มู่หนานจือ - บทที่ 501 บ้าน
แม้ตระกูลไช่จะใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย แต่ไช่ซวงเป็นสายรอง โอกาสที่จะนั่งดูงิ้วเงียบๆ แบบนี้จึงมีไม่มากนัก
ตู้ฮุ่ยจวินแสดงได้ไม่เลวจริงๆ สิ่งที่หายากคือ เขาได้รับความคุ้มครองจากท่านหญิงเจียหนาน แถมยังถูกท่านหญิงเจียหนานเรียกไปแสดงในบ้านบ่อย
ตอนที่อยู่เมืองหลวง ซื่อจื่ออ๋องเจี่ยนสนใจตู้ฮุ่ยจวินไม่น้อย
คิดไม่ถึงว่าเขากลับหนีมาซีอาน
ไช่ซวงนึกถึงพวกเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวันของครอบครัวกับเหล่าเพื่อนบ้านที่ได้ยินในโรงน้ำชา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเบาบาง
บนเวที ตู้ฮุ่ยจวินค่อยๆ โน้มตัวลงเหมือนต้นหลิวท่ามกลางสายลม
เสียงชื่นชมดังขึ้นในโรงงิ้วพักหนึ่ง
ซย่าซานที่มาชมการแสดงของตู้ฮุ่ยจวินก็ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น และเอ่ยกับจั๋วหรานที่อยู่ข้างกายว่า “ดูเร็ว ดูเร็ว!”
ทว่าจั๋วหรานกลับไม่สนใจ
ในความคิดของเขา การมาชมการแสดงของนักแสดงงิ้วคนหนึ่ง มีอะไรน่าภูมิใจ?
เขาเข้าไปกระซิบข้างหูซย่าซานว่า “ข้าจะไปห้องน้ำ”
ซย่าซานกำลังดูอย่างร่าเริง ยังมีเวลาสนใจเขาที่ไหนกัน ดวงตาจ้องเวที และพยักหน้าอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้ารีบไปรีบกลับ เดี๋ยวข้ายังต้องไปแ แสดงความยินดีกับท่านตู้หลังเวทีอีก! เขาแสดงได้ดีมากเลย!”
จั๋วหรานเอ่ยว่า “อืม” อย่างเรื่อยเปื่อย และออกจากโรงงิ้วไปสูดอากาศข้างนอก คาดว่างิ้วองก์นี้น่าจะแสดงจบแล้ว ถึงจะเข้าไป
ซย่าซานลากเขาไปหลังเวที
เสียงของตู้ฮุ่ยจวินไม่ค่อยไหวแล้ว แต่เทียบกับนักแสดงชื่อดังทั่วไปก็ยังดีกว่ามาก ตบตาคนที่ไม่เชี่ยวชาญแบบนี้ก็ยังไม่มีพิรุธอะไร
เวลานี้เขากำลังนั่งดื่มชาชุ่มคอที่ลูกศิษย์ชงอยู่ด้านหลัง พอเห็นซย่าซานวิ่งเข้ามาอีก เขาก็ปวดศีรษะมาก
เขาไม่อยากติดต่อกับลูกหลานตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจแบบซย่าซานอย่างสิ้นเชิง ทว่าซย่าซานกลับมาทุกรอบ ทำให้เขาอยากปฏิเสธก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
ตู้ฮุ่ยจวินกำลังจะลุกขึ้นทักทายซย่าซาน รองหัวหน้าคณะของคณะเหลียนจูก็พาผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม
“ที่นี่คือสถานที่พักผ่อนของท่านตู้หรือ?” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
รองหัวหน้าคณะขานว่า “ขอรับ” ติดกันหลายครั้ง พอเงยหน้าเห็นตู้ฮุ่ยจวินกับซย่าซาน ก็เอ่ยเสียงดังโดยไม่ได้ประจบซย่าซานเหมือนเมื่อก่อน “ฮุ่ยจวิน ใต้เท้าไช่รองกองบัญชาการกำลังสำ ำรองส่านซีมาเยี่ยมเจ้าแล้ว! เจ้ารีบมาทักทายสิ!”
ตู้ฮุ่ยจวินเป็นนักแสดงงิ้ว คนที่เคยพบเขามีมากมาย แต่คนที่ทำให้เขาประทับใจกลับมีจำกัด
เขาไม่รู้จักไช่ซวง ทว่ากลับรู้ผ่านเสียงของรองหัวหน้าคณะว่าคนแซ่ไช่ผู้นี้น่าจะเป็นคนที่รับมือยาก
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ตอนที่เขาเดินเฉียดผ่านรองหัวหน้าคณะไป รองหัวหน้าคณะเตือนเขาเสียงเบาว่า “คนของจวนจิ้นอันโหว”
จิ้นอันโหวสนิทกับซื่อจื่ออ๋องเจี่ยนมาก ในเมื่อคนๆ นี้เป็นคนของจวนจิ้นอันโหว ก็จะต้องรู้เรื่องของเขาอย่างแน่นอน
สายตาของเขาทอประกายเล็กน้อย และก้าวไปข้างหน้า
———————————————————-
ณ ถนนเถียนสุ่ยจิ่ง เจียงเซี่ยนกลับตื่นเต้นเล็กน้อย
นางเอ่ยกับนายหญิงคังและนายหญิงเจิ้งว่า “ข้าซื้อบ้านขนาดประมาณห้าหมู่ที่ภูเขาหลีแล้ว กำลังให้หลิวตงเยว่ซ่อมแซมอยู่ อีกไม่กี่วันก็อยู่ได้แล้ว ถึงเวลานั้นพวกเราไปพัก ร้อนที่ภูเขาหลีด้วยกันเถอะ?”
เพียงแต่นายหญิงทั้งสองยังไม่ทันพูด คุณหนูรองตระกูลคังที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยแล้วว่า “ท่านหญิง ไม่ใช่ว่าผ่านวันที่หกเดือนหกไปแล้วถึงจะไปพักร้อนหรือ? พวกเราไปตอนนี้ได้หรือ? ?”
นางไม่สวยเท่าพี่สาวของนาง ทว่าก็หน้าตางดงาม และน่ารักมากเช่นกัน
เจียงเซี่ยนชอบนางมาก
พอได้ยินก็ยิ้มพลางหยอกนางว่า “ใช่แล้ว! ปกติก็จะผ่านวันที่หกเดือนหกไปแล้วถึงจะออกไปพักร้อน แต่พวกเราไม่ต้องตากหนังสือเสียหน่อย? พวกเราจะอยู่ในเมืองทำไม? หรือว่าเฉิงอวี๋จะต ตากเสื้อผ้าสวยๆ อย่างนั้นหรือ?”
คุณหนูรองตระกูลคังคิดแล้วก็ทำหน้ามุ่ยพลางเอ่ยว่า “ตากหนังสือเป็นงานของท่านพ่อ ตากเสื้อผ้าเป็นงานของท่านพี่”
นางกับพี่สาวของนางเป็นคนที่นิสัยต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หากบอกว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลคังสุภาพ เยือกเย็น และรู้ความ คุณหนูรองตระกูลคังก็นิสัยค่อนข้างเหมือนหนอนหนังสือ เรียนหนังสือเก่งมาก เป็นคนจริงจัง เรียบร้อย และความคิดไร้เดียงสา ท ทว่ากลับมีความน่ารักของตนเอง
ทุกครั้งที่เจียงเซี่ยนเห็นนางก็จะนึกถึงพวกบัณฑิตอาวุโสของสำนักฮั่นหลิน แล้วก็จะอดที่จะหัวเราะไม่ได้
นางเอ่ยว่า “ข้าจะไปพักร้อน เจ้าไปหรือไม่?”
คุณหนูรองตระกูลคังย่นจมูกและคิดอยู่นานมาก ถึงจะเอ่ยอย่างจนใจว่า “ก็ได้! ข้าจะตามท่านหญิงไปพักร้อนที่ภูเขาหลี”
นางชอบเจียงเซี่ยนมาก
เพราะเจียงเซี่ยนไม่เหมือนพวกลูกพี่ลูกน้องที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายกับน้องสาวของนางที่เวลาเห็นนางอ่านหนังสือมักจะเอ่ยว่า ‘ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องมีความสามารถ แค่เชื่อฟังสามีก็พอ’ แต ต่จะถามนางอย่างอยากรู้ว่ากำลังอ่านหนังสืออะไร ในหนังสือเล่าเรื่องอะไรบ้าง
นี่ทำให้นางรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำได้รับความเคารพมาก
ทุกคนต่างยิ้มออกมา
นายหญิงคังไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จึงเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “ท่านหญิงตามใจนางจนเสียคนหมดแล้ว ผู้ใหญ่ยังไม่ได้พูด นางกลับบ่นก่อนแล้ว” พูดไปก็มองคุณหนูรองตระกูลคังต ตาเขียว
กฎระเบียบของตระกูลคังเข้มงวด และต่างก็สอนมาตั้งแต่เด็ก จึงจะไม่ผ่อนคลายเพียงเพราะคำว่า ‘เด็กยังเล็ก’
คุณหนูรองตระกูลคังหดคอ
เจียงเซี่ยนทำได้เพียงหัวเราะ
นายหญิงเจิ้งรีบมาไกล่เกลี่ย โดยเอ่ยว่า “พวกเราจะออกเดินทางไปภูเขาหลีเมื่อไรหรือ?”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางสอบถามความเห็นของทุกคน “ไม่อย่างนั้นก็สองสามวันนี้?”
“เช่นนั้นก็สองสามวันนี้เถอะ!” นายหญิงคังเอ่ย
อีกสองวันคังเสียงอวิ๋นกับเจิ้งเจียนจะพานักเรียนของเรือนชบาไปไหว้พระที่ภูเขาอู่ไถ
แน่นอนว่านายหญิงเจิ้งย่อมเห็นด้วย
คุณหนูใหญ่คังกับหลี่ตงจื้อต่างดีใจมาก
เรื่องนี้จึงตกลงตามนี้
เก็บหีบสัมภาระ ทำความสะอาดบ้านพักร้อน เถียนสุ่ยจิ่งก็ยุ่งขึ้นมาทันที
คุณหนูใหญ่ตระกูลต่งมาเยี่ยม บอกว่าได้ยินว่าเจียงเซี่ยนจะไปพักร้อนที่ภูเขาหลี จึงส่งพวกของคลายร้อนที่ทำเองมา
ตอนนั้นพวกนายหญิงคังกำลังนั่งตากลมอยู่ในเรือนของเจียงเซี่ยน พอได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “คุณหนูใหญ่ตระกูลต่งรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราจะไปพักร้อนที่ภูเขาหลี ”
เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “บ้านหลังนี้ตระกูลต่งเป็นคนช่วยหานี่นา! ได้ยินว่าบ้านพักร้อนของตระกูลต่งก็อยู่หลังบ้านของพวกเรา ห่างจากบ้านของพวกเราเพียงแค่หนึ่งเค่อ”
นายหญิงคังประหลาดใจมาก
แต่นายหญิงเจิ้งกลับรู้สึกเข้าใจ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หายากที่ตระกูลต่งจะมีน้ำใจแบบนี้ ทั้งสองตระกูลอยู่ข้างกัน มีอะไรก็มีคนดูแลเช่นกัน ดีมาก ดีมาก!”
คำพูดเหล่านั้นทำลายความงุนงงของนายหญิงคังไป และพบคุณหนูใหญ่ตระกูลต่งพร้อมกับเจียงเซี่ยน
——————————————————
ทว่าตระกูลหลี่ที่ไท่หยวน ก็ยุ่งมากเช่นกัน
วันแต่งงานกำหนดแล้ว บ้านตรงถนนตะวันตกก็ต้องเริ่มทำเครื่องเรือนแล้ว เดิมทีนี่เป็นเรื่องของตระกูลฝ่ายหญิง แต่ตระกูลเกาไม่มีญาติ เกาเมี่ยวหวาก็คิดว่าตนเองเป็นบัณฑิต ไม่อยา ากจัดการงานพวกนี้ จึงซื้อเครื่องเรือนอย่างกะทันหัน หาหลายร้านแล้ว หากช่างไม่ถูกจองล่วงหน้าไปตั้งนานแล้วก็ฝีมือไม่เท่าไร รีบจนมุมปากของเกาฝูอวี้ต่างเป็นแผลพุพอง แต่เกาเมี่ ยวหวาก็ยังร้องว่า “ใครแต่งลูกสะใภ้จะซื้อบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้น แบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วนและมีทางเข้าออกสองทาง นี่หากอยากเติมบ้านให้เต็ม ต้องทำเครื่องเรือนเท่าไร ทันที่ไ ไหนกัน? ข้าว่าจัดบ้านใหม่ก่อนดีกว่า ของอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
เกาฝูอวี้โกรธมาก จึงเอ่ยว่า “ต่อไปต่อให้เจ้ากองเป็นภูเขาเงินภูเขาทองในบ้าน คนอื่นก็มองไม่เห็นอยู่ดี ไม่ฉวยโอกาสจัดเครื่องเรือนในบ้านให้ครบถ้วนตอนที่แต่งงาน เจ้าอยากให้น้อง งสาวของเจ้าถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ในอนาคตหรือ?”
ทว่าตระกูลเกาไม่มีคนจริงๆ จึงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้
เกาฝูอวี้จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหลิ่วหลี
หลิ่วหลีช่วยวิ่งเต้นให้เกาฝูอวี้สองสามวัน ในที่สุดก็จัดการเรื่องนี้เรียบร้อย แต่ก็เสียเงินไปไม่น้อยเช่นกัน
หลังจากหลี่หลินรู้จึงแอบเอาเงินให้เกาฝูอวี้ก้อนหนึ่ง ถือว่าช่วยเหลือตระกูลเกา
เกาฝูอวี้จะรับเงินนี้ได้อย่างไร