มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 500
[คุณถูกบังคับให้เข้าสู่ ‘เรือโนอาห์สุดท้าย’!]
จางฮีวอนถูกทักทายด้วยฝูงกลุ่มดาวในทันทีที่พบว่าตัวเองอยู่ภายใน
เรือโนอาห์
[คุณเข้าสู่ ‘นารากะเดือด’]
เธอไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้
” … ทำไมมันต้องเป็นนรกตลอดด้วย? ฉันทำบาปไปเยอะเหรอ?”
แม้ว่าจะไม่มีการเข้าใจผิดกัน แต่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของเธอก็กำลังเล็ง
มาที่ชีวิตของเธอ จางฮีวอนเจอเข้ากับเหล่าภูตผีที่พากันกรูเข้ามาหา
เธอราวกับภูเขาที่กำลังตกลงมา และรีบตะโกนออกมา
“อูรีเอล !! ”
ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่พรของอูรีเอลก็ยังแผ่ซ่านอยู่ภายในตัวเธอ
ในขณะที่ปีกสีขาวสยายออกจากแผ่นหลังของจางฮีวอน คลื่นความ
ร้อนสีแดงฉานก็อาบไปทั่วร่างของเธอ
[‘เวลาพิพากษา’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ในช่วงเวลาที่เธอเหวี่ยงดาบของเธอ ฝูงภูตผีหิวโหยที่อยู่ตรงหน้าก็
ถูกกวาดออกไปหมด
[กลุ่มดาวฝ่ายชั่วร้ายได้กลิ่นของคุณ]
ศัตรูกรูกันเข้ามาไม่รู้จักหมด สิ่งมีชีวิตที่พบได้ใน ‘นาการะเดือด’ ดู
เหมือนจะเป็นพวกกาฝากจากโลกอื่น
โชคดีที่เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
“ฮีวอน!”
ลีฮุนซึงรีบวิ่งเข้ามาหาเธอและยืนเอาหลังชนกัน
“ฉันเดาว่านายก็คงทำบาปไปเยอะเลยนะ ฮุนซึง”
[ราชาปีศาจ ‘ผู้ปกครองแห่งหมอกสีชาด’ กำลังจ้องมองคุณ!]
[ราชาปีศาจ ‘ดยุคอาวุธยักษ์’ เผยความเป็นปรปักษ์ต่อคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘ปรสิตแห่งขุมนรก’ เฝ้าสังเกตคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘เพลิงแห่งมูสเป็ลล์สเฮย์เมอร์’ กำลังรอคอยด้วยความ
อดทน]
พลังเวทมนตร์ของพวกเขาคงจะหมดลงในที่สุดถ้าพยายามที่จะกำจัด
พวกมันทั้งหมด ไม่ใช่แค่นั้น กลุ่มดาวและราชาปีศาจแห่งขุมนรกยังรอ
โอกาสโจมตีอยู่ด้วย
“ข้างหลัง!”
ก่อนที่พวกเขาจะทันรู้ตัว ฝูงภูตผีก็แอบย่องเข้ามาทางด้านหลังของ
เธอและกระโจนเข้าใส่พวกเขาพร้อมกับกรงเล็บขนาดมหึมาของพวก
มัน อย่างไรก็ตาม มันก็มีกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้ามาและเป่าพวกมันออก
ไป
“พี่ฮีวอน!”
มันมาจากเรือรบของลีจีฮเย สีหน้าของจางฮีวอนสดใสขึ้นในขณะที่
เธอตะโกนออกมา
“เด็กๆ อยู่กับเธอไหม?”
“ฉันคิดว่าพวกเขาคงจะถูกทิ้งไว้แถวๆ พี่ซานอาและพี่ซอลฮวานะ!
ส่วนลุงพิลดู-!”
“พวกเราไม่มีเวลามาห่วงเขาแล้ว!”
ครืน!
สิ่งมีชีวิตจากขุมนรกปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเคาท์ปีศาจที่พวกเขา
เจอในปราสาททมิฬ และปีศาจระดับดยุคที่พวกเขาเจอในโลกปีศาจ
เองก็เริ่มปรากฏตัวด้วยเช่นกัน
พวกมันทุกคนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมนรกแห่งนี้ และถูกใช้เป็น
เครื่องมือสำหรับสถานการณ์ต่อไป
“ทูตสวรรค์!!”
“ฆ่าพวกมันซะแล้วพวกเราจะได้รับตำแหน่งราชาปีศาจ!”
ลีจีฮเยเริ่มโจมตีออกไปอีกครั้ง ปืนใหญ่ทุกกระบอกบนมังกรเต่าสาด
พ่นเปลวเพลิงออกมา ส่งผลให้ภูมิประเทศภายในขุมนรกเปลี่ยนไป
และมีลาวาปะทุออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ปีศาจที่โดนการโจมตี
เข้าไปหลอมละลายลงในทันที่ แต่จำนวนของพวกมันก็ดูเหมือนจะไม่
ลดลงเลย
[โลกที่เกี่ยวข้องคือดินแดนที่ถูกปกครองโดย ‘ความชั่วร้าย’]
บุคคลที่คิดว่าตายไปแล้วฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้งในเวลาต่อมา ลีจีฮเยที่
กำลังตื่นกลัวรีบตะโกนออกมา
“แม่ทัพ!! นายอยู่ไหน?! ทำไมไม่มีกลุ่มดาวไหนปรากฏตัวเลย??”
น่าเสียดาย มันไม่มีกลุ่มดาวไหนตอบเธอเลย ไม่แม้กระทั่งอูรีเอล เทพ
สงครามทะเล หรือลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999…
ในตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงแค่พึ่งพาพลังของตัวเองในการต่อสู้
เท่านั้น
เปรี้ยง!
จากนั้นเองก็มีประกายแสงระเบิดออกมา
[ป๊าาา!]
ประตูมิติเล็กๆ เปิดขึ้น และบียูก็โผล่ออกมาจากตรงนั้น
“บียู!!”
เธอเคยมีขนาดเล็กกว่าลูกฟุตบอล แต่ในตอนนี้เธอโตขึ้นมากแล้วจน
มันยากที่จะโอบเธอไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว
「โดเกบิทุกคนจะเติบโตขึ้นจากการกินเรื่องราว」
บียูตะโกนออกมาว่า ‘ป๊าาา’ และขดตัวในขณะที่ประกายแสงอันทรง
พลังระเบิดออกมาจากร่างของเธอ จากนั้นประกายแสงเหล่านี้ก็ฉีกทึ้ง
ผนังของห้องโดยสาร
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
กระสุนปืนระเบิดออกมาจากป้อมปราการอัตโนมัติที่โผล่ออกมาจาก
ผนังที่เปิดออก
“ทุกคนไม่เป็นไรนะ!?”
‘ปราสาทเคลื่อนที่’ ของกงพิลดูปรากฏขึ้น ป้อมปราการติดอาวุธของ
เขาได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นปราสาทพร้อมรบแล้วหลังจากอักขระของ
เขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น และบนป้อมปราการนั้นก็มียูซานอา ลีซอลฮวา
รวมทั้งเด็กๆ ทั้งสองคนอยู่ด้วย
“พี่สาว! คุณลุง! มาทางนี้!”
จางฮีวอนและลีฮุนซึงคว้ามือของลีซอลฮวาที่ยื่นออกมาและกระโดด
ขึ้นไปบนปราสาท
ในขณะเดียวกัน ดาบยาวของลีจีฮเยก็พุ่งเข้าหาเหล่าภูตผีที่ไล่ตามพ
วกเธอมาอย่างบ้าคลั่ง
「ในโลกที่ไม่มีแสงสว่างจากดวงดาวส่องมาถึงพวกเขา สมาชิกของ
บริษัทของคิมทกจาต่างก็ได้ช่วยเหลือกันเอง」
“มาเริ่มกันเลย”
ผ่านพลังของแท่นดอกบัว ยูซานอาเริ่มจำกัดการเคลื่อนไหวของของ
เหล่าศัตรู ในเวลาเดียวกัน ลีจีฮเยและกงพิลดูก็โจมตีต่อ
มังกรคิเมร่ายืนอยู่บนขอบของปราสาทและพ่นลมหายใจของมันเข้า
ใส่กลุ่มดาวที่กำลังเคลื่อนตัวมาจากทางอากาศ ส่วนศัตรูที่สามารถฝ่า
การโจมตีเหล่านี้มาได้สำเร็จก็ต้องเจอเข้ากับจางฮีวอนที่คอยท่าอยู่
การแปลงร่างโลหะของลีฮุนซึงคอยปกป้องเหล่าสหาย ในขณะที่ลี
ซอลฮวาคอยช่วยรักษาเขาหลังจากที่เขารับความเสียหายแทนคนอื่น
「นี่คือการประสานงานในฝันของใครคนหนึ่งตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว」
อย่างไรก็ตาม มันก็มีเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในเรื่องราว
ต้นฉบับ
“อ๊า!”
[‘กำแพงที่แบ่งแยกความดีและความชั่วร้าย’ กำลังใช้อำนาจของ
มัน!]
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งหลุมที่ลึกที่สุด’ เรียกผู้ใต้บังคับบัญชาของมัน!]
เปรี้ยง…!
ฝูงตัѹกแตนสีดำสนิทกรูกันออกมาและปกคลุมผืนฟ้าของขุมนรก สิ่งมี
ชีวิตเหล่านี้เกาะเข้ากับร่างอวตารของเหล่าปีศาจที่คืนชีพขึ้นมาจาก
ความตายและเริ่มฉีกทึ้งพวกมัน
[อ๊ากกก!!!]
เหล่าปีศาจกู่ร้องออกมาอย่างหมดท่าในขณะที่พวกมันถูกฉีกทึ้งซํ้าๆ
ดวงตาของจางฮีวอนเปล่งประกายขึ้นมาด้วยแสงแห่งความหวังใน
ขณะที่เธอสังเกตเห็นความแข็งแกร่งของเหล่าภูตผีค่อยๆ ลดลงไป
สถานการณ์ที่เคยเสียเปรียบเริ่มพลิกฟื้นกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าการ
ทำลายขุมนรกแห่งนี้จะเป็นการยากเกินไป แต่อย่างน้อย การซื้อเวลา
ก็ดูจะเป็นไปได้อยู่
ปัญหาเดียวในตอนนี้คือกลุ่มดาวที่ยังไม่เข้าร่วมในการต่อสู้
เปรี้ยง…!
จากนั้นเอง ดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าของขุมนรกก็เริ่มเคลื่อนตัวไปยัง
ทิศทางหนึ่งในทันใด กลุ่มดาวเริ่มหลั่งไหลไปทางผนังภายในของ
ขุมนรกและทำลายมัน ก่อนที่จะกรูกันออกไปข้างนอกผ่านช่องทางนั้น
เมื่อแสงจากกลุ่มดาวหายไป สมดุลของโลกก็พังครืนลงไปด้วย เหล่า
ภูตผีไม่อาจคืนชีพได้อีกและจมลงสู่ห้วงอเวจี
ในที่สุดทุกคนก็ได้พักหายใจและมองหน้ากัน
“…เกิดอะไรขึ้น?”
ลีซอลฮวาถาม แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมา
ถึงกระนั้นมันก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน – มันคงมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น
ที่ไหนสักแห่งจนทำให้กลุ่มดาวสูญเสียความสนใจในที่แห่งนี้ไป
สายตาของทุกคนจดจ้องไปยังกงพิลดู เขาโอดโอยเสียงดังและเริ่ม
ขับเคลื่อนปราการติดอาวุธของเขา
“ก็ได้ ก็ได้ เข้าใจแล้ว หยุดทำสายตาแบบนั้นได้แล้วน่า”
บริษัทของคิมทกจาเองก็ตามดวงดาวเหล่านั้นไปและเริ่มเคลื่อนไหว
กลุ่มดาวที่หลั่งไหลออกมาจากทั่วทุกมุมของเรือโนอาห์กำลังบินตรง
ไปยังห้องโดยสารแห่งหนึ่งราวกับว่าพวกเขาถูกดูดเข้าไปโดยหลุมดำ
「นี่คือครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นดวงดาวมากมายขนาดนี้เคลื่อนไหว
เช่นนี้」
แม้กระทั่งจางฮีวอน ลีฮุนซึง และยูซานอาก็ด้วย… ไม่มีใครสามารถละ
สายตาไปจากภาพตรงหน้าได้ มันงดงามมากและดูน่ากลัวด้วย
「และยังน่าเศร้าอีกด้วย」
ในเวลาที่พวกเขาได้สติกลับมา พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าดวงดาวเหล่า
นี้ทั้งหมดต่างก็กำลังโคจรอยู่รอบๆ ดวงดาวดวงหนึ่ง ภาพของห้อง
แห่งหนึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านรอยแยกขนาดใหญ่บนผนัง
ชินเด็นซูทะลวงขึ้นสู่สรวงสวรรค์ และด้วยต้นไม้นั้นที่เป็นจุดศูนย์กลาง
ดวงดาวของคิมทกจาก็กำลังเข้าร่วมการต่อสู้อย่างขื่นขม
[หยุดพวกมัน!! นี่คือฮวังซันบ็อลของพวกเรา!!!!]
พวกเขาคือกลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลี
คิมยูชินที่เสียแขนไปแล้วกำลังตะโกนออกมา และคเยเบ็คก็กำลัง
เหวี่ยงดาบใหญ่ของเขาเข้าใส่กลุ่มดาว
แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้นจัดการศัตรูด้วยกระบองของเขา ในขณะ
เดียวกันก็มีกลุ่มดาวอื่นๆ เสริมพลังให้กับเหล่าพันธมิตรไปด้วย
พ่อมดคนแรกแห่งโชซอลได้กลายร่างเป็นเสือยักษ์เพื่อเข้าต่อกรกับ
มิถราและเต่าของมัน ในขณะที่นายหญิงแห่งไหมนิทราได้อัญเชิญฮ
วารังทั้งหมดของเธอออกมาเพื่อต่อกรกับกองกำลังของจักรพรรดิ
มันมีกลุ่มดาวที่ไม่คุ้นหน้าอยู่ด้วย – ดวงดาวที่กำลังหลับตาอยู่กลาง
ต้นไม้ต้นนี้ เรื่องราวของชินเด็นซูกำลังเดือดพล่านโดยมีเขาเป็น
จุดศูนย์กลาง
[กลุ่มดาว ‘วังกยอมผู้เที่ยงธรรม’ กำลังรวบรวมความเป็นไปได้แห่ง
เทพผู้สร้าง!]
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นหนึ่งในเทพผู้สร้างของคาบสมุทรเกาหลี
พรของเขาโอบล้อมคิมทกจาและกลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลี และ
คุ้มครองพวกเขาเอาไว้
“…แม่ทัพ…?”
พวกเขายังเห็นกลุ่มดาวบนเรือเต่าอีกด้วย
ภาพของมหาสมุทรคลั่งถูกนำพามาสู่ความเป็นจริงผ่านการแปลง
สภาพเวที่ นั่นคือที่ๆ กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของลีจีฮเยอยู่
[วันนี้ทำให้ข้านึกถึงวันนั้นที่นอร์ยังเลย มันเป็นเกียรติของข้านะที่ได้
ต่อสู้ร่วมกับเจ้า]
[ข้าก็เหมือนกัน]
ดาบของชองจุงยองปะทะกับค้อนของธอร์ แต่ก็น่าเสียดาย กองกำลัง
ของแอสการ์ดมีมากเกินกว่าที่กองกำลังเล็กๆ นี้จะต่อกรได้
[กลุ่มดาว ‘เพลิงแห่งมูสเป็ลล์สเฮย์เมอร์’ กำลังเรียกดาบของมันออก
มา!]
ในที่สุด แม้แต่กลุ่มดาวที่มาจากขุมนรกเดียวกันกับจางฮีวอนก็เริ่มเข้า
ร่วมด้วย
ไม่ว่าชองจุงยองและอี้ซุนชินจะยอดเยี่ยมสักแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็น
ไปไม่ได้ที่พวกเขาจะหยุดพวกนี้ได้ทั้งหมด
แต่จากนั้นเอง ลำแสงสายหนึ่งก็เปล่งประกายออกมาจากชินเด็นซู
และบางสิ่งก็เริ่มเติบโตขึ้นที่ปลายกิ่งของมัน จากนั้นแสงนั้นก็ตกลงมา
เหมือนกับผลไม้สุกและมาพร้อมกับคนที่เหล่าสหายต่างคุ้นเคยดี
ออร่าสายฟ้าสีขาวอันทรงพลัง รวมทั้งลำแสงดาบทลายนภาอาบย้อม
สมรภูมิ จากนั้นจางฮายังและเหล่าผู้บรรลุจากบู๊ลิ้มก็เริ่มเข้าสู่สมรภูมิ
ด้วย
พวกเขาตามมาด้วยกลุ่มดาวต่างๆ จากญี่ปุ่น ซึ่งแม้แต่ลูกน้อยของยา
มาตาโนะโอโรจิเองก็สามารถมองเห็นได้ด้วย
[ไอ้พวกอวตารกระจอกๆ ช่างกล้า…!]
ผลไม้ร่วงหล่นลงมาจากชินเด็นซูไม่หยุด
ท่ามกลางสายฟ้าสีขาวที่อาบย้อมสมรภูมิ สิ่งมีชีวิตจากสถานการณ์ที่
หกก็เริ่มปรากฏตัวขึ้น
“เพื่อคิมโดเกซ่า!”
พวกเขาคือ ‘คนจิѺว’ จากดินแดนแห่งสันติ คนเหล่านี้ที่เคยต่อสู้ร่วมกัน
กับพวกเขาได้จุติลงมายังสมรภูมิแห่งนี้เพื่อช่วยเหลือพวกเขา
[กลุ่มดาวเล็กๆ จากดาวเคราะห์เล็กๆ กำลังชักอาวุธสังหาร ‘เข็ม
มังกร’ ออกมา]
ทุกๆ ครั้งที่ดาบของกลุ่มดาวเคลื่อนไหว คนจิѺวก็จะตายลง
“อ๊า อ่า… อ๊าาา…!”
ไม่มีสหายคนไหนสามารถพูดอะไรออกมาได้กับภาพห้องโดยสารอัน
น่าหวาดกลัว และ ณ ใจกลางของสมรภูมิแห่งนี้ ดวงดาวที่เจิดจ้าที่สุด
ท่ามกลางภูเขาที่ก่อตัวขึ้นมาจากดวงดาวที่ดับดิ้นไปแล้วก็ไม่สามารถ
พูดอะไรออกมาได้เช่นกัน
「คิมทกจาบนบัลลังก์หนึ่งเดียวที่ถูกทำลายยังคงนิ่งเงียบ」
ยูจงฮยอค ฮันซูยอง และแอนนาต่างก็กำลังต่อสู้อยู่ พวกเขากำลัง
ต่อสู้กับกลุ่มดาวในขณะที่กระอักเลือดออกมาและต้องเค้นเอาพลังใจ
ทั้งหมดออกมาสู้ด้วย
「ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการปะทะกันของโลก」
โอดินแห่งแอสการ์ด โอซิริสแห่งพาไพรัส ศิวะแห่งพระเวท หนี่หว่า
แห่งจักรพรรดิ… ไม่ใช่แค่พวกเขา แต่กลุ่มดาวจากเนบิวลาที่มีชื่อไม่
คุ้นต่างก็เข้าร่วมด้วย ส่งผลให้ท้องฟ้าเปล่งประกายจนละลานตา
「สิ่งที่ขวางแสงสว่างไว้ไม่ใช่ความมืด แต่เป็นแสงสว่างอีกแสง」
เหล่าสหายที่อยู่ภายใต้โลกอันสว่างเจิดจ้ารู้สึกราวกับว่าตัวตนของ
พวกเขาถูกปฏิเสธ แสงดาวจากกลุ่มดาวกำลังบอกพวกเขาว่า
ประวัติศาสตร์ที่พวกเขาสะสมมานั้นไม่มีค่าอะไรเลย
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
จางฮีวอนเองก็รู้ เธอรู้ว่าแม้ว่าพวกเธอทุกคนจะเข้าร่วมในตอนนี้ก็ไม่
อาจเอาชัยเหนือพวกเขาได้
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
เธอต้องการเรื่องราวที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า เรื่องราวที่สามารถจัดการกับ
ดวงดาวที่สว่างไสวเหล่านั้นทั้งหมดได้ พลังที่สามารถทำลายดวงดาว
พวกนั้นได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จางฮีวอนก็ไม่ได้ครอบครองพลังเช่นนั้น แม้ว่าจะมี
‘การสังหารพระเจ้า’ หรือ ‘เพลิงอเวจี’ แต่มันก็ยังเป็นไปไม่ได้
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังมองมาที่อวตารของ
เธอ]
จางฮีวอนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ผู้สนับสนุนของเธอที่เงียบมาตลอด
อยู่ตรงนั้น เธอชอบผู้สนับสนุนของเธอจริงๆ และเพราะเหตุนั้น มันจึงมี
บางสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากทูต
สวรรค์
“คิมทกจา…”
แต่ถึงกระนั้น จางฮีวอนก็ต้องพูดออกมา
“…โปรดช่วยเขาด้วย อูรีเอล”
ในตอนนั้นเอง ผู้สนับสนุนของเธอก็ตอบกลับมา
[ก็ได้]
เปลวเพลิงอันร้อนแรงปกคลุมบริเวณโดยรอบ เธอสัมผัสได้ว่าอูรีเอล
กำลังยืนอยู่ตรงข้างหลังของเธอ ไม่ต้องสงสัยเลย ทูตสวรรค์คงกำลัง
ใช้ดวงตาอันสูงส่งของเธอมองไปยังโลกใบเดียวกันกับที่จางฮีวอน
กำลังมองอยู่
ทันใดนั้นเอง จางฮีวอนก็เต็มไปด้วยความกลัว
「ถ้าอูรีเอลต้องตายที่นี่?」
อูรีเอลเป็นแค่กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า แม้ว่าเธอจะทรงพลังมาก แต่เธอ
ก็ยังไม่อาจต่อกรกับกลุ่มดาวระดับเทวะได้ แต่ถึงกระนั้น มือนุ่มๆ ก็
สัมผัสเข้าที่ไหล่ของเธอ
[ไม่ต้องห่วงฮีวอน ข้าจัดการเอง ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม]
แผ่นหลังของอูรีเอลที่เดินผ่านไปเล็กซะยิ่งกว่าแผ่นหลังของจางฮี
วอน แต่จางฮีวอนก็ไม่อาจละสายตาออกไปจากแผ่นหลังเล็กๆ นั่นได้
เลย
[‘ความดีที่เก่าแก่ที่สุด’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ปีกสีขาวสยายออกมาจากแผ่นหลังเล็กๆ นั่นและโอบล้อมโลกทั้งใบ
เอาไว้ในขณะที่เสียงที่แท้จริงของอูรีเอลดังก้องออกมา
[จงฟังข้า เอเด็น]
จางฮีวอนรู้สึกว่ามีบางสิ่งสั่นไหวอยู่ภายในกายของเธอ
บางสิ่งที่คล้ายคลึงกับชิ้นส่วนของอะไรบางอย่างกำลังดีดดิ้นอยู่
ภายในนั้น มันคือชิ้นส่วนที่เริ่มหลับใหลอยู่ภายในตัวของเธอนับตั้งแต่
บทสรุปของสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจ
[‘กำแพงที่แบ่งแยกความดีและความชั่วร้าย’ ฟื้นคืนพลังดั้งเดิมของ
มัน!]
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นเอง เทวทูตก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นทีละคนตั้งแต่ระดับล่างไป
จนถึงระดับกลาง จำนวนของพวกเขาเริ่มต้นจากสิบ เป็นร้อย และพุ่ง
ทะยานขึ้นถึงหลักพันในพริบตา
ในหมู่พวกเขามีคนที่มีใบหน้าคุ้นเคยอยู่ด้วย อย่างเช่นทูตสวรรค์กาเบ
รียล ไม่ใช่แค่นั้น จิตวิญญาณของทูตสวรรค์ที่ตายลงในช่วงสงคราม
ระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจก็สามารถมองเห็นได้ในหมู่พวกเขาด้วย
[อูรีเอล]
‘ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง’ ราฟาเอลเรียกเธอ ทูตสวรรค์
ที่มักจะมองมายังโลกหล้าด้วยดวงตาง่วงนอนค่อยๆ คุกเข่าลงตรง
หน้าของเธอพร้อมกับทูตสวรรค์ตนอื่นๆ ทั้งหมด
[เจ้าจะสืบทอดเอเด็นหรือไม่?]
อูรีเอลไม่ตอบ แต่เธอกลับมองย้อนกลับไปหาอวตารของเธอแทน
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันสูงส่งของทูตสวรรค์ จางฮีวอน
ตะโกนออกมา แต่เสียงของเธอก็ไม่อาจส่งไปถึงเป้าหมาย
ในช่วงเวลาที่อูรีเอลพยักหน้า ราฟาเอลก็ประกาศออกมาด้วยเสียงอัน
ดัง
[อูรีเอล นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้าคือ ‘มหาเทพ’ ของพวกเรา]
เปรี้ยง…!
รัศมีอันยิ่งใหญ่โอบล้อมร่างของอูรีเอลไว้ทั้งหมด
จากนั้นชุดเกราะทองคำขาวเนื้อละเอียดที่โดดเด่นสะดุดตาก็สวมใส่
ลงบนร่างของเธอ สถานะทั้งหมดของอูรีเอลได้สำแดงออกมา เหมือน
กับเมื่อวันนั้นที่เธอได้สร้างความหวาดกลัวให้กับปีศาจทุกตนหลังจาก
ที่เธอตัดหัวราชาปีศาจไปมากมายนับไม่ถ้วน
ดวงดาวที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเด็น
ในช่วงเวลาที่ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจจับดาบของเธอ เทวทูตทุก
ตนที่กำลังคุกเข่าอยู่ก็ลุกขึ้นยืน
[สหายเทวทูตของข้ำมาเริมสงครามระหว่างกลุ่มดาวและปีศาจเป็น ครั้งสุดท้ายกันเถอะ]