มู่หนานจือ - บทที่ 531 เสียบปิ่น
ไทฮองไทเฮายิ้มไม่หุบ และเอ่ยกับไทฮองไท่เฟยต่อหน้าพวกฮูหยินฝางที่เข้าร่วมพิธีปักปิ่นของเจียงเซี่ยนและนางในกับขันทีที่ช่วยเตรียมพิธีปักปิ่นในห้องอย่างไม่หลีกเลี่ยงแม้แต่นิดเดียว “ดังนั้นข้าจึงมักจะเอ่ยว่า พวกหยกเหอเถียน หยกมันแพะ ทับทิม และงาช้างต่างก็ไม่ดีเท่าทอง ทั้งทนทานและไม่กลัวตกแตก ปิ่นปักผมทองนี้ทำได้ดี ตอนที่ทำพิธีปักปิ่นก็ใช้อันนี้เสียบปิ่นให้เจียหนาน”
พวกฮูหยินฝางเม้มปากยิ้ม พวกนางในกับขันทีพากันคล้อยตามคำพูดของไทฮองไทเฮา แม้แต่ฮูหยินเป่ยติ้งโหวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “ใครว่าไม่ใช่เหตุผลนี้ ไม่อย่างนั้นตอนที่มอบของหมั้นชุดเล็ก ทำไมไม่ใช้หรูอี้หยกต้องใช้ปิ่นปักผมทอง แถมยังต้องใช้ปิ่นปักผมทองหรูอี้ ท่านดูฝีมือของใต้เท้าหลี่สิ ปิ่นปักผมทองหรูอี้ลายเมฆมงคล มงคล ราบรื่น และสมปรารถนาในทุกเรื่อง เลือกได้ดีจริงๆ!” นางพูดไปก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเฉาเซวียน
ลูกเขยคนนี้ดีทุกอย่าง เสียดายที่เป็นหลานชายของเฉาไทเฮา และเป็นทายาทชายเพียงคนเดียวของตระกูลเฉา ไทเฮาเป็นปฏิปักษ์กับฮ่องเต้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร
ตอนนี้นางไม่ขออะไรทั้งนั้น ขอเพียงตอนที่เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงสามารถปกป้องชีวิตของคนในครอบครัวของลูกสาวได้ก็พอ
พวกฮูหยินคุยกันครู่หนึ่ง ก็ใกล้จะถึงฤกษ์แล้วเช่นกัน
เมิ่งฟางหลิงไปเชิญเจียงเซี่ยน
แต่เจียงเซี่ยนกลับเอ่ยกับฉิงเค่ออย่างโมโหอยู่ตรงนั้น “เจ้าไปบอกเขา ให้เขาไปรอที่วังเฉียนชิง ที่นี่เต็มไปด้วยผู้หญิง เขาอยู่ที่นี่เหมาะสมที่ไหน? ไว้ทางข้าใกล้จะจบแล้ว ย่อมจะไปเชิญเขามา”
ฉิงเค่อฝืนใจขานว่า “เจ้าค่ะ”
เมิ่งฟางหลิงเห็นสถานการณ์ผิดปกติ จึงเอ่ยว่า “ฝ่าบาทเสด็จมาแล้วหรือ?”
“มิใช่แค่เขา” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ยังพาอ๋องเจี่ยนมาด้วย อ๋องเจี่ยนยังบอกว่าไม่รู้เรื่องเลย และแจ้งท่านหญิงอู่หยางกับท่านหญิงตงหยางแล้ว ฝ่าบาทกลับดีใจมาก และให้ป้ายคำสั่ง เดี๋ยวท่านหญิงทั้งสองก็จะมาด้วย นี่กลายเป็นอะไรหมดแล้ว! วุ่นวายไปหมด เหมือนตลาด”
เมิ่งฟางหลิงตกใจมาก
ท่านหญิงอู่หยางยังพูดง่าย แต่ท่านหญิงตงหยางเป็นแม่ยายของฮ่องเต้ นางมาแล้ว ฮูหยินฝางจะทำอย่างไร? หรือว่าจะให้ท่านหญิงตงหยางเสียบปิ่นให้เจียงเซี่ยนอย่างนั้นหรือ? ทว่านอกจากไทฮองไทเฮาแล้ว ในบรรดาสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงที่ร่วมงานเลี้ยง ฐานะของท่านหญิงตงหยางก็สูงศักดิ์ที่สุดแล้ว ไทฮองไทเฮาไม่ยอมเสียบปิ่นให้เจียงเซี่ยนเอง เพราะคิดว่าตนเองเป็นแม่ม่าย ไม่มงคล แต่ให้ท่านหญิงตงหยาง เกรงว่าไทฮองไทเฮาจะยอมร่วมเสียบปิ่นให้เจียงเซี่ยนด้วยตนเอง
เช่นนั้นก็ไม่สอดคล้องกับความปรารถนาแรกสุดของไทฮองไทเฮาไม่ใช่หรือ!
ไทฮองไทเฮาจะต้องรู้สึกเสียดายอย่างแน่นอน
เจียงเซี่ยนรู้ว่าฉิงเค่อไม่กล้าไปพูดแบบนี้กับจ้าวอี้ จึงทิ้งฉิงเค่อไปขอร้องเมิ่งฟางหลิง “แม่นมเมิ่งไปแทนข้าสักครั้งเถอะ! อย่าให้ฝ่าบาทก่อกวนเลย ก็บอกว่ากำหนดฤกษ์แล้ว และเป็นฤกษ์ที่ก่อนหน้านี้ไทฮองไทเฮาฝากให้สำนักหอดูดาวหลวงคำนวณออกมา อย่างไรก็รอท่านหญิงตงหยางกับท่านหญิงอู่หยางแบบนี้ไม่ได้กระมัง! ให้เขาพาคนไปนั่งที่วังเฉียนชิงสักครู่”
หลี่เชียนยังไม่เห็นนางเสียบปิ่นเลย ทำไมนางจะต้องให้จ้าวอี้มีความสุขที่ได้เห็นด้วย
เมิ่งฟางหลิงพยักหน้า และรีบไปพบจ้าวอี้
จ้าวอี้รู้ตั้งแต่แรกว่าพิธีปักปิ่นดูเวลาแล้ว พอได้ยินเมิ่งฟางหลิงบอกว่าจะจัดพิธีปักปิ่นที่ตำหนักใหญ่อีก ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเขินอาย และเอ่ยว่า “ข้าคิดไม่ถึงเอง ปกติเห็นไทฮองไทเฮากับเจียหนานมักจะอยู่ที่ห้องอุ่นตะวันออก จึงคิดว่าจะทำพิธีที่ห้องอุ่นตะวันออก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ากับอ๋องเจี่ยนจะไปรอวังเฉียนชิง ส่วนท่านป้าทั้งสองก็ไม่จำเป็นต้องรอเช่นกัน ฤกษ์สำคัญ”
เมิ่งฟางหลิงจึงส่งจ้าวอี้ออกจากวังฉือหนิงด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
จ้าวอี้กับอ๋องเจี่ยนค่อยๆ เดินไปที่วังเฉียนชิง
อ๋องเจี่ยนโกรธจะตายอยู่แล้ว
เขาเพราะเข้าวัง ตอนเที่ยงจึงทันได้กินของว่างแค่สองชิ้นรองท้อง เข้าวังแล้วก็รออยู่ที่ประตูตงหวานานมากอีก ประตูจิ่งอวิ้นพัดลมหนาวแล้ว กว่าจะได้เจอจ้าวอี้ก็ไม่ง่ายเลย เขากลัวเข้าห้องน้ำ และเสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์ จึงไม่กล้าดื่มชาร้อนอีกแม้แต่อึกเดียว หลังจากนั้นก็มาวังฉือหนิงเป็นเพื่อนจ้าวอี้ ปรากฏว่ายังไม่ได้นั่งดี ก็ตามจ้าวอี้ออกจากวังฉือหนิงอีกแล้ว ทว่าจ้าวอี้ดันไม่นั่งเกี้ยวดีๆ อยากเดินระหว่างทางอย่างช้าๆ แบบนี้ เขาทั้งหิวและหนาว ขาสองข้างเหมือนเทตะกั่ว จนลากไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ
“ฝ่าบาท ไม่อย่างนั้นพวกเราไปนั่งในสวนดอกไม้ของวังฉือหนิงดีหรือไม่?” อ๋องเจี่ยนจำเป็นต้องแนะนำว่า “ฝ่าบาทให้พวกซุนเต๋อกงช่วยจัดสวนดอกไม้ไม่ใช่หรือ? ฝ่าบาทจะได้ไปดูพอดี”
จ้าวอี้ได้ยินแล้วก็สนใจมากจริงๆ ทั้งสองคนจึงไปที่สวนดอกไม้ของวังฉือหนิง
ระหว่างทาง จ้าวอี้หยุดฝีเท้าเหมือนจู่ๆ ก็นึกถึงอะไรบางอย่าง และสั่งตู้เซิ่งว่า “เจ้าไปถ่ายทอดราชโองการของข้า ให้พวกองค์หญิงต้าจั่งที่อยู่ในเมืองหลวงอย่างเฉียนอันเข้าวังด้วย วันนี้เป็นงานเลี้ยงของสมาชิกในครอบครัว ทำให้เจียหนานคึกคักหน่อย”
เวลานี้แล้ว…
ตู้เซิ่งไม่กล้าพูด อ๋องเจี่ยนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับจ้าวอี้ที่ได้ยินข่าวที่ไม่แน่ชัดเพียงนิดเดียวก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงแล้ว จึงไม่อยากพูดอะไรแล้ว
ตอนเย็นใกล้จะถึงเวลาห้ามออกนอกบ้านในยามราตรี ราชโองการฉบับนี้ก็ประกาศลงไปอย่างแปลกประหลาดแบบนี้
ส่วนทางเจียงเซี่ยน หลังจากรู้ว่าใกล้จะถึงฤกษ์แล้ว ไป๋ซู่ก็ช่วยจัดเสื้อผ้ากับเครื่องประดับ แล้วเมิ่งฟางหลิงก็พาไปที่ตำหนักใหญ่ของวังฉือหนิง
เวลานี้ตำหนักของวังฉือหนิงโคมไฟสาดส่องสว่างไสวแล้ว นางในกับขันทีแต่ละคนยืนอยู่แต่ละจุดอย่างเงียบเชียบ ฮูหยินชินเอินป๋อที่รับหน้าที่อ่านประกาศตอนทำพิธี และเป็นมารดาของหวังจ้านด้วยยืนอยู่กลางตำหนักใหญ่ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้ว
“ท่านหญิง!” นางยิ้มพลางทักทายเจียงเซี่ยน และคิดว่านางเห็นเจียงเซี่ยนจากเด็กที่น่ารักคนหนึ่งเติบโตเป็นเด็กสาวที่รูปร่างผอมสูงสวยงาม ถึงแม้จะห่างเหินกับเจียงเซี่ยนเพราะเจียงเซี่ยนไม่สามารถเป็นลูกสะใภ้ของตนเองได้ ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าเป็นอย่างมาก และดีใจแทนองค์หญิงหย่งอันที่เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน “วันนี้ท่านสวยจริงๆ”
“ฮูหยินชินเอินป๋อทำผิดกฎ!” ฮูหยินจวนเป่ยติ้งโหวที่ยืนรอเป็นผู้ดำเนินพิธีอยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ช่วงเวลาที่จริงจังมากขนาดนี้ ท่านพูดแบบนี้ได้อย่างไร รีบยืนตัวตรงเลย!”
ทุกคนได้ยินแล้วต่างก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม บนหน้าของทุกคนล้วนเจือรอยยิ้มเล็กน้อย บรรยากาศที่เดิมทีจริงจังก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลายและมีความสุขขึ้นเช่นกัน จนทำให้คนรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น
ฮูหยินชินเอินป๋อแอบถอนหายใจในใจ
แม้เจียงเซี่ยนจะไม่มีเวลาใช้ชีวิตร่วมกับบิดามารดา แต่คนที่อยู่ข้างกายต่างก็รักและทะนุถนอมนางขนาดนี้ พระโพธิสัตว์คุ้มครอง ให้ในอนาคตนางก็ราบรื่นแบบนี้ด้วยเถอะ!
ฮูหยินชินเอินป๋ออธิษฐานในใจ และส่งสัญญาณให้พวกนักดนตรีบรรเลงดนตรีได้แล้ว
ท่ามกลางเสียงดนตรีอันไพเราะ นางเริ่มกล่าวคำอวยพร
คุกเข่าคำนับ หวีผม เสียบปิ่นปักผม ฟังคำสั่งสอน ขอบคุณ…
ชาติก่อน นางก็จัดพิธีปักปิ่นเช่นกัน
และพิธีปักปิ่นคึกคักอย่างถึงที่สุด
สตรีบรรดาศักดิ์ข้างในและข้างนอกระดับสี่ขึ้นไปในเมืองหลวงทั้งหมดมาแสดงความยินดี
ตอนนั้นนางทั้งดีใจและตื่นเต้น คิดว่าอีกไม่นานตนเองก็จะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมของจ้าวอี้แล้ว พอให้กำเนิดทายาท ไทฮองไทเฮาก็สามารถวางใจได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ทว่าคิดไม่ถึงว่า สิ่งที่รอนางอยู่กลับเป็นการสวรรคตของไทฮองไทเฮา
ชาตินี้ พิธีปักปิ่นของนางยิ่งใหญ่และอบอุ่น
แต่นางกลับว้าวุ่นใจและใจร้อน
เจียงเซี่ยนอธิษฐานต่อเหล่าเทพเจ้าและพระพุทธเจ้าในใจ
ในเมื่อเรื่องแปลกประหลาดอย่างการเกิดใหม่ยังเกิดขึ้นกับนาง แสดงว่าเทพเจ้าและพระพุทธเจ้ารักนางมาก เช่นนั้นก็คุ้มครองยายของนางให้อายุยืนยาวและมีชีวิตอยู่ถึงร้อยปีด้วยได้หรือไม่ ให้นางไม่ต้องพอเป็นผู้ใหญ่ก็สูญเสียญาติที่สำคัญกับนางที่สุดไปอีก?
น้ำตาของนางใกล้จะร่วงลงมาแล้ว
หากการเกิดใหม่ของนางได้มาเพราะนางทำความดีบางอย่างในชาติก่อน เช่นนั้นใช้ความดีของนางไปแลกโอกาสในการมีชีวิตอยู่ช่วงหนึ่งของยายนางได้หรือไม่?
เจียงเซี่ยนคุกเข่าคำนับฟ้าอย่างนอบน้อมและจริงใจ พลางพึมพำขอความสงสารและความเห็นใจจากพระโพธิสัตว์
————————————-