มู่หนานจือ - บทที่ 487 บังเอิญ
แต่คำพูดนี้ฮูหยินหลินกล้าพูดที่ไหนกัน จึงทำได้เพียงเอ่ยอย่างร้อนตัวว่า “นี่ข้าก็เป็นห่วงท่านไม่ใช่หรือ? คนพูดมากแล้วก็สามารถทำให้ผู้คนคิดว่าข่าวลือเป็นความจริงได้ ต่อให้ ไม่ใช่ฝีมือของท่าน คนอื่นต่างบอกว่าเป็นฝีมือของท่าน ไม่ใช่ท่านก็เป็นท่านแล้วเช่นกัน ข้าคิดว่าท่านควรจะให้ความกระจ่างสักหน่อยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องรับเคราะห์แทนคนอื่น!”
เจียงเซี่ยนเหลือบมองฮูหยินหลินทีหนึ่ง และเอ่ยว่า “เรื่องแบบนี้…เกรงว่ายิ่งอธิบายจะยิ่งพูดไม่ชัดเจนกระมัง?”
ฮูหยินหลินคิดไม่ถึงว่าเจียงเซี่ยนจะเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งแบบนี้ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างลำบากใจว่า “ข้าเพียงแค่คิดว่าปล่อยให้คนอื่นว่าท่านแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องเช่นกัน!”
“ไม่เป็นไร!” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่สนใจไยดี “คนบริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์ คนมีมลทินย่อมมีมลทิน”
จริงๆ แล้วนางคิดว่า มีคนไม่กี่คนที่กล้ามาถามนางต่อหน้านาง ส่วนพวกที่วิพากษ์วิจารณ์ลับหลังนั้น…มีใครไม่ว่าคนถูกผิดลับหลังบ้าง หากต้องถือสาทุกตัวอักษร และต้องแก้ต่างทุก กประโยค ก็คงจะทำไม่สำเร็จสักเรื่อง คิดแต่เรื่องแก้ข่าวลือทั้งวัน แล้วยังจะทำงานที่จริงจังหน่อยได้หรือ!”
ฮูหยินหลินเดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปาก ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าฮูหยินหยางพาเด็กสาวที่อายุสิบเจ็ดสิบแปดปีเดินมาแล้ว
“ท่านหญิง!” นางแนะนำเด็กผู้หญิงคนนั้นกับเจียงเซี่ยน “ท่านนี้คือคุณหนูใหญ่ของนายท่านต่งต่งจ้งจิ่น”
คุณหนูใหญ่ต่งรีบย่อตัวคารวะและทักทายเจียงเซี่ยน
คิดไม่ถึงว่าตระกูลต่งจะยืนอยู่ฝ่ายตระกูลหยาง
เจียงเซี่ยนเห็นนางหน้าตาธรรมดาแต่กลับเสียงดี จึงอดไม่ได้ที่จะตั้งใจมองคุณหนูใหญ่ต่งเล็กน้อย
ฮูหยินหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฮูหยินของนายท่านต่งป่วยตายไปหลายปี นายท่านต่งไม่แต่งงานใหม่ ตั้งแต่ห้าปีก่อน...คุณหนูใหญ่ต่งก็เริ่มดูแลงานต่างๆ ในบ้านแทนมารดา งานเลี้ยง ในบ้าน…ส่วนใหญ่คุณหนูใหญ่ต่งก็เป็นคนออกหน้าเช่นกัน”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือกลัวว่าเจียงเซี่ยนจะคิดว่าตระกูลต่งไม่เคารพนาง จึงส่งลูกสาวคนโตในตระกูลมาทักทายนาง
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางพยักหน้า และทักทายคุณหนูใหญ่ต่ง “จะว่าไปข้ากับครอบครัวของพวกเจ้าก็ถือว่ามีวาสนาเช่นกัน บ้านที่ข้าอยู่ตอนนี้ ว่ากันว่าเดิมทีก็เป็นของพวกเจ้า”
คุณหนูใหญ่ต่งรู้ความมาก จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านหญิงพูดเกินไปแล้ว ท่านหญิงถูกใจบ้านเดิมของพวกเรา นี่เป็นวาสนาของตระกูลต่งของพวกเรา บ้านหลังนั้นไม่ว่าจะทำเลหรือฮวงจุ้ย ต่างก็ดีที่สุด เพียงแต่รากฐานในตระกูลตื้นเขิน ท่านพ่อจะเข้าร่วมธุรกิจร้านขายเครื่องประดับเงินทองให้ได้อีก จึงร่วมกันเปิดร้านขายเครื่องประดับเงินทองกับคนอื่น ดูแลบ้านหลังใหญ่ หลายแห่งก็กินแรงเล็กน้อย จึงปล่อยบ้านออกไปสองสามหลัง ทุกครั้งที่ท่านย่าเอ่ยถึงก็จะตวาดด่าท่านพ่อว่าเขาใจใหญ่เกินไปแล้ว”
พูดเก่งมาก
เจียงเซี่ยนยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้ถามนางว่าร้านขายเครื่องประดับเงินทองของตระกูลต่งชื่ออะไร
คุณหนูต่งก็ไม่เอ่ยถึงแม้แต่คำเดียวเช่นกัน และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ได้ยินว่าหลายวันก่อนท่านหญิงไปเที่ยวที่ภูเขาหลี? ครอบครัวของพวกเรายังมีบ้านเล็กๆ อีกหลังหนึ่งที่ภูเขาหลี พักร้อนดีที่สุด หากท่านหญิงอยากไปภูเขาหลีตอนหน้าร้อน ส่งคนมาแจ้งข้าก็ได้ ท่านหญิงสามารถไปพักผ่อนที่นั่นชั่วคราวสักระยะได้พอดี”
นี่จะขายบ้านหลังนั้นให้นางด้วยหรือ?
ข่าวสารของตระกูลต่งรวดเร็วมากทีเดียว
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “ข้ากลัวยุง ปกติพวกบ้านสำหรับพักร้อนล้วนร่มไม้หนาแน่น และยุงเยอะมาก ข้ามักจะถูกกัด จึงชอบไปแช่น้ำพุร้อนมากกว่า”
“โธ่เอ๋ย!” คุณหนูใหญ่ต่งเบิกตาโต และเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างประหลาดใจว่า “หากรู้ว่าท่านหญิงชอบแช่น้ำพุร้อนตั้งแต่แรก ข้าน่าจะมาเยี่ยมท่านหญิงเร็วหน่อย ครอบครัวของพวกเรายังมีบ้ านเล็กๆ หลังหนึ่งที่ภูเขาหลี นำน้ำมาจากสระหวาชิงเดิม นอกบ้านกับในห้องต่างสร้างน้ำพุร้อนไว้หลายแห่ง…แม้จะเอ่ยเรื่องนี้เร็วไปหน่อย แต่ท่านหญิง…ฤดูหนาวปีนี้ตอนที่ท่านอ อยากไปแช่น้ำพุร้อน ต้องนัดข้านะ ข้าจะไปแช่น้ำพุร้อนที่ภูเขาหลีเป็นเพื่อนท่านหญิง”
เด็กสาวคนนี้น่าสนใจ!
เจียงเซี่ยนหัวเราะ
นางพูดอะไรก็มีทางแก้หมด
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตระกูลต่งมีบ้านเล็กๆ สำหรับแช่น้ำพุร้อนจริงหรือไม่
ทว่าในเมื่อนางพูดออกมาแล้ว คนยังไม่ได้เดินออกไป ก็ต้องสั่งให้หัวหน้าพ่อบ้านข้างกายซื้อบ้านที่สามารถแช่น้ำพุร้อนได้ที่ภูเขาหลีแล้วอย่างแน่นอน
นางชอบคนว่องไวแบบนี้
เพียงแต่ไม่รู้ว่าตระกูลต่งผูกสัมพันธ์กับนางแบบนี้ เพื่อธุรกิจร้านขายเครื่องประดับเงินทองหรือเพียงแค่อยากคบกับนางเท่านั้น?
ทว่าไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง ล้วนจำเป็นต้องสังเกตสักระยะ ดูว่าตระกูลต่งเป็นคนที่มีความสามารถเหมาะสมหรือไม่
เจียงเซี่ยนไม่อยากพัวพันกับขุนนางใหญ่ในราชสำนัก จนขุนนางที่ช่วยฮ่องเต้บริหารราชการแผ่นดินจากสำนักราชเลขาธิการอาจจะมาเพื่อแทรกแซงเรื่องนี้อีก
นางถามคุณหนูใหญ่ต่ง “ไปคารวะฮูหยินซย่ามาแล้วหรือ?”
คุณหนูใหญ่ต่งมีไหวพริบแตกต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกของนางอย่างสิ้นเชิง จึงเอ่ยทันทีว่า “ข้าเพิ่งจะมา เดิมทีคิดจะไปเยี่ยมฮูหยินซย่าก่อน แต่รอบกายฮูหยินซย่าเต็มไปด้วยคนมากมาย บัง งเอิญฮูหยินหยางเรียกข้ามา ข้าจึงมาก่อน”
ซย่าเจ๋อเป็นผู้ว่าราชการมณฑลส่านซี ฮูหยินซย่าก็เป็นฮูหยินอันดับหนึ่งแห่งส่านซี
เดิมทีด้วยอายุของเจียงเซี่ยนกับคุณสมบัติและประสบการณ์ของหลี่เชียนต่างก็ถูกฮูหยินซย่าทิ้งห่างไปไกล ทว่าเทียบไม่ได้กับที่เจียงเซี่ยนมีบรรดาศักดิ์ท่านหญิง ฮูหยินอันดับหนึ่ งแห่งส่านซีนี้…ฮูหยินซย่ากับเจียงเซี่ยนก็ต้องแบ่งกันแล้ว แน่นอนว่า…หากไม่ใช่เพราะเจียงเซี่ยนอายุน้อยเกินไปหน่อย บรรดาศักดิ์ฮูหยินอันดับหนึ่งนี้ก็เป็นของเจียงเซี่ยนแ แล้ว โดยไม่เกี่ยวข้องกับฮูหยินซย่าอย่างสิ้นเชิง แต่คนอื่นจะยอมให้เจียงเซี่ยนอยู่อันดับหนึ่งหรือไม่ นั่นก็ต้องมาคิดกันอีกที
คุณหนูใหญ่ต่งเอ่ยเช่นนี้ เพียงแค่อยากบอกเจียงเซี่ยนว่า นางยังไม่สามารถเบียดเข้าไปในวงสังคมของฮูหยินซย่าได้
เช่นนั้นก็ใช้เรื่องนี้เป็นของขวัญตอบแทนแล้วกัน
เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าตามข้าไปพบฮูหยินซย่าเป็นอย่างไร?”
ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงเด็กสาวที่อายุสิบแปดสิบเก้าปี ความผิดหวังฉายวาบผ่านไปในดวงตาของนางอย่างเบาบาง ทว่าไม่นานก็กลับมายิ้มอีก และเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “เจ้าค่ะ”
เจียงเซี่ยนก็ยิ่งตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเฝ้ามองอยู่ข้างๆ อย่างสงบแล้ว
นางยิ้มพลางพาคุณหนูใหญ่ต่งไปหาฮูหยินซย่า
เห็นได้ชัดว่าฮูหยินซย่ารู้จักคุณหนูใหญ่ต่ง ตอนที่เจอนางจึงตกใจเล็กน้อย เจียงเซี่ยนก็แนะนำคุณหนูใหญ่ตระกูลต่งกับฮูหยินซย่าเหมือนมองไม่เห็น
เจียงเซี่ยนเป็นแบบนี้ ทำให้คุณหนูใหญ่ตระกูลต่งรู้สึกกลัว
ก่อนมา ไม่ใช่ว่านางไม่เคยสืบเรื่องของเจียงเซี่ยน
สินเดิมของเจียงเซี่ยน ความสัมพันธ์ของเจียงเซี่ยนกับตระกูลจวง เจียงเซี่ยนช่วยหาตำแหน่งขุนนางให้สามี…เรื่องพวกนี้ต่างบอกคุณหนูใหญ่ต่งว่า เจียงเซี่ยนไม่เพียงแต่เป็นท่านหญิง ง ทว่ายังเป็นท่านหญิงที่ได้รับความโปรดปรานจากพระราชวังต้องห้ามอย่างมากด้วย ในใจนาง…ถึงเจียงเซี่ยนจะไม่โอหังอวดดี และไม่เย่อหยิ่งจองหอง ในใจก็หยิ่งยโสและไม่มีเหตุผลอยู่ดี แ แต่นางคิดไม่ถึงว่า เจียงเซี่ยนจะข่มอารมณ์ไว้ได้ขนาดนี้
คนที่สามารถฝืนอดทนได้ และยังเป็นคนที่ตอนที่ซีอานไม่มีใครสามารถกดหัวนางได้สักคนก็ยังถ่อมตนและลุ่มลึกเช่นเดิมทั้งที่ฐานะมีอำนาจมากขนาดนี้ ถึงจะเป็นคนที่เก่งมากอย่างแ แท้จริง ถึงจะเป็นคนที่มีแผนการ มีเล่ห์เหลี่ยม และมีสมองอย่างแท้จริง
คนแบบนี้…ปกติล้วนทำให้นางเคารพยำเกรง
ฝ่ามือของนางเหงื่อออก นางระงับอารมณ์ แล้วย่อตัวคารวะฮูหยินซย่าอย่างระมัดระวังมากด้วยท่าทางนอบน้อมและรอบคอบมากกว่าปกติ
ฮูหยินซย่ายังไม่พอที่จะทำให้นางสนใจ
แต่นางกลัวว่าเจียงเซี่ยนที่ยืนอยู่ข้างกายนางจะมองเบาะแสออก
กลัวว่าเจียงเซี่ยนจะคิดว่านางเย่อหยิ่งจองหองและไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน
เฉินเฟยไปหูหนานกับหูเป่ย
ไม่ว่าท่านหญิงเจียหนานจะเป็นคนแอบเล่นตุกติกหรือไม่ เวลานี้เวินเผิงยังอยู่ที่อวิ๋นหนานก็เป็นความจริง
นางปรึกษากับท่านพ่อ ท่านอา และท่านปู่นานมาก ถึงจะตัดสินใจอาศัยที่ครั้งนี้ตระกูลหยางเชิญแขก ขอให้ฮูหยินหยางช่วยแนะนำให้นาง หลังจากกึ่งขายกึ่งมอบบ้านให้ ในที่สุดนางก็ยืน อยู่ตรงหน้าท่านหญิงเจียหนาน
คุณหนูใหญ่ต่งไม่อยากทิ้งภาพจำที่ไม่ดีไว้ให้เจียงเซี่ยนเพราะความเลินเล่อของตนเอง
“ฮูหยินซย่า!” นางทักทายด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ทว่าฮูหยินซย่ากลับขมวดคิ้ว