มู่หนานจือ - บทที่ 488 ใช่หรือไม่
ฮูหยินซย่าเกลียดคนของตระกูลต่งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหนูใหญ่ต่งผู้นี้
ตอนแรกที่ซย่าเจ๋อรับตำแหน่ง ตระกูลต่งทำการค้าใหญ่กับพี่ชายของซย่าเจ๋อเพื่อประจบตระกูลซย่า จนพี่ชายของซย่าเจ๋อเอ่ยถึงตระกูลต่งก็ชื่นชมมากมาย ส่วนซย่าเจ๋อก็อำนวยความสะดวก กให้ตระกูลต่งมากเช่นกัน นี่ทำให้ฮูหยินซย่ารู้สึกไม่สบายใจมาก รู้สึกว่าพี่ชายของสามีตนเองได้รับผลประโยชน์แล้วกลับคิดถึงแต่ตระกูลต่ง ไม่ได้ขอบคุณซย่าเจ๋อ ทว่าคุณหนูใหญ่ตระก กูลต่งผู้นี้น่าสนใจกว่า นางยังคิดจะแต่งงานกับซย่าซานด้วย
ต่อให้ตระกูลซย่าตาบอด ก็ไม่มีทางที่จะถูกใจคุณหนูใหญ่ต่งผู้นี้เช่นกัน
ดังนั้นถึงเจียงเซี่ยนจะเป็นคนมาพาคนมา นางก็ยังไม่สามารถปฏิบัติกับคุณหนูใหญ่ต่งอย่างดีได้
“มาแล้ว!” ฮูหยินซย่าทักทายอย่างเฉยชา และเอ่ยว่า “ไม่ได้เจอเจ้าพักหนึ่ง เหมือนจะผอมลงอีกหน่อยแล้ว ได้ยินว่าช่วงนี้พ่อของเจ้ายุ่งอยู่กับเรื่องร้านขายเครื่องประดับเงินทอง? ธุ รกิจของตระกูลต่งใหญ่พอแล้ว เจ้าคงจะไม่ได้ไปช่วยพ่อของเจ้าใช่หรือไม่? เด็กผู้หญิง…ให้เวลากับงานเย็บปักถักร้อยมากหน่อยถึงจะถูก การควบคุมการเงินนั้น…เป็นเรื่องของพวกผู้ชาย”
คำพูดนี้ก็เอ่ยอย่างไม่เกรงใจมาก
ปอดของคุณหนูใหญ่ต่งใกล้จะระเบิดแล้ว
ในเมื่อดูถูกตระกูลต่ง เช่นนั้นก็อยู่ห่างๆ แล้วกัน แต่ทุกครั้งที่เจอก็วางมาดผู้อาวุโสเหมือนนางไม่ได้เรื่องได้ราว นี่ทำให้ใครดูน่ะ?
ทว่านางไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ท่านหญิงเจียหนานยืนอยู่ข้างๆ
ว่ากันว่านางกตัญญูต่อผู้อาวุโสมาก หลี่ฉางชิงพ่อสามีของนางมาจากตระกูลที่ต่ำต้อยแบบนั้น แต่นางก็ยังเคารพหลี่ฉางชิงเหมือนบิดา ปรนนิบัติทั้งเช้าและเย็นทุกวัน ไม่เคยกล้าละเ เลย
คุณหนูใหญ่ต่งสูดหายใจลึก พอรู้สึกว่าความโกรธแค้นในใจสลายไปพอสมควรแล้ว ถึงจะเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ฮูหยินซย่าสั่งสอนได้ถูกต้อง ช่วงนี้ข้าอยู่บ้านรับใช้ท่านย่าตลอด ธุรกิจข้าง งนอกมีท่านพ่อกับน้องชายของข้า ข้าจึงเข้าไปก้าวก่ายไม่ค่อยได้”
สีหน้าของฮูหยินซย่าถึงจะดีขึ้นหน่อย
เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ายังคิดว่าคุณหนูใหญ่ต่งไม่รู้จักฮูหยินซย่าเสียอีก! ที่แท้เป็นคนรู้จักเก่าหรือ! กลายเป็นข้าความรู้ตื้นเขินแล้ว”
ฮูหยินซย่าสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นางมัวแต่สั่งสอนคุณหนูใหญ่ต่ง จนลืมไปว่าท่านหญิงเจียหนานยังมองอยู่ข้างๆ
เรื่องที่อำเภอฮว่าอินกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร พูดไปพูดมา ล้วนเป็นเพราะหวังเฉิงคิดว่ามอบหมายงานให้คนที่เหมาะสมจัดการ โดยคิดไม่ถึงว่าจะไม่เพียงแต่ไม่บรรลุเป้าหมายทว่ากลับยิ่ งทำยิ่งแย่ด้วย!
บอกว่าหลี่เชียนอายุน้อย กำลังอยู่ในช่วงรีบสร้างความดีความชอบต่อแคว้นอย่างใหญ่หลวงและทำงานใหญ่สำเร็จ และไม่แน่ราชสำนักอาจจะยังอยากมอบตำแหน่งสำคัญให้หลี่เชียน เพียงแต ต่ไม่มีความดีความชอบที่พอใช้ได้ ขอเพียงพวกเขามอบโอกาสนี้ให้หลี่เชียน คนหนุ่มเลี่ยงไม่ได้ที่จะหุนหันพลันแล่นเล็กน้อย หลี่เชียนจะต้องคว้าเอาไว้อย่างแน่นอน
แทนที่พวกเขาออกหน้าจัดการและไม่ระวังเพียงนิดเดียวก็ทำให้กลายเป็นการแก่งแย่งชิงดีกันของขุนนางฝ่ายบุ๋นกับขุนนางฝ่ายบู๊ สู้ให้หลี่เชียนไปจัดการเรื่องนี้ดีกว่า…
ผลลัพธ์ล่ะ?
หลี่เชียนเอาใจทั้งสองฝ่าย กลายเป็นแขกที่ได้รับเชิญของหยางจวิ้น
แต่ซย่าเจ๋อกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะหวังเฉิง!
หลี่เชียนอายุยังน้อยก็ฝีมือเฉียบขาดขนาดนี้ ผ่านไปอีกสองสามปีจะเป็นอย่างไร!
เจียงเซี่ยนเป็นวาสนาในการแต่งงานที่หลี่เชียนใฝ่ฝัน
หากใครทำให้เจียงเซี่ยนเสียหน้า ใครจะรู้ว่าหลี่เชียนจะคิดอย่างไร!
เจียงเซี่ยนก็มาซีอานเกือบครึ่งปีแล้วเช่นกัน ทำไมถึงคิดว่านางไม่รู้จักคุณหนูใหญ่ตระกูลต่ง? นี่เจียงเซี่ยนคงอยากขอความเมตตาให้คุณหนูใหญ่ตระกูลต่งกระมัง?
ทว่านางกลับพูดออกมาแบบนี้…
เจียงเซี่ยนจะไม่คิดว่านางกำลังตบหน้าเจียงเซี่ยน และไม่ไว้หน้าเจียงเซี่ยนใช่หรือไม่?
ฮูหยินซย่าเสียใจเล็กน้อยทันที
คำพูดเมื่อครู่ก็มาเร็วเกินไปหน่อยเช่นกัน
ไม่รู้ว่าแก้ไขตอนนี้ยังทันหรือไม่
ฮูหยินซย่ากำลังครุ่นคิด ปากก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้แล้วว่า “ดูที่ท่านหญิงพูดสิ อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน ตระกูลต่งเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของซีอาน ข้าจะไม่รู้จักได้อย่างไร? เพียง งแต่ไม่ได้เจอคุณหนูใหญ่ต่งมาพักหนึ่งแล้ว จึงนึกไม่ออกไปชั่วขณะ” นางพูดไปก็รีบหยิบจานผลไม้บนโต๊ะชาใกล้มือมายื่นให้ใกล้มือของเจียงเซี่ยนด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเอ่ย ยว่า “ฮูหยินหยางเก่งมากจริงๆ ลูกพลัมที่เพิ่งจะวางตลาดยังมี ท่านหญิงก็ลองชิมด้วยสิ เมื่อครู่ข้ากินไปลูกหนึ่ง เปรี้ยวๆ หวานๆ อร่อยมาก แต่ไม่รู้ว่าท่านหญิงชอบรสชาตินี้หรือไ ไม่”
เจียงเซี่ยนมองลูกพลัมสีแดงสดที่วางอยู่ในจานผลไม้ แล้วก็ไม่รับจานผลไม้นั้นเช่นกัน ปล่อยให้ฮูหยินซย่าถืออยู่แบบนั้น แล้วค่อยๆ เลือกลูกที่สีค่อนข้างสวยสองลูก ยื่นให้คุณ ณหนูใหญ่ต่งลูกหนึ่ง ถึงจะกัดเบาๆ คำหนึ่ง และเอ่ยว่า “ยังเปรี้ยวไปหน่อย ไม่อร่อย!” พูดจบ เหมือนจู่ๆ ก็รู้สึกได้ว่าตนเองพลั้งปาก จึงรีบเอ่ยเสริมว่า “โธ่เอ๋ย นี่ก็เป็นเพียง ความชอบของข้าเช่นกัน บางคนชอบเปรี้ยวหน่อย บางคนชอบหวานหน่อย…ก็ไม่รู้เช่นกันว่ามีใครชอบเหมือนข้าหรือไม่”
ทุกคนที่อยู่ในห้องล้วนเป็นคนที่เฉลียวฉลาดมาก
ตอนที่เจียงเซี่ยนไม่รับจานจากฮูหยินซย่า สีหน้าของทุกคนก็ผิดปกติเล็กน้อยแล้ว พอเจียงเซี่ยนพูดออกมา เสียงต่างๆ ในห้องพลันหยุดทันที ทุกสิ่งเหมือนหยุดนิ่ง มีความเงียบสงัดที่ ทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ออก
“เกิดอะไรขึ้น?” ยังดีที่ฮูหยินหยางอยู่นอกห้องนี้เอง พอได้ข่าวก็รีบมาทันที และยิ้มพลางไกล่เกลี่ย “ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด?” นางแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งนั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ฮูหยินหลินรีบหัวเราะแห้งๆ เล็กน้อย และเอ่ยว่า “ทุกคนต่างกำลังถกเถียงเรื่องลูกพลัมของพวกเจ้า ลูกพลัมน่าจะยังไม่วางตลาดกระมัง? เจ้าเอามาจากไหน? นอกจากลูกพลัมแล้ว ยังมีผลไม้อื่นที่สุกเร็วอีกหรือไม่ อีกไม่กี่วันข้าคิดว่าจะเลี้ยงอาหารและจัดหลายโต๊ะในบ้านเหมือนกัน ถึงเวลานั้นก็เอาผลไม้สดมาขึ้นโต๊ะสักหน่อย อยากได้ความสด แล้วก็อยากได้ ความสุขด้วย”
ฮูหยินหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าปลูกในที่ดินของตัวเอง” พอเอ่ยถึงตรงนี้ นางก็ยิ้มและดึงคุณหนูใหญ่ต่งมา แล้วเอ่ยว่า “พูดถึง…พวกเจ้าควรจะถามคุณหนูใหญ่ต่งถึงจะถูก ฮูหยิน เฒ่าของพวกนางชอบปลูกดอกไม้ใบหญ้าไม่ใช่หรือ? จึงอบรมสั่งสอนให้หลายคนดูแลดอกไม้ใบหญ้าโดยเฉพาะ ตอนหลังยังสร้างเรือนกระจกหลายแห่งด้วย ดอกบัวบานในฤดูหนาว ฤดูร้อนแขวนส้มจี๊ด นา ายท่านต่งเห็นแล้ว จู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงปลูกแตงกวาในเรือนกระจก ไม่เพียงแต่เติบโตได้ดีมาก ทว่ายังกรอบมากด้วย ฮูหยินเฒ่าเห็นแล้ว จึงถือโอกาสปลูกพริกกับมะเขือยาว วทั้งแถบ ลูกพลัมนี้…ตระกูลต่งก็เป็นคนปลูก ข้าเห็นว่าดี จึงสร้างเรือนกระจกในที่ดินของตัวเองด้วย และส่งคนไปเรียนที่ตระกูลต่งปีหนึ่ง ปีนี้ก็ได้กินลูกพลัมที่ปลูกเองแล้ ว หากเจ้าถูกใจ พรุ่งนี้ข้าส่งไปให้เจ้าจำนวนหนึ่งก็ได้”
ทุกคนเหมือนพากันรู้ว่าจะพูดอย่างไรแล้ว จึงผลัดกันสรรเสริญเยินยอฮูหยินหยาง
นี่เป็นการหลบเลี่ยง และเป็นทางเลือกเช่นกัน
เจียงเซี่ยนเบ้ปากอย่างเย็นชา
ทว่าคุณหนูใหญ่ต่งกลับเหงื่อตกทั้งตัว
นางไม่เคยคิดฝันว่า เจียงเซี่ยนจะโกรธเร็ว กะทันหัน ตรงไปตรงมา และทำอะไรตามใจชอบขนาดนี้ และสิ่งที่ยิ่งทำให้นางคิดไม่ถึงคือ ฮูหยินซย่าที่ฐานะสูงส่งต่อหน้าพวกนางมาตลอด จะอ่อนน น้อมถ่อมตน เก็บเรื่องราวไว้ในใจ และกล้ำกลืนฝืนทนแบบนี้…นางแอบนึกถึงสิ่งที่ท่านย่าเคยบอกนาง แต่ไหนแต่ไรมาอำนาจก็เป็นการเปรียบเทียบสองสิ่ง ต่อหน้าผู้อ่อนแอ มันเหมือนหุบเขาลึ กที่ลึกจนไม่สามารถวัดได้ และไม่สามารถก้าวข้ามได้ แต่ในสายตาของผู้แข็งแกร่ง นั่นก็เป็นเพียงเสือกระดาษเช่นกัน เป่าเบาๆ ทีหนึ่ง ก็สามารถทำให้มันตายอย่างอนาถที่สุดได้
ท่านหญิงเจียหนาน...จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่?
นางอยากขอความเห็นจากบิดามาก
ทว่างานชมดอกไม้ยังไม่จบ ต่อไปควรทำอย่างไร นางต้องตัดสินใจเอง
แม้จะสำคัญมาก แต่นางกลับไม่มีคนที่สามารถช่วยเหลือได้!