มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 73 – โลกที่ไร้ราชา (4)
ฮันซูยองถูกโยนเข้าไปในกรง
เธอหมดสติไปและน่าจะขาดพลังเวทมนตร์หลังจากผม
ชิงธงมาจากเธอ
ฮันซูยองน่าจะถูกเคลื่อนย้ายมาแถวๆ นี้ เธอเป็นนักเขียน
ดังนั้นเธออาจจะมีบริษัทจัดการหรือส านักพิมพ์อยู่ใกล้ๆ
“นายดูไม่ค่อยดีเลยนะ? เฮ้ นายแตะต้องเธอไปแล้ว
เหรอ?”
“ไม่ ฉันรู้ว่ากลุ่มดาวจะต้องมารวมตัวกันที่นี่”
[กลุ่มดาวที่ชอบความลามกอนาจารรู้สึกตื่นเต้น]
[กลุ่มดาวสองสามกลุ่มดวงตาเปล่งประกายขึ้นมาด้วย
ความเสน่หา]
ชุดชั้นในสีขาวถูกเผยออกมาจากกางเกงยีนส์ขาดๆ ของ
ฮันซูยอง มันมีผู้ชายหลายคนที่ก าลังเป่ายิ้งฉุบกันอยู่แล้ว
ผมจ้องไปยังฮันซูยองหลังกรง ไม่ว่าผมจะดูยังไง มันก็ไม่
มีสัญญาณว่าจะเกิดอะไรขึ้น
····
ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็นอุปสรรคถ้าเธอถูกทิ้งให้มีชีวิตอยู่
เธอเป็นคนที่รู้จักโลกใบนี้ดีที่สุดนอกจากผม
เรื่องราวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากการเสื่อมถอยรอบที่
สามหรือสี่จากไตรมาสแรกของเรื่อง และความรู้ที่เธอมี
อยู่ก็อาจจะเชยไปแล้ว แต่…
ในช่วงเวลาที่ผมคิดเรื่องนี้ ผมก็ขนลุกด้วยความรังเกียจ
ตัวเอง
…ท าไมผมต้องกังวลเรื่องนี้ด้วย?
การฆ่าใครบางคนเพราะพวกเขาเป็นอันตรายในอนาคต
ผมควรช่วยคนผู้นั้นไว้เพราะพวกเขาจะเป็นประโยชน์ใน
อนาคตงั้นเหรอ?
ผมไม่ใช่ยูจงฮยอค แต่เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้
“นายอยากท าไหม ทกจา?”
รองยุนหัวเราะเมื่อเขาเห็นผมจ้องอย่างจริงจัง มันคงเป็น
การแสดงออกที่บอกว่า ‘ฉันช่วยได้’
“ถ้านายสัญญากับฉันข้อหนึ่ง ฉันจะให้นายได้ท ากับเธอ
ก่อน เป็นไง?”
“…นายต้องการให้ฉันสัญญาอะไร?”
“นายมีกลุ่มใช่ไหม? งั้นช่วยแนะน าตัวฉันกับกลุ่มของ
นายที่ พวกเราจะเริ่มขยายกองก าลังในไม่ช้า ดูไอเท็มของ
ทกจาสิ… มันต้องเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างใหญ่เลยใช่ไหม?”
ผมจ้องไปยังรองยุนและกล่าวว่า “ฉันสามารถแนะน านาย
ให้ได้ถ้านายต้องการ แต่ฉันต้องการให้นายหยุดเรื่องนี้”
“ฮะ? ฮ่าฮ่า ทกจา นั่นมันหมายความว่ายังไง?”
“ปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป”
คิ้วของรองยุนกระตุกเพราะเขารู้ว่ามันไม่ใช่การล้อเล่น
“หืม… ทกจา มันจะเป็นอะไรไปกับการปฏิบัติกับผู้คน
แบบนี้? ถ้านายรอดมาได้จนถึงจุดนี้ ไม่ใช่ว่านายก็รู้แล้ว
เหรอ?”
“…”
“ฉันดูทกจามานานแล้ว ฉันรู้ว่ามันเป็นทกจา นายสามารถ
อยู่รอดได้ในทุกๆ ที่”
มีการเยาะเย้ยแปลกๆ อยู่ในการแสดงออกของรองยุน
“ไม่ใช่ว่านายอ่านนิยายบนเว็บอยู่คนเดียวหรอกเหรอ?
นายต้องเดินทางไปท างานด้วยความเศร้าหมองอยู่เสมอ
บางครั้งนายอาจจะคุยกับฉันและเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
พวกเขาก็เป็นคนดีเหมือนกับยูซานอา”
“เกี่ยวอะไรกัน?”
“ทกจาก าลังสนุกกับสถานการณ์ในตอนนี้ใช่ไหม?”
สนุกกับมัน? มันเหมือนกับการเล็งกริชเข้ามาที่หัวใจของ
ผมจากมุมที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
รองยุนคว้าไหล่ของผม
“ฉันเองก็ชอบทกจานะ พวกเราอยู่ในทีม QA เหมือนกัน
ฉันได้ยินค าถากถางเหมือนกันทุกๆ ครั้งและใช้ชีวิตอยู่
บนความเหยียดหยาม นายจ าสิ่งที่แผนกอื่นเรียกพวกเรา
ได้ไหม? ทีมหุ่นฝึก พวกเราเป็นคนกระจอกที่ไม่มีค่า
อะไร พวกเราเป็นแค่ตัวทดสอบ”
“…”
“ทกจา คนเหล่านี้ติดกับดักแล้ว ไม่ใช่ว่านายก็รู้เหรอว่า
พวกเขาเป็นใคร? ดูดีๆ สิ พวกเขาเป็นพวกคนที่ไม่เคย
สนใจพวกเรา”
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นและเสียงกรีดร้องของผู้คนก็ดัง
ออกมา เมื่อมองใกล้ๆ ผมก็จ าคนพวกนั้นได้
ผู้คนมากมายที่อยู่ในกรงเป็นคนที่ผมรู้จักจากมิโนซอฟ
มันเป็นคนที่ผมไม่ค่อยรู้จักมากเท่าไร ซึ่งคนเหล่านี้ก็
อาจจะไม่รู้จักผมหรือไม่สนใจก็ได้
“มันจบแล้วตอนนี้ ทีมการเงิน ทีมวางแผน ไม่มีอะไรที่
ส าคัญเลย คนที่ดีที่สุดในโลกในตอนนี้ก็นี้คือทีม QA ของ
พวกเรา ฮ่าฮ่า ทกจา ไม่ใช่ว่านายก็รู้จักการทดสอบบั๊คงั้น
เหรอ? โลกนี้เป็นเกม เกมที่มีบั๊ค มันมีช่องโหว่มากมายที่
ฉันสามารถฉกฉวยได้”
ข้อความมากมายจากกลุ่มดาวดังขึ้นในหัวของผม
บางครั้งความด้อยกว่าก็เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นสัตว์
ประหลาด
“ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว โลกใบนี้คือเกมที่มีอยู่เพื่อพวกเรา!
นายรู้ไหมว่ากลุ่มของฉันได้เหรียญวันละเท่าไร?”
“ฉันไม่รู้”
“5,000 เหรียญต่อวัน 5,000 เหรียญ… นายจินตนาการได้
ไหม? พวกเราไม่ได้ท าตามสถานการณ์และได้เหรียญมา
5,000 เหรียญ มันคือ 5,000 เหรียญจากแค่การท าให้คน
ต่อสู้และผสมพันธุ์กัน มันเหมือนกับทีมวางแผนที่คอยรับ
เช็ค นายไม่รู้เหรอว่ามันหมายความว่ายังไง?”
ผมเห็นผู้ชายก าลังเดินเข้าหาฮันซูยองทีละคน ผมหายใจ
ออกช้าๆ จนถึงตอนนี้ ผมแสดงมารยาทต่อเพื่อร่วมงานที่
เคยร่วมชายคากับผมด้วยการฟังเรื่องราวของเขาแล้ว
ผมเอามือของรองยุนออกจากไหล่และพูดขึ้นมา “ถ้านาย
ต้องการเหรียญ มันก็มีวิธีที่ดีกว่า”
“อะไรเหรอ?” รองยุนหน้าขึ้นสี “นายเองก็เจอบั๊คเหรอ?
มันคืออะไร?”
“หลักการเหมือนกับฟาร์มเหรียญ การกระตุ้นกลุ่มดาว”
“โอ้ มันมีการกระตุ้นที่มากกว่านี้เหรอ? เป็นไปได้ไหม?”
“ใช่แล้ว แบบนั้นแหละ นายอยากให้ฉันบอกไหม?”
“มันคงจะดีถ้านายแบ่งปันความรู้มา!”
“กลุ่มดาวจริงๆ แล้วชอบ…’
[คมมีดแห่งศรัทธาถูกเปิดใช้งาน!]
“…นี่มัน”
มันมีเสียงของกรงถูกตัด ผมเหวี่ยงดาบของผมอย่างมั่วซั่ว
เข้าใส่คนพเนจรที่อยู่รอบๆ กรง ผมตัดเอ็นร้อยหวายของ
เหล่าคนที่ก าลังหนีไป
เข่าของเหล่าคนที่ไม่ได้เตรียมตัวขัดขืนบิดเบี้ยวไป
“อ๊ากกก! ไอ้บ้านี่มันอะไรกัน?”
“ขาของฉัน! ขาฉัน!”
ผมยังคงแกว่งดาบต่อไปท่ามกลางเลือดที่พุ่งออกมา
“ก็อะไรแบบนี้แหละ”
ผมตัดมือของสมาชิกแผนกทรัพยากรมนุษย์ที่คอยก่อกวน
จากนั้นก็แขนของชายคนหนึ่งที่พยายามจะดึงเสื้อของ
ฮันซูยองออก
“นี่ก็ดีเช่นกัน”
เลือดสาดกระเด็นมาที่แก้มของผม ผมเช็ดเลือดอย่าง
เงียบๆ และตัดแขนขาต่อไป จากนั้นก็ได้ยินเสียงของรอง
ยุน
“น-นายจะท าอะไรน่ะ? นี่มันอะไรกัน?”
“ขอบคุณส าหรับเรื่องราวนะ”
ผมหันไปหารองยุน
“ฉันสร้างสถานการณ์ที่กลุ่มดาวชอบจริงๆ เพราะนาย”
ด้วยการลงดาบเพียงสองครั้ง มันก็ไม่มีผู้ชายคนไหนที่เข้า
มาในกรงของฮันซูยองสามารถท าอะไรกับผมได้
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยินดีกับการตัดสิน
ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ พ่นลมหายใจออกมา
จากการลงโทษอย่างไม่หยุดยั้ง]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มที่ไม่ชอบความโหดเหี้ยมของกลุ่ม
ดาวบางกลุ่มพึงพอใจกับการตัดสินใจของคุณเป็นอย่าง
ยิ่ง]
[คุณได้รับการสนับสนุน 8,000 เหรียญ]
รองยุนหน้าซีดและล้มลงบนพื้น
ผมหัวเราะเยาะเขา
“ท าไมต้องสร้างอะไรที่น่าเบื่ออย่างการท าฟาร์มเหรียญ
ด้วย? มันง่ายที่จะได้เหรียญมาจะตาย”
“…อ-ไอ้ระย าเอ้ย!”
มันมีคนพเนจรอยู่เป็นจ านวนมาก ในไม่ช้ามันก็มีคน
พเนจรล้อมผมไว้ 20 คน
มันเป็นตัวเลขที่คลุมเคลือที่อาจจะท าให้ผมละเมิด
หลักการของการไม่สังหาร แต่ผมไม่ได้กังวลนัก ผมแค่
ต้องออกไปจากที่นี่
ผมถอยหลังไปเล็กน้อยในขณะที่กอดร่างเบาๆ ของฮันซู
ยองไว้ ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเธอก็เบิกขึ้นและเธอก็
ถาม “…ท าไมนายถึงช่วยฉัน?”
“เธอตื่นแล้วเหรอ? งั้นก็ลุกขึ้น”
เสียงของฮันซูยองนั้นอ่อนแอ
“ถ้านายช่วยฉัน ไม่ใช่ว่ากลุ่มดาวในช่องของนายจะ
หายไปเหรอ? นายไม่รู้เหรอว่ากลุ่มดาวเกลียดอะไรมาก
ที่สุด?”
“มีบางส่วนที่ชอบมัน”
[กลุ่มดาวที่ก าลังรอฮาเร็มกุมมือเข้าด้วยกันอย่าง
ระมัดระวัง]
[กลุ่มดาวที่ชอบ ‘จากศัตรูกลายเป็นมิตร’ รู้สึกดีใจ]
ฮันซูยองขมวดคิ้ว
“มันดูเป็นเรื่องราวซ ้าๆ ซากๆ ใช่ไหม? จู่ๆ ผู้หญิงที่ก าลัง
จะถูกข่มขืนก็มีพระเอกมาช่วยเธอ ท าไมนายถึงท าอะไร
แบบนี้แม้ว่านายจะบอกว่านายไม่ชอบอะไรซ ้าๆ ซากๆ?”
“เธอเข้าใจผิดสองอย่าง”
ผมลงมือพร้อมกับตัดขาของคนพเนจรคนหนึ่งเบาๆ
“หนึ่ง ฉันไม่ใช่ฮีโร่ และสอง…”
[คุณได้ช่วยชีวิต]
[คะแนนกรรมของคุณเพิ่มขึ้นทีละแต้ม]
[คะแนนกรรมปัจจุบัน: 14/100]
คะแนนกรรมได้รับมาเมื่อระบบระบุว่าบุคคลนั้นถูก
‘ช่วยเหลือ’ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าผมทิ้งไปแบบนี้ มันก็มี
แนวโนมว่าฮันซูยองจะตาย
“เธอไม่ใช่ผู้หญิง”
“…วางฉันลง!”
ผมโยนเธอลงไปที่พื้นโดยไม่ลังเล
ฮันซูยองตะโกนออกมา “นายโยนฉันลงจริงๆ เหรอ?”
“เธอเองก็สู้ได้”
“อะไรนะ?”
“พวกเราจะต่อสู้ด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเธอชอบอะไรที่มันซ ้าๆ
ซากๆ งั้นเหรอ?”
“ไม่ว่าฉันจะชอบแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีการต่อสู้ในฝั่ง
เดียวกับศัตรูอยู่ในเรื่องแบบนั้นหนิ?”
เธอบ่น แต่พวกเราก็ค่อนข้างเข้ากันได้ ผมตัดขาของคน
พเนจรที่ก าลังเดินเข้ามาในขณะที่ฮันซูยองซึ่งตามผมมา
นั้นได้หยุดลมหายใจของพวกเขา พวกเราพรากชีวิตของ
พวกเขาไปอย่างช้าๆ และรวบรวมคนที่รอดชีวิตอยู่อย่าง
ระมัดระวัง
เหล่าคนพเนจรที่พากันหวาดกลัวเริ่มหนีไปจากฟาร์ม
เหรียญ
“นี่คือก าไรจริงๆ”
ผมมองดูเหรียญซึ่งผมได้มาจากเหล่าคนพเนจรในขณะที่
ฮันซูยองส่ายไปมาด้วยรอยยิ้ม
[คุณได้รับ 18,400 เหรียญ]
การสนับสนุนของเธอไม่สูงเท่ากับของผม แต่เธอก็ได้
เหรียญมามากอยู่ดี ผมคงจะไม่ได้เหรียญมากเท่านี้ถ้าไม่มี
ฮันซูยองอยู่ที่นี่ แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะคิดว่ามันเป็นทิป
ผมมองไปข้างหน้า ณ ตรงที่รองยุนยังคงนั่งอยู่บนพื้น
“ฮ่าฮ่า… โรคจิต ฉันคิดว่านายคงจะเป็นแบบนี้ ฉันควรจะ
รู้เมื่อฉันได้ยินข่าวลือ…”
“ไอ้ระย านี่ นายมันพูดมากจริงๆ”
ฮันซูยองแทงคอของรองยุน เลือดทะลักออกมาจากล าคอ
ของรองยุนและแสงในดวงตาของเขาก็ดับลง
อีกคนที่จ าทกจาได้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้หายไป
แล้ว
ฮันซูยองเห็นผมก าลังมองอยู่และบ่น “…นายท าหน้า
อะไรของนาย? นายเสียใจที่ไอ้ระย านี่ตายเหรอ?”
“ไม่”
“งั้นท าไมนายถึงฟังเขาอยู่”
ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะผมไม่คิดว่าค าพูด
เหล่านี้จะดังออกมาจากปากของฮันซูยอง
“นายฟังเรื่องพล่ามไร้สาระของไอ้นี่ ท าไมกัน? กลุ่มดาว
ไม่ชอบเรื่องที่น่าผิดหวัง”
ผมฟังเธออย่างเงียบๆ ก่อนที่จะยิ้ม
อะไรอีกเนี่ย?
“ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้ แต่มันดีกว่าที่จะฟังเรื่องพล่ามไร้
สาระอะไรพวกนี้เพื่อที่จะได้เหรียญมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกมัน
ถูกสังหาร มันคงไม่มีความสดชื่นถ้าไม่รู้ถึงหงุดหงิดมา
ก่อน”
“ไม่สิ? ทกจา… ไม่ ไม่ใช่ว่ากลุ่มดาวชอบการฆ่าทันที
เหรอ? นายจะรู้อะไรถ้านายไม่ใช่นักเขียน?”
“ฉันรู้ดี ฉันเป็นผู้อ่าน”
“นี่มัน…!”
ผมไม่สนใจฮันซูยองและค้นหาไอเท็มที่ดรอปอยู่ ส่วน
ใหญ่มันเป็นขยะ แต่มันก็มีชุดที่ผมสามารถใส่ได้
[ชุดต่อสู้ระยะประชิดของสุภาพบุรุษเฒ่า]
มันเป็นไอเท็มระดับ B และเพิ่มการป้องกันแค่เล็กน้อย
เท่านั้น แต่มันก็ดีกว่าไม่ใส่ ผมไม่สามารถใส่เสื่อของแซม
ยองดังไปได้ตลอด… เมื่อมาคิดถึงมัน มันควรเริ่มการ
ฟาร์มไอเท็มบ้างแล้ว
เหล่าคนพเนจรที่ก าลังหนีไปดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปยังถ ้า
ของพวกเขา มันคงจะดีกว่าที่จะไล่ตามไปและโจมตีเหล่า
คนพเนจร
ถ้าผมจ าไม่ผิด ซอโชมี ‘อุกกาบาตหิน’ อยู่สองสามอันที่
ต้องใช้ในสถานการณ์ที่ห้า ถ้าผมหล่นลงมาที่นี่ งั้นผมก็
ควรจะเก็บมันไว้
เมื่อผมได้แบตเตอรี่ส ารองมา…
[คุณช่วยชีวิต]
[คะแนนกรรมของคุณเพิ่มขึ้นทีละแต้ม]
[คะแนนกรรมปัจจุบัน: 25/100]
คนสองคนก าลังเดินเข้ามาหาผม พวกเขาต่างก็เป็นคนที่
ถูกขังไว้ในกรง
สีสันกลับคืนสู่ใบหน้าของคนบางคนที่จ าหน้าของผมได้
ผมยกมือขึ้นก่อนที่พวกเขาจะทันได้พูด
“ตอนนี้ฉันช่วยพวกนายไม่ได้ ดูแลชีวิตของตัวเองละกัน
นะ”
ความสิ้นหวังจางๆ เต็มอยู่ในดวงตาของพวกเขา แต่มันก็
ไม่ใช่สถานการณ์ที่ผมสามารถช่วยได้ มันดูเย็นชา แต่ใน
ท้ายที่สุด ผมก็ได้ช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้
“หยิบไอเท็มที่พอใช้ได้และไปยังชุงมูโร ถ้าพวกนาย
สามารถท าได้ มันก็อาจจะมีบางคนที่สามารถช่วยพวก
นายได้”
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ ผู้คนก็เริ่มเก็บไอเท็มที่ตกอยู่
ขึ้นมา ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายขึ้นเมื่อพวกเขามี
หวังถึงความอยู่รอด
เมื่อมองไปยังพวกเขา ผมก็เข้าใจแล้วว่าท าไมโดเกบิถึงพา
ผมมาที่นี่
“นั่นเป็นของฉัน! วางมันลงนะ!”
“ฉ-ฉันเห็นมันก่อน!”
ผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อ ในตอนนี้ก าลังมองหน้ากันพร้อมกับ
ถืออาวุธเอาไว้ พวกเขาชี้อาวุธเข้าหากันโดยไม่ลังเล
นี่คือโลกที่ไร้ราชา
ไม่มีใครควบคุมโลกใบนี้
โดเกบิพยายามแสดงให้ผมเห็น
โลกที่ไร้ราชานั้นป่าเถื่อน เมื่อไม่มีกฎและจริยธรรมที่
พวกเราต้องหวงแหน มันก็แสดงให้เห็นว่าความเชื่อของ
พวกเราที่มีต่อมนุษย์คนอื่นนั้นต ่าต้อยเพียงใด
พลันเสียงที่ไม่คาดคิดก็หยุดคนเหล่านี้ที่ก าลังจะกวัด
แกว่งอาวุธเข้าใส่กัน
“พวกนายอยากตายงั้นเหรอ?”
(จบตอน)