงจะพบว่าการกระทำของผมไม่ถูกใจเขาเท่าไร เพราะเขาเริ่ม
ร่ายยาวถึงราคาที่ผมต้องจ่ายต่างๆ นานา
“ขอโทษนะปู่”
[ข้าไม่มีเวลาแล้ว ดังนั้นข้าขอตรงเข้าประเด็นเลยละกัน ลูกหลาน เจ้า
อาจจะพบว่าตัวเองตกอยู่ในอันตรายอันใหญ่หลวงเมื่อเจ้าเข้าสู่
สถานการณ์สุดท้าย]
“อันตรายใหญ่หลวง?”
[ข้าบอกเพราะข้าเฝ้ามองเจ้ามานานแล้ว]
เขาพูดราวกับว่าเขารู้ทุกๆ สิ่งที่ผมวางแผนไว้ในอนาคตแล้ว ฮันซูยอง
ที่อยู่ข้างๆ ผมหัวเราะคิกคักราวกับว่าเธอตลกมาก ผมถลึงตาใส่เธอ
และถามพังเบ็ก
“นายมาที่นี่เพื่อจะบอกเรื่องนี้กับฉันเหรอ?”
[ฮงอิกจะให้เจ้าหยิบยืมความช่วยเหลือ ลูกหลาน]
ผมขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ผมคิดออกแล้วว่าเขามาที่นี่ทำไม หมอ
นี่ แม้กระทั่งตอนนี้…
“ฉันไม่ต้องการ นายอาจจะต้องการผลตอบแทนอะไรบางอย่าง…”
[พวกเราไม่ต้องการอะไรแบบนั้น การได้เห็นการถือกำเนิดของกลุ่ม
ดาวระดับเทวะจากคาบสมุทรเกาหลีก็มากเกินพอสำหรับพวกเราแล้ว]
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าผมได้ยินผิดไปรึเปล่า
[เจ้าจะได้พบกับเทพผู้สร้างแห่งฮงอิกในหมู่กลุ่มดาวระดับเทวะใน
สถานการณ์สุดท้าย ถ้าสถานการณ์ของเจ้ายํ่าแย่ จงไปขอความช่วย
เหลือจากพวกเขา ถ้าเจ้าจริงใจ พวกเขาก็น่าจะลงมือ]
“…นายมาที่นี่เพื่อบอกแค่นี้เหรอ?”
พังเบ็กลูบเคราของเขาโดยไม่แสดงสีหน้าอะไรและตอบ [ใช่]
“ฉันก็ประทับใจอยู่หน่อยๆ นะ”
พังเบ็กกระแอมเบาๆ จากนั้นร่างของเขาก็กระจัดกระจายกลายเป็น
สายลม
[ข้ามาเพื่อถ่ายทอดทุกๆ อย่างที่ข้าอยากจะพูด ไว้พบกันอีกใน
สถานการณ์สุดท้าย]
ไม่นานหลังจากนั้นมันก็คงเหลือเพียงแต่สายลมเย็น
ฮันซูยองผิวปาก “เขาขี้อายจริงๆ น่ารักจัง”
“อืม ในนิยายต้นฉบับเขาก็เป็นกลุ่มดาวที่ดีล่ะนะ”
“ฉันเดาว่าพวกเราควรมีพันธมิตรซะหน่อย ชีวิตของนายจะได้ไม่สูญ
เปล่านะ”
ผมคงมีความสุขถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ บอกว่าเธอเองก็อยู่ตรงนี้]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ เถียงว่าสหายเลวๆ เท่านั้นที่
จะเป็นสหายที่แท้จริงได้ และ…]
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ …]
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและยิ้มออกมา
ฮันซูยองพูดขึ้น “นาย นายยิ้มเป็นลางอีกแล้ว มันเกือบจะได้เวลาแล้ว
ไปเตรียมตัวได้แล้ว ผู้คนกำลังรอนายอยู่”
ผมพยักหน้าก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังชั้นบนของโรงงาน ผมได้ยินเสียง
พึมพำดังไปทั่ว ทั้งสื่อต่างๆ โดเกบิ และกลุ่มดาวกำลังรอผมอยู่
ก่อนที่ผมจะทันได้ปรากฏตัว ชาวเมืองเขตอุตสาหกรรมคนหนึ่งก็หยุด
ผมเอาไว้
“ขอโทษนะครับตัวแทน การเตรียมการณ์ยังไม่เสร็จ”
…ในตอนนี้ที่ผมมาคิดถึงมัน ผู้คนของเขตอุตสาหกรรมพากันเรียกผม
แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ไม่ใช่ว่าพวกเขาเรียกผมว่าราชาปีศาจมาโดยตลอดเหรอ?
“ฉันสั่งให้พวกเขาเรียกนายว่าแบบนั้นเองแหละ พอนายถูกเรียกว่า
ราชาปีศาจ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าพวกเราเป็นศัตรูของโลกนี้
หรืออะไรทำนองนั้นน่ะ”
“อ๋อ… แต่ เอ่อ ซอลฮวา นี่มันจำเป็นจริงๆ เหรอ?”
ก่อนที่ผมจะทันได้รู้ตัว ผมก็ถูกผลักลงไปบนเก้าอี้ และจากนั้น ริม
ฝีปากของผมก็เริ่มสั่นจากการมีสัมผัสบางๆ ปัดที่แก้มของผม
ลีซอลฮวาที่กำลังตั้งสมาธิตอบด้วยนํ้าเสียงจริงจังในขณะที่กำลังแต่ง
หน้าให้กับผม “นายเป็นตัวแทนของพวกเรา ดังนั้นพวกเราก็ต้อง
ทำให้นายดูดีซะก่อน”
“เจ็บเหมือนกันนะเนี่ยคำพูดของเธอ”
สหายของผมกำลังเฝ้าดูพวกเราจากใกล้ๆ ราวกับว่าพวกเขาพบสิ่งที่
น่าสนุก ผมรู้สึกเหมือนกับเป็นลิงในสวนสัตว์ไม่มีผิด
ฮันซูยองวนไปรอบๆ ตัวผมและถาม “ยังไงก็เถอะ ผมนายจะเป็นสีบ
ลอนด์ไปตลอดเลยเหรอ?”
“ไม่ มันเป็นเพราะสถานะของหงอคงซึมเข้ามาในตัวฉัน ฉันน่าจะกลับ
ไปเป็นปกติในอีกสักพัก”
“ผมของนายนุ่มจังนะ”
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ กล่าวว่าผมของเขาเป็น
ผลลัพธ์จากการฝึกฝนอันยากลำบากและยาวนาน…]
“เสร็จแล้ว”
ลีซอลฮวาแต่งหน้าผมเสร็จในพริบตาและพูดพร้อมกับเอากระจกมา
วางตรงหน้าของผม แม้ว่ามันจะน่าอายไปสักหน่อยที่ต้องพูดแบบนี้
กับตัวเอง แต่ผมก็หล่อไม่เบาเลย
ผมลอบมองไปข้างๆ แต่สหายของผมก็ไม่ได้พูดอะไร ห่างออกไป
หลายก้าว ยูจงฮยอคกำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเขาไม่
ได้ประทับใจเท่าไร
“คิมทกจา”
ผมพยักหน้าและสวมใส่เสื้อคลุม จากนั้นก็คาดศรัทธาไม่แตกสลายไว้
ที่เอว ยกเว้นชุดที่เป็นทางการ ณ ท่อนล่าง นี่คือชุดออกศึกของผม
“ไปกันเถอะ”
พวกเราเดินเข้าสู่ที่จัดงานแถลงข่าว ดวงดาวและกล้องจำนวน
มากมายกำลังมองมาที่ผม
ผมและเหล่าสหายถูกฉายภาพอยู่บนหน้าจอใหญ่ยักษ์
เสียงเชียร์ดังก้องมาจากชาวเมืองของเขตอุตสาหกรรม สิ่งที่มาพร้อม
กับเสียงเชียร์ของพวกเขาคือเรื่องราวของเหล่าคนที่กำลังรอผมอยู่
[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังให้ความสนใจกับการตัดสินใจของคุณ!]
[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังสงสัยถึงชื่อของเรื่องราวสุดท้ายของคุณ]
เหล่าคนที่เป็นกังวลถึงความปลอดภัยของคาบสมุทรเกาหลี และกลุ่ม
ดาวที่สงสัยเกี่ยวกับอนาคตของดาวเคราะห์แห่งนี้
เหล่าคนที่หวาดกลัวสิ่งที่รออยู่ในสถานการณ์สุดท้าย และเหล่าคนที่
เป็นกังวลถึงความอยู่รอดของตนเอง
ผู้คนที่กังวลถึงพลังที่พวกเราครอบครองและพยายามจะนำมันออกมา
เหล่าคนที่บอกว่าทำไมพวกเราถึงเลือกที่จะปรากฏตัวในตอนนี้ และ
เหล่าอวตารที่ขอร้องให้พวกเราพาพวกเขาไปยังสถานการณ์
สุดท้าย…
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของเขา]
ในขณะที่คำถามมากมายสาดเทเข้ามา เรื่องราวของผมก็เริ่ม
เคลื่อนไหว ท้องฟ้าสั่นไหว พื้นดินสั่นคลอน – เมื่อสถานะของกลุ่ม
ดาวระดับเทวะถูกปลดปล่อยออกมา ทั่วทั้งคาบสมุทรจึงดูราวกับจม
ลงสู่หลุมแห่งความเงียบงัน ทุกๆ คนที่กำลังรอคำตอบจากผมเงยหน้า
ขึ้นมองผม
ผมเปิดปากขึ้นอย่างช้าๆ
[ทุกคน]
และจากนั้น ผมก็เริ่มเล่าเรื่องราวของผม
[ฉันไม่ได้คิดที่จะช่วยทุกคน]
การประกาศของผมทำให้เกิดความวุ่นวายในหมู่ฝูงชน นักข่าวรัว
ชัตเตอร์ไม่หยุด โดเกบิระดับตํ่าและระดับกลางที่กำลังรายงาน
สถานการณ์ไปบนช่องของพวกเขาต่างพากันทำสีหน้าตกตะลึง
[กลุ่มดาวจำนวนมากพบว่าคำประกาศของคุณน่าสนใจมาก!]
[มหาโดเกบิฟังคำประกาศของคุณอย่างใกล้ชิด]
[โดเกบิทุกคนจากสำนักงานให้ความสนใจกับคำพูดและการกระทำ
ของคุณ!]
– หมายความว่าไงกัน?!
– ตัวแทนคิมทกจา!
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาว อวตาร และแม้กระทั่งโดเกบิต่างก็มีสีหน้าแบบ
เดียวกัน
ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรเล็กน้อยบนใบหน้าของผม ผมได้พูดออกมาอีก
[ก็อย่างที่ฉันได้พูดไป ฉันไม่มีเหตุผลให้ต้องช่วยทุกๆ คน]
– นายกำลังจะบอกว่านายจะทิ้งเกาหลีไปงั้นเหรอ?