มู่หนานจือ - บทที่ 516 วุ่นวาย
เจียงเซี่ยนทำหน้างุนงง
หรือว่าจ้าวอี้หลับนอนแต่กับผู้หญิงที่อายุมากอย่างนั้นหรือ?!
ยังดีที่ตอนที่นางแต่งงานอายุยังน้อย ไทฮองไทเฮาเคยกำชับจ้าวอี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางจึงไม่ถูกดูหมิ่นเช่นนี้…
นางอดไม่ได้ที่จะเห็นใจหานถงซินเล็กน้อย
ต่อให้ตระกูลหานรู้โรคของจ้าวอี้ ก็คงจะไม่อนุญาตให้หานถงซินหย่ากับจ้าวอี้อยู่ดีกระมัง?
แน่นอนว่า…บนโลกนี้นางยังไม่เคยได้ยินว่ามีฮองเฮาองค์ไหนหย่ากับฮ่องเต้เลย
ตั้งแต่นี้ไปในวังคงจะมีผู้หญิงที่ทนทุกข์ทรมานเพิ่มอีกคนแล้ว
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ
ไป๋ซู่ได้ยินก็เอ่ยว่า “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฝ่าบาทคิดอย่างไร? ได้ยินไทฮองไท่เฟยบอกว่า ตอนนี้ฝ่าบาทโปรดปรานนางในแซ่เฉินของท้องพระคลัง ปีนี้กำลังอยู่ในวัยสาวและสวย หน้าตาเย้ายวน ทั้งสองคนคบหากันตั้งแต่ก่อนที่ฝ่าบาทจะอภิเษกสมรส เวลานี้ความโปรดปรานยังไม่ลด ทว่าที่น่าถอนหายใจคือหานถงซินกลับเหมือนไม่รู้อะไรเลย ข้าว่า…เป็นแบบนี้ต่อไป พอถึงปีหน้า…ฝ่าบาทจะต้องแต่งตั้งนางในเฉินอย่างแน่นอน หากปล่อยให้นางในเฉินคลอดลูกชายคนรองที่เกิดจากสนมออกมา ในวังก็คึกคักแล้ว”
บางครั้งราชวงศ์ก็จะให้เกียรติภรรยาเอกเหมือนกับตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจทั่วไปเช่นกัน โดยจะไม่รับอนุภรรยาภายในปีแรกของการแต่งงาน
จ้าวอี้ให้เกียรติตระกูลหานหรืออ๋องเจี่ยนก็ยังชอบลักลอบนัดพบกันอย่างลับๆ เหมือนชาติก่อน เจียงเซี่ยนจึงตอบไม่ได้จริงๆ ไปชั่วขณะ
เพียงแต่เมื่อเป็นแบบนี้ ‘ฮูหยินเฟิ่งเซิ่ง’ ก็คงจะไม่มีค่าอะไรแล้ว
เฉาไทเฮาน่าจะลงมือกระมัง?
แต่จะว่าไป…นางอยากรู้จริงๆ ว่าหลังจากคนสกุลฟางรู้ว่าจ้าวอี้ไปยุ่งกับนางในแซ่เฉินจะมีสีหน้าอย่างไร?
คนสกุลฟางคงไม่คิดว่าจ้าวอี้จะคิดถึงนางอยู่ตลอดเวลาใช่หรือไม่?
เจียงเซี่ยนกำลังคิดว่า ตนเองว่างหาอะไรทำหน่อยดีหรือเปล่า…
ทว่าไป๋ซู่กลับคิดว่านี่ล้วนเป็นพวกเรื่องว้าวุ่นใจที่น่าอับอาย เล่าให้เจียงเซี่ยนฟังก็แปดเปื้อนหูของเจียงเซี่ยน โชคดีที่ก่อนหน้านี้นางยังคิดว่าหากเจียงเซี่ยนยินดีแต่งงานกับจ้าวอี้ก็ไม่เลวเช่นกัน จะเห็นได้ว่าคนต่างคาดเดาไม่ได้ ใครต่างก็คิดว่าเฉาเซวียนให้ความสำคัญกับสาวงาม ใครจะรู้ว่าหลังจากเฉาเซวียนแต่งงานกลับเรียบร้อย ใครต่างก็คิดว่าจ้าวอี้เป็นคนที่มีความสามารถ สติปัญญา และแผนการยอดเยี่ยม ปรากฏว่าเขากลับไม่เด็ดขาดและไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น…
คิดถึงตรงนี้ นางก็รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย
นานๆ ทีเป่าหนิงจะกลับมาสักครั้ง นางอย่าเอ่ยพวกเรื่องวุ่นวายกับเป่าหนิงเลยดีกว่า
นางเอ่ยว่า “บอกเรื่องพวกนี้กับเจ้า ก็เพื่อให้เจ้ารู้สถานการณ์ในเมืองหลวงเช่นกัน จะได้ไม่ก้าวเข้าไป แต่เจ้ามีไทฮองไทเฮาคอยปกป้อง และแต่งงานไปอยู่ไกลถึงซานซีแล้ว พวกนางก็คงจะไม่ไปกวนเจ้าอย่างแน่นอน เจ้าเล่าเรื่องที่เจ้าอยู่ตระกูลหลี่ให้ข้าฟังบ้างสิ ข้าว่าเจ้าไม่เพียงแต่สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อน สีหน้าก็ดีขึ้นมากเช่นกัน คิดว่าหลี่เชียนจะต้องปฏิบัติกับเจ้าอย่างดีอย่างแน่นอน”
นางไม่บอกว่ากลับเมืองหลวง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหมอนั่นจะโกรธมากไปนานแล้วหรือไม่!
ชาติก่อน เรื่องของนางมักจะยั่วโมโหเขาได้ง่ายมาก
ทว่าเขาก็เพียงแค่โมโห และพูดจาเพ้อเจ้อกับนางอย่างโกรธเคือง ทำให้นางโต้เถียงกับเขาอย่างไร้สติปัญญาตามไปด้วยเท่านั้น
เจียงเซี่ยนคิดแล้ว จู่ๆ ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยก็ผุดขึ้นในใจ เหมือนปวดใจ เหม่อลอย และตื่นเต้นเล็กน้อย…รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนั้นไม่ว่าพวกนางจะทะเลาะกันแค่ไหน นางกลับไม่เคยรู้สึกกลัวจริงๆ เลย
ตอนนั้นนางมักจะคิดอย่างดื้อรั้นว่า ตนเองเป็นคนที่เคยตายครั้งหนึ่งแล้ว อย่างมากก็แค่ให้หลี่เชียนสกัดไว้ที่วังฉือหนิงอีกครั้ง ดังนั้นจึงไม่เคยกลัว
ทว่าเวลานี้นางเป็นคนมาสองชาติแล้ว ตอนที่ถูกคนล้อมอยู่ในโรงน้ำชา และคิดว่าเป็นโจรก็ยังตกใจจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
นางไม่กลัวตายหรือกลัวคนที่ฆ่านางตายไม่ใช่หลี่เชียน...บางทีหลังจากนั้นที่วังฉือหนิง เขาอาจจะไม่ได้ฆ่านางก็ได้ นางรู้สึกมั่นใจมาก เขาไม่มีทางฆ่านาง พอไม่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายแล้ว หัวใจของนางก็รู้ก่อนสติปัญญาของนางตั้งนานแล้วว่า เขาไม่มีทางฆ่านาง หลังจากนั้นถึงได้ก่อกวนนางอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแบบนั้น
เจียงเซี่ยนหลับตาลงอย่างวุ่นวายใจ
นางไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนต่อโลกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จึงทำอะไรเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว
เรื่องบางเรื่อง นางต้องคิดให้รอบคอบ...หรือ…ลองคิดจากมุมมองของหลี่เชียน
โอกาสที่ดีขนาดนั้น ฆ่านางแล้วก็สามารถบีบบังคับให้ฮ่องเต้ทำตามได้ แต่เขากลับละทิ้ง
ชาติก่อน นางคิดว่านั่นเป็นเพราะเขายังไม่ได้ควบคุมใต้หล้า และทำให้สำนักราชเลขาธิการสนับสนุนเขา
ทว่าหากเขาจะก่อกบฏจริงๆ จะต้องการการสนับสนุนจากสำนักราชเลขาธิการทำไม?
ตอนนั้นนางก็เปลี่ยนสำนักราชเลขาธิการทั้งหมดไม่ใช่หรือ?
หัวใจของเจียงเซี่ยนเต้นแรงมากเหมือนรัวกลอง
นางเตือนตนเองไม่หยุดว่า ต้องใจเย็น และคิดให้รอบคอบ อย่าถูกบุญคุณและความแค้นเหล่านั้นในชาติก่อนปิดบังดวงตา…แต่ไป๋ซู่กลับไม่ให้โอกาสนางครุ่นคิด และล้อนางเล่นว่า “เจ้าคงจะไม่ได้อายใช่หรือไม่? เช่นนั้นข้าไม่ถามรายละเอียดพวกนั้นกับเจ้าแล้ว เจ้าแค่บอกข้าว่าตระกูลหลี่มีใครรังแกเจ้าหรือไม่ก็พอ!”
เจียงเซี่ยนยับยั้งความคิดในชั่วพริบตา และเบ้ปากพลางเอ่ยว่า “ตระกูลหลี่จะมีใครกล้ารังแกข้า? และตั้งแต่ข้าจัดการน้องชายของภรรยาของตระกูลจวง แม้แต่พวกขุนนางในวงการราชการก็ไม่ค่อยกล้าหาเรื่องข้าแล้วเช่นกัน จะเห็นได้ว่าสุภาพบุรุษกลัวคนถ่อย คนไม่มีเหตุผลกลัวคนไม่รู้ความ”
พูดจนไป๋ซู่หัวเราะเสียงดัง
แม่นมกับคนที่ติดตามรับใช้ข้างกายไป๋ซู่ได้ยินจากข้างนอก ต่างก็อดไม่ได้ที่จะโล่งอก หน้าตาฉายแววดีใจ
ท่านหญิงเจียหนานเก่งมาก ฮูหยินของพวกนางไม่หัวเราะมาหลายวันแล้ว พอท่านหญิงเจียหนานมาก็หยอกฮูหยินของพวกนางจนหัวเราะแล้ว ทั้งสองคนสมกับที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และสนิทกันเหมือนพี่น้อง
รับประทานอาหารกลางวันแล้ว ทั้งสองคนก็คุยเรื่องส่วนตัวกันอีก
เจียงเซี่ยนคิดไม่ถึงว่าเฉาเซวียนยังมีด้านที่อ่อนโยนและเอาใจใส่แบบนี้
จนท้องฟ้าค่อยๆ มืด เฉาเซวียนเลิกงาน เจียงลวี่กับหวังจ้านตามมาด้วย ทว่าทุกคนก็ไม่ได้ห้ามเช่นกัน พวกเขาตั้งฉากกั้นในห้องอุ่น เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่อยู่ข้างใน พวกเฉาเซวียนอยู่ข้างนอก ทุกคนรับประทานอาหารเย็นและเริ่มคุยกัน เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ก็นั่งฟังพวกเขาคุยกันเรื่อยเปื่อยปนคุยโวโอ้อวดอยู่ในฉากกั้น รู้สึกสนุกมาก แม้แต่ไป๋ซู่ มุมปากก็ยกขึ้นสูงมากตลอดเช่นกัน
ตอนกลับ เฉาเซวียนส่งพวกเขาถึงหน้าประตูใหญ่ด้วยตนเอง แถมยังกำชับเจียงเซี่ยนว่า “เวลาว่างเจ้าก็มานั่งที่บ้านบ่อยๆ จ่างจูสนิทกับเจ้าที่สุด หากเจ้าอยู่ในวัง ก็บอกข้าหน่อย อีกสองวันจ่างจูก็อยู่เดือนครบหนึ่งเดือนแล้ว ข้าจะส่งนางไปอยู่ในวังสักสองสามวัน นางก็ถือว่าเติบโตในวังฉือหนิงตั้งแต่เด็กเช่นกัน มีไทฮองไทเฮา ไทฮองไท่เฟย และเจ้า นางก็ต้องอยากกลับไปอยู่ในวังสักสองสามวันด้วยอย่างแน่นอน”
เจียงเซี่ยนพยักหน้าพลางยิ้มตาหยี
คิดว่าเมื่อครู่ที่เฉาเซวียนตั้งใจรั้งเจียงลวี่กับหวังจ้านไว้คุยโดยเฉพาะ และให้พวกนางฟังอยู่หลังฉากกั้นอย่างไม่รังเกียจนั้น เป็นไปได้มากว่าทั้งหมดเพื่อคลายทุกข์ให้ไป๋ซู่
ไป๋ซู่ได้แต่งงานกับคนแบบนี้ เจียงเซี่ยนถึงจะวางใจอย่างสมบูรณ์
ตลอดชีวิตของคนทั้งยาวและสั้น มีคนๆ หนึ่งเอาใจใส่เจ้าและอยู่เป็นเพื่อนเจ้าตั้งแต่ต้นจนจบ คนก็จะไม่เหงาและโดดเดี่ยวขนาดนั้นเช่นกัน
ชาติก่อนคนที่เจียงเซี่ยนชอบจากไปแล้ว นางอาศัยอยู่ในวังคนเดียว กลัวพวกความรู้สึกอ้างว้างที่สุด
พอกลับถึงจวนเจิ้นกั๋วกง เจียงเซี่ยนเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้หลี่เชียนก่อน แล้วถึงจะไปพบเจียงเจิ้นหยวนลุงของนาง
“ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมา?” เจียงเจิ้นหยวนกำลังฝึกคัดตัวอักษรอยู่ จึงวางพู่กันในมือลง แล้วไล่คนรับใช้ข้างกายออกไป และหยิบผ้าชื้นที่พวกเด็กรับใช้เตรียมไว้เรียบร้อยตั้งนานแล้วมาเช็ดมือเอง
เจียงเซี่ยนทำหน้ากลุ้มและเอ่ยว่า “ข้าคิดถึงไทฮองไทเฮาแล้วจริงๆ ทำไมพวกท่านถึงไม่เชื่อล่ะ?”
—————————————