มู่หนานจือ - บทที่ 498 มอบของหมั้นชุดเล็ก
หลี่เสว่ย่อมมีความคิดเป็นของตนเอง
นางเอ่ยกับแม่นมหลี่เสียงเบาว่า “ท่านอามอบค่าใช้จ่ายของเรือนด้านในในบ้านให้ข้าแล้ว ต่อไปก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะล่วงเกินฮูหยินเหอ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นหลานสาว จึงจำเป็นต้องให้แม่นมมาแสดงบทคนเลวแล้ว”
“ท่านวางใจ!” แม่นมหลี่ตอบตกลงโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ “คุณหนูใหญ่ให้ทำอย่างไรข้าก็จะทำอย่างนั้น!”
นางไม่มีลูก หากไม่ใช่เพราะแม่แท้ๆ ของหลี่เชียน ก็ถูกแช่แข็งตายอยู่ในพื้นหิมะไปตั้งนานแล้ว ได้เป็นแม่นมให้หลี่เสว่ ไปบ้านสามีเป็นเพื่อนหลี่เสว่ ช่วยหลี่เสว่ดูแลลูก ในใจนาง…หลี่เสว่ก็เหมือนลูกสาวที่ตายไปตั้งแต่เด็กของนาง และหลี่เสว่ก็เคารพนางมากเช่นกัน เห็นนางเป็นเหมือนผู้อาวุโส นางไม่เคยคิดที่จะไปจากหลี่เสว่ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ชื่อเสียงที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้แค่นี้เลย ต่อให้ต้องการชีวิตของนาง นางก็จะให้หลี่เสว่ทันทีเช่นกัน
หลี่เสว่ถอนหายใจ และจับมือของแม่นมหลี่
พอถึงวันที่ตระกูลจินมามอบสินสอดที่ตระกูลเหอ นางไม่ได้ไปร่วมงานเพราะเป็นแม่ม่าย แต่ให้แม่นมหลี่นำของขวัญเข้าไปในเรือนด้านในของตระกูลเหอทางประตูข้างอย่างถ่อมตน
ป้าเหอรู้แล้วเสียใจมาก แต่นี่เป็นประเพณี นางก็ไม่มีทางอื่นเช่นกัน จึงทำได้เพียงจับมือของแม่นมหลี่และขอบคุณแล้วขอบคุณอีก ไม่เพียงแต่เตรียมของขวัญตอบแทนมากมาย ยังมอบอั่งเปาให้แม่นมหลี่สองชุดด้วย และขอให้แม่นมหลี่ไปบอกหลี่เสว่ว่า ให้หลี่เสว่มาเป็นแขกเวลาว่าง ตอนแม่นมหลี่กลับก็ยังส่งแม่นมหลี่ถึงหน้าประตูฉุยฮวาด้วยตนเอง รอแม่นมหลี่ขึ้นรถม้าแล้ว ถึงจะย้อนกลับไป
แม่นมหลี่กลับมาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกาเมี่ยวหรงนั่นกรอกยาเสน่ห์อะไรให้คุณชายหลี่หลิน ข้าว่า…ต่อให้แต่งงงานกับคุณหนูเหอถงเหนียงก็ดีกว่าแต่งงานกับคุณหนูเกาอยู่ดี! ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่สินเดิมของคุณหนูเหอถงเหนียงก็กองสองห้องแล้ว แม้แต่ไม้กวาดก็ผูกด้ายสีแดงเป็นคู่ๆ แถมยังห้อยแท่งเงินเล็กๆ ที่เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ทุกอัน ยังดีที่คุณหนูเหอถงเหนียงแต่งไปตระกูลจิน หากเป็นตระกูลธรรมดา เกรงว่าตอนที่ญาติกับเพื่อนหยอกล้อในห้องหอ แท่งเงินเล็กๆ พวกนี้จะถูกคนเอาไปด้วย…เสียดายที่ข้าไม่ได้เห็นว่าตอนที่ท่านหญิงแต่งเข้ามาเป็นอย่างไร แต่ข้าได้ยินพวกหญิงรับใช้ของตระกูลเหอบอกว่า การผูกด้ายสีแดงกับแท่งเงินเล็กๆ นั้น ท่านป้าเหอเคยเห็นสินเดิมของท่านหญิงจึงทำตาม ได้ยินว่า…ของที่ดีหน่อยยังผูกหยกด้วย ท่านว่า…ท่านหญิงต้องมีเงินแค่ไหนกัน…”
หลี่เสว่ได้ยินแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ พอนึกถึงหลี่หลินกับเกาเมี่ยวหรง ก็อดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้ม และเอ่ยว่า “เจ้าก็บอกแล้วเช่นกันว่าเป็นยาเสน่ห์ แสดงว่าจะไม่ได้สติสักระยะ” นางรู้ว่าแม่นมหลี่ไม่ใช่คนพูดมาก ที่พูดแบบนี้ต่อหน้านาง เพราะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ แต่เรื่องราวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นางก็ไม่อยากพูดอะไรอีกเช่นกัน จึงเปลี่ยนเรื่องโดยถามแม่นมหลี่เรื่องของตระกูลเหอ “ตระกูลจินส่งใครมาเสียบปิ่นปักผมให้คุณหนูเหอถงเหนียงหรือ? น่าจะคึกคักมากใช่หรือไม่? ข้าได้ยินว่าตระกูลเหอจัดงานเลี้ยงสายน้ำ?”
แม่นมหลี่พยักหน้าติดกันหลายครั้ง และเอ่ยว่า “ตระกูลจินไว้หน้าตระกูลเหอมากทีเดียว คนที่มาช่วยเสียบปิ่นปักผมคือนายหญิงรองของตระกูลจิน สมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงของตระกูลจินมากันไม่น้อย แม้แต่ฮูหยินติงกับฮูหยินหลี่ก็เห็นแก่นายท่านและส่งของขวัญมาเช่นกัน ท่านป้าเหอดีใจมาก สวมเสื้อคลุมยาวลายเปี้ยนตี้จินกับคนโทสีแดงเข้ม บินอยู่ในห้องจัดเลี้ยงเหมือนผีเสื้อ ตื่นเต้นเกินไปหน่อย”
หลี่เสว่ฟังพลางยิ้มและพยักหน้า ทว่าพอคิดว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่หลี่หลินมอบสินสอด แม้ตระกูลหลี่จะมีญาติเยอะ แต่กลับมีคนที่ได้เรื่องไม่กี่คน ตระกูลเกายิ่งไม่มีญาติ การมอบของหมั้นชุดเล็กในวันพรุ่งนี้คงจะเงียบเหงามาก
เสียดายที่เจียงเซี่ยนไม่ได้กลับมา
หากมีเจียงเซี่ยนอยู่ด้วย ให้เจียงเซี่ยนไปเสียบปิ่นปักผมให้เกาเมี่ยวหรง นี่ถึงจะเป็นเกียรติที่หาได้ยาก
แล้วยังสินเดิมของเกาเมี่ยวหรง จะเทียบเหอถงเหนียงได้อย่างไร เกรงว่าถึงเวลานั้นจะมีคนนินทา
แต่นี่เป็นสิ่งที่หลี่หลินเลือก นางจะทำอะไรได้? ดีที่นางไม่ต้องไปร่วมการมอบของหมั้นชุดเล็กของหลี่หลินกับเกาเมี่ยวหรง ต่อให้มีคนพูดอะไร นางก็ไม่ได้ยินอยู่ดี
พอคิดแบบนี้ จิตใจของหลี่เสว่ก็ค่อยๆ สงบลงเช่นกัน
——————————————————-
กลายเป็นฮูหยินเหอต้องไปเสียบปิ่นปักผมให้เกาเมี่ยวหรง ทว่าแต่งตัวอย่างดีแล้ว พอไปถึงตระกูลเกา ตอนที่นางเจอเกาเมี่ยวหรงก็ยังกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่เกาเมี่ยวหรงกลับยังคงเรียกนางอย่างสนิทสนมมากเหมือนเมื่อก่อนเช่นเดิม ถามนางว่าดื่มชาหรือยัง ช่วงนี้ทำอะไรอยู่?
ฮูหยินเหออดไม่ได้ที่จะละอายใจเล็กน้อย จึงเอ่ยว่า “เจ้าแค่แต่งมาอย่างสบายใจก็พอ ทุกเรื่องมีข้าตัดสินใจให้เจ้า!”
เกาเมี่ยวหรงพยักหน้าทั้งที่หน้าแดง
ก็มีผู้หญิงของตระกูลหลี่ที่ตามฮูหยินเหอมามอบของหมั้นชุดเล็กหยอกเล่นว่า “เจ้าสาวช่างวางตัวตามสบาย ไม่เหมือนคุณหนูเหอถงเหนียง นายหญิงรองตระกูลจินคุยกับนาง นางก็ไม่ตอบนานมาก”
สีหน้าของเกาเมี่ยวหรงนิ่งไปเล็กน้อย
ทว่าฮูหยินเหอกลับเอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า “นั่นก็จริง! เมี่ยวหรงเป็นคนที่ข้าเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต สนิทกันเหมือนแม่ลูก ต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้ว”
ป้าเหอฟังอยู่ข้างๆ ก็โกรธจนแทบกระอักเลือด คิดว่าการมอบของหมั้นชุดเล็กนั้นดูครอบครัวสามี นี่เกี่ยวพันถึงหน้าตาของตระกูลหลี่ แม้นางจะอดทนได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยอมไม่ได้ จึงถามถึงวันแต่งงานของเกาเมี่ยวหรง “ข้าว่ากำหนดเร็วหน่อยดีกว่า บ้านตรงถนนตะวันตกก็เก็บกวาดไปพอสมควรแล้ว ฟังจากน้ำเสียงของลูกเขย วันที่สิบเดือนสี่เป็นวันดี ถึงเวลานั้นคุณชายหลี่หลินก็ต้องย้ายไปแล้ว ในบ้านไม่มีคนดูแลและจัดการงานไม่ได้!”
เรื่องนี้ฮูหยินเหอกับหลี่ฉางชิงยังไม่เคยปรึกษากัน ฮูหยินเหอกล้าตัดสินใจกำหนดวันแต่งงานที่ไหนกัน
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่รีบ ไม่รีบ! นี่เพิ่งเดือนสามเอง!”
ป้าเหอได้ยินก็ยิ้มและเอ่ยว่า “คนที่บอกว่ารีบคือเจ้า คนที่บอกว่าไม่รีบก็คือเจ้า ทางเจ้าวางแผนอย่างไรกันแน่? ตระกูลจินอยากกำหนดวันแต่งงานไว้ช่วงเดือนเก้า ประการแรกสินเดิมของเหอถงเหนียงข้าเตรียมไว้เรียบร้อยตั้งนานแล้ว ประการที่สองสองวันก่อนคุณหนูใหญ่ของตระกูลจินที่แต่งไปเป็นฮูหยินซื่อจื่อที่จวนอันลู่โหวส่งคนมาแจ้งข่าวดีว่าตั้งครรภ์แล้ว คิดว่าจะคลอดช่วงเดือนสิบ ถึงเวลานั้นตระกูลจินต้องส่งของขวัญไปเมืองหลวง กลัวว่าจะละเลยถงเหนียง จึงอยากเลื่อนงานแต่งงานของถงเหนียงกับคุณชายจินเฉิงให้เร็วขึ้น ถึงเวลานั้นคนเป็นพี่สะใภ้อย่างถงเหนียงก็ต้องตามฮูหยินจินเข้าเมืองหลวงไปแสดงความยินดีกับคุณหนูใหญ่ด้วย ก็ให้ถงเหนียงเข้าเมืองหลวงไปรู้จักคนด้วยพอดี”
พอทุกคนได้ยินก็เอ่ยว่า “ยินดีด้วย” ไม่หยุด
แม้แต่ฮูหยินเหอก็เอ่ยอย่างดีใจเช่นกันว่า “คิดไม่ถึงว่าตระกูลจินจะให้ความสำคัญกับถงเหนียงขนาดนี้ พี่ชายของนางทำเรื่องดีแล้ว หาคู่ครองที่ดีขนาดนี้ให้นาง”
“ใช่!” ป้าเหอยิ้มอย่างสดใสมากขึ้น
มือทั้งสองข้างของเกาเมี่ยวหรงกำเป็นหมัดแล้ว
ป้าเหอรู้สึกภูมิใจ ทว่าบนหน้ากลับขอบคุณอย่างสำรวม และเอ่ยกับฮูหยินเหอว่า “ข้าเตรียมสินเดิมให้ถงเหนียงของพวกเราก็ใช้เวลาเพียงแค่สองสามเดือนเช่นกัน นี่ยังมีทั้งฤดูร้อน เจ้ากังวลอะไร? สินเดิมของคุณหนูเกาต้องเตรียมเรียบร้อยได้อย่างแน่นอน ก็กำหนดวันที่เด็กทั้งสองคนแต่งงานไล่เลี่ยกันดีกว่า ไม่อย่างนั้นถงเหนียงของพวกเราไปเมืองหลวงแล้ว ก็ไม่ได้เห็นคุณหนูเกาแต่งงานแล้ว ไม่ว่าอย่างไร คุณหนูเกากับถงเหนียงของพวกเราก็เป็นเพื่อนสนิทที่ยังไม่แต่งงาน คุณหนูเกาแต่งงาน ต่อให้ถงเหนียงของพวกเราไม่ส่งตัว ก็ต้องไปดื่มเหล้ามงคลเช่นกัน”
พี่น้องที่ส่งตัวเจ้าสาวล้วนต้องเป็นคนที่ยังไม่แต่งงาน
นี่ป้าเหอกำลังบีบให้นางแต่งงานเร็วหน่อยใช่หรือไม่?
เกาเมี่ยวหรงหัวเราะเยาะในใจ
นางแต่งงานหรือไม่ เกี่ยวอะไรกับป้าเหอด้วย ป้าเหอก็ยุ่งมากเกินไปแล้วกระมัง?
————————————