มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 54 – มุมมองบุคคลที่หนึ่งของตัวเอก (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 54 – มุมมองบุคคลที่หนึ่งของตัวเอก (1)
หนึ่งในความตายที่เจ็บปวดที่สุดในโลกคือการถูกเผาจน
ตาย และผมก็เพิ่งได้รับประสบการณ์นี้มา เซลล์ประสาท
ในสมองของผมดูเหมือนจะเปล่งแสงออกมาในครั้งเดียว
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ช่วยลดความเจ็บปวดทาง
จิตใจ]
อาการปวดลดลงอย่างช้าๆ มันเป็นก าแพงที่สี่อีกครั้ง ผม
รู้สึกแปลกๆ เสมอเมื่อผมหนีจากปัญหาด้วยความ
ช่วยเหลือของสกิลนี้
หนทางเอาชีวิตรอดได้กลายเป็นความจริง และผมก็ใช้
ชีวิตอยู่ในนั้น ถ้าอย่างนั้น… อะไรคือ ‘ก าแพง’ ที่ผมรู้สึก
อยู่ทุกๆ ครั้ง?
····
ไม่ ความคิดเหล่านี้มันไร้สาระ ผมปลอดภัยด้วยแอตทริ
บิวต์ ‘ราชาผู้ไม่ตาย’ และต้องลงมืออีกครั้ง
มันเป็นแอตทริบิวต์ที่จะได้รับมาก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขของ
ราชาผู้ไม่ตายเท่านั้น ไม่เหมือนกับชื่อของมัน สิทธิพิเศษ
ของแอตทริบิวต์จะเรียกว่า ‘อมตะ’ มากกว่า ‘ไม่ตาย’ มัน
คือเงื่อนไขแต่…
ไม่ว่าในกรณีใดๆ แต่ผมคงจะกลับไปสู่ร่างในไม่ช้า อย่าง
น้อยนั่นก็คือสิ่งที่ผมคิด
[เนื่องจากข้อผิดพลาดที่ขัดแย้งกันกับสกิลเฉพาะตัวของ
คุณ สิทธิพิเศษของราชาผู้ไม่ตายจะล่าช้าลงไป]
ฮะ? ข้อผิดพลาดที่ขัดแย้งกันกับสกิล?
[ขอบคุณในความตายของคุณ สติของคุณได้รับการ
ปลดปล่อยจากข้อจ ากัดของร่างกายโดยสมบูรณ์]
[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้นที่สามถูกเปิดใช้
งาน!]
ผมถูกครอบง าด้วยความรู้สึกเวียนหัว ไม่สิ เดี๋ยวก่อน เกิด
อะไรขึ้นกันเนี่ย?
「”บัดซบ ถ้ามันไม่ใช่แค่เขา”」
อาการเวียนหัวสาดซัดเข้ามา และวิสัยทัศน์ของผมก็สดใส
ขึ้น จากนั้นผมก็ตรวจดู ‘ฉาก’
「กงพิลดูเลียริมฝีปากของเขาในขณะที่เขาสังเกตผู้คนที่
อยู่รอบๆ ชานชาลา ในตอนนี้เขาไม่อาจหนีไปได้แล้ว เขา
คิดเกี่ยวกับมัน แต่เขาก็รู้ดีกว่าใครว่าเขาไม่มีความกล้า
พอที่จะท า
“อืม.. พี่ทกจา”
มีน ้าหนักกดลงบนเข่าของเขา และกงพิลดูก็มองลงไป
มันเป็นเด็กชายอายุประมาณ 10 ปีหรือมากกว่านั้น มี
เด็กชายคนหนึ่งก าลังนอนอยู่บนต้นขาของเขา
“ท าไมฉันถึงเป็นแบบนี้…?”
กงพิลดูสงสัยในขณะที่เขาก้มมองลีกิลยังที่ก าลังนอน
หลับอยู่ ความทรงจ าเก่าๆ ของเขาโผล่ขึ้นมา เด็กน้อย ลี
กิลยังอายุพอๆ กับลูกสาวของเขา
เขาส่ายหัวและถอนหายใจ
– พี่พิลดู พวกเราควรหยุดตอนนี้…
– พ่อ พ่อจะพูดเรื่องที่ดินอีกนานแค่ไหนกัน?
มันเป็นเวลาที่เขาเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว
เขาหาเงินมาให้ครอบครัวและซื้อที่ดิน ถ้าเขาโชคดี เขาคง
จะกลายเป็นเจ้าของที่ และจากนั้นก็มีผู้เช่า…
ในที่สุดเขาก็กลายเป็น ‘นักลงทุนรายใหญ่’ ในชุงมูโร แต่
มันก็กินเวลาไม่นานก่อนจะพบว่าเขาไม่อาจรักษา
ครอบครัวเล็กๆ ของเขาไว้ได้
“แปลกจริงๆ? นายเข้ากับคนอื่นได้ดีหนิ”
เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นใบหน้าอันงดงาม ยูซานอา สองวัน
ก่อน ผู้หญิงคนนี้ได้กลายเป็นรองตัวแทนแห่งชุงมูโร
“รีบหยุดพูดเรื่องไร้สาระเลยนะ”
“นายก าลังยิ้มอยู่…”
กงพิลดูท าสีหน้าไม่พอใจ ยูซานอานนั่งข้างๆ เขาด้วย
ความลังเล
“ลุง นายซื้อที่ดินมากี่ครั้งแล้ว?”
“อะไรนะ?”
“เมื่อตอนฉันมองไปยังคนในพันธมิตรแลนลอร์ด มีแค่
นายเท่านั้นที่มีแอตทริบิวต์ ‘เจ้าของที่ดิน’”
“…มันไม่ดีหรอกที่มีที่ดินเยอะๆ มันต้องเป็นที่ดินผืนงาม
เธอมันไร้เดียงสา”
“งั้นที่ดินผืนงามคืออะไรล่ะ?”
“ที่ดินที่แพงคือที่ดินที่ดี”
“ที่ดินแบบไหนกันที่แพง?”
“ที่ดินที่หลายๆ คนต้องกัน”
“ที่ดินของนายเป็นแบบนั้นเหรอ?”
“ใช่”
มันไม่ใช่ที่ดินที่เขาต้องการ
กงพิลดูมองเข้าไปในดวงตาของยูซานอา ความอยากรู้
อยากเห็นของผู้หญิงคนนี้มีมุมที่แปลกประหลาด เธอยิ้ม
ข้างนอก แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัด
ตึก ตึก ตึก
จากนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากระยะไกล การแสดงออก
ของยูซานอาแข็งขึ้นในขณะที่ลีกิลยังตื่นขึ้นมาทันที่
หนวดของแมลงสาบบนหลังของเขาสั่น
ครืน ครืน ครืน ครืน!
สายสี่ อุโมงค์จากฮเวฮยอน มีบางสิ่งก าลังมาทางนี้ ยูซาน
อายืนขึ้นในขณะที่กลพิลดูใช้สกิล
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งาน ‘เขตติดอาวุธ LV.8’]
กงพิลดูเม้มปาก นี่อาจจะเป็นสัญชาติญาณของเจ้าของที่ผู้
ร ่ารวยเท่านั้น มีบางอย่างเกิดขึ้น
“เฮ้! เกาะกลุ่มกันไว้!”
มันเป็นความรู้สึกของคนที่พยายามจะแย่งที่ดินของเขา
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
ป้อมปราการของกงพิลดูยิงเข้าใส่ความมืดพร้อมกันและมี
บางอย่างตกลงมา พวกมันคือหนูดิน
“ศัตรู! รวมตัวกันไว้รอบๆ กงพิลดู! พวกเราจะท าตาม
แผนที่ฝึกไว้ตอนเช้า!”
ยูซานอาตะโกนออกมา และผู้คนที่กระจัดกระจายออกไป
บนชานชาลาก็วิ่งเข้ามา
“กลุ่ม A อยู่แถวๆ ป้อมปราการ กลุ่ม B อยู่แถวกลางการ
ยิง กลุ่ม C คอยปกป้องกงพิลดู!”
ผู้คนเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบในแบบที่พวกเขาได้ฝึก
มาล่วงหน้า เหล่าหนูดินทรุดตัวลงเนื่องจากการ
ตอบสนองที่รวดเร็วของผู้คน มันง่ายกว่าตอนการป้องกัน
ฉุกเฉินมาก
เมื่อหนูดินหลายสิบตัวล้มลงกับพื้น สมาชิกของชุงมูโรก็
บังเกิดความคิดเดียวกันขึ้นมา มันง่าย มันคุ้มค่าจริงๆ ที่
ทุกคนร่วมมือกัน
จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงจากอุโมงค์
“ตามที่คาดไว้ ปี่แห่งฮาเมลินไม่พอจริงๆ?”
“เผ่าพันธุ์ระดับ 9 จะเทียบกับพื้นที่ที่ยูจงฮยอคกลืนกินเข้า
ไปได้ยังไง?”
คนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากความมืด มันเป็นชายสี่คน
และผู้หญิงหนึ่งคน
การแสดงออกของกงพิลดูแข็งขึ้น เขาไม่รู้เหตุผล อย่างไร
ก็ตาม ก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน คนเหล่านี้แตกต่างจากคนที่
พวกเขาเคยจัดการมา
“บัดซบ… รีบไปเรียกแม่สาวซามูไรมาเร็ว!”
“ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” มันมีความรู้สึกอันเย็นยะเยือกเมื่อลีจีฮเย
ปรากฏตัวขึ้น “และอย่าเรียกฉันว่าซามูไรอีก ถ้านายไม่
อยากถูกกระทืบ”
แม้จะได้ค าตอบที่ไม่ค่อยน่าพอใจ แต่กงพิลดูก็ยังรู้สึก
สงบขึ้นเล็กน้อย ลีจีฮเยถือขุมพลังอันยิ่งใหญ่ แต่กงพิลดูก็
ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี เขาเป็นกังวลและค ารามเหมือน
สัตว์ร้ายที่ก าลังผวา
“พวกนายเป็นใคร? พวกนายมาจากที่ไหนกัน?”
“มันเป็นความจริง จอมทัพแห่งน่านน ้าและจ้าวป้อม
ปราการติดอาวุธได้กลายเป็นทีมเดียวกันแล้ว”
มันไม่ใช่ค าตอบที่ถูกตอบกลับมา แต่มันกลับใกล้เคียงกับ
การล้อเลียน
กงพิลดูถาม “พวกนายก าลังพูดบ้าอะไรอยู่ฮะ? รีบกลับไป
ซะ มิฉะนั้นฉันจะยิงเพื่อสังหาร!”
อย่างไรก็ตาม ชายหญิงทั้งห้าคนก็ไม่ได้มองมาที่กงพิลดู
เลย พวกเขาแค่พูดคุยกันต่อไป
“ใครอยู่ฝั่งมังกร?”
“หมายเลข 5, 6, 8 และ 9 พวกเขาไม่ใช่อัครสาวก แต่ก็
พอใช้ได้”
“ยกเว้นคนที่อยู่นอกกรุงโซล พวกเราเหลือกันอีกห้าคน”
“พวกเราห้าคนก็พอแล้ว รีบจัดการพวกนี้เถอะ”
คนแรกที่ก้าวออกมาข้างหน้าคือชายในวัยสามสิบที่มีพุง
ปูดออกมา
เขาเป็นผู้ชายที่มีหมายเลข ‘7’ อยู่บนบ่าของเขา เขามีขน
คิ้วหนาและมองไปยังขาขาวๆ ของลีจีฮเยราวกับว่าพวก
มันคือรสนิยมของเขา
“ฉันจัดการจอมทัพแห่งน่านน ้าเอง เธอไม่ใช่เรื่องใหญ่
อะไรถ้าไม่มีทะเล”
“แกก าลังพูดอะไรน่ะ?”
ลีจีฮเยตะโกนออกมาอย่างรวดเร็วและพุ่งไปข้างหน้า
กงพิลดูตระหนักได้ว่ามันไม่อาจช่วยได้และได้หลอมรวม
พลังเวทมนตร์เข้าไปยังป้อมปราการ
“บัดซบ ลงนรกไปซะ!”
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
ชายที่มีหมายเลข ‘4’ อยู่บนเสื้อคลุมของเขาหัวเราะ
ออกมา
“ตามที่คาดไว้จากหนึ่งในสิบอสูร ถ้าพวกเรามาช้าไปสัก
หน่อย พวกเราก็คงจะแพ้แล้ว”
“หมายเลข 3 และ 4 พวกนายสองคนไปจัดการกงพิลดู
ระวังตัวและโจมตีป้อมปราการทีละคน”
ผู้ชายที่มีหมายเลข ‘3’ ที่หน้าผากพยักหน้า
“เออ… ฉันเข้าใจแล้ว หนึ่งในสิบอสูรให้พวกเราทั้งคู่
จัดการเอง”
“หมายเลข 2 เธอจัดการที่เหลือ”
ผู้หญิงที่มีหมายเลข ‘2’ ที่แก้มของเธอขมวดคิ้ว เธอก าลัง
ถือขลุ่ยเล็กๆ ไว้ในมือ
“ท าไมฉันต้องจัดการกับมดปลวกพวกนี้ด้วย?”
“มันเหมาะสมที่สุดส าหรับเธอ”
“นายจะท าอะไร?”
จากนั้นชายที่มีหมายเลข ‘1’ บนเสื้อคลุมสีด าก็พูดขึ้นมา
“ฉันจะยึดเสาธง”」
ช่วงเวลาแห่งการจมดิ่งหายไปและสติก็ฟื้นกลับคืนมา
ในตอนนี้มันก็สมเหตุสมผลแล้ว
มุมมองนักอ่านพระเจ้า? ผมมีประสบการณ์ที่คล้ายกันนี้
เมื่อครั้งสุดท้ายที่ผมอยู่ในท้องของอิกทิโอซอรัส ในเวลา
นั้น ผมเห็นยูจงฮยอค
อย่างไรก็ตาม มันก็ช่างน่าอัศจรรย์ ผมคิดว่าผมเตรียมการ
ส าหรับเหล่าอัครสาวกแล้วแต่มันก็ยังไม่พอ ผมสามารถ
คาดเดาความคิดของพวกเขาได้จากไอเท็มที่พวกเขาเอามา
ด้วย
มันมีปี่แห่งฮาเมลินที่สามารถควบคุมหนูดินและโล่
ป้องกันกระสุนพลังเวทย์ที่สามารถป้องกันการโจมตีของ
กงพิลดูได้
พวกเขาต้องการพิชิตชุงมูโร ครอบครองตัวยูจงฮยอค
และกลืนกินโลกใบนี้
แต่มันคงไม่ง่ายนัก
「”อ-อะไรกัน? จอมทัพแห่งน่านน ้าแข็งแกร่งขนาดนี้
ตั้งแต่แรกเลยเหรอ? เฮ้ มีอะไรผิดไปเหรอ?”
มันเป็นอัครสาวกที่เจ็ดที่ร้องออกมาก่อน
ดาบคมของลีจีฮเยผลักเขากลับมาทีละนิดๆ มันเป็น
ธรรมดา ลีจีฮเยในตอนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าลีจีฮเยในรอบที่
สามแบบเดิมมาก
“บัดซบ ท าไมป้อมปราการพวกนี้มันแข็งจัง”
หมายเลข 3 และ 4 ก็มีปัญหา
อัครสาวกที่สองก าลังเป่าปี่แห่งเฮอเมลินเองก็ต้องดิ้นรน
เนื่องจากด้ายของยูซานอาและสายฟ้าของค้อนของลีกิลยัง
ในท้ายที่สุด มันก็เป็นอัครสาวกคนที่หนึ่งที่ต้องก้าว
ออกมา เขาขมวดคิ้วก่อนที่จะดึงบางสิ่งบางอย่างออกมา
และจุดไฟ จากนั้นเขาก็โยนมันไปยังปาร์ตี้ชงมูโร
ตู้มมมมมม-!」
เสียงค ารามดังกึกก้องและชานชาลาของชุงมูโรก็ถูกปก
คลุมไปด้วยระเบิด ผมรู้สึกตกใจ
…ไอ้ระย านี่?
[กระสุนเวทมนตร์ท าลายล้างสูง]
มันเป็นการยากที่จะสร้างความเสียหายจ านวนมากให้กับ
มอนสเตอร์ระดับสูง แต่กับมนุษย์ มันก็เป็นอาวุธที่ทรง
พลังที่สุดในการท าลายล้างวงกว้าง
มันคืออาวุธที่ท าขึ้นด้วยไอเท็มบางอย่างที่ปรากฏอยู่ใน
พื้นที่กังนัมและกังเซียว รวมทั้งไอเท็มบางอย่างที่ซื้อมา
จากกระเป๋าโดเกบิ
งั้นเขาก็คงเป็น ‘ราชา’ ของเหล่าอัครสาวก ธงม่วงที่อยู่บน
แผ่นหลังของเขาได้พิสูจน์สิ่งนี้แล้ว
ฝุ่นที่ตกลงมาเผยให้เห็นชานชาลาชุงมูโร หน้าอกของผม
เริ่มอึดอัด ถ้าอัครสาวกมีสิ่งนี้ งั้นสถานการณ์ก็คง
เปลี่ยนไป
ฝุ่นละอองเริ่มหายไปและเห็นสมาชิกกลุ่มชุงมูโรที่ล้มลง
ผู้คนก าลังกระอักเลือดออกมา
ยูซานอาและลีกิลยังก าลังนอนอยู่บนพื้น แม้แต่กงพิลดูก็
ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้อย่างสมบูรณ์แม้
จะใช้ก าแพงป้องกันแล้ว
「”เหอะ ตอนนี้มันดูดีแล้วสินะ? “」
อัครสาวกคนที่เจ็ดคว้าหัวของลีจีฮเยไว้ในขณะที่ชุดของ
เธอขาด เธออยู่ข้างหน้าและได้รับแรงระเบิดรุนแรงที่สุด
“ไม่ใช่ว่าเธอเป็นแค่ตัวละครสนับสนุนงั้นเหรอฮะ?”
“ไอ้บ้าเอ้ย… แค่ก!” ลีจีฮเยกรีดร้องออกมาในขณะที่เธอ
ถูกชกท้อง
“ฉันขอสาวน้อยคนนี้ได้ไหม?”
“นายจะท าอะไรกับเธอ? ไม่มีเวลาแล้ว”
“ฉันจะท าอะไรเหรอ? มองย้อนกลับไปดูสิ ไม่ใช่ว่าเธอ
ไม่ได้ตั้งใจจะติดตามตัวละครหลักและดูน่าสงสารหรอก
เหรอ? งั้นฉันก็อยากจะ…”」
ร่างเล็กๆ ของลีจีฮเยสั่นอยู่ในอากาศเหมือนกับเศษตุ๊กตา
ริมฝีปากของเธอสั่นเทา เธอก าลังจ้องมาที่ผม
「ช่ว…ย …ด้วย」
ความโกรธอันรุนแรงเต็มอยู่ในหัวของผม มันไม่
เหมือนกับผม เห็นได้ชัดว่าลีจีฮเยเป็นแค่ ‘ตัวละคร’
ส าหรับพวกมัน
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[การจมดิ่งที่มากเกินไปได้ยับยั้งคุณสมบัติบางอย่างของ
ก าแพงที่สี่]
ผมเกิดอารมณ์มากไป ผมเริ่มเวียนหัวและคลื่นไส้
[การจมดิ่งที่มากเกินไปได้ท าให้เกิดการเพิ่มความช านาญ
ของมุมมองนักอ่านพระเจ้า]
[ก าลังเปลี่ยนมุมมองของคุณเป็นบุคคลที่หนึ่ง]
จิตส านึกของผมหรี่ลงและยืดออกไปเหมือนกับยางยืด
จากนั้นผมก็ลืมตาขึ้น ผมอยู่ในชุงมูโรจริงๆ
…ได้ยังไง? ลีจีฮเยก าลังมองมาที่ผมด้วยสายตาที่
สั่นคลอน มันไม่ใช่แค่เธอ ในเวลานั้น ทุกๆ คนบนชาน
ชาลาก าลังมองมาที่ผม
มุมมองของผมขยับไปอย่างช้าๆ ผมเดินไปหาลีจีฮเย พูด
ให้ชัดๆ ร่างกายของผมก าลังเคลื่อนไหวโดยไม่ค านึงถึง
ความประสงค์ของผม
ก้าวแรก ก้าวที่สอง มันช้าแต่มั่นคง ผมก าลังย่นระยะทาง
ไปหาเธอ
อัครสาวกคนที่เจ็ดขมวดคิ้วและถามว่า “นายคือ…?”
ผมรู้สึกอึดอัดเหมือนก าลังสวมเสื้อผ้าที่ไม่พอดีกับ
ร่างกาย ระดับความสูงของสายตาแตกต่างไปจากปกติ
รวมทั้งประสาทสัมผัสทั้งห้าของผม
ในเวลานี้ ผมก็รู้แล้วว่า ‘ผม’ เป็นใคร ผมอดหัวเราะไม่ได้
ผมไม่ชอบมัน ผมไม่ชอบมันจริงๆ
ริมฝีปากของลีจีฮเยขยับเล็กน้อย
“อ่า…”
มือของผมจับเข้าที่ด้ามดาบราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ผมท ามา
นับล้านครั้ง
นิ้วของผมก าอย่างแปลกๆ มันเป็นธรรมชาติและงดงาม
ผมตื่นเต้นกับความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่ผมรู้สึกเป็นครั้งแรก
ในชีวิตของผม
ดาบเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ไม่มีใครเห็นอะไรเลย
เพียงแค่นั้น มันได้วาดผ่านบางสิ่ง บางสิ่งถูกตัดออก บาง
สิ่งตกลงกับพื้น
บางคนตกใจในขณะที่บางคนอ้าปากค้าง
อัครสาวกคนที่เจ็ดที่ก าลังจับลีจีฮเยไว้ทรุดตัวลงอย่างช้าๆ
เลือดทะลักออกมาจากคอของเขา มือของผมขยับและคว้า
ร่างของลีจีฮเยที่ก าลังร่วงลงมาไว้
“อ๊ะ อ่า…”
ผมวางลีจีฮเยลงไปบนชานชาลาเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นและ
เห็นเหล่าอัครสาวกก าลังมองมาทางนี้ คนแรกที่พูดคือ
อัครสาวกคนที่สาม
“นาย… นายเป็นใครกัน?”
ตลกจริง มันเป็นค าถามโง่ๆ ผมพูดออกมาช้าๆ มัน
เหมือนกับว่าผมคือผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ต้น
“ฉันคือยูจงฮยอค”
เสียงที่หนาวเหน็บและโดดเดี่ยวที่สุดในโลกใบนี้ ในที่สุด
เจ้าชายนิทราก็ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล
“และพวกนายจะต้องตายที่นี่”
ในตอนนี้ชุงมูโรคงจะปลอดภัยแล้ว
.
.
จิตส านึกของผมหลุดออกจากร่างของยูจงฮยอคและค่อยๆ
กลับคืนสู่ร่างเดิม
[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าระดับสามถูกปิด]
[ข้อผิดพลาดของสกิลกลับสู่ปกติ]
[ดีเลย์ของสิทธิพิเศษแห่งราชาผู้ไม่ตายได้ปรากฏขึ้นอีก
ครั้ง]
[ร่างกายของคุณฟื้นจากความตาย]