มู่หนานจือ - บทที่ 491 คลี่คลาย
หลี่เชียนหัวเราะออกมาเสียงดังอีกครั้ง แล้วใช้ปลายจมูกแตะแก้มของเจียงเซี่ยนอย่างสนิทสนมมาก และเอ่ยว่า “ศีรษะเล็กนี้กำลังคิดอะไรอยู่น่ะ? นี่ข้าแต่งงานกับเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ? เจ้าอย่าเอาแต่คิดเรื่องทั้งหมดนี้”
บางครั้งเจียงเซี่ยนจะถามพวกคำถามที่เพ้อเจ้อเหมือนเด็ก
เขาคิดว่านางเบื่อ และกำลังล้อเล่นกับเขาเหมือนเมื่อก่อน
ทว่าพอเขาตอบคำถามของนางจบ นางกลับไม่ยิ้มอย่างมีความสุขและเอ่ยถึงอย่างรวบรัดเหมือนเช่นเคย แต่สีหน้าที่เดิมทีแดงเปล่งปลั่งกลายเป็นซีดลงเล็กน้อย ส่วนดวงตาที่มีความสุขก็เหมือนถูกเมฆดำหอบเอาท้องฟ้าปลอดโปร่งไป จนกลายเป็นมืดสลัวและหมดอาลัยตายอยากเช่นกัน
หลี่เชียนใจเต้นตึกตัก
ก่อนแต่งงาน ฮูหยินฝางตั้งใจเรียกเขาไปโดยเฉพาะ และกำชับเขาว่าห้ามเข้าหอก่อนที่เจียงเซี่ยนจะอายุครบสิบห้าปีเต็ม…เจียงเซี่ยนแต่งงานมาแล้ว ในบรรดาคนที่เป็นสินเดิมยังมีหมอที่หมอหลวงเถียนสำนักหมอหลวงแนะนำด้วย…แล้วก็เจียงเซี่ยนอายุยังน้อย แต่บำรุงร่างกายตลอดทั้งปี และมือเท้าเย็นยะเยือก...หรือว่า…หรือว่า…เจียงเซี่ยนมีลูกไม่ได้อย่างนั้นหรือ!
ดังนั้นพอเอ่ยถึงเรื่องในครอบครัวของโจวจ้าว นางถึงฉวยโอกาสเอ่ยกับเขา?
การโจมตีอย่างกะทันหัน ทำให้หลี่เชียนมึนงงไปชั่วครู่
เขายังหนุ่ม จึงไม่เคยคิดว่าตนเองจะไม่มีลูกมาก่อน
ในอนาคตของเขา มีเจียงเซี่ยน และลูกของเจียงเซี่ยนกับเขา
และที่เขาขยันและต่อสู้ขนาดนี้ ก็เพราะอยากทิ้งสมบัติก้อนหนึ่งไว้ให้ลูกของเขากับเจียงเซี่ยน ทำให้ในอนาคตลูกของเขากับเจียงเซี่ยนไร้ความกังวล มีศักดิ์ศรี และใช้ชีวิตต่อหน้าทุกคนอย่างได้รับความเคารพจากผู้คน
หากเขากับเจียงเซี่ยนไม่มีลูก…มีแค่กันและกัน…
หลี่เชียนคิดแล้วก็รู้สึกเพียงเสียใจ
พวกเขาไม่มีลูก หากเขาจากไปหลังเจียงเซี่ยน แน่นอนว่าดีทุกอย่าง ทว่าหากเขาจากไปก่อนเจียงเซี่ยน เจียงเซี่ยนจะทำอย่างไร?
ถึงเวลานั้นเจิ้นกั๋วกงไม่อยู่แล้ว ไม่แน่เจียงลวี่ก็อาจจะไม่อยู่แล้วเช่นกัน ลูกชายของเจียงลวี่ไม่ได้เติบโตอยู่ข้างกายเจียงเซี่ยนตั้งแต่เด็ก จึงไม่มีความผูกพันกับอาหญิงผู้นี้อย่างสิ้นเชิง พอมีภรรยากับลูกของตนเอง จะวางเจียงเซี่ยนไว้อันดับแรกได้อย่างไร จะดูแลเจียงเซี่ยนอย่างเต็มอกเต็มใจได้อย่างไร
จู่ๆ หลี่เชียนก็รู้สึกว่า เขาควรวางหลี่จี้ไว้ข้างกายและอบรมสั่งสอน
แบบนี้ เมื่อหลี่จี้มีลูกชาย ก็สามารถเลี้ยงไว้ในนามของเจียงเซี่ยนได้ แม้จะสู้ลูกชายแท้ๆ ไม่ได้ ทว่าหากเลี้ยงได้ดี พอเขาจากไป ก็คงจะกตัญญูต่อเจียงเซี่ยนกระมัง?
คิดถึงตรงนี้ เขาก็ตกใจ
ตั้งแต่เจียงเซี่ยนแต่งมาตระกูลหลี่ ก็ดีกับหลี่จี้เป็นพิเศษ
หรือว่า…นางก็คิดแบบนี้เหมือนกันอย่างนั้นหรือ?
นางไม่อยากให้เขามีผู้หญิงคนอื่นหรือ?
คนหยิ่งยโสอย่างเป่าหนิงของเขา ต่อให้ไม่ได้แต่งงาน อาศัยบรรดาศักดิ์ท่านหญิงและเงินเดือนชินอ๋องสองเท่าของนาง ก็ใช้ชีวิตสุขสบายได้เหมือนกัน
เป็นเพราะแต่งงานกับเขา ถึงได้กังวลและหวาดกลัวแบบนี้หรือ?
ถึงได้เตรียมการเรื่องแบบนี้ล่วงหน้าหรือ?
หลี่เชียนกังวลมาก
ความไม่เป็นธรรมที่เจียงเซี่ยนได้รับทั้งหมดเป็นเพราะเขา!
แต่นางกลับไม่เคยบอกเขาเลย
หลี่เชียนคิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกอดเจียงเซี่ยนไว้ในอ้อมแขนแน่น และเอ่ยเสียงเบาว่า “หากมีวันนั้นจริง พวกเราก็รับเลี้ยงลูกของหลี่จี้ หลี่จี้อายุยังน้อยและร่างกายแข็งแรง เจ้าเลือกคู่ครองให้เขาด้วยตนเอง ให้เขามีลูกชายหลายๆ คน แล้วพวกเราก็เลือกคนที่เจ้าชอบที่สุดเลี้ยงไว้ข้างกายเจ้า หากเจ้าไม่ชอบ ก็เลือกหนึ่งในลูกชายของหลี่จี้กับหลี่จวี ถึงเวลานั้นข้าก่อตั้งกิจการขนาดใหญ่ เจ้าชอบใคร พวกเราก็รับคนนั้นเป็นลูกบุญธรรม ข้าไม่เชื่อหรอกว่า…เจ้าเด็กพวกนั้นจะไม่หวั่นไหว!” เอ่ยถึงตอนท้าย เขาก็เอ่ยว่า “อืม” เบาๆ ในน้ำเสียงแฝงความดูถูกเล็กน้อยแล้ว
นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ?!
เจียงเซี่ยนได้ยินแล้วก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ยังให้นางอย่าคิดฟุ้งซ่าน ความคิดของเขาก็ไปไกลพอแล้วเช่นกัน!
เจียงเซี่ยนจึงผลักหลี่เชียนทีหนึ่งเบาๆ และเอ่ยอย่างแสร้งทำเป็นโกรธว่า “เจ้าคิดอะไรอยู่น่ะ? ข้าเพียงแค่สมมุติ ทำไมเจ้าถึงไม่มีจินตนาการแม้แต่นิดเดียว! ต่อไปเจ้าจะให้ข้าคุยกับเจ้าอย่างไร!”
ชาติก่อน ข้างกายหลี่เชียนไม่มีคนและไม่มีลูกตลอด ทว่านางมอบคนในห้องให้เขาหลายคน เขากลับขอไป่เจี๋ย และคิดจะตั้งไป่เจี๋ยเป็นอนุภรรยาอย่างเป็นทางการ...ตอนนั้นนางก็แอบคิดว่า นั่นเป็นเพราะไป่เจี๋ยเป็นคนที่รับใช้นาง และเป็นนางในอันดับต้นๆ ข้างกายนาง ในมุมมองของคนนอกก็เท่ากับคนของนางเหมือนกัน
ตอนนั้น…ความสัมพันธ์ของพวกนางแย่มากแล้ว
และต่อให้ไป่เจี๋ยมีลูกให้หลี่เชียน นั่นก็เป็นลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยาเช่นกัน หลี่เชียนเป็นอ๋องต่างแซ่แล้ว นอกเสียจากว่าหวางเฟยในอนาคตของเขาไม่มีลูกชาย หรือ…ลูกชายของเขาทั้งหมดเป็นลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยา…ต่อให้เป็นแบบนี้ ลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยาสืบทอดกิจการก็จะถูกคนดูหมิ่นอยู่ดี
หลี่เชียนวางแผนรัดกุมและไม่เคยพลาด เขาจะไม่รู้เหตุผลนี้ได้อย่างไร!
ที่เขาขอไป่เจี๋ยไปและอยากรับไป่เจี๋ยเป็นอนุภรรยาเพราะนางหรือ?
เจียงเซี่ยนกอดตอบหลี่เชียนแน่น
เหล่าความระแวงที่พันนางเหมือนเถาวัลย์ในชาติก่อน กลายเป็นเงามืดในใจนางอีกครั้ง
นางอยากรู้ให้แน่ชัดว่า
สรุปแล้วนางคิดว่าตนเองฉลาดหรือนางเคยทำให้คนที่อยู่ตรงหน้านี้ผิดหวัง!
หลี่เชียนรู้สึกว่าตนเองแสดงออกอย่างชัดเจนมากแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเจียงเซี่ยนถึงยังยึดติดกับความคิดแบบนี้อีก
แต่เขามักจะรู้สึกว่า เจียงเซี่ยนไม่เคยพัวพันกับเรื่องบางเรื่องอย่างไร้สาเหตุ
ก็เหมือนที่นางยืนกรานที่จะดูให้ชัดเจนว่าคนที่ลอบมีความสัมพันธ์กับฮ่องเต้คือใคร แล้วนางก็ถีบฮ่องเต้ที่เล่นกับนางมาตั้งแต่เด็ก…ก็เหมือนที่นางบอกเป็นนัยให้เขาติดตามเฉาไทเฮา แล้วเฉาไทเฮาก็เห็นตระกูลหลี่เป็นคนที่จงรักภักดีต่อนางในท้ายที่สุด และใช้กำลังที่เหลือของตนเองส่งตระกูลหลี่ไปสู่เส้นทางของตำแหน่งสูง…ก็เหมือนที่นางยืนกรานที่จะไปเมืองหลวง แล้วเขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการระดับสอง…
เช่นนั้นเจียงเซี่ยนอยากรู้อะไรกันแน่?
เขาคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
ทว่าเขารู้โดยสัญชาตญาณว่า ยิ่งเป็นเวลานี้ เขายิ่งต้องพูดความจริง และยิ่งต้องตรงไปตรงมาและจริงใจต่อหน้าเจียงเซี่ยน
หากผิดแล้ว นางน่าจะให้อภัยเขา
หากเขาโกหก…เขานึกถึงจุดจบของฮ่องเต้จ้าวอี้
เกรงว่าจนถึงตอนนี้จ้าวอี้ก็คงจะไม่รู้เช่นกันว่าทำไมตนเองถึงถูกเจียงเซี่ยนถีบกระมัง?
หลี่เชียนเรียนรู้จากบทเรียนของจ้าวอี้ จึงคิดแล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า “หากเจ้ากับข้าไร้วาสนา ข้าคงจะคิดถึงเจ้าไปตลอดชีวิต ขอเพียงมีความหวังเล็กน้อย ก็จะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้นข้าจึงแต่งงานไม่ได้แน่ๆ หากข้าแต่งงาน ก็จะไม่มีวันเป็นไปได้กับเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ แต่หากเจ้ามอบผู้หญิงให้ข้าคนหนึ่ง ข้าก็ต้องไว้หน้านางหน่อยอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรก็เป็นคนที่เจ้ามอบให้ ส่วนพูดถึงลูก…น่าจะไม่ต้องการกระมัง?” ตอนที่เอ่ยถึงตรงนี้ เขาลังเลเล็กน้อย “แต่ก็พูดยากเช่นกัน…ถึงลูกชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกพูดออกไปจะมีเกียรติกว่าลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ข้าไม่ได้แต่งงาน ต่อให้มอบกิจการให้ลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยา เด็กคนนั้นถูกคนชี้แนะ ก็เป็นไปได้มากว่าจะถูกเลี้ยงจนเสียคน จนอาจจะไม่สามารถประคองกิจการนี้ได้…แต่พอคิดว่าถึงอย่างไรแม่แท้ๆ ของเด็กคนนี้ก็เป็นคนที่รับใช้ข้างกายเจ้า และค่อนข้างสนิทกับเจ้า…”
เป็นแบบนี้!
ก็เป็นคนแบบนี้!
ชาติก่อน นางเป็นไทเฮาผู้สำเร็จราชการแทน ต่อให้แกล้งตาย ก็ไม่มีทางแต่งงานกับเขาได้!
เขาไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
ดังนั้นตอนที่นางมอบคนให้เขา ตอนแรกจึงโกรธมาก ทว่าตอนหลังกลับขอไป่เจี๋ยไป…ตอนนั้นเขาคิดอย่างไร นางไม่เคยคิดอย่างละเอียดเลย…
น้ำตาของเจียงเซี่ยนไหลลงมาโดยพลการ ไม่นานก็เปียกเสื้อด้านหน้าของหลี่เชียน
“เจ้าเป็นอะไรไป?” หลี่เชียนรู้สึกถึงความผิดปกติตรงหน้าอก จึงประคองใบหน้าของเจียงเซี่ยนอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย
————————————