มู่หนานจือ - บทที่ 490 เข้าใจผิด
ตู้ฮุ่ยจวินเงยหน้า และเห็นชายหนุ่มที่อ่อนโยนนุ่มนวลคนหนึ่ง
“เจ้าคือ…” เขารู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้หน้าคุ้น แต่กลับนึกไม่ออกในชั่วขณะว่าเคยเจอที่ไหน
“ข้าแซ่จั๋ว” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างลำบากใจ “ชื่อตัวเดียวว่าหราน ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปี จึงไม่มีชื่อจริงเช่นกัน…”
ตู้ฮุ่ยจวินจำได้แล้ว
หลายวันก่อนเขาไปแสดงงิ้วให้ตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจบ่อย น่าจะเคยเจอจั๋วหรานที่ไหน
จริงๆ แล้วจั๋วหรานค่อนข้าง ‘มีชื่อเสียง’ ที่ซีอานทีเดียว
เขาเป็นลูกที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ทว่าในครอบครัวมีบิดาที่ติดเหล้า และขายมารดากับพี่สาวของเขาให้คนอื่น มารดาของเขาเป็นอย่างไรบ้างไม่มีทางรู้ได้ แต่ฮูหยินโจวที่ไม่ มีลูกกลับถูกใจพี่สาวของเขา จึงให้นางเป็นอนุภรรยาของใต้เท้าโจว และมีลูกชายสองคนลูกสาวหนึ่งคนให้ใต้เท้าโจว ลูกทั้งสามคนต่างเลี้ยงอยู่ในเรือนของฮูหยินโจว คนสกุลจั๋วไม่เ เพียงแต่หน้าตางดงาม ทว่ายังเคารพฮูหยินโจวมากด้วย จึงได้รับความโปรดปรานจากฮูหยินโจวมาก ใต้เท้าโจวเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการมณฑลส่านซี ฮูหยินโจวอ้างว่าอายุมากแล้ว และพาลู กทั้งสามคนกลับไปควบคุมและจัดการงานต่างๆ ที่บ้านเกิด แล้วให้คนสกุลจั๋วอยู่ที่ที่รับราชการเป็นเพื่อนใต้เท้าโจว
คนอื่นต่างบอกว่า ฮูหยินโจวกำลังคิดหาทางทำให้ความเป็นแม่ลูกของลูกทั้งสามคนกับคนสกุลจั๋วอ่อนลง
ทว่าคนสกุลจั๋วกลับเหมือนไม่รู้ นางติดตามอยู่ข้างกายใต้เท้าโจวอย่างซื่อสัตย์มาก ตอนช่วงปีใหม่หรือเทศกาลอื่นๆ ต้องส่งคนไปถามสารทุกข์สุกดิบฮูหยินโจว แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยสะเพร่า าแม้แต่นิดเดียว จนไม่เพียงแต่ฮูหยินโจวที่พอใจ แม้แต่ใต้เท้าโจวก็ค่อนข้างให้เกียรติอนุภรรยาคนนี้เช่นกัน
เพราะเหตุนี้ ใต้เท้าโจวกับฮูหยินโจวจึงยินดีสนับสนุนจั๋วหรานด้วย โดยไม่เพียงแต่ให้จั๋วหรานเรียนหนังสือ ทว่ายังสัญญาว่าหากเขาสามารถเรียนได้ ก็จะสนับสนุนให้เขาสอบขุนนาง
จั๋วหรานก็เอาการเอางานมากเช่นกัน อายุยังน้อย ก็ผ่านเซี่ยนซื่อ[1]กับย่วนซื่อแล้ว รอเพียงเดือนหกปีหน้าผ่านฝู่ซื่อ[2]แล้ว ก็เป็นซิ่วไฉอย่างแท้จริงแล้ว
ทุกคนต่างรู้สึกว่าฮูหยินโจวจัดการงานบ้านอย่างมีทิศทางที่แน่นนอน ส่วนใต้เท้าโจวก็วางตัวเรียบร้อย และใส่ใจจั๋วหรานมากเช่นกัน
ตู้ฮุ่ยจวินรีบเข้าไปคารวะ และเอ่ยว่า “คุณชายจั๋ว อภัยที่ข้าตาไม่มีแววชั่วขณะ จึงจำคุณชายไม่ได้”
จั๋วหรานโบกมือเบาๆ ท่าทางสุภาพและมีมารยาท ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกชอบได้ง่ายมาก “ท่านตู้พูดเกินไปแล้ว ข้าชอบดูงิ้วของท่านตู้มาก เห็นท่านตู้ ก็อดไม่ได้ที่จะออกมาทักทาย ย ข้างบนเป็นที่ดูงิ้วของพวกฮูหยินหรือ? พวกฮูหยินเลือกงิ้วเรื่องอะไร?”
จุดประสงค์ที่แท้จริงของหยางจวิ้นคือฉวยโอกาสนี้แนะนำคนของตระกูลต่งให้หลี่เชียน แต่พวกซย่าเจ๋อ โจวจ้าว และหลินอวี้ต่างก็อยู่ และเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าหลี่เชียนคิดอ อย่างไรกันแน่ หลังจากปรึกษากับคนของตระกูลต่ง ต่งจ้งจิ่นไม่ได้มาร่วมงานชมดอกไม้ ทว่าคุณหนูใหญ่ต่งไปคารวะเจียงเซี่ยนก่อน ตามการวิเคราะห์ของพวกเขา คิดว่าหลี่เชียนน่าจะ ‘กลั วภรรยา’ หากเจียงเซี่ยนชอบตระกูลต่ง คงจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายมั่นคงได้มากกว่าประจบหลี่เชียน เรือนด้านหน้าก็แค่ดื่มชา ชมดอกไม้ และพบปะสังสรรค์เป็นหลัก ส่วนเรื องการเลือกงิ้วก็มอบให้พวกผู้หญิงจากเรือนด้านหลังแล้ว
ตู้ฮุ่ยจวินเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกฮูหยินเลือก ‘เฉินเซียงช่วยแม่’ ขอรับ”
นี่เป็นงิ้วใหญ่ และเป็นงิ้วใหญ่ที่เล่าเรื่องการจงรักภักดีต่อแคว้นและการกตัญญูต่อบิดามารดาสามารถคำนึงถึงพร้อมกันได้ จึงค่อนข้างได้รับความโปรดปรานจากเหล่าหญิงชรา
จั๋วหรานได้ยินแล้วสายตาก็ทอประกายเล็กน้อย และเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าท่านหญิงจะชอบดูงิ้วแบบนี้!”
พูดถึงเรื่องนี้ ตู้ฮุ่ยจวินก็งุนงงเล็กน้อยเช่นกัน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “ท่านหญิงไม่ได้เป็นคนเลือกงิ้วเรื่องนี้ พูดตามตรง ข้าไม่เพียงแต่แสดงงิ้วให้ท่านหญิง ทว่ายังเคย เข้าไปแสดงในบ้านด้วย และไม่ได้ไปมาหาสู่กันครั้งสองครั้งแล้ว แต่ท่านหญิงไม่เคยเลือกงิ้วเลย ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านหญิงชอบดูงิ้วเรื่องอะไร”
เขาจึงจำเป็นต้องเตรียมซ้อมงิ้วใหญ่องก์ใหม่แสดงให้เจียงเซี่ยน
จั๋วหรานประหลาดใจ และพึมพำว่า “ไม่เคยเลือกงิ้วหรือ?”
“ใช่แล้ว!” ตู้ฮุ่ยจวินถอนหายใจ และเอ่ยว่า “บางทีนี่อาจจะเป็นกฎในวังกระมัง? ชอบกินอะไร ชอบทำอะไร ว่ากันว่าพวกชนชั้นสูงล้วนจะไม่แสดงออกมา ดังนั้นพวกนางในในวังจึงต่างเป็ นยอดฝีมือเรื่องการคาดเดาความคิดของคนอื่นจากการสังเกตสีหน้าและคำพูด หากพาไปข้างนอกก็เป็นผู้มีความสามารถที่น่าชื่นชม…”
เขายังพูดไม่จบ ก็ถูกคนขัดจังหวะแล้ว “จั๋วหราน จั๋วหราน ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่? ให้ข้าหาตั้งนาน!”
ทั้งสองคนมองไปตามเสียงพร้อมกัน
ไม่รู้ว่าซย่าซานมาหาตั้งแต่เมื่อไร
เขาเห็นตู้ฮุ่ยจวินก็ค่อนข้างประหลาดใจเช่นกัน และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ที่แท้ก็ท่านตู้นี่เอง! ข้าก็ว่า…ทำไมจั๋วหรานพอไปก็ไม่กลับมาอีกแล้ว ที่แท้ก็เจอท่านนี่เอง! ครั้งก่ อนข้าอยู่ที่ชุ่ยจวี อยากเชิญท่านไปแสดงงิ้ว ปรากฏว่าท่านไปบ้านชุ่ยเวยแล้ว ในเมื่อครั้งนี้เจอแล้ว อีกสองวันเป็นวันเกิดข้า ถึงเวลานั้นท่านไปแสดงในบ้านให้ข้าเถอะ! คนอื่น นออกเท่าไร ข้าออกสองเท่า ครั้งนี้ท่านปฏิเสธข้าไม่ได้อีกแล้ว!” พอเอ่ยถึงตอนท้าย เขาก็ทำหน้าขรึม เหมือนใช้อำนาจและอิทธิพลกดขี่ข่มเหงคน
ตู้ฮุ่ยจวินใจเต้น
หลังจากซื่อจื่ออ๋องเจี่ยน เขายอมแสดงงิ้วให้พวกหญิงชราดีกว่าแสดงงิ้วให้พวกคุณชายกับเพื่อนสนิท
“คุณชายซย่าพูดเกินไปแล้ว” ตู้ฮุ่ยจวินคารวะเขาอย่างนอบน้อม และยิ้มออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “ท่านเปลี่ยนเวลาได้หรือไม่ ทางท่านหญิงมีแขกมา ห้าวันหลังจากนี้ข้าแสดงงิ้วที่เถีย ยนสุ่ยจิ่งทุกวัน…” เขามองซย่าซานอย่างลำบากใจ และปรึกษากับซย่าซานว่า “ไม่อย่างนั้น…ท่านกำหนดเวลาอีกที?”
“กำหนดเวลาอะไรล่ะ!” ซย่าซานโกรธมาก และเอ่ยว่า “หากเจ้าไปแสดงงิ้วที่บ้านของท่านหญิงจริง ถึงเวลานั้นข้าไปก็ได้ ข้าเป็นเพื่อนสนิทกับลูกชายของอาจารย์เจิ้งอาจารย์ในจวนท่านหญิ ง เจ้าคอยดูแล้วกัน!”
พูดจบ ก็ลากจั๋วหรานจากไปเหมือนพายุ
ตู้ฮุ่ยจวินไม่ได้โกหก
เจียงเซี่ยนให้เขาไปแสดงงิ้วในจวนจริงๆ แต่ไม่ได้ให้เขาไปพรุ่งนี้ ทว่าให้เขามีเวลาว่างแล้วไป
นางเห็นตงจื้อ คุณหนูใหญ่คัง และคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ต่างชอบดูตู้ฮุ่ยจวินแสดงงิ้วมาก จึงตัดสินใจเชิญเขามาแสดงในบ้าน
ในมุมมองของเจียงเซี่ยน ถึงการเรียนหนังสือจะสำคัญ แต่การเพลิดเพลินกับความสุขในชีวิตสำคัญกว่า
และมีข้ออ้างนี้แล้ว นางก็สามารถอ้างได้ว่าเรือนด้านหลังเสียงดังเกินไป แล้วแอบหนีไปพบหลี่เชียน และยังสามารถหลบอยู่ในห้องหนังสือกับหลี่เชียนได้ด้วย
หลี่เชียนรู้สึกว่าเจียงเซี่ยนเป็นแบบนี้น่าสนใจมาก
เขากอดเจียงเซี่ยนและหัวเราะเสียงดัง แล้วเอ่ยบนเก้าอี้ล้มลุกว่า “ฮูหยินลู่เตรียมตัวไปฉางอันแล้ว คำพูดของเจ้ารั้งคนอื่นเอาไว้ ยังตำหนิว่าคนอื่นไม่ไปอีก...” เขาพูดอยู่ก็อด ไม่ได้ที่จะจูบเจียงเซี่ยนทีหนึ่ง “สงสารใต้เท้าลู่ ต้องไปรับราชการที่ฉางอันคนเดียว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีคนเห็นแล้วเข้าใจผิดว่าเขาไม่ได้พาครอบครัวไปที่ที่รับราชการ จึงส่งโ โสเภณีให้เขาหรือเปล่า!”
เจียงเซี่ยนได้ยินเพียง ‘โสเภณี’ สามคำ
จู่ๆ นางก็ลุกขึ้น และเอ่ยว่า “มีคนส่งให้เจ้าเหมือนกันหรือ?”
หลี่เชียนคิดไม่ถึงว่านางยังไม่รู้เรื่องนี้ สีหน้าจึงฉายแววแปลกใจ
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างได้ใจว่า “ต่อไปเจ้ามีอะไรอย่าคิดว่าจะหลบหูตาของข้าพ้น!”
นางปรายตามองหลี่เชียน มีความเอาแต่ใจที่อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและสามารถควบคุมทุกอย่างได้ ทำให้เขานึกถึงตอนที่เขาเจอเจียงเซี่ยนครั้งแรก นางก็มองเขาแบบนี้เหมือนกัน แต่ ดวงตาเย็นชา ไม่เหมือนตอนนี้ที่สายตาอบอุ่น ถึงจะเอาแต่ใจก็เหมือนกำลังออดอ้อนด้วย ทำให้หัวใจของเขาเหมือนถูกขนนกปัดผ่านไป และจั๊กจี้ แล้วก็มีภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาหัวเราะเสียงดังและดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดของเขา แล้วลูบศีรษะของนาง พลางล้อเล่นว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะตั้งใจเรียนรู้จากใต้เท้าโจวอย่างแน่นอน ฮูหยินไม่เอ่ยปาก ข้าก็จะไม่ ตัดสินใจโดยพลการอย่างเด็ดขาด…”
เจียงเซี่ยนได้ยินแล้วก็ใจเต้นอย่างบอกไม่ถูก ภาพมากมายฉายวาบผ่านไปในความทรงจำของนาง และหายไปอย่างไร้ร่องรอยเร็วมาก ทำให้นางลนลานและคิดฟุ้งซ่านในทันใด
“หาก…หากข้ากับเจ้ามีวาสนาได้พบกันแต่ไร้วาสนาเคียงคู่ แล้วเจ้าไม่ได้แต่งงานและไม่มีลูกสักที ถ้าข้ามอบคนให้เจ้าคนหนึ่ง เจ้าจะให้คนๆ นั้นเป็นแม่แท้ๆ เพียงคนเดียวของลูกเจ้า าหรือไม่?”
นางถามอย่างตะกุกตะกัก
————————————-
[1] เซี่ยนซื่อ การสอบระดับอำเภอ
[2] ฝู่ซื่อ การสอบระดับเมือง