มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 67 – จ้าวแห่งบัลลังก์ (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 67 – จ้าวแห่งบัลลังก์ (4)
ชายตาเดียวเดินเข้ามาหาพวกเรา นี่คือการพบกันครั้งแรก
ของผมกับหนึ่งในเจ็ดราชาแห่งกรุงโซล
ยูซานอาพูดในแชทกลุ่ม
– ทกจา คนๆ นี้คือ…
– ใช่ ถูกต้อง
ผมพยักหน้าให้กับยูซานอา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่คิดถึง
บุคคลผู้นี้เมื่อได้เห็นภาพลักษณ์ของเขา
– ยังไงก็เถอะ ฉันไม่เข้าใจ แม้ว่ากลุ่มดาวจะเป็น ‘คนผู้
นั้น’ แต่ท าไมอวตารจะต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วย?
– ความเห็นอกเห็นใจของเขากับกลุ่มดาวดูเหมือนจะสูง
มาก ยิ่งอัตราความเห็นอกเห็นใจสูงเท่าไร อวตารก็จะยิ่ง
ได้รับอิทธิพลโดยไลฟ์สไตล์ของกลุ่มดาวมากยิ่งขึ้น
– ฉันไม่ควรไอต่อหน้าเขานะ
ชายที่มีผมยาวมัดไว้ข้างหลังก าลังโค้งตัวให้กับชายที่
ก าลังเดินเข้ามาหาพวกเรา
“ฝ่าบาท ท่านมาแล้ว”
“อืม”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันยังต้องพูดอีกเหรอ? นี่”
ชายตาเดียวชี้ไปที่ไม้เท้าของเขา มันมีอัญมณีสีน ้าเงินจาก
บทกระบวยใหญ่ประดับไว้อยู่
[ดวงดาวหมาป่าโลภ]
ชายผมยาวชื่นชมมัน
“โอ้…!”
ไม่ใช่ว่าเขาดูดีเลยเหรอ? เขาได้อัญมณีดวงดาวมาหนึ่งอัน
แล้ว…
อัญมณีดวงดาวเป็นรางวัลจากบทกระบวยใหญ่
มันเป็นไอเท็มที่สามารถเพิ่มค่าสถานะโดยรวมได้ใน
ระดับหนึ่ง มันมีเอฟเฟกต์ที่ดีในตัวมันเอง แต่อัญมณี
ดวงดาวก็ยังมีความหมายเมื่อรวบรวมได้เจ็ดอัน
มันเป็นเพราะอัญมณีเป็นสิ่งที่ใช้อัญเชิญอัญมณีสีน ้าเงิน
ออกมา
ชายตาเดียวมองมาที่ผม “คนพวกนี้เป็นใครกัน?”
“พวกเขาเพิ่งเข้ามาในบทกระบวยใหญ่ ความสามารถของ
พวกเขาค่อนข้างดี ดังนั้นผมจีงคิดจะชวนให้พวกเขา
มาร่วมมือด้วย”
“จริงเหรอ?”
ชายตาเดียวและผมยื่นมือออกมาในเวลาเดียวกัน
“ฉัน ชาซังคยอง”
“ฉัน คิมทกจา”
ผมจับมือกับเขาพร้อมกับเปิดใช้งานสกิล
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: ชาซังคยอง
อายุ: 26 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: เมตไตรยตาเดียว
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: ผู้ก่อตั้งนิกายจอมปลอม (วีรบุรุษ),
ราชาเมตไตรย (วีรบุรุษ)
สกิลเฉพาะตัว: ฝึกฝนอาวุธ LV.5, บาเรียพลังจิต LV.3,
วลีคมคาย LV.3, ช านาญการหลอกลวง LV.3, ค า
อธิษฐานเท็จ LV.1…
อักขระ: ดินแดนพันธสัญญาเมตไตรย LV.2, กฎแห่ง
ความน่าสนใจ LV.2, อริปีศาจ LV.3
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.28, STR LV.26, AGI
LV28, Magic P0wer LV.25
การประเมินโดยรวม: ไม่มีใครสามารถเป็นอิสระต่อหน้า
‘ดวงตา’ ของเขาที่แผ่ความรู้สึกรู้แจ้งต่อทุกๆ สิ่งได้ ระวัง
อย่าไปไอต่อหน้าเขา
+
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จางฮีวอนไม่ได้อยู่ที่นี่ ถ้าเธอเห็น
ชายคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าของผม เธอจะไม่พูดอะไรไร้สาระ
เกี่ยวกับผู้สนับสนุนของผมอีกเลย
ชาซังคยองพูด “ฉันมีภาระต้องมองสิ่งต่างๆ ขอฉันมอง
ไปที่นายสักครั้งได้ไหม?”
“เอาสิ”
ใช่ เขาสามารถลองดูได้
[ตัวละคร ‘ชาซังคยอง’ ใช้กฎแห่งความน่าสนใจ LV.2!]
อักขระ ‘กฎแห่งความน่าสนใจ’ เป็นเทคนิคการ
ตรวจสอบที่ค่อนข้างน่าสนใจในหนทางเอาชีวิตรอด มัน
ไม่ได้เปิดเผยหน้าต่างแอตทริบิวต์ของฝ่ายตรงข้าม แต่มัน
เป็นสกิลที่มอบข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยของเป้าหมายคร่าวๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาจะเห็น ‘อริปีศาจที่หลอกลวงได้ง่าย’
ถ้าคนผู้นั้น ‘ดี’ ในขณะที่เขาจะเห็น ‘อริปีศาจที่ก าลังจะ
แทงข้างหลัง’ ถ้าคนผู้นั้น ‘เลว’ ยกตัวอย่างเช่น
[ตัวละคร ‘ชาซังคยอง’ พบว่าคุณคืออริปีศาจที่ไม่ควร
แตะต้อง]
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
“น-นี่มัน?”
“ราชา มีอะไรงั้นเหรอ?”
[ตัวละคร ‘ชาซังคยอง’ ถูกรบกวนอย่างมาก]
ชาซังคยองตะโกนด้วยใบหน้าซีดเซียว
“อ-อริปีศาจ!”
“ฮะ? เป็นไปไม่…”
ด้วยค าพูดของเขา สมาชิกกลุ่มราชาเมตไตรยได้มองมาที่
ผมโดยพร้อมเพรียงกัน บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อชา
ซังคยองรีบพูดต่อ
“ม-ไม่มีอะไร ฉันท าผิดพลาดไป”
“ฮะ? ไม่มีอะไร?”
“ใช่ ไม่มีอะไร ทุกคนถอยไป”
ก็จริง เขาคงจะเป็นคนโง่ที่ไม่สนใจค าเตือนของกลุ่มดาว
ยังไงก็เถอะ อริปีศาจที่ไม่ควรแตะต้อง…
บางทีเมตไตรยตาเดียวอาจจะไม่ต้องการต่อสู้กับผม
“เห้อ… มันไม่น่าแปลกใจเลย”
สิ่งที่น่าสงสัยก็คือปฏิกิริยาของชายผมยาว มันเป็นแค่ชั่ว
ขณะหนึ่ง แต่มันก็มีการแสดงออกของคน ‘เสียใจ’ อยู่บน
ใบหน้าของเขา
“แผนจะเริ่มในหนึ่งชั่วโมง ฉันจะรอการมีส่วนร่วมของ
นายแม้ว่ามันจะสายไปสักหน่อย”
ชาซังคยองพูดก่อนจะกลับไปหาสมาชิกในกลุ่มของเขา
การเผชิญหน้ากันครั้งแรกกับกุงเย่จึงจบลงเช่นนี้ (TL: กุง
เย่ได้กล่าวถึงเล็กน้อยก่อนหน้านี้ในนิยาย เขาคือราชาที่
ประกาศตัวเองว่าเป็นพระพุทธเจ้าและกลายเป็นเผด็จการ
ที่ตัดสินประหารชีวิตใครก็ตามที่ต่อต้านเขา รวมทั้ง
ภรรยาของเขาเอง)
ชายผมยาวกล่าวว่า “ว้าว มันเกือบจะกลายเป็นเหตุการณ์
ส าคัญไปแล้ว ฉันดีใจนะ”
“มันไร้สาระสิ้นดีที่จะพูดว่าเขาเป็นราชาที่รู้ใจผู้คน”
“ฮ่าฮ่า กุงเย่อาจจะถูกบันทึกว่าเป็นทรราชในภายหลัง แต่
เขาก็เป็นราชาที่ดีและฉลาด นายไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไร
ขึ้นในอนาคต ประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
ผมมองไปยังชายผมยาวอย่างระมัดระวังและถาม
“อย่างไรก็ตาม นายเป็นใครกันแน่?”
“โอ้ ฉันยังไม่ได้แนะน าตัวเองเลย ฉันคือฮันซูยอง ฉันเป็น
ผู้ช่วยของชาซังคยอง”
ชายผู้สนับสนุนอวตารของกุงเย่ มันมีแนวโน้มว่าเขาจะ
ถูกผูกติดกับฝ่ายกุงเย่เพราะผู้สนับสนุนของเขา
มันคือใครกัน? บางทีมันอาจจะเป็นราชารึเปล่า? ผมใช้ส
กิลทันที่
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
[ข้อมูลของบุคคลนี้ไม่สามารถอ่านได้ใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
[บุคคลนี้ไม่ได้ลงทะเบียนใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
…อะไรนะ?
“อืม? เกิดอะไรขึ้น?”
ผมมองไปยังฮันซูยองที่ก าลังพูดอย่างไร้ยางอายและอด
หัวเราะไม่ได้ ผมเข้าใจแล้ว… ในตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเขา
เป็นใคร
“ไม่มีอะไร แค่… ฉันรู้สึกเหมือนว่านายก็เป็นอริปีศาจ”
“ฮ่าฮ่า นายหมายความว่าไง?”
ผมสามารถเห็นดวงตาของฮันซูยองเปลี่ยนไปอย่างน่า
ประหลาด บางทีในเวลานี้ พวกเราทั้งคู่อาจจะก าลังคิด
แบบเดียวกัน ค าถามก็คือว่าใครจะชักดาบออกมาก่อน
ประตูห้องรอเริ่มเปิดขึ้นทีละห้อง
“ราชาก าลังจะมา!”
มันมีความตึงเครียดในกลุ่มเมตไตรยในขณะที่หลายๆ คน
ในห้องรอเริ่มส่งเสียงเชียร์
ผมมองไปยังเหล่าราชาที่ก าลังเดินออกมาจากประตูและ
ถามฮันซูยอง
“พวกเขาอยู่ฝ่ายเดียวกันเหรอ?”
“ใช่ พวกเราต่างก็เป็นราชาที่สัญญาว่าจะร่วมมือกับพวก
เรา จากซ้ายไปขวา มันมี ‘ราชาผู้ลุ่มลึก’ ยุนกียอง และ
‘ราชาแห่งการต่อสู้’ คิมเบคโฮ จากนั้นก็คนสุดท้ายที่
ออกมาก็คือ ‘ราชามังกรปฐพี’ กูแดซอง”
ผมนึกได้ถึงบางสิ่งเมื่อผมได้ยินชื่อเล่นนี้
ราชาผู้ลุ่มลึกและราชาแห่งการต่อสู้ พวกเขาก็เหมือนกับ
ชื่อเล่นของพวกเขา พวกเขามีสกิลและค่าสถานะที่
เหมาะสม แต่พวกเขาก็ยังห่างจากราชาทั้งเจ็ดไปก้าวหนึ่ง
คนเดียวที่ผมต้องให้ความสนใจก็คือราชามังกรปฐพี กูแด
ซอง
กูแดซองมาเจอกับชาซังคยองและถาม “นายออกมาแล้ว
เหรอ?”
“เร็วจัง”
“นายมันไส้เดือนหยาบคาย”
“…ไส้เดือน? นั่นคือสิ่งที่นายเรียกผู้สนับสนุนของฉันงั้น
เหรอ?”
ยูซานอาตกใจเมื่อเธอได้ยินค าพูดของพวกเขาและกระซิบ
กับผม “คนๆ นั้น ฉันคิดว่าเขามีผู้สนับสนุนที่ดีอยู่นะ”
“…เธอรู้ได้ยังไง?”
“ฉันได้ยินเรื่องที่ราชาแห่งแพ็กเจเกิดมาจากมังกรปฐพี”
“มังกรปฐพี?”
“นั่นคือสิ่งที่พวกเขาหมายถึง ‘ไส้เดือน’ ราชาคนอื่นเรียก
เขาว่าบุตรแห่งมังกรปฐพีในท่าทางล้อเลียน”
เธอช่างน่าทึ่งจริงๆ เธอค้นพบตัวตนของกูแดซองด้วย
ข้อมูลมากแค่นี้
ยูซานอาพูดถูก
ราชามังกรปฐพี กูแดซอง ในความทรงจ าของผม เขาเป็น
หนึ่งในราชาแห่งกรุงโซลโดยมีราชาเกียนฮวอนคน
สุดท้ายเป็นผู้สนับสนุนของเขา
“มันมีแค่ไม่กี่คนที่มีราชาเป็นผู้สนับสนุน จากราชาที่พวก
เราได้เจอมาก่อน…”
ผมพยักหน้า ในความเป็นจริง มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มี
อวตารมากมายเป็นผู้สนับสนุนของพวกเขา
สถานการณ์คงจะคล้ายกันในพื้นที่อื่นๆ ไม่ใช่แค่ที่โซล
โดม
ในญี่ปุ่น มันมีการแข่งขันระหว่างวีรบุรุษสามคนรวมถึง
โนบุนากะ โอดะ ในอังกฤษ มันมีการแข่งขันระหว่างพระ
เจ้าริชาร์ดที่ 8
กลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกคงก าลังเตรียมพร้อม
ส าหรับสงครามเหนือบัลลังก์หนึ่งเดียว และยกระดับการ
ประสานงานระหว่างอวตารของพวกเขาให้ถึงขีดสุด
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ก าลังคาดหวังถึงการ
ปรากฏตัวของกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าดวงใหม่]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น ก าลังเฝ้าดู
สถานการณ์ด้วยมือเปียกชุ่ม]
กลุ่มดาวระดับสูงกลุ่มอื่นๆ ก็ก าลังสนใจเช่นกัน มันเป็น
ธรรมดา อย่างที่ผมพูดไว้ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ที่สี่เป็น
อีเว้นท์ส าหรับกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่ในแต่ละประเทศ
“ทุกคนรวมตัวกันเหรอ?”
ในไม่ช้าเหล่าราชาก็มาร่วมตัวกันตรงกลางและกล่าว
สุนทรพจน์
“ศัตรูของพวกเราคือราชาทรราชที่เข้าไปยังประตูบานที่
สาม ราชาทรราชได้รับอัญมณีมาสองอันจากดันเจี้ยนนี้
แล้วและเข้าโจมตีอวตารผู้บริสุทธิ์อย่างขี้ขลาด บางคนที่
อยู่ ณ ที่นี้อาจจะเสียราชาไปเพราะเขาแล้ว”
นั่นเป็นสาเหตุว่าท าไมห้องรอนี้จึงเป็นทุ่งศพ
บางทีราชาทรราชอาจจะสังหารราชาไปสองคนและ
ชิงอัญมณีดวงดาวของพวกเขามา มันหมายความว่าเขาคง
จะรวบรวมอัญมณีดวงดาวทั้งเจ็ดได้ในไม่ช้า…
“กรุงโซลใหม่ไม่ควรจะถูกมอบให้กับบุคคลเช่นนี้ หาก
เขาได้รับดาบสะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยินไป และจากนั้นก็ชิง
บัลลังก์หนึ่งเดียว มันจะเกิดโศกนาฏกรรมไม่รู้จบอันน่า
เศร้าโศกเกิดขึ้นในกรุงโซล!”
“ดังนั้นผู้คนจะต้องลุกขึ้นสู้! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! เหล่าราชาที่
อยู่ที่นี่ล้วนฉลาด อนาคตจะราบรื่นไม่ว่าพวกเราคนใดจะ
กลายเป็นราชาที่แท้จริง อย่างน้อยพวกเราก็ต้องหยุดราชา
ที่เลวร้ายผู้นี้ให้ได้!”
“นี่จะเป็นการดิ้นรนเพื่อวิถีชีวิตที่ชอบธรรม! จัดการซะ!
พวกเราจะเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์
หน้าใหม่!”
สุนทรพจน์ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากนัก แต่ผู้คนก็รู้สึก
ตื่นเต้นขึ้นมา บ้างก็ส่งเสียงเชียร์ บ้างก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจ
ในขณะที่บางส่วนนั้นประทับใจจนหลั่งน ้าตาออกมา มัน
เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นนักปฏิวัติที่ต่อสู้เพื่อความ
ยุติธรรมโดยแท้จริง
ผมมองไปยังฉากนี้เพียงล าพัง
เพียงแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผู้คนที่อยู่ที่นี่เพิ่งได้เลือกตั้ง
ไป พวกเขาได้ท าหน้าที่ของตัวเองและยอมรับการมี
ทรัพย์สินส่วนบุคคลผ่านกิจกรรมทางเศรษฐศาสตร์ที่ถูก
กฎหมาย ทันใดนั้นเอง ทั้งหมดก็รู้สึกเหมือนดั่งความฝัน
ในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน กรุงโซลได้กลับคืนสู่วันคืน
แห่งยุคอาณาจักร
“ออกเดินทาง!”
ผู้คนหลายร้อยคนได้เข้าไปผ่านประตูบานที่สาม กลุ่มของ
ชาซังคยองอยู่ในแนวหลัง และพวกเขาก็เคลื่อนไหวอยู่ใน
แถวกับพวกเขา
วิสัยทัศน์ของพวกเราสั่นก่อนที่อุโมงค์ยักษ์จะปรากฏขึ้น
มันเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถวัดขนาดได้อย่าง
ง่ายดาย
ฮันซูยองเดินมาข้างๆ ผมและพูดขึ้นมา “นี่มันน่าตื่นเต้น
มาก ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันอยู่ในนิยายแนวศิลปะการ
ต่อสู้เลย”
“นิยายแนวศิลปะการต่อสู้?
ฮันซูยองพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่มีความหมาย “ท าไม นาย
ไม่คิดว่ามันเหมือนกับนิยายแนวศิลปะการต่อสู้เหรอ? มัน
เหมือนกับแผนที่ขุมทรัพย์ ดาบในต านานก าลังหลับใหล
อยู่ในห้องศิลา และใครก็ตามที่ได้ดาบนี้ไปจะกลายเป็น
บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก!”
ฮันซูยองพูดด้วยท่าทางท่าทางที่ดูเป็นไปได้ มันคงจะไม่
แปลกอะไรถ้าเขาเป็นนักแสดง
“มันเป็นความซ ้าซากที่เหมือนๆ กันในนิยายซะจริงกับค า
ว่าดาบสมบัติ”
“โอ้ ทกจา นายก็อ่านนิยายพวกนั้นด้วยเหรอ?”
มันอดคิดถึงไม่ได้เมื่อพูดถึงประเภทนิยายขึ้นมา
“ฉันอ่านมานิดหน่อย ยังไงก็เถอะ มันเป็นการพัฒนา
ร่วมกันในความซ ้าซากของนิยายแบบนี้”
“การพัฒนาร่วมกัน? ยังไงเหรอ?”
“มันกลายเป็นว่าแผนที่สมบัติเป็นของปลอม! การพัฒนา
แบบนี้แหละ”
ดวงตาของฮันซูยองสั่น “น่าสนใจจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น
ต่อไป?”
“มันเป็นเรื่องที่ชัดเจน ‘เงา’ หัวเราะอย่างเงียบๆ และ
สังหารผู้คนที่มารวมตัวกันเพราะสมบัติจอมปลอม”
“โฮ่… นั่นเป็นสถานการณ์ปัจจุบันงั้นเหรอ? หรือจะมีบาง
คนมาเป็นเงา?”
ผมพยักหน้าและกล่าวว่า “มันเป็นไปได้ แม้ว่าฉันจะไม่
ชอบอะไรที่ซ ้าซากแบบนี้”
“อืม? หมายความว่าไงกัน?”
“พูดตามตรง มันมีอะไรซ ้าซากมากเกินไปเหมือนกับดาบ
สมบัติ”
“อืม… เรื่องราวมากเกินไปท าให้มันแย่ใช่ไหม?”
“ส าหรับนักเขียน ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ขาดความ
ตื่นเต้นไปหน่อย”
การแสดงออกของฮันซูยองแข็งขึ้นเล็กน้อย “งั้นนายจะท า
ยังไงถ้านายเป็นนักเขียน? ถ้านายต้องเขียนเกี่ยวกับดาบ
สมบัติล่ะ?”
“ฉันไม่แน่ใจ ฉันเป็นแค่ ‘นักอ่าน’ ตามชื่อของฉัน”
“ฉันคิดว่านักอ่านก็คงจะท าแบบเดียวกัน การเขียนอะไรที่
คุ้นเคยจะท าให้นักอ่านพึงพอใจ”
ใช่แล้ว ผมคิดว่าเขาคงจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ผมยิ้ม
และถาม “ใครพูดแบบนี้กัน? นายก าลังพูดในฐานะ
นักเขียน ฉันไม่ได้พูดว่าซ ้าซากแล้วจะไม่ดี อย่างน้อย
ที่สุด นักลอกเลียนแบบก็ไม่ควรจะใช้มัน”
“ลอก… เลียนแบบ?”
“ใช่ นักลอกเลียนแบบ”
มันตลกสิ้นดีที่ได้เห็นสีหน้าของฮันซูยองเปลี่ยนไป
“อืม ทุกๆ เรื่องมันคล้ายกัน มันคือรายละเอียดที่แตกต่าง
กันเล็กน้อย… มันสามารถเรียกได้ว่าเป็นการ
ลอกเลียนแบบจริงๆ เหรอ? บางทีถ้าทกจาเป็น
นักเขียน…”
“ไม่ ฉันจะท าให้มันแตกต่างกัน”
คิ้วของฮันซูยองกระตุก “…นายจะเขียนมันให้แตกต่าง
ออกไป? ยังไงกัน?”
“ตัวอย่างเช่น แบบนี้”
ผมชูศรัทธาไม่แตกสลายขึ้นมาและตัดคอของเขา ไม่มี
เลือดไหลออกมาในขณะที่ศีรษะของเขาตกลงมา
ผมพูดต่อ “ท าไมนายต้องซ่อนตัวด้วยในเมื่อนายถูก
เปิดเผยออกมาแล้ว?”
จากนัน เหัวของฮันซูยองก็พูดจากที่มันนอนอยู่บนพื้น “น่าสนใจจริงต คิมทกจา’
(จบตอน)