มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 499
หลังจากออกจากโอลิมปัส พวกเราก็เงียบกันอยู่นาน พวกเราทั้งวิ่ง
และเดิน ยิ่งพวกเราเดินทางกันไปมากเท่าไร มันก็มีเพียงแต่เสียงกรีด
ร้องอันว่างเปล่าเท่านั้นที่ดังออกมาจากความเวิ้งว้างอันไร้แสงดาวนี้
เสียงกรีดร้องเหล่านั้นจะถูกบันทึกเป็นเรื่องราวด้วยไหม? และจะมีใคร
ได้ฟังมันในภายหลังไหม? มันจะมีกี่เรื่องราวกันที่ต้องวนเวียนอยู่แบบ
นั้นก่อนที่โลกนี้จะถึงจุดจบ?
“คิมทกจา”
“ฉันรู้”
เสียงดังมาจากฮันซูยองที่ยังประคองผมอยู่
ในที่สุด ประตูของห้องโดยสารที่ผมตามหาอยู่ก็มองเห็นได้จากระยะ
ไกล แม้ว่าจะอยู่ไกลขนาดนี้ แต่ประตูนั้นก็ดูเล็กและโทรมกว่าประตู
ของห้องโดยสารอื่นมาก
ทางเดินที่พวกเราเพิ่งผ่านมาเริ่มมีเสียงดัง กลุ่มดาวจากฝ่ายต่างๆ
กำลังตามมาแล้ว ผมไม่ลังเลและผลักประตูเปิด
[คุณเข้าสู่ ‘ที่เก็บพร็อพ’]
“อะไรเนี่ย? ทำไมมันโทรมแบบนี้…”
คำพูดของฮันซูยองหยุดลงในทันทีหลังจากที่เธอเห็นการตกแต่ง
ภายในห้อง
ห้องนี้ใหญ่มากจนไม่อาจมองเห็นจุดสิ้นสุด มันมีแผ่นผ้าใบสีขาวคลุม
อยู่ทั่วไปหมด ถ้ามีใครระบุว่าที่นี่คือ ‘ที่เก็บพร็อพ’ งั้นมันก็คงจะเป็นที่
เก็บพร็อพที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลแห่งนี้
「ห้องโดยสารที่ ‘ทุกๆ สิ่งภายในสถานการณ์’ ถูกรวบรวมไว้」
เรื่องราวของบีฮยองดังขึ้น
「พร๊อพทั้งหมดที่เคยถูกใช้ในสถานการณ์ต่างๆ จะอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ไอ
เท็มใช้แล้วทิ้งไปจนถึงรางวัลหลักของสถานการณ์ และแม้กระทั่งส
ตาร์รีลิคจากเนบิวลาที่สูญเสียพลังไปแล้วก็ตาม」
‘เสมหะม้านํ้าค้อน’ และ ‘หนามสุกรศิลา’ ที่ผมเคยใช้ล่าอิกทิโอซอรัส
ก็อยู่ที่นี่ด้วย
ย้อนกลับไปตอนนั้น ผมคิดว่าผมกำลังจะตายแล้วจริงๆ แต่… เมื่อเห็น
พวกมันแบบนี้ก็ทำให้ผมนึกถึงอดีตขึ้นมา
“ไม่เลว บางอันก็ยังมีประโยชน์อยู่”
ยูจงฮยอคเดินเข้าไปหาพร็อพก่อนที่ผมจะทันได้สังเกตและเริ่ม
เปลี่ยนอุปกรณ์ของเขา เขาพ่นโลหะเรื่องราวเคลือบลงไปบนตัวดาบ
ปีศาจทมิฬของเขา เปลี่ยนเสื้อคลุมตัวใหม่ และกระทั่งโยนรองเท้าคู่
เก่าทิ้งไปเพื่อเปลี่ยนเป็นคู่ใหม่ก่อนที่จะหยิบสตาร์รีลิคขึ้นมาอีกหลาย
อัน
เมื่อเห็นสายตาที่กำลังเปล่งประกายแบบนั้นของเขา เขาคงจะรู้สึกพึง
พอใจกับตัวเองมากในตอนนี้
“อะไรนะ? ‘ยังมีประโยชน์อยู่’ เหรอ?? ฉันยังไม่เคยเห็นของพวกนี้มา
ก่อนเลย! รีบหยิบมาเร็ว”
ฮันซูยองเองก็กระโจนเข้าไปในกองไอเท็มด้วย และรีบหยิบอันที่เธอ
สามารถใช้ได้ขึ้นมา แม้แต่แอนนาที่โชคดีได้รับการสนับสนุนจาก
เนบิวลาที่รํ่ารวยจนกระทั่งเมื่อครู่นี้ก็ยังโน้มตัวลงและเลือกไอเท็มอ
ย่างระมัดระวัง
เหมือนกับกลุ่มอวตารธรรมดาสามัญที่สะดุดเข้ากับชิ้นส่วนลับของ
สถานการณ์ พวกเราคุ้ยเขี่ยไอเท็ม เปลี่ยนอุปกรณ์ของพวกเรา และ
แบ่งปันรอยยิ้มอย่างมีความสุดต่อกัน
「พวกเขาต่างก็รู้ อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเขาไม่ทำแบบนี้ พวกเขาก็
คงจะไม่สามารถอดทนกับช่วงเวลานี้ได้」
แต่มันก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากนอกห้องอีกครั้ง
เสียงมันใกล้เข้ามามากขึ้นกว่าเดิม
“…งั้นอะไรอยู่ในห้องต่อไป?”
มันเป็นเพราะความเหนื่อยล้างั้นเหรอ? ฮันซูยองหยุดใช้การทำนาย
ลอกเลียนแบบไปแล้ว สายตาของพวกเราสบเข้าด้วยกันชั่วขณะ เธอ
เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
「“นายคิดว่านักเขียนจะเขียนเรื่องราวไปได้อย่างมีความสุขตลอดเห
รอ?”」
ผมเข้าใจความหมายของมันแล้วในตอนนี้
แม้ว่าโลกจะถูกทำลาย แม้ว่าสถานการณ์จะเดินทางไปสู่
โศกนาฏกรรม เธอก็ยังเป็นนักเขียนอยู่เสมอ และนั่นเป็นเหตุผลว่า
ทำไมมันถึงเจ็บปวดมากสำหรับเธอ ความเจ็บปวดนานานับประเภท
ต่างก็ยังวนเวียนอยู่ภายในหัวของเธอแม้ว่าจะเป็นตอนนี้
「และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงมีแค่เขา ‘นักอ่าน’ ที่สามารถตัดสินใจ
แบบนี้ได้」
“ไม่ พวกเราจะอยู่ที่นี่”
「ทางเลือกที่มีแค่คนที่เต็มไปด้วยความโลภและความดื้อรั้นที่จะเห็น
ตอนจบที่ต้องการเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้」
ฮันซูยองโพล่งออกมาด้วยความโมโห “ไม่ใช่ว่าพวกเราจะไปทำลาย
แกนหลักกันเหรอ??”
“ถ้าพวกเราจะไปแกนหลัก พวกเราจำเป็นต้องผ่านโลกของเนบิวลา
ใหญ่แห่งอื่นไปอีก”
“พวกเราก็ลองวิธีอื่นไม่ได้เหรอ?! อย่างถ้าพวกเราออกไปทางประตู
นั่น-!”
ฮันซูยองชี้ไปยังประตูธรรมดาๆ ที่มองเห็นได้จากมุมห้อง
“ประตูนั่นจะพาพวกเราไปยังจักรพรรดิ”
“แล้วนั่นล่ะ…”
“ประตูนั่นเชื่อมต่อกับพระเวท”
“บ้าเอ้ย…”
ฮันซูยองโมโห และในขณะที่เธอเดินห่างออกมาจากประตู เธอก็ตรวจ
เช็คว่าเธอได้ล็อคพวกมันไว้แล้ว
เสียงระเบิดดังออกมาอีกครั้ง การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแผ่ออกมา
และใครบางคนก็เริ่มกระหนํ่าโจมตีประตูห้องโดยสาร พร้อมกับเสียง
ของบางสิ่งกำลังระเบิด ผนังของห้องโดยสารเริ่มสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง
“…ดูเหมือนพวกมันจะมาแล้ว” แอนนากล่าว
ฮันซูยองทำหน้าบึ้งตึงและเริ่มนวดขมับของเธอ
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ กลับมาเล่าเรื่องราวของมัน
ต่อ!]
ในท้ายที่สุดเธอก็เปิดใช้งานเรื่องราวของเธออีกครั้ง พล็อตเรื่องที่เธอ
ไม่อยากจะทำนายน่าจะกำลังถูกวาดเขียนอยู่ภายในหัวของเธอ
ทั้งแอนนาที่ครอบครองการพยากรณ์ และยูจงฮยอคกับความสามารถ
ในการอ่านรูปแบบของเขาหลังจากมีชีวิตผ่านการเสื่อมถอยมานับครั้ง
ไม่ถ้วนก็เริ่มเตรียมพร้อมต่อสู้ด้วย
“พวกเราต้องสู้ที่นี่ นี่คือห้องเดียวที่พวกเรามีหวังจะชนะ”
ทุกๆ ห้องโดยสารภายในเรือโนอาห์จะมีโลกของเนบิวลาใหญ่ๆ ที่ถูก
สร้างขึ้นมาใหม่อยู่
「อย่างไรก็ตาม มันก็มีอยู่หนึ่งที่ในเรือโนอาห์แห่งนี้ที่ไม่มีโลกใบ
ไหนถูกสร้างขึ้นมา」
และที่นั่นก็ไม่ใช่ที่อื่นใดนอกจาก ‘ที่เก็บพร๊อพ’ แห่งนี้ ซึ่งไอเท็มที่
เคยถูกใช้ในสถานการณ์จะถูกรวบรวมไว้ที่นี่
[ห้องโดยสารที่เกี่ยวข้องไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเนบิวลาใด]
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงเลือกห้องนี้เป็นสมรภูมิของพวกเรา
“มาแล้ว”
ในช่วงเวลาที่ยูจงฮยอคชักดาบปีศาจทมิฬออกมา ประตูจากทั้งสี่ด้าน
ก็เปิดออกโดยพร้อมเพรียงกัน กลุ่มดาวเริ่มหลั่งไหลเข้ามาผ่านบาน
ประตู
[กลุ่มดาว ‘เจ้าแห่งวันที่ 25 ธันวาคม’ กำลังจุติลงมายังเรือโนอาห์!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้รับผิดชอบการโคจรของจักรวาล’ เข้าร่วมในสมรภูมิ
พร้อมกับข้ารับใช้!]
พระเวท
[กลุ่มดาว ‘เจ้าแห่งอไบดอส’ กำลังจุติลงมาด้วยความโกรธ!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้รับผิดชอบแผ่นดินไหวและภูเขาไฟ’ กำลังตื่นขึ้นจาก
ห้วงนิทรา!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้ควบคุมการหายใจเข้าและออก’ กำลังปลุกเรื่องราวของ
มัน!]
พาไพรัส
[กลุ่มดาว ‘บิดาตาเดียว’ กุมหอกของตน]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เสียแขนให้กับหมาป่าแห่งวันสิ้นโลก’ ตรวจพบคุณ!]
แอสการ์ด
[กลุ่มดาว ‘มหามารดาเทพผู้สร้างมนุษย์นอกโลก’ กำลังจุติลงมายัง
เรือโนอาห์!]
[กลุ่มดาว ‘จักรพรรดิสวรรค์’ กำลังนั่งลงบนบัลลังก์ของเขา!]
…และแม้กระทั่งจักรพรรดิก็ด้วย
ในช่วงเวลาที่ประตูทุกบานในห้องเก็บของพังลง เรื่องราวที่อยู่ภายใน
มิติก็เข้าปะทะกันและแผ่ขยายออกไป ‘มหาเรื่องราว’ จากโลกต่างๆ
เริ่มเปล่งเสียงดังก้องและชัดเจนออกมา
ฮันซูยองหัวเราะ “ทุกคนที่เกลียดพวกเรามารวมตัวกันที่เดียวเลย”
[ทางนี้!]
ในขณะที่ใครบางคนตะโกนออกมา พวกเราก็รีบถอยหลังไป พร้อมกับ
เสียงระเบิดดัง เถ้าถ่านสีดำสนิทก็ฟุ้งขึ้นมาจากจุดที่พวกเราเคยยืนอยู่
[‘มหาเรื่องราว’ ค้นพบห้องโดยสารใหม่!]
[เรื่องราวส่วนหนึ่งเริ่มโยกย้ายโลกของตนมายังห้องโดยสารใหม่!]
พวกเรามีเวลาไม่มาก
ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังก้องออกมาในขณะที่พวกเราชักอาวุธของตัวเองออกมา
ผมเองก็เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่หมดแล้วเหมือนกัน
ด้วยการเอาแผ่นหลังชนกัน พวกเราหันหน้าเข้าใส่ศัตรูจากทั้งสี่
ทิศทางและปลดปล่อยสถานะเข้าใส่กลุ่มดาวที่กำลังใกล้เข้ามา
ฮันซูยองสาดเพลิงทมิฬออกไปและเหวี่ยงตัวไปข้างหน้า “พวกแก
ทุกคน ตาย!!”
เธอเหวี่ยงไอเท็มทรงกลมสีดำสนิทออกไป และมันก็ตกลงไปกลางวง
ของกลุ่มดาว ผมสงสัยว่ามันคืออะไร แต่ทันใดนั้นเองก็มีคลื่นเปลว
เพลิงอันร้อนแรงระเบิดออกมาจากไอเท็มนั้น
[อ๊ากกกก!!]
ผมจำได้ในทันทีว่ามันคืออะไร นั่นคือไอเท็มรางวัลของสถานการณ์ที่
95 ‘คลื่นเพลิงฝันร้าย’ ซึ่งมาจากการเสื่อมถอยรอบที่ 241 มันเป็น
อาวุธเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวที่บรรจุเปลวเพลิงจากขุมนรกของเอ
เด็นเอาไว้และจะปลดปล่อยเปลวเพลิงภายในพื้นที่แสดงผลไปนาน
นับสิบปี
[แค่เปลวเพลิงกระจอกๆ จากเนบิวลาที่ถูกทำลาย ช่างกล้า…!]
พร้อมกับเสียง ‘ฟู่ว’ แผ่นดินของเจ้าแม่หนี่หว่าได้ถูกสร้างขึ้นเป็นทาง
เดิน ณ ใจกลางของเปลวเพลิง กลุ่มดาวจากจักรพรรดิวิ่งไปบนเส้น
ทางนั้นและกรูกันเข้ามาหาพวกเรา
ฮันซูยองกัดฟันแน่น “พวกมันมาแล้ว แต่ทำไมนายยังไม่มาฮะ มังกร
เพลิงทมิฬ!”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ตะโกนออกมาว่าคุณต้องรอ
อีกหน่อย!]
จำนวนของกลุ่มดาวที่ผ่านประตูเข้ามาทะลุสองร้อยไปอย่างรวดเร็ว –
สามร้อย สี่ร้อย ห้าร้อย… กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้ามายัง
ห้องยักษ์แห่งนี้
และจำนวนของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลของการแปลง
สภาพเวทีรุนแรงขึ้นท่ามกลางพวกเขา พื้นห้องที่เคยไร้สีสันเริ่มกลาย
เป็นทะเลทรายอันเวิ้งว้าง และพีระมิดขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นมา
ในทันใด
‘เจ้าแห่งอไบดอส’ โอซิริสพูดขึ้นมา [ข้าสงสัยซะจริงว่าใครปลุกข้า
ขึ้นมา แต่นี่…]
ทันใดนั้นเอง เมฆก็มารวมตัวกันบนท้องฟ้าเบื้องบน และภาพของโลก
สวรรค์ก็แผ่ออกมา
‘มหามารดาเทพผู้สร้างมนุษย์นอกโลก’ หนี่หว่าพูดกับพวกเราต่อ
[มันยังไม่สายเกินไปนะเด็กน้อย ข้าสามารถหาทางลงให้กับพวกเจ้า
ได้]
[ด้วยอำนาจใคร?]
ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงช้างร้อง และหลังจากนั้นเอง ‘เจ้าแห่งวันที่ 25
ธันวาคม’ มิถราที่ควบขี่อยู่บนหัวของเต่ายักษ์ก็พูดขึ้น
[มีแค่การลงทัณฑ์เท่านั้นที่เหมาะสมกับเหล่าคนที่ปฏิเสธ ‘วันฉลอง
การคืนชีพ’ ของข้า]
โอดินที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้อิกดราชิลก็กำลังจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่
สามารถมองผ่านสรรพสิ่งได้
[โอ้ ดวงดาวอันโง่เขลา เจ้าเชื่อจริงๆ เหรอว่าเจ้าสามารถต่อกรกับ
พวกเราทั้งหมดได้?]
เสียงหัวเราะดังออกมา ดวงดาวทั้งหมด มหาเรื่องราวของพวกเขาที่
ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยภายใน ‘เรือโนอาห์’ กำลังหัวเราะใส่
พวกเรา
[ด้วยเรื่องราวที่ยังไปไม่ถึงแม้แต่ระดับ ‘เทวะ’ พวกเจ้าช่างกล้า…!]
‘ปักษากลืนอัสนี’ พยายามที่จะถากถางพวกเรา แต่ทันใดนั้นเอง ปาก
ของมันก็หุบลงในทันใดก่อนที่จะถูกบางสิ่งบางอย่างเจาะทะลวงจาก
ทางด้านหลัง
ยูจงฮยอคปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของสิ่งมีชีวิตตนนั้นและตัดหัวของมัน
ออกในทันใด
“พูดมากไปแล้ว”
[ฆ่าพวกมัน!]
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น พวกเราเสียเปรียบด้านจำนวนอย่างมหาศาล แต่
พวกเราก็ใช้ไอเท็มที่อยู่รอบๆ อย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้ อาวุธเรื่องราวที่
พวกเราพึ่งพิงกระจัดกระจายไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธที่ถูกเก็บ
มาจากสถานการณ์ที่ 60 ซึ่งดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อยูจงฮยอค
โดยเฉพาะ
[เรื่องราว ‘สหายร่วมเป็นร่วมตาย’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
พรสวรรค์ของยูจงฮยอคเคยถูกสำแดงออกมาในช่วง ‘การคัดเลือก
ราชาปีศาจ’ กำลังเปล่งประกายเจิดจ้า
เขาคือผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน เขาเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธทุกประเภท
หลังจากผ่านการเสื่อมถอยมากว่า 1863 รอบ และในตอนนี้เขาก็กำลัง
ไล่ล่าสังหารกลุ่มดาวอยู่
[ฆ่ามันก่อน!]
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ถูกกำหนดให้ต้องตายด้วยการโจมตีอันรวดเร็ว
ของยูจงฮยอค และเศษซากที่โปรยปรายลงมาจากกลุ่มดาวที่กำลัง
ตายก็ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงป้องกัน พวกเราวิ่งผ่านระหว่างพวกมันและ
ต่อสู้ไปอย่างต่อเนื่อง
“หลบไปทางขวา!”
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงเตือนของแอนนาก็ดังออกมา การโจมตี
อันรวดเร็วจากกลุ่มดาวระดับเทวะกวาดผ่านพวกเราไปอย่างฉิวเฉียด
กลุ่มดาวระดับล่างจากแอสการ์ดกระโจนเข้าใส่แอนนา
[เจ้ากล้าทรยศเนบิวลาของพวกเรา??]
ตู้ม!
หัวของกลุ่มดาวที่กำลังคำรามออกมาระเบิดออก จากนั้นเอง บางสิ่งที่
เหมือนกับริ้วยาวก็ลอยยออกมาจากทางด้านหลังของแอนนาและ
ระเบิดหัวของกลุ่มดาว
[กลุ่มดาวที่ชอบการเปลี่ยนเพศแสยะยิ้ม]
ผู้สนับสนุนที่ช่วยเธอทรยศเนบิวลาเองก็กำลังช่วยพวกเราอยู่
“คิมทกจา! ทนต่อไปไม่ได้แล้ว! ยูจงฮยอคเองก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว
ด้วย!”
ความสนใจของกลุ่มดาวระดับเทวะมารวมตัวกันอยู่ที่ยูจงฮยอค ที่เก็บ
อาวุธกำลังลุกโชนอยู่ในเปลวเพลิง ในขณะที่เขากำลังเหวี่ยงค้อน
ยักษ์เพื่อปัดป้องกลุ่มดาวออกไป ร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกอาบไปด้วย
เลือด
「คิมทกจาเริ่มค้นหาผ่านที่เก็บพร๊อพเพื่อหาบางสิ่ง」
“…เจอแล้ว”
ผมหยิบหลอดทดลองที่อยู่ ณ ส่วนท้ายสุดของรายการ ‘สตาร์รีลิค’
ขึ้นมา บนฉลากติดหลอดทดลองมันเขียนไว้ว่า: ‘เมล็ดพันธุ์แห่งชิน
เด็นซู’
ผมทิ้งเมล็ดพันธุ์นั้นลงไปบนพื้นอย่างไม่ลังเล มันแตกหน่ออย่าง
รวดเร็ว และในพริบตา มันก็เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ที่มีความสูงพอๆ กับ
ผม แต่มันก็หยุดลงหลังจากนั้น
[มหาเรื่องราว ‘ชินเด็นซู’ แผ่ขยายรากของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ชินเด็นซู’ รับรู้ถึงตัวตนของคุณ]
[มหาเรื่องราว ‘ชินเด็นซู’ ต้องการเรื่องราวเพื่อเติบโต!]
ห้องเก็บพร๊อพทั้งห้องเต็มไปด้วยเปลวเพลิง
ยูจงฮยอคยังมีสภาพที่พอดูได้อยู่ ส่วนกลุ่มดาวที่มองเข้าไปในดวงตา
อันชั่วร้ายของเขานั้นก็พากันตื่นกลัวและตะโกนเข้าใส่กัน
[นี่คือ ‘ที่เก็บพร๊อพ’! ใช้ไอเท็มเพื่อต่อสู้กับมันซะ!]
สิ่งแรกที่พวกเขาเจอนั้นนับเป็นไอเท็มที่พวกเขาค่อนข้างคุ้นเคยดี –
‘บัลลังก์หนึ่งเดียว’ ไอเท็มหลักในสถานการณ์ที่สี่ที่ทำให้คนที่ครอบ
ครองมันสามารถรับพรจากเทพเจ้าภายนอกได้
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ที่เจอบัลลังก์วิ่งเข้าไปหามันด้วยสายตาที่เต็ม
ไปด้วยความโลภ
ผมหยุดฮันซูยองที่กำลังจะพุ่งเข้าไปไว้ “ปล่อยพวกมันไป”
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่กรูกันเข้าหามัน
[บัลลังก์เป็นของข้า!]
ในช่วงเวลาที่มีคนเหยียบขึ้นไปบนบัลลังก์หนึ่งเดียว ผมก็คว้าไปที่
ใบไม้แห่งชินเด็นซู ไม่ว่าผมจะครุ่นคิดอย่างหนักหน่วงแค่ไหน เรื่อง
ราวที่ผมจะมอบให้กับเมล็ดพันธุ์นี้ก็ต้องเป็นเรื่องราวนี้
กลุ่มดาวส่วนหนึ่งรู้สึกว่ามีบางสิ่งแปลกไปและรีบตะโกนใส่บัลลังก์
หนึ่งเดียว
[เดีѺยว!! หยุดก่อน!]
ในขณะที่สถานะซึ่งแผ่ออกมาจากบัลลังก์หนึ่งเดียวกำลังจะเอ่อล้นมา
ทางนี้ บางสิ่งที่ฝังลึกอยู่ภายในหน้าอกของผมก็เริ่มบิดตัว
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ชินเด็นซู’ ตรวจพบจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหม่!]
「เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการทำลายบัลลังก์นั้น」
ครืน!!
ชินเด็นซูกลืนเรื่องราวลงไปและได้รับความเป็นไปได้จำนวนมหาศาล
ส่งผลให้มันเติบใหญ่ขึ้นอีกครั้ง
[โลกใบใหม่กำลังหยั่งรากลงไปในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง]
‘ชินเด็นซู’ มหาเรื่องราวแห่งเนบิวลาใหญ่ ‘ฮงอิก’
ผมพูดกับกลุ่มดาว “อย่างที่พวกนายบอก พวกเราไม่มี ‘ตำนาน’
อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ได้ต่อสู้ร่วมกันกับ ‘ตำนาน’ มาโดยตลอด”
และเรื่องราวนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน
「ไม่มีตำนานไหนสามารถหลบหนีไปจากเรื่องราวนี้ได้」
ชินเด็นซูเติบโตขึ้นไปถึงเพดานของห้องในพริบตา และเสียงระเบิดก็
ดังก้องออกมา เพดานของเรือโนอาห์กำลังพังทลายลง
[ศักราชใหม่เริ่มต้นขึ้น!]
สรวงสวรรค์เริ่มเปิดออกในขณะที่สายลมอันทรงพลังหมุนวนไปรอบๆ
[ดวงดาวแห่งเนบิวลาในยุคสมัยบรรพกาลกำลังตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา
อันไร้ที่สิ้นสุด!]
พร้อมกับลำแสงเจิดจ้า เงาของกิ่งก้านสาขาต้นไม้ก็เบ่งบานไปยัง
ท้องฟ้าที่ถูกฉีกขาด ดวงดาวเริ่มปรากฏขึ้น ณ ปลายเงานั้นเฉกเช่นผล
ไม้ที่สุกงอม
[บัลลังก์นั่น นานแล้วสินะ]
ดวงดาวเจ็ดดวงห้อยอยู่ที่ปลายกิ่ง ดวงดาวจากกลุ่มดาวกระบวยยักษ์
ที่ช่วยผมทำลายบัลลังก์หนึ่งเดียวอยู่ตรงนั้น
กลุ่มดาวจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจุติลงมาจากฟากฟ้าราวกับดาวตก
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ กำลังจุติลงมายังเรือโนอาห์!]
[กลุ่มดาว ‘ราชาฮึงมิว’ กำลังจุติลงมายังเรือโนอาห์!]
[กลุ่มดาว ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ กำลังจุติลงมายังเรือโนอาห์!]
[กลุ่มดาว ‘เทพวายุสวรรค์’ กำลังจุติลงมายังเรือโนอาห์!]
มีแค่ดวงดาวเหล่านี้ที่ยินดีจะเป็นพันธมิตรของพวกเราในเรือโนอาห์
แห่งนี้
ดาบเล่มหนึ่งฟาดลงมาราวกับสายฟ้าฟาดท่ามกลางกลุ่มดาวที่กำลัง
จุติลงมา และบัลลังก์หนึ่งเดียวก็ระเบิดออกทีละนิด กลุ่มดาวที่กำลัง
เหยียบยํ่าอยู่บนราชาจอมปลอมเหนือบัลลังก์ผุพังได้มองมาที่ผมและ
พูดออกมา
[ทำได้ดี ลูกหลาน]
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ กำลังจุติลงมายังเรือโนอาห์!]
[คุณถูกบังคับให้เข้าสู่ ‘เรือโนอาห์สุดท้าย’!]
จางฮีวอนถูกทักทายด้วยฝูงกลุ่มดาวในทันทีที่พบว่าตัวเองอยู่ภายใน
เรือโนอาห์
[คุณเข้าสู่ ‘นารากะเดือด’]
เธอไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้
“…ทำไมมันต้องเป็นนรกตลอดด้วย? ฉันทำบาปไปเยอะเหรอ?”
แม้ว่าจะไม่มีการเข้าใจผิดกัน แต่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของเธอก็กำลังเล็ง
มาที่ชีวิตของเธอ จางฮีวอนเจอเข้ากับเหล่าภูตผีที่พากันกรูเข้ามาหา
เธอราวกับภูเขาที่กำลังตกลงมา และรีบตะโกนออกมา
“อูรีเอล!!”
ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่พรของอูรีเอลก็ยังแผ่ซ่านอยู่ภายในตัวเธอ
ในขณะที่ปีกสีขาวสยายออกจากแผ่นหลังของจางฮีวอน คลื่นความ
ร้อนสีแดงฉานก็อาบไปทั่วร่างของเธอ
[‘เวลาพิพากษา’ ถูกเปิดใช้งาน!]