มู่หนานจือ - บทที่ 517 ดีใจ
เจียงเจิ้นหยวนมองเจียงเซี่ยนอย่างแน่วแน่ โดยไม่พูดอะไร แต่กลับเขียนว่า ‘ข้าไม่เชื่อ’ เต็มหน้า
เมื่อวานเขาฝืนอดทนไว้และไม่พูดอะไรเลย เพราะรู้สึกว่าเจียงเซี่ยนโตแล้ว ต้องมีความคิดรอบคอบแล้วอย่างแน่นอน และเรื่องส่วนตัวพวกนี้คุยกับฮูหยินฝางย่อมดีกว่า เขาจึงตั้งใจให้เวลาเจียงเซี่ยนจัดการความคิดของตนเองหนึ่งวันโดยเฉพาะด้วยเหตุนี้เช่นกัน ใครจะรู้ว่าผ่านไปหนึ่งวัน เขาถามฮูหยินฝาง เจียงเซี่ยนกลับไม่บอกอะไรกับฮูหยินฝางเลย เขาจึงอดไม่ได้ที่จะร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย ถึงได้รับประทานอาหารเย็นแล้วก็รีบลากเจียงเซี่ยนไปคุยข้างๆ ทันที
เจียงเซี่ยนเดาเจตนาของเจียงเจิ้นหยวนได้ นางปวดศีรษะมาก
ทว่าอย่างไรนางก็ไม่อาจกุเรื่องขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่ใช้ชีวิตที่ตระกูลหลี่สบายมาก ต้องหาส่วนไหนที่ไม่ดีออกมาสักหน่อยกระมัง?
“ท่านลุง ข้ากลับมาเยี่ยนเสด็จยายจริงๆ” เจียงเซี่ยนจำเป็นต้องเอ่ยอีกว่า “ตอนที่ข้าแต่งงานไม่ได้ทูลลาเสด็จยาย ในใจรู้สึกเสียดายมาโดยตลอด บวกกับอีกไม่นานข้าก็จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว จึงอยากกลับมาเยี่ยมเสด็จยายก่อนในตอนที่ยังสามารถไปทั่วทุกที่ได้…”
ตามการปรึกษาหารือร่วมกันของตระกูลเจียงและตระกูลหลี่ หลังจากเจียงเซี่ยนเข้าพิธีปักปิ่นก็ต้องเข้าหอกับหลี่เชียน หลังจากนั้นเจียงเซี่ยนต้องมีลูกอย่างแน่นอน คงจะไม่มีโอกาสออกจากบ้านสามี เที่ยวเล่นไปทั่ว และไปเยี่ยมญาติมิตรคนเดียวอีกแล้ว
เจียงเจิ้นหยวนรู้สึกไม่สบายใจมาก รู้สึกเหมือนดอกโบตั๋นของตนเองถูกคนอื่นอุ้มไปแล้ว
เขาเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ฉลองปีใหม่แล้วค่อยกลับไปเถอะ หลี่เชียนอยู่เมืองกาน นานๆ จะกลับมาสักครั้ง เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องรีบกลับไปขนาดนั้นเช่นกัน”
ถึงอย่างไรเจียงเซี่ยนก็ยังเด็ก
คิดว่าตระกูลหลี่ของเขาก็ไม่กล้าจัดเมียบ่าวและอนุภรรยาให้หลี่เชียนก่อนเจียงเซี่ยนเช่นกัน
เจียงเซี่ยนหวังจริงๆ ว่าเจียงเจิ้นหยวนจะสามารถเอ่ยได้ว่า…นางอยู่ฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวง ต้องเป็นเพราะไทฮองไทเฮายังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน!
นางหวังว่าไทฮองไทเฮาจะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้น!
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางพยักหน้า
สีหน้าของเจียงเจิ้นหยวนคลายความโกรธลงเล็กน้อย และเอ่ยว่า “เจ้าจะไปเยี่ยมเฉาไทเฮาหรือไม่? เรื่องคราวก่อน...โชคดีที่มีนางจัดการในนั้น และตระกูลหลี่ก็เป็นคนของเฉาไทเฮา ไม่ว่าจะจากด้านความรู้สึกหรือเหตุผล เจ้าก็ควรไปสักครั้ง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณนางเช่นกัน นางไม่มีตระกูลหลี่ ก็ไม่มีทางยืนได้มั่นคงขนาดนี้ ตระกูลหลี่ไม่มีนาง ก็ไม่มีทางราบรื่นแบบนี้เช่นกัน พวกเขามีความสัมพันธ์แบบได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย…”
เจียงเซี่ยนเข้าใจ
สิ่งที่ท่านลุงใหญ่ของนางกลัวที่สุดก็คือนางก้มศีรษะให้คนอื่น นี่ทำให้เจียงเจิ้นหยวนรู้สึกว่าเขาปกป้องเจียงเซี่ยนไม่ได้ เขาไม่ชอบมาก
“ข้าทราบแล้ว” เจียงเซี่ยนรีบยิ้มและเอ่ยว่า “ก็แค่ต้องวางตัวให้เหมาะสม! แต่ท่านลุง…เสด็จยายมักจะตรัสว่าข้าประเมินความสามารถของตนเองสูงมากเกินไป ข้ากลัวว่าข้าจะวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน้านางมากเกินไป สุดท้ายทำให้ไทเฮาพิโรธจนประชวร...”
“แต่งงานแล้ว ยังพูดจาไม่คิดแบบนี้อีก!” เจียงเจิ้นหยวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดความงุนงงในใจก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จึงถามถึงชีวิตประจำวันที่ตระกูลหลี่ของนางด้วยตนเอง ถึงจะปล่อยให้เจียงเซี่ยนกลับเรือนของฮูหยินฝางอย่างวางใจ
ตอนกลางคืน ราชโองการจากในวังมาแล้ว พรุ่งนี้เช้าไทฮองไทเฮาจะเรียกเจียงเซี่ยนเข้าเฝ้าที่วังฉือหนิง
เจียงเซี่ยนดีใจมาก และลากฉิงเค่อไปเลือกเสื้อผ้ากับเครื่องประดับ
นางไม่อยากให้ไทฮองไทเฮาเป็นห่วงนาง เช่นนั้นก็ต้องแต่งตัวสวยๆ ไปพบไทฮองไทเฮา
ทั้งสองคนยุ่งจนดึกดื่น กว่าจะได้นอน เจียงเซี่ยนก็คิดว่าไม่ได้เจอไทฮองไทเฮามานานขนาดนี้ ไม่รู้ว่าไทฮองไทเฮาสบายดีหรือไม่ ไทฮองไท่เฟยยังสวดมนต์ไม่ก็เล่นไพ่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาทุกวันเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่ พรุ่งนี้นางเจอไทฮองไทเฮาควรพูดอะไรบ้าง ยื่นเทียบขอพบเข้าไปในวังตั้งนานแล้ว ไทฮองไทเฮาต้องรู้ว่านางมาเมืองหลวงตั้งนานแล้วอย่างแน่นอน เสียดายที่นางอยากทำให้ไทฮองไทเฮาประหลาดใจก็ไม่มีทางเลย…ในสมองคิดไปต่างๆ นานา เจียงเซี่ยนหลับตาลงอย่างยากลำบาก ยังหลับไม่สนิท ฉิงเค่อก็เรียกนางเสียงเบาแล้ว บอกว่าถึงเวลาตื่นแล้ว หากไม่ตื่นอีก จะพลาดเวลาเข้าวัง
เจียงเซี่ยนฝืนอดกลั้นความง่วงนอนไว้และลุกขึ้นมา พอผ้าร้อนเช็ดลงบนหน้า ก็ง่วงนอนมากขึ้น จึงให้สาวใช้เปลี่ยนเป็นผ้าเย็น ถึงจะรู้สึกสดชื่นขึ้น นางไปรับประทานอาหารเช้าที่เรือนของฮูหยินฝางอย่างลวกๆ และเข้าวังด้วยกัน
จ้าวอี้กับหานถงซินไปล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงที่ชานเมืองหลวงแล้ว ในวังว่างเปล่าไม่ค่อยมีคน ไทฮองไทเฮาไม่สนใจพิธีรีตองพวกนั้น และรอเจียงเซี่ยนอยู่หน้าประตูใหญ่ของวังฉือหนิง โดยมีไทฮองไท่เฟยอยู่เป็นเพื่อน
เจียงเซี่ยนเห็นไทฮองไทเฮาก็กระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของนางทันที
“ทำไมถึงกลับมาอีก?” ไทฮองไทเฮากอดนางอย่างสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “หลี่เชียนอยู่เมืองกานเป็นอย่างไรบ้าง? ตระกูลหลี่ไม่ได้ทารุณเจ้าใช่หรือไม่?”
“ไม่เพคะ!” เจียงเซี่ยนออดอ้อน และเอ่ยอย่างเอาแต่ใจว่า “หากหลี่เชียนกล้าทารุณหม่อมฉัน หม่อมฉันจะทิ้งเขาและกลับเมืองหลวงทันที”
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ และหยอกล้ออย่างที่หาได้ยากมากว่า “ไม่ใช่หลี่เชียนทารุณเจ้าอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นทำไมเจ้าถึงกลับเมืองหลวงล่ะ!”
เจียงเซี่ยนตกตะลึง
พวกไทฮองไทเฮากับเมิ่งฟางหลิงต่างก็หัวเราะเสียงดัง
เจียงเซี่ยนถึงได้สติกลับมา และจับมือของไทฮองไทเฮา จนไทฮองไทเฮารับปากว่าจะมอบสร้อยข้อมือปะการังที่เคยใส่ให้เจียงเซี่ยน เจียงเซี่ยนถึงจะหยุด
ทว่าพอนางก่อกวนแบบนี้ กลับทำให้บรรยากาศวุ่นวายขึ้นแล้ว ทุกคนยิ้ม ไม่มีความเสียใจที่จากไปไกล มีแต่ความสุขที่พบกันอีกครั้ง
เจียงเซี่ยนประคองไทฮองไทเฮาไปที่ห้องอุ่นตะวันออกหลังตำหนักหลัก
ครั้งก่อนกลับเมืองหลวง นางไม่ได้เข้าวัง
ม่านสีเหลืองสดใส วงกบประตูไม้แกะสลักในห้องฉลุลายกระรอกกับองุ่นสีแดงเข้ม และเบาะรองนั่งลายค้างคาวห้าตัวล้อมคำว่ามงคลสีแดงเข้ม เจียงเซี่ยนเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต เวลานี้ได้เห็นอีกครั้ง กลับคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย ทำให้นางมีหลากหลายความรู้สึกปะปนกัน จนอดไม่ได้ที่จะลูบดอกโบตั๋นที่วาดด้วยผงสีทองบนโต๊ะชาอย่างช้าๆ “ช่วงนี้เสด็จยายเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ดี ดี ดี” ไทฮองไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เทียบกับคราวก่อนที่เจอกัน นางดูผ่ายผอมไปเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับดีมาก ดวงตาทั้งสองสดใสมีชีวิตชีวา ท่าทางก็ค่อนข้างมีความสามารถและประสบการณ์ ไม่เหมือนคนแก่ที่ใกล้จะอายุหกสิบแม้แต่นิดเดียว
แล้วทำไมชาติก่อนไทฮองไทเฮาถึงแก่ตาย?
เจียงเซี่ยนเสียดายเล็กน้อย
นางน่าจะไปพบหมอหลวงเถียนก่อนแล้วค่อยมาเยี่ยมไทฮองไทเฮา
ทว่าไทฮองไทเฮากลับคิดเรื่องอื่น นางถามเจียงเซี่ยนอย่างจริงจังว่า “ครั้งนี้เจ้าเข้าเมืองหลวงทำไมกันแน่? แถมยังเลือกช่วงที่ฝ่าบาทไม่อยู่ หลี่เชียนเจอเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
ทำไมทุกคนถึงไม่เชื่อว่านางแค่มาเยี่ยมไทฮองไทเฮา?
เจียงเซี่ยนบอกสาเหตุที่ตนเองเข้าเมืองหลวงอีกครั้ง
ไทฮองไทเฮาสีหน้าผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด
“ถือว่าเจ้าจิตใจเมตตา!” คนแก่ยิ้มอย่างให้ท้ายพลางลูบศีรษะของเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนหัวเราะ
ไทฮองไทเฮาก็เอ่ยว่า “เจ้ามาอย่างไร? หลี่เชียนส่งเจ้าหรือ? เขาปลีกตัวมาได้อย่างไร?”
“หม่อมฉันมาเองเพคะ” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เขาส่งองครักษ์ประจำตัวมาส่งหม่อมฉัน”
“เจ้าเด็กคนนี้!” ไทฮองไทเฮาเห็นนางไม่ใส่ใจ ก็มองไทฮองไท่เฟยอย่างจนใจเล็กน้อย และเอ่ยว่า “การนั่งเรือกับการขี่ม้ามักจะมีอันตรายถึงชีวิต ครั้งนี้ก็แล้วไป ครั้งหน้าห้ามทำแบบนี้แล้ว!”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางขานว่า “เพคะ”
ไทฮองไทเฮาก็เอ่ยว่า “มา เป่าหนิง มานั่งข้างกายข้า” คนแก่จับมือของนางไม่ปล่อย “ตรงนี้สว่างและกว้าง ให้ข้าดูอย่างละเอียดหน่อย”
เจียงเซี่ยนรีบไปนั่ง
ไทฮองไทเฮาถือแว่นสายตายาวมองนางซ้ายขวา เห็นหน้าของนางขาวผ่อง อ่อนนุ่ม และเกลี้ยงเกลาเหมือนไข่ไก่ที่ปอกใหม่ หน้าตาเต็มไปด้วยความสุข ถึงจะพยักหน้าอย่างพอใจ และเอ่ยว่า “ยังหมือนเด็ก ต่อไปจะทำอย่างไรล่ะ!”
ท่าทางเป็นห่วงมาก
————————————–