มู่หนานจือ - บทที่ 472 เลี้ยง
ซย่าซานเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรท่านหญิงทำแบบนี้ก็ไม่ถูก!”
เขาคัดค้านเพื่อคัดค้านเจิ้งฉงอย่างสิ้นเชิง ตอนที่เอ่ยเรื่องนี้ถึงอย่างไรก็ยังขาดความมั่นใจเล็กน้อยอยู่ดี
เจิ้งฉงขี้เกียจที่จะสนใจเขา
ทว่าจั๋วหรานกลับพยักหน้าอย่างนับถือมาก และเอ่ยว่า “ท่านหญิงเป็นอย่างที่พ่อของเจ้าบอกจริงๆ มีความสามารถเทียบเท่าบุรุษ เรื่องอื่นข้าไม่รู้ แต่สามารถช่วยครอบครัวของท่านคัง ภายใต้สถานการณ์แบบนั้นได้ ก็เก่งมากแล้ว เสียดายที่นางเป็นท่านหญิง ไม่อย่างนั้นจะได้ทำความรู้จักสักหน่อย”
ซย่าซานหัวเราะเยาะ และเอ่ยว่า “ต่อให้นางไม่เป็นท่านหญิง เจ้าจะได้รู้จักนางหรือ?”
จั๋วหรานถูกคนหัวเราะเยาะเพราะพี่สาวไม่น้อย พอได้ยินจึงหน้าแดงก่ำทันที
เจิ้งฉงไม่ชอบที่ซย่าซานพูดจาเจ็บแสบเกินไป จึงแก้หน้าให้จั๋วหราน โดยเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “สหายจั๋ว สหายซย่าหมายความว่าชายหญิงมิควรใกล้ชิดกันเกินงาม ต่อให้ท่านหญิงไม่เป็นท่านห หญิง พวกเราก็คงจะเป็นเพื่อนกันยากอยู่ดี”
ใบหน้าของจั๋วหรานฉายแววซาบซึ้ง และเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าพูดผิดไปแล้ว”
เจิ้งฉงยิ้ม และถามถึงการเรียนที่สำนักของจั๋วหราน “…ทางพวกเราเริ่มสอน ‘ชุนชิว’ แล้ว ตอนนี้ทางพวกเจ้ากำลังสอนเรื่องอะไร?”
ปกติสำนักใหญ่อย่างสกุลหลี่กับสำนักการศึกษาประจำเมืองต่างจะแบ่งเป็นหลายระดับตามความก้าวหน้าของนักเรียน จั๋วหรานกับเจิ้งฉงอยู่ระดับเดียวกัน
จั๋วหรานยิ้มพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าเร็วกว่าพวกเรา พวกเรายังเรียน ‘หลุนอวี่’ อยู่” และเอ่ยอีกว่า “เดิมทีข้าคิดจะย้ายไปที่สำนักของพวกเจ้า แต่ถึงอย่างไรเสียนหยางก็อ อยู่ห่างจากซีอานเล็กน้อย พี่สาวของข้าไม่วางใจ ข้าจึงจำเป็นต้องเรียนที่สำนักการศึกษาประจำเมือง…”
ความจริงแล้วพี่สาวของเขากลัวเขาถูกคนรังแก
ทว่าเขากลับไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเพื่อน
ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนการเรียนของกันและกัน เจิ้งฉงพบว่าความรู้ของจั๋วหรานดีมาก หัวข้อสนทนายิ่งคุยก็ยิ่งลึก แต่ซย่าซานกลับยิ่งฟังก็ยิ่งเบื่อ เขาอดทนนั่งดื่มชาอยู่ตรงนั้น ร รอจนฟ้าค่อยๆ มืดอย่างยากลำบาก แล้วรีบขัดจังหวะทั้งสองคน โดยเอ่ยว่า “วันนี้ทุกคนยากที่จะได้เจอกัน ข้าเลี้ยงอาหารทุกคนดีกว่า! ไปหอจวี้อันเป็นอย่างไร? ห่านย่างของที่นั่นทำได ด้ดีมาก ไปช้าแล้วมักจะไม่มีที่นั่ง! ไม่อย่างนั้นไปกินเนื้อแพะย่างที่ร้านเสี่ยวชุ่ย? บรรพบุรุษของเถ้าแก่ของร้านเสี่ยวชุ่ยเป็นชาวเผ่าหุย เนื้อแพะที่พวกเขาทำอร่อยที่สุดแล้ว. …”
เจิ้งฉงไม่มีธุระพอดี จึงมองไปที่จั๋วหราน
ความนัยที่แฝงในนั้นคือถามเขาว่าไปหรือไม่ เหมือนเพื่อนชวนกันมาก
จั๋วหรานชอบเจิ้งฉงมากขึ้นแล้ว
เขาอยากเป็นเพื่อนกับเจิ้งฉง จึงตกลงด้วยความยินดีเช่นกัน
ทั้งสามคนลุกขึ้น และเดินออกไปข้างนอก พลางปรึกษากันว่าจะไปรับประทานอาหารเย็นที่ไหนกันแน่
เด็กรับใช้ของเจิ้งฉงวิ่งมาอย่างหอบหายใจหนัก “คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่ นายท่านให้ท่านกลับไป คุณชายหลี่หลินจากไท่หยวนมาแล้ว ให้ท่านกลับไปอยู่เป็นเพื่อนขอรับ”
หลี่หลิน!
เขามาทำไม?
เจิ้งฉงประหลาดใจ
เด็กรับใช้รีบเอ่ยว่า “เห็นว่ามาส่งคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่…คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่จะเรียนหนังสือกับนายหญิงคังขอรับ”
ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง!
เจิ้งฉงจำเป็นต้องขอโทษซย่าซานกับจั๋วหรานอย่างเกรงใจ
จั๋วหรานยากที่จะปิดบังความผิดหวังได้ ทว่าซย่าซานกลับถามเขาอย่างอยากรู้ว่า “คุณชายหลี่หลิน…เป็นพี่ชายของใต้เท้าหลี่หรือเปล่า ข้าได้ยินคนบอกว่า ครอบครัวของพวกเขาต่างท ทำสงครามเก่ง เมื่อก่อนอยู่ฝูเจี้ยน หลี่หลินเคยนำคนหนึ่งพันห้าร้อยคนโจมตีรังของโจรสลัดห้าพันคน เป็นความจริงหรือไม่? ก่อนหน้านี้เจ้ารู้จักเขาหรือไม่? เขาหน้าตาเป็นอย่างไร? ? ปีนี้ใต้เท้าหลี่ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปี หลี่หลินก็น่าจะอายุไม่มากเหมือนกันใช่หรือไม่?”
เขาพูดจ้อ ส่วนจั๋วหรานเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ที่แท้หลี่หลินผู้นี้ก็เป็นวีรบุรุษเหมือนกัน”
เจิ้งฉงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ก่อนหน้านี้เพียงแค่เคยเห็นไกลๆ ไม่ค่อยมีโอกาสติดต่อ พวกเรื่องที่เจ้าพูดนั้นข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือเท็จ อาจจะเป็นเพราะใต้เท้าหลี่ไม่อยู่ ท่านหญิงจึงให้ท่านคังกับท่านพ่อต้อนรับคุณชายหลี่หลินแทนใต้เท้า เดี๋ยวข้าเจอเขาแล้วหากมีโอกาส จะถามให้เจ้า”
“โธ่เอ๋ย!” ซย่าซานเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ถามอะไรกัน? พรุ่งนี้พวกเราเลี้ยงอาหารเขาเถอะ! ยังมีหลี่จี้…เจ้าเด็กนี่ไม่เลว ข้าได้ยินคนบอกว่า เขาเข้ากับพวกลูกน้องของพี่ชายเขาได ด้ไม่เลว แถมยังสามารถสั่งให้พวกเขาทำงานให้เขาได้ด้วย ท่านอายังให้ข้าเรียนรู้จากเขาเลย!”
แบบนี้…เขาลากหลี่จี้ออกมาเล่น ท่านอาก็น่าจะพูดอะไรไม่ได้แล้ว
แต่เรื่องนี้เจิ้งฉงกลับตัดสินใจไม่ได้ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันแล้วกัน! ยังไม่รู้ว่าหลี่หลินจะอยู่ที่นี่กี่วันเลย!”
ในเมื่อเจิ้งฉงไม่ไปแล้ว จั๋วหรานก็ไม่อยากไปแล้วเช่นกัน
ทั้งสามคนแยกกันหน้าโรงน้ำชา
เจิ้งฉงรีบกลับไป ถึงรู้ว่าที่แท้เจิ้งเจียนบิดาของเขาไม่ได้ช่วยต้อนรับหลี่หลินตามคำสั่งของท่านหญิง ทว่าหลี่หลินอยากจะเลี้ยงอาหารคนของเรือนชบา บอกว่าเขาเป็นพี่ใหญ่ ในเมื อมาซีอานแล้ว อย่างไรก็ต้องเชิญพวกเขาออกไปกินอย่างดีสักมื้อ แม้เจิ้งฉงจะไม่เรียนหนังสือที่เรือนชบา แต่เขาเป็นลูกชายของเจิ้งเจียน ก็ถือได้ว่าเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องเช่นกัน บว วกกับเขานิสัยดี เป็นคนอ่อนโยนและใจดี หากเขาอยู่ซีอาน ทุกคนออกไปเที่ยวหรือกินข้าวต่างก็ชอบเรียกเขาไปด้วย ถือว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรือนชบา ทว่าเจิ้งเจียนกับคังเสียงอว วิ๋นกลับไม่ได้รับคำเชิญ ใช้คำพูดของหลี่หลินบอกว่า เห็นอาจารย์แล้วรู้สึกกลัว จนกินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นจะสั่งอาหารอีกโต๊ะหนึ่งต่างหาก และเชิญเจิ้งเจียนกับคังเสียงอวิ๋น
เจิ้งเจียนกับคังเสียงอวิ๋นต่างเป็นคนอ่อนโยน ทั้งสองคนยิ้มพลางส่ายหน้าตลอด แล้วกำชับให้พวกเขาดื่มเหล้าน้อยหน่อย และห้ามก่อเรื่องหลังจากดื่มเหล้า ก็ปล่อยให้พวกเขาไปก่อความว วุ่นวายแล้ว
——————————————————
ทางเจียงเซี่ยนเชิญนายหญิงคัง คุณหนูทั้งสองของตระกูลคัง และนายหญิงเจิ้งมาอยู่เป็นเพื่อน เจียงเซี่ยนเห็นหลี่เสว่มีความสุขมาก จึงให้คนอุ่นเหล้าจินหวาด้วย ทุกคนจิบเล็กน้อย หลังจากกินข้าวก็ไปที่โถงบุปผา และเชิญนักเล่านิทานหญิงมาเล่านิทานสองคน
นายหญิงเจิ้งก็เอ่ยว่า “ได้ยินว่าหลายวันนี้ตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจในเมืองซีอานต่างเชิญคณะเหลียนจูไปแสดงในบ้าน ฤดูใบไม้ผลิยากที่จะอากาศดีมาก ข้าจึงขอให้ท่านตู้ส่งคนมาแ แสดงงิ้วสักสองสามองก์เช่นกัน ถือว่าจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้คุณหนูใหญ่!”
ฐานะของตู้ฮุ่ยจวินสูงเกินไป นายหญิงเจิ้งจึงเชิญไม่ได้ แต่สามารถเชิญฮวาตั้น[1]กับชิงอีของคณะเหลียนจูมาแสดงงิ้วได้
หลี่เสว่สนใจมาก จึงเอ่ยว่า “ดี” ติดกันหลายครั้ง และเอ่ยว่า “พอกลับไปไท่หยวน ก็คงยากที่จะได้ดูงิ้วดีแบบนี้แล้ว!”
หลังจากหลี่หลินรับประทานอาหารกลางวัน ก็มาคารวะหลี่เสว่
ถึงอย่างไรก็เป็นน้องชายของตนเอง แต่งงานกับน้องสะใภ้ที่ไม่ได้เรื่องได้ราวแล้ว ล่วงเกินท่านอากับหลี่เชียนแล้ว หากนางก่อกวนต่อไปอีก มีแต่จะทำให้หลี่หลินเสียหน้าเท่านั้น ยิ่ งกว่านั้นนางรับปากหลี่เชียนแล้วว่าจะช่วยควบคุมอาหารการกินภายในตระกูลหลี่ที่ไท่หยวน หลี่หลินยังไม่ทันได้พูดอะไร หลี่เสว่ก็หาทางลงเอง โดยบอกว่านางอยากมาดูว่าหลี่ เชียนอยู่ซีอานเป็นอย่างไร เวลานี้รู้ว่ามีท่านหญิงดูแลหลี่เชียน ทางนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดี นางก็ควรกลับไปแล้วเช่นกัน
หลี่หลินดีใจจนออกนอกหน้า เพราะยังต้องรีบกลับไปมอบสินสอดที่ตระกูลเกา จึงกำหนดวันเดินทางกลับเป็นอีกห้าวันให้หลัง
หลี่เสว่ขานรับ และเริ่มลงมือเก็บของ
ต้องบอกว่าเมื่อก่อนนางคิดว่าช่วยหลี่ฉางชิงดูแลบ้านเป็นน้ำใจของตนเอง หลังจากหลี่หลินล่วงเกินหลี่ฉางชิง และก่อตั้งตระกูลเอง หลี่เสว่คิดว่านางช่วยหลี่ฉางชิงดูแลบ้านก็ เป็นหน้าที่แล้ว
แอบเศร้าแล้ว นางก็เช็ดน้ำตาให้แห้งอย่างเข้มแข็งมากกว่าเดิม พอออกไปข้างนอกอีกครั้ง ก็กลับมาเข้มแข็งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จึงทำใจให้สบายพลางคิดว่าจะเที่ยวให้เต็มที่สักสองสา ามวัน หลังจากกลับไปก็เริ่มจัดระเบียบธรรมเนียมที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยอีกหลังจากเจียงเซี่ยนจากไป ต่อไปก็คงยากที่จะได้ออกไปข้างนอกแล้วเช่นกัน
เมื่อครู่ถึงได้ถอนหายใจ
ช่วงนี้นายหญิงคังกับนายหญิงเจิ้งไปมาหาสู่กับหลี่เสว่ พวกนางถูกคอกันมาก พอรู้ว่านางไปครั้งนี้ก็ยากที่จะได้เจอกันแล้ว ก็พากันชวนนางว่าหากมีเวลาว่างต้องมาเป็นแขกที่ซี อาน
คนยังไม่ไป กลับรู้สึกเศร้าขึ้นมาเล็กน้อยล่วงหน้า เจียงเซี่ยนจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พี่หญิงไม่สะดวกออกไปข้างนอก แต่พวกเราสามารถไปเยี่ยมนางได้นี่นา” ทำให้ทั้งสองคนนึกถึงเรื่ องที่เจียงเซี่ยนขอตำแหน่งให้หลี่เชียน และคิดว่านี่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เช่นกัน จึงรู้สึกปลอดโปร่ง
————————————
[1] ฮวาตั้น ตัวละครหญิงที่เล่นบทหญิงสาวหรือหญิงวัยกลางคนที่ร่าเริง