มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 74 – โลกที่ไร้ราชา (5)
ผู้คนที่หวาดกลัวมองไปยังฮันซูยองในเวลาเดียวกัน
ฮันซูยองโน้มตัวลงและถ่มน ้าลายออกมา
“พวกนายโง่รึเปล่า? ตื่น คิดให้ดีถ้าพวกนายอยากมีชีวิต
อยู่ พวกนายไม่รู้ว่าพวกนายจะเจอคนเลวๆ เมื่อไหร่ แต่
พวกนายกลับต้องการลดจ านวนสมาชิกลงเนี่ยนะ?”
“ร-เรื่องนั้น…”
“ในโลกนี้ผู้แพ้ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกนายต้องการ
ต่อสู้กันเพื่อไอเท็มขยะเหล่านี้แทนที่จะรวมพลังกัน
เหรอ?”
ผู้คนเริ่มได้สติกลับมาในทันใดและหน้าแดง
โดเกบิระดับกลางอาจจะไม่รู้ว่าในหมู่คนที่เขากระจาย
ออกไปนั้น หนึ่งในนั้นมีนักเขียนนิยายบนเว็บไซต์อยู่
“พวกนายไม่มีอาวุธและของใช้ที่จ าเป็นงั้นเหรอ? พวก
นายจะเอาชีวิตรอดไปไม่ได้เหรอ? พวกนายไม่รู้เหรอว่า
คนเห็นแก่ตัวจะตายเป็นคนแรก? พวกนายคิดว่าพวกนาย
จะแข็งแกร่งขึ้นเพียงเพราะเก็บไอเท็มขยะๆ เหล่านี้ไป
เหรอ?”
สีหน้าของเหล่าผู้รอดชีวิตคล ้าขึ้น ความกระหายเลือดของ
พวกเขาดับลงอย่างช้าๆ
“ถ้าพวกนายไม่แข็งแกร่งพอที่จะไม่มีคนแตะต้องพวก
นาย งั้นก็จงไว้ใจสหาย นั่นมันฟังดูสมเหตุสมผลใช่
ไหม?”
มันเป็นธรรมดาที่นักคัดลอกจะพูดอะไรแบบนี้ได้
อันที่จริง ค าพูดของเธอก็มีประสิทธิภาพ ผู้คนรอบๆ มอง
หน้ากันอย่างอิหลักอิเหลื่อ หากใครบางคนพูดขึ้นมาใน
เวลานี้ ผู้คนคงสามารถรวมตัวกันได้ ค าพูดไม่กี่ค าท าให้
อัตราการรอดชีวิตของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผมจ้องไปยังฮันซูยองและพูดขึ้นมา “แต่การที่เธอพูดแบบ
นี้…”
“นายเข้าใจไหม ทุกๆ คนควรท าตัวให้ถูกต้อง!” ฮันซูยอง
พูดอย่างรวดเร็วก่อนที่จะวิ่งหนีไป ความแข็งแกร่งของ
เธอต ่า ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถวิ่งไปได้ไกล “แฮ่ก แฮ่ก!
นายจะตามฉันมาท าไม?”
“เธอยังลอกค าพูดในนิยายอยู่อีกเหรอ?”
「”ถ้าพวกนายไม่แข็งแกร่งพอที่จะไม่มีคนแตะต้อง
พวกนาย งั้นก็จงไว้ใจสหาย”」
นี่คือค าแนะน าที่ยูจงฮยอคมอบให้กับผู้รอดชีวิตใน
หนทางเอาชีวิตรอด ฮันซูยองตะโกนออกมา “ลอกอะไร?
ค าพูดเหล่านี้มาจากนิยายของฉัน!”
“งั้นเธอวิ่งหนีมาท าไม?”
“…ไม่มีเหตุผล! ท าไมนายต้องตามฉันมาด้วย?”
เธอปฏิเสธที่จะยอมรับว่าเธอลอกเลียนแบบจนจบ ผมคว้า
คอเสื้อของเธอ
“ฉันช่วยเธอไว้ ดังนั้นเธอก็ควรจะตอบแทนฉัน”
“ตอบแทนอะไร?”
ผมหัวเราะให้กับสีหน้าที่เป็นกังวลของฮันซูยอง
“ถ้าเธอมีแบตเตอรี่ส ารอง งั้นก็เอามันออกมา เธอน่า
จะต้องใช้มันกับไฟล์นิยายของเธอ”
สีหน้าของฮันซูยองบิดเบี้ยวขึ้นมา
***
ผมไม่ได้ตั้งใจจะพาฮันซูยองไปกับผมในตอนแรก
พูดตามตรง ฮันซูยองเป็นคนไม่ดีเมื่อพิจารณาจากสิ่งที่
เธอได้ท ามา อย่างไรก็ตาม ความสามารถ ‘อวตาร’ ของ
เธอก็ค่อนข้างมีประโยชน์ และผมก็มีบางสิ่งที่ต้อง
พิจารณา ส่วนใหญ่แล้ว เธอนั้นมีประโยชน์ในการเคลียร์
สถานการณ์ย่อยในปัจจุบัน…
“ฉันไม่มีแบตเตอรี่ส ารอง ฉันเสียทุกอย่างไปในคังฮวามุน
แล้ว”
“งั้นก็เอานิยายของเธอมาให้ฉัน”
“ไม่ นายต้องจ่ายเงินถ้านายอยากอ่านมัน”
“ฉันจะจ่ายได้ยังไงในเมื่อเว็บไซต์ทั้งหมดหายไปแล้ว?”
ผมคว้าสมาร์ทโฟนของเธอมาจากตัวเธอ ฮันซูยองที่ก าลัง
อารมณ์เสียเกาะไหล่ของผมและยื่นแขนออกมา
“อะไรเนี่ย? เอาคืนมานะ!”
ไฟล์นิยายอยู่บนหน้าจอของเธอ เธอดูผ่อนคลายลง
[ผู้เสื่อมถอยไม่จ ากัดระดับ SSSSS]
มาดูกันเถอะ…
ผมกดไปที่แอพด้วยความประหม่า ผมสงสัยว่าไฟล์ของ
เธอจะไม่มีใครมองเห็นได้เหมือนอย่างผม
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่แบบนั้น หน้ากลางของหนังสือ
ปรากฏขึ้น เหมือนกับผมก าลังอ่านนิยายอยู่
「ยูจุนฮยอนเปิดหน้าต่างสถานะของเขาขึ้นมาอย่าง
เงียบๆ เขาต้องการตรวจสอบเนตรแห่งปราชญ์ที่เขาเพิ่ง
ได้รับมา
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: ยูจุนฮยอน
อายุ: 27 ปี
สัญญาดวงดาว: ???
แอตทริบิวต์: ผู้เสื่อมถอย (รอบที่ 3) (ต านาน), นักเล่นเกม
มืออาชีพ (หายาก)
สกิลเฉพาะตัว: เนตรแห่งปราชญ์ LV.1, การต่อสู้แบบตัว
ต่อตัว LV.1, การฝึกอาวุธ LV.1, บาเรียพลังจิต LV.1, จับ
เท็จ LV.4…(เว้นไว้)…
อักขระ: [การเสื่อมถอย LV.3]
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.24, STR LV.24, AGI
LV25, Magic P0wer LV.23
+
ยูจุนฮยอนหัวเราะเมื่อเขายืนยันถึงหน้าต่างค่าสถานะของ
เขา
“ฮุฮุ ในที่สุดฉันก็ได้เนตรแห่งปราชญ์มา ฉันโชคดีกับการ
เสื่อมถอยครั้งนี้จริงๆ”」
ผมอ่านมาถึงตรงนี้และมองไปยังฮันซูยองที่ก าลังอึ้งไป
“เธอไม่มีมโนธรรมเลยเหรอ?”
“…อะไรนะ?”
“ไม่ใช่ว่าเธอลอกข้อมูลส่วนบุคคลจากหนทางเอาชีวิต
รอดมาเหรอ? ในฐานะนักเขียน ไม่ใช่ว่าเธอควรเปลี่ยน
ส่วนประกอบสักหน่อยเหรอ?”
ฮันซูยองลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพึมพ าว่า “หนทางเอาชีวิต
รอดคือผู้สนับสนุน ส่วนของฉันคือสัญญาดวงดาว มัน
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และมันไม่มีการประเมินอย่าง
ครอบคลุมในนิยายของฉัน”
“…ถึงอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าชื่อของตัวเอกมันมากเกินไป
เหรอ? มันเหมือนกับว่ายูจุนฮยอนเป็นเวอร์ชั่นที่เขียนผิด
ไม่ใช่ว่าเธอควรเปลี่ยนสักหน่อยเหรอ? ผู้เขียนหนทางเอา
ชีวิตรอดคงจะร้องไห้ถ้าเขาได้เห็น”
ใบหน้าของฮันซูยองเปลี่ยนเป็นสีแดง และเธอก็กรีดร้อง
ออกมา “มันก็แค่… ไม่ แล้วไง? นายสงสัยอะไรฮะ?”
“คุณอ่านต้นฉบับมากี่ตอนแล้ว?”
“99 ตอน… เฮ้! เอาคืนมาให้ฉันได้รึยัง?”
เธออ่านมาถึง
ผู้เขียนจะคิดยังไงถ้าเขารู้ว่าคนที่อ่านหนทางเอาชีวิตรอด
มากที่สุดรองจากผมเป็นนักลอกเลียนแบบ?
อืม เขาคงจะพอใจที่ยอดวิวเพิ่มขึ้นในระหว่างช่วงการ
โต้เถียงเรื่องการลอกเลียนแบบ ดังนั้นเขาอาจจะพูดว่า
“ขอบคุณนะที่อ่านมาถึง
ผมถอนหายใจและถาม “
ของอุกกาบาตในสถานการณ์ที่ห้าใช่ไหม?
“มันไม่ปรากฏอยู่ในนิยายของเธอเหรอ?””
“ไม่มีของอย่างอุกกาบาตในนิยายของฉัน!” น่าแปลก ผม
คิดว่าเธอคงจะคัดลอกมันไปด้วย “ของฉันมีศิลาปิด
ผนึก!”
อย่างที่คาดไว้
“งั้นฉันจะไปเอาศิลาปิดผนึกมา เตรียมตัวไว้ด้วย”
“นายจะไปเก็บอุกกาบาตเหรอ?”
“มาก าหนดเงื่อนไขการร่วมมือกันกันเถอะ ยังไงก็เถอะ
เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันช่วยเธอไว้?”
“ฉันไม่ได้ถาม…”
ฮันซูยองเจออุกกาบาตที่มีมังกรไฟอยู่ ผมเกือบตายเพราะ
ผู้หญิงคนนี้ นั่นท าให้ผมนึกได้ว่าผมวางศพมังกรไฟไว้
บนการแลกเปลี่ยน มันถูกขายไปหรือยังนะ?
ผมไม่สนใจฮันซูยองไปสักพัก และเรียกบีฮยอง
‘บีฮยอง”
ไม่มีค าตอบกลับมา
สถานการณ์ที่มีอยู่หายไปอย่างสิ้นเชิงในแบบที่ไม่คาดคิด
บางทีโดเกบิของโซลโดมอาจจะก าลังประชุมกันอยู่
พวกมันอาจจะก าลังพูดอะไรบางอย่างเช่น “รุ่นนี้ถูก
ท าลายไปแล้ว ดังนั้นมาขายผลิตเหรียญให้เยอะๆ
เถอะ…”
ในอึดใจต่อมา หน้าต่าง ‘การแลกเปลี่ยน’ และหน้าต่าง
‘กระเป๋าโดเกบิ’ ก็เปิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ไอ้บ้านี่ มันไม่มีเวลากระทั่งส่งข้อความมาเลยเหรอ?
[กลุ่มดาวจ านวนมากไม่พอใจต่อโฆษณากะทันหัน]
นอกจากนี้ มันยังไม่ลืมที่จะเล่นโฆษณา ผมเปิดประวัติ
การขายในการแลกเปลี่ยนขึ้นมาก่อน
[ไอเท็ม ‘เกล็ดมังกรไฟ’ ถูกขายไปในราคา 8,000 เหรียญ]
[ไอเท็ม ‘กระดูกมังกรไฟ’ ถูกขายไปในราคา 5,000
เหรียญ]
ไม่น่าเชื่อ มันมีคนที่ซื้อไอเท็มราคาแพงเหล่านี้
ไอเท็มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการขายก็ถูกขายออกไปด้วย
เช่นกัน
[ไอเท็ม ‘กระดูกมังกรไฟ’ ถูกขายไปในราคา 22,222
เหรียญ]
…ไอเท็มที่ผมเก็บไว้ในการแลกเปลี่ยนถูกขายออกไป มี
คนที่ต้องการกระดูกมังกรมากขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าผมรู้
แบบนี้ ผมคงจะต้องราคาไว้ที่ 99,999 เหรียญแล้ว
อวตารที่มีอ านาจเช่นนี้ในปัจจุบันก็คงจะมีแอนนา
คลอฟฟ์, รันเวียร์ คาน แห่งอินเดีย, และเฟยหูแห่งจีน…
ไม่ว่ายังไงก็ตาม คนพวกนั้นก็คงจะไม่โง่
ผมเปิดกระเป๋าโดเกบิขึ้นมาและซื้อไอเท็มบางอย่างที่ผม
ต้องการ จากนั้นฮันซูยองก็พูดกับผมขึ้นมาในเวลาที่
เหมาะสมพอดี
“ท าไมนายถึงต้องการให้ฉันไปกับนาย? นายจะไปคน
เดียวกันได้หนิ”
“มันเหมือนกับสิ่งที่เธอเพิ่งพูด สิ่งที่ส าคัญที่สุดส าหรับ
การอยู่รอดคือการมีสหายที่ไว้วางใจได้”
ฮันซูยองมองมาที่ผมด้วยความสงสัย
“หืมม…”
ผมดึงไอเท็มที่ผมเพิ่งซื้อออกมา
“เอาล่ะ มาท าสัญญากัน”
[ไอเท็มปฏิญาณชั่วคราวถูกใช้]
+
[ปฏิญาณชั่วคราว]
คิมทกจา (นาย) จะลงนามในสัญญากับฮันซูยอง (บ่าว)
จนกว่าสถานการณ์ย่อยจะสิ้นสุดลง
คิมทกจา (นาย) และฮันซูยอง (บ่าว) จะไม่ท าร้ายกันและ
กันจนกระทั่งสถานการณ์ย่อยที่ก าลังด าเนินการอยู่นั้นจะ
จบลง
ในระหว่างช่วงเวลาของสัญญา คิมทกจา (นาย) และฮันซู
ยอง (บ่าว) จะสลับกันนอนเพื่อเตรียมพร้อมส าหรับ
‘บทลงโทษของการนอน’
····
ในช่วงเวลาของสัญญา แนวทางส าหรับปาร์ตี้จะเป็นไป
ตามความเห็นของคิมทกจา (นาย)
ในช่วงระยะเวลาของสัญญาฮันซูยอง (บ่าว) จะร่วมมือ
กับคิมทกจา (นาย) เพื่อเคลียร์สถานการณ์ เธอจะท าตาม
ค าสั่งของคิมทกจาตราบใดที่ชีวิตของเธอไม่ตกอยู่ใน
อันตราย
ในช่วงระยะเวลาของสัญญา คิมทกจา (นาย) จะปกป้อง
ฮันซูยอง (บ่าว)
สัญญานี้จะสิ้นสุดลงเมื่อสถานการณ์ย่อยจบลง ร่างกายจะ
ถูกท าลายหากละเมิดสัญญา
+
ปฏิญาณชั่วคราว มันไม่ได้มีผลเหมือนกับสัญญา
ผู้สนับสนุน แต่มันมีผลบังคับใช้เป็นสัญญาระยะสั้น
ฮันซูยองมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่ประหลาดใจ
“นายคิดว่าฉันจะเซ็นสัญญาเหรอ?”
“ไม่เหรอ?”
“…ท าไมฉันต้องเซ็นด้วย? ฉันไม่เคยท ามาก่อน”
“ดี ประสบการณ์ครั้งแรกเป็นสิ่งส าคัญ”
ฮันซูยองกัดฟัน ถึงกระนั้นผมก็รู้ว่าเธอจะยอมรับ มันไม่มี
ทางเลือกอื่นส าหรับคนที่หมดพลังเวทมนตร์แล้ว มันเป็น
การฆ่าตัวตายที่ต้องเดินคนเดียวในซอโช และเธอต้องการ
ใครสักคนที่จะปกป้องเธอสักหน่อย
“…โอเค ก็ได้ แต่ฉันมีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง”
“อะไร?”
“พวกเราจะแบ่งปันข้อมูลของกันและกัน เอาอย่างงี้
เป็นไง? ฉันมีเรื่องต้องถามนายเยอะแยะเลย นายควรจะ
ตอบมาตรงๆ ฉันมีสกิลจับเท็จ”
เธอมีบางสิ่งที่ผมไม่มีงั้นเหรอ?
[ตัวละคร ‘ฮันซูยอง’ ใช้ ‘จับเท็จ LV.1’]
…มันเป็นเรื่องจริง
ฮันซูยองตรงเข้าประเด็น “แอตทริบิวต์ของนายคือ
อะไร?”
“ฉันไม่รู้”
[ตัวละครฮันซูยองยืนยันว่าค าพูดของคุณเป็นความจริง]
ฮันซูยองท าหน้าเหลอหลาและยกมือกุมขมับ
“…มันพังเหรอเนี่ย?”
“ไม่ มันเป็นเรื่องปกติ ถามค าถามต่อไปเร็ว ฉันจะตอบแค่
3 ข้อเท่านั้น ส าหรับจ านวนที่เหลือ เธอได้ใช้ไปหนึ่งข้อ
แล้ว”
“ไม่ นายหมายความว่าไงว่านายไม่รู้ว่าแอตทริบิวต์ของ
ตัวเองคืออะไร?”
“ฉันไม่รู้จริงๆ เอาล่ะ ค าถามต่อไป?”
ดวงตาของฮันซูยองหรี่ลง และเธอก็ถามต่อด้วยความ
ลังเล “ท าไมนายถึงสละบัลลังก์หนึ่งเดียว?”
ผมคิดไว้แล้วว่าต้องมีค าถามนี้
“แผนของฉันพังเพราะนาย ถ้ามันไม่ใช่เพราะนาย… นาย
รู้ไหมว่าฉันเตรียมอัครสาวกเหล่านั้นไว้หนักแค่ไหน แต่
พวกเขาก็ถูกท าลายย่อยยับ? ถ้าฉันได้นั่งบนบัลลังก์ ฉัน
คงได้เตรียมตัวต่อสถานการณ์ต่อไปแล้ว…”
“ถ้าเธอนั่งลงบนบัลลังก์ โซลจะต้องพินาศ”
[ตัวละครฮันซูยองยืนยันว่าค าพูดของคุณเป็นความจริง]
ฮันซูยองขมวดคิ้ว “ท าไมสกิลยังไม่ได้ผลอีก?”
“มันไม่ได้เสีย พวกเราจะถูกท าลายถ้ามีใคร ไม่เพียงแค่
ฉันหรือเธอ นั่งลงบนบัลลังก์”
[ตัวละครฮันซูยองยืนยันว่าค าพูดของคุณเป็นความจริง]
ดวงตาของฮันซูยองเบิกกว้าง
“นายรู้ได้ยังไง? นายออกไปตอนไหน? ท าไมนายถึงรู้
เรื่องนี้ในเมื่อฉันไม่รู้?”
“ฉันไม่ใช่คนที่ออกไป”
[ตัวละครฮันซูยองยืนยันว่าค าพูดของคุณเป็นความจริง]
ฮันซูยองตกตะลึงและรีบถามค าถามต่อไปออกมา
“นาย… นายอ่านหนทางเอาชีวิตรอดไปถึงไหน?”
“ค าถามสามข้อของเธอจบลงแล้ว”
“นี่เป็นค าถามที่ส าคัญที่สุด!” คางของฮันซูยองสั่น” ไม่มี
ทาง… ใช่ไหม? นาย… นายไม่ใช่คนบ้าแบบนั้น… ใช่
แล้ว มันไม่น่าเป็นไปได้…”
กรุบกรับ กรุบกรับ กรุบกรับ กรุบกรับ!
มันมีเสียงเหมือนกีบม้าดังออกมาจากระยะไกล
ผมบอกให้ฮันซูยองที่ก าลังพึมพ าอยู่เงียบลง และพวกเรา
ก็รีบหลบไปทางด้านหลังของอาคารที่อยู่ใกล้ มีบางอย่าง
ก าลังใกล้เข้ามา
มันอยู่ในร่างของมนุษย์…? ผมใช้ลิสต์ตัวละครกับคนที่
ก าลังพุ่งเข้ามาพร้อมด้วยเมฆฝุ่น
[ข้อมูลของบุคคลนี้ไม่สามารถอ่านได้ใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
[บุคคลนี้ไม่ได้ลงทะเบียนใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
เมื่อมองใกล้ๆ ผมก็เห็นว่าทุกคนที่ก าลังวิ่งเข้ามานั้นมีขน
ปกคลุมอยู่ทั่วร่าง
ใบหน้าของพวกเขาเป็นมนุษย์ แต่ร่างกายของพวกเขา
เหมือนกับสัตว์ประหลาดและใหญ่เป็นสองเท่าของมนุษย์
พวกเขาดูเหมือนกับมนุษย์หมาป่า
เมื่อมองใกล้ๆ มันมีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าก าลัง
ถือคอของคนเอาไว้ มันคือมอนสเตอร์ที่ตัวใหญ่ที่สุด
“ฮึ่ม… มันอยู่ที่ไหน?”
“ถ-แถวนี้! ฟาร์มเหรียญ…”
จากนั้นก็มีเสียงศีรษะของชายคนนั้นกระเด็นออกไป เขา
เป็นหนึ่งในคนพเนจรที่อยู่ข้างหน้ามิโนซอฟ เหล่ามอน
สเตอร์พุ่งเข้าไปอย่างหิวกระหายและเริ่มกัดกินร่างกาย
ของชายคนนั้น
ผมคิดว่าผมรู้แล้วว่ามอนสเตอร์เหล่านี้คืออะไร
ฮันซูยองรู้อะไรบางอย่างและพึมพ า “…เผ่าพันธุ์ภายนอก
งั้นเหรอ?”
คนพเนจรมีวิธีการเอาชีวิตรอดของตัวเอง มันมีคนที่มี
ตัวตนอยู่ในฐานะของมนุษย์และท าฟาร์มเหรียญ ในขณะ
ที่บางคนก็ละทิ้งต่อการเป็นมนุษย์และเดินบนเส้นทาง
ของเผ่าพันธุ์ใหม่
เผ่าพันธุ์ภายนอกมีข้อจ ากัด แต่เนื่องจากพวกเขายอมแพ้
ต่อการเป็นมนุษย์ พวกเขาจึงสามารถเติบโตได้เร็วกว่าคน
อื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นไปจนถึงช่วงกลางเรื่อง
บางทีคนพวกนี้อาจจะเป็นมนุษย์หมาป่า…
“…พวกเขาได้พลังของอุกกาบาตมา”
ในตอนนี้ มันต้องเป็นสถานการณ์ที่ห้าเท่านั้น ในเวลา
ปัจจุบันนี้ วิธีเดียวที่ผู้คนจะสามารถวิวัฒนาการเป็นมนุษย์
หมาป่าได้นั้นก็คือการใช้พลังของอุกกาบาต พวกคน
พเนจรต้องได้อุกกาบาตที่ตกลงมายังซอโชไปไว้ในมือ
แล้วแน่ๆ
ฮันซูยองพูดขึ้นมา “ฉันรู้จักเขา ไอ้บ้านั่น เขาเป็นคนที่
หยุดอ่าน”
“…เธอรู้ได้ยังไง?”
“ฉันเห็นมัน มันเป็นสิทธิพิเศษในฐานะคนสุดท้ายที่
ออกมาจากนิยาย”
“สิทธิพิเศษ?”
“ฉันสามารถอ่านข้อมูลและแอตทริบิวต์ของคนที่หยุด
อ่านได้” เธอพูดด้วยน ้าเสียงที่โอ้อวดเล็กน้อย
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผมก็นึกถึงเรื่องที่ผมได้ยินมาจากจางมิ
นซอบ
ไม่นานหลังจากสถานการณ์เริ่มขึ้น อัครสาวกที่หนึ่งก็มา
หาพวกเขา สิ่งนี้จะอธิบายได้ถ้าฮันซูยองมีความสามารถ
ในการค้นหาคนที่หยุดอ่าน จากนั้นเธอก็ใช้ความสามารถ
อวตารเพื่อปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา
ฮันซูยองพูดต่อ
“นั่นเป็นเหตุผลว่าท าไมฉันถึงสงสัยนาย ชายที่ฉันไม่
สามารถอ่านได้…”
ฮันซูยองจ้องมาที่ผมก่อนที่จะมองกลับไปยังเผ่าพันธุ์
ภายนอก
“ในเวลานั้นมีเพียงไม่กี่คนที่ปฏิเสธข้อเสนอของฉัน คน
พเนจรนั่นเป็นหนึ่งในนั้น ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่
อะไรเพราะคนพวกนั้นส่วนใหญ่ก็คงจะตายในไม่ช้า…”
“ผู้ชายคนนั้นคือใคร?”
“เขาคือซองมินวู”
ซองมินวู? มันไม่ใช่ชื่อของตัวละครอย่างแน่นอน แต่ผม
เคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง…
[เผ่าพันธุ์ภายนอกระดับ 6 ‘มนุษย์หมาป่า ซองมินวู’ ก าลัง
ค้นหาสิ่งรอบตัว]
ผมเห็นใบหน้าของบุคคลจากระยะไกล อ่า… บางที่
ความทรงจ าล่าสุดบังเกิดขึ้นในใจของผม มันเป็นความ
ฝันที่ผมฝันถึงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมจ าวันเวลาของผม
ในโรงเรียนและพวกอันธพาลที่รังแกผมได้ หลายปีผ่าน
ไป แต่การแสดงออกทางสีหน้าของเขายังดูเหมือนเดิม ไม่
ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมก็ไม่สามารถลืมชื่อนั้น
บนป้ายชื่อได้
ซองมินวู… ต้องเป็นเขาแน่ๆ แต่ไอ้บัดซบนั่นก็เป็นคนที่
ออกไปเหรอ? พวกอันธพาลก็อ่านนิยายเหรอ?
“เขาลงไปตอนไหน?”
“ ผู้ชายคนนั้น… เขาดูแปลกๆ เขาค่อนข้างแตกต่างจาก
ผู้อ่านทั่วไป”
“ท าไม?”
ฮันซูยองกังวลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า
“ในสายตาของฉัน เขา… ‘ออกไปคนที่ 173 โดยไม่
สมบูรณ์’”
ในเวลานั้นเอง ซองมินวูก็สูดกลิ่น และเขาก็หันหน้ามา
ทางนี้ ดวงตาสีเหลืองของเขาดูเหมือนจะพูดว่า ‘ฉันเจอ
นายแล้ว’
เขาก้มลงกับพื้นด้วยแขนขาทั้งสี่ข้างและเริ่มวิ่งเข้ามาทาง
นี้
(จบตอน)