มู่หนานจือ - บทที่ 543 จัดสรรเงิน
เจียงเซี่ยนเคยสำเร็จราชการแทน พอได้รับจดหมายที่ไป๋ซู่ส่งมา ย่อมรู้ความร้ายแรงในนี้
เงินสามแสนตำลึงนั้นจะใช้อย่างไร คาดว่าสำนักราชเลขาธิการคงจะแข่งขันกันอย่างดุเดือด จนส่วนใหญ่บรรลุข้อตกลงแล้ว นางเข้าไปก้าวก่ายตอนนี้อีก ก็ต้องแบ่งสรรเงินใหม่ พวกราชเลขาธิการก็ต้องต่อสู่เพื่อผลประโยชน์ของตนเองไม่หยุดอีก ไม่ว่าราชเลขาธิการคนไหนก็ไม่ยอมทั้งนั้น
ยิ่งกว่านั้นในเมืองหลวงหิมะตกหนักตั้งแต่วันที่ยี่สิบเก้าเดือนเก้าเป็นต้นมา และไม่เคยหยุดเลย นางส่งคนไปสอบถามอากาศทางเมืองกาน ทว่าสำนักหอดูดาวหลวงกลับไม่กล้าให้ข่าวที่แน่นอน บอกเพียงว่าปีนี้ตะวันตกเฉียงเหนือกับตะวันออกเฉียงเหนือต่างอาจจะมีฤดูหนาวที่หนาวมาก และเขียนฎีกาให้สำนักราชเลขาธิการแล้ว กลัวหิมะจะตกหนักเกินไป และเมืองหลวงจะแช่แข็งคนตาย
หากเป็นเหมือนชาติก่อน ทางเมืองกานต้องมีสงครามอย่างแน่นอน
หลี่เชียนส่งเพียงไช่ซวงเข้าเมืองหลวงมาขอเงินเดือนทหาร แสดงว่าเขาเตรียมตัวมาล่วงหน้าแล้ว แต่หากเงินเดือนทหารเพียงพอหน่อย ไม่ว่ามากหรือน้อยก็สามารถช่วยเหลือคลังส่วนตัวของหลี่เชียนได้เล็กน้อย ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องดี
นางเรียกหลิวชิงหมิงมาทันที “เจ้าลองไปดูว่าฝ่าบาทว่างเมื่อไร ข้าอยากพบฝ่าบาท”
หลิวชิงหมิงยับยั้งความประหลาดใจในใจไว้ไม่ได้ สุดท้ายก็เผยออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เขามารับใช้ข้างกายเจียงเซี่ยนถึงเห็นอย่างชัดเจนว่า เจียงเซี่ยนไม่ชอบจ้าวอี้อย่างสิ้นเชิง จนสามารถกล่าวได้ว่าเกลียดเขาเล็กน้อย และกับคนอื่นไม่โมโห พอเห็นจ้าวอี้ก็โมโหง่ายเป็นพิเศษ ส่วนจ้าวอี้นั้นก็แปลกมากเช่นกัน อยู่ต่อหน้าคนอื่นอารมณ์ร้อนมาก พอเจอเจียงเซี่ยนก็ไม่กล้าแย้งนางง่ายๆ เหมือนเจอไทฮองไทเฮา
พอได้ยินว่าเจียงเซี่ยนจะหาจ้าวอี้ เขาย่อมวิ่งไปวังเฉียนชิงอย่างดีใจมาก
จ้าวอี้เพิ่งเลิกประชุม และกำลังคุยกับพวกราชเลขาธิการอยู่ วังจี่เต้าก็ถวายฎีกาเกี่ยวกับเงินสามแสนตำลึงนั้นที่สองสามวันนี้พวกเขาหารือกันเรียบร้อยว่าจะใช้อย่างไรให้จ้าวอี้ จ้าวอี้หยิบขึ้นมาดูแล้วก็ไม่เห็นความแตกต่างใดๆ เช่นกัน ในใจเห็นชอบแล้ว ทว่าตอนเด็กๆ เขาเห็นเวลาที่เฉาไทเฮาอ่านฎีกาของขุนนางใหญ่ ไม่ว่าจะอ่านเข้าใจหรือไม่ ก็ต้องเก็บไว้ หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นถึงส่งลงไป บอกว่าแบบนี้ ‘สุขุม’ ตอนนั้นเขาอิจฉามาก...จิ้นซื่อที่ขยันเรียนหนังสือมาเป็นเวลานานอย่างพวกเจ้าแล้วอย่างไร ปีนถึงตำแหน่งนี้อย่างยากลำบาก ข้าไม่ประทับตราให้พวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องรอ รู้สึกว่านั่นเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ดังนั้นหลังจากเขาว่าราชการด้วยตนเอง จึงชอบใช้ลูกไม้นี้เป็นพิเศษเช่นกัน
พวกราชเลขาธิการก็รู้เช่นกัน จึงไม่หวังว่าเขาจะให้คำตอบวันนี้ และยิ้มพลางเอ่ยเรื่องอื่นอีกเล็กน้อย ในนั้นยังเอ่ยถึงเรื่องที่ฮ่องเต้กับฮองเฮารักใคร่ปรองดองกันด้วย
จ้าวอี้ก็รู้สึกเกลียดเล็กน้อยแล้ว
เดิมทีเขารู้สึกว่าอ๋องเจี่ยนพูดถูก หากเขาไม่มีลูกชายที่เกิดจากฮองเฮา พอเฉาไทเฮากลับมาเป็นปกติ ไม่แน่อาจจะฆ่าเขา และอุ้มจ้าวสี่ว่าราชการหลังม่านเหมือนตอนเขาเด็กๆ ก็ได้ ดังนั้นเขาจึงโกรธแค้นเจียงเจิ้นหยวนด้วย หากเขาเชื่อฟังตนเอง และฆ่าเฉาไทเฮาตอนนั้น ก็จะไม่เกิดเรื่องวุ่นวายเหล่านี้เช่นกัน ทำให้เขาไม่อยากเจอเจียงเซี่ยนไปด้วย
เวลานี้พวกเขาเอ่ยถึงหานถงซิน เขารู้สึกว่าตนเองอยากอยู่กับผู้หญิงคนไหนก็ไม่มีอิสระทั้งนั้นอีกทันที หานถงซินแทบจะเป็นความอัปยศของเขา
พอเทียบเจียงเซี่ยนกับหานถงซิน อย่างน้อยเจียงเซี่ยนก็ไม่รู้สิ่งที่เจียงเจิ้นหยวนทำ นางถูกบังคับเหมือนเขา แต่หานถงซินกลับไม่เหมือนกัน นางไม่เพียงแต่รู้ว่าอ๋องเจี่ยนต้องการอะไร ทว่ายังร่วมมือกับอ๋องเจี่ยนบังคับให้เขาอยู่ที่วังคุนหนิงด้วย…รอหานถงซินให้กำเนิดลูกชาย เขาจะเตะนางไปรับใช้ไทฮองไทเฮาที่วังฉือหนิง ดูสิว่านางยังมีหน้ารั้งให้เขาอยู่ค้างคืนหรือไม่
จ้าวอี้อยากดึงผมของตนเองมาก ทว่าท่าทางที่เสียมารยาทแบบนั้นตั้งแต่เด็กไม่รู้ว่าเคยถูกเฉาไทเฮาตีกี่ครั้ง เขาคิดดูแล้วก็รู้สึกเสียหน้า จึงเงยหน้ามองออกไปข้างนอก บังเอิญเห็นซุนเต๋อกงด้อมๆ มองๆ อยู่หลังม่าน ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเสียงดัง “เจ้าทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ? ทำตัวลับๆ ล่อๆ! เจ้าเป็นขันทีที่ไม่มีระดับหรือ? พูดจายังยืดแม้แต่ตัวให้ตรงไม่ได้…”
เอ่ยปากตวาดด่าทันที
ซุนเต๋อกงมองราชเลขาธิการจากสำนักราชเลขาธิการแต่ละคนที่ก้มหน้าดื่มชาและแสร้งทำเป็นไม่เห็นอยู่ตรงนั้น แล้วเดินเข้ามาอย่างลำบากใจ และคารวะ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “หลิวชิงหมิงจากท้องพระคลัง บอกว่าท่านหญิงอยากพบฝ่าบาท ให้กระหม่อมดูว่าฝ่าบาทว่างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ในพระราชวังต้องห้ามนี้ คนที่ถูกเรียกว่าท่านหญิงมีแต่เจียงเซี่ยนท่านหญิงเจียหนาน
ทว่าหลิวชิงหมิงของท้องพระคลังรับใช้นางในเฉินไม่ใช่หรือ? เขาถูกจัดไปอยู่ข้างกายท่านหญิงเจียหนานตั้งแต่เมื่อไร
พวกวังจี่เต้ากับสยงจวิ้นหรงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เหมือนรู้สึกว่าทำไมฮ่องเต้ไม่เข้าใจแม้แต่เรื่องในวังหลัง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ทว่าจ้าวอี้กลับสนใจขึ้นมา และรีบเอ่ยว่า “ท่านหญิงได้บอกหรือไม่ว่าทำไมถึงอยากพบข้า? เจ้าไปตอบท่านหญิง ว่าข้าจะไปวังฉือหนิงเดี๋ยวนี้ นางรับประทานอาหารกลางวันหรือยัง? ข้ายังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน เจ้าบอกคนของห้องเครื่องว่า อาหารกลางวันของข้าจัดที่วังฉือหนิง”
นั่นมันงานของตู้เซิ่งไม่ใช่หรือ?
แต่ซุนเต๋อกงไม่กล้าพูดอะไรทั้งนั้น จึงยิ้มพลางขานว่า “พ่ะย่ะค่ะ” อย่างนอบน้อม และวิ่งเหยาะๆ ไปวังฉือหนิงตลอดทาง
เดิมทีเจียงเซี่ยนยังไม่ได้ตั้งโต๊ะ พอได้ยินว่าจ้าวอี้จะกินข้าวกับตนเอง ก็เริ่มรู้สึกปวดกระเพาะเล็กน้อยทันที นางสั่งฉิงเค่อว่า “ยกบะหมี่ถ้วยหนึ่งมาให้ข้ารองท้องก่อน กินข้าวกับฝ่าบาท ก็เหมือนมื้ออาหารวันส่งท้ายปีเก่าในวัง เลิกคิดที่จะกินอิ่มไปได้เลย”
ฉิงเค่อยิ้มพลางไปทำบะหมี่ผักกวางตุ้งที่ห้องชาของวังฉือหนิงด้วยตนเอง
เจียงเซี่ยนเพิ่งกินบะหมี่เสร็จ จ้าวอี้มาแล้ว พอเข้ามาก็ถามนาง “หาข้าทำไม?”
นางก็ไม่เกรงใจจ้าวอี้เช่นกัน และเอ่ยเรื่องของหลี่เชียนอย่างตรงไปตรงมา “…เงินสามแสนตำลึง ไม่จัดสรรไปแม้แต่นิดเดียว หม่อมฉันยังอยู่ในวัง จะให้คนว่าหม่อมฉันอย่างไร หม่อมฉันไม่มีแม้แต่หน้าตาแค่นี้ ไม่ว่าอย่างไรฝ่าบาทก็ต้องจัดสรรเงินไปหน่อย ไม่อย่างนั้น…ฝ่าบาทใช้คลังส่วนตัวของฝ่าบาทแบ่งสรรไปกรมคลัง หม่อมฉันใช้เงินออมส่วนตัวของหม่อมฉันคืนฝ่าบาท อย่างไรก็ให้หม่อมฉันถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไม่ได้”
จ้าวอี้ได้ยินก็เอ่ยอย่างตกตะลึงว่า “เจ้ารีบเรียกข้ามา เพียงเพราะเรื่องนี้หรือ?”
“เรื่องนี้ยังไม่สำคัญอย่างนั้นหรือ?” เจียงเซี่ยนไม่รู้ว่าจ้าวอี้คิดอย่างไร จึงย้อนถาม
จ้าวอี้มองเจียงเซี่ยนอย่างเงียบๆ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าเจียงเซี่ยนน่าสงสารเล็กน้อย
แต่งงานกับหลี่เชียนแบบนี้ ข้างนอกต้องพูดทุกอย่างอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้นางทำลายคนแซ่เวินนั่น เวลานี้ก็ต้องใช้กำลังมากกว่าคนอื่นเล็กน้อยในเรื่องเงินเดือนทหาร คิดว่าจะต้องเป็นเพราะจำใจเช่นกันอย่างแน่นอน ก็เหมือนเมื่อก่อนตอนที่เฉาไทเฮากุมอำนาจทางการเมือง เขาก็ต้องวางมาดต่อหน้าพวกขันทีกับนางในเหมือนกันไม่ใช่หรือ ไม่อย่างนั้นคนอื่นก็จะยิ่งไม่สนใจเขา
เขาถามเจียงเซี่ยน “พวกเราเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นทำไมเจ้าถึงคิดว่าหากมีของอร่อยต้องเก็บไว้ให้ข้าชุดหนึ่งเสมอ?”
เจียงเซี่ยนได้ยินก็นึกถึงเรื่องในอดีตเช่นกัน
สำหรับจ้าวอี้…นั่นเป็นเพียงเรื่องสี่ห้าปีก่อน แต่สำหรับเจียงเซี่ยน...นั่นเป็นเรื่องสิบสี่สิบห้าปีก่อนแล้ว ทว่านางยังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
“ในวังนี้มีแค่พวกเราสามคน” นางเอ่ยพึมพำ “หม่อมฉันไม่ดีกับพวกฝ่าบาท จะดีกับใครล่ะ!”
และนางจะดีกับใครได้อีก?
จ้าวอี้ก้มหน้าลง
หากถอดเสื้อนอกที่สวยหรูนั้นไป เจียงเซี่ยนก็น่าสงสารมากเช่นกัน ไม่มีบิดามารดา เติบโตมาด้วยการติดตามยายและดูสายตาของป้าตั้งแต่เด็ก ลุง ป้าสะใภ้ และลูกพี่ลูกน้องที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดปีหนึ่งก็ยากที่จะมาเยี่ยมนางสักครั้งเช่นกัน ดังนั้นสองปีนี้นางถึงได้สนิทกับตระกูลเจียงขนาดนี้กระมัง? ไม่ว่าใครก็ต้องมีญาติสักคนเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
ดังนั้น…เรื่องบางเรื่อง…ก็ช่างมันเถอะ!
จิตใจของจ้าวอี้สงบลงไม่น้อยอีกครั้ง และเอ่ยว่า “เรื่องเงินเดือนทหาร เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะทำให้เจ้ามีหน้ามีตาอย่างแน่นอน” แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่อง
—————–——————