ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1061 สถานการณ์ไม่สงบ (4)
ตอนที่ 1061 สถานการณ์ไม่สงบ (4)
…………….
ไม่ว่าชาฮัวเอียนจะคิดอะไรในใจก็ตามแต่อย่างน้อยๆ ณ เวลานี้เขาทำได้แค่รอดูสถานการณ์เท่านั้น ไม่อย่างนั้นชาฮัวเอียนจะโดนเหล่าสาวกต่อต้านหากเป็นแบบนั้นเขาจะรับมือได้อย่างไร? ซึ่งเขาสามารถระงับความโกรธและความเย่อหยิ่งในหัวใจของเขาได้โดยไม่แสดงร่องรอยออกมาเลยแม้แต่น้อย
เขารู้ว่าการแสดงของเขาในตอนนี้อาจไม่เป็นที่พอใจของผู้อื่นแต่อย่างน้อยๆพวกเขาก็ไม่พบข้อบกพร่องและช่องโหว่ใดๆที่จะจับผิดเขาได้ในเวลานี้ ดังนั้นเขาจึงสมควรทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆและทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดี
หยานซื่อฉุยก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อเห็นการกระทำของชาฮัวเอียน เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ฆ่าตู้ฟู่เหว่ยแต่ตอนนี้เขาแสร้งทำเป็นคนที่รับผิดชอบทุกอย่างและเสียใจกับการกระทำดังกล่าวที่เป็นของปลอม “ไอ้สารเลวแกเป็นคนฆ่าอาจารย์!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นชาฮัวเอียนก็ขจัดความเศร้าโศกของเขาแล้วลุกขึ้นอย่างช้าๆและมองไปที่หยานซื่อฉุยและพูดอย่างดูถูกว่า “ศิษย์พี่หมายความว่าไง?..อาจารย์ของพวกเราตายแล้วเพราะงั้นศิษย์พี่ไม่เสียใจเลยงั้นเหรอ?..แล้วพี่พูดว่าอาจารย์ถูกผมฆ่าตายแบบนั้นคุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือเปล่า?..อย่าลืมสิว่าอาจารย์ไปที่สถานที่การต่อสู้พร้อมกับคุณและตอนนี้อาจารย์ก็ตายไปแล้วเพราะงั้นมันคงไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะมาโทษผมเลย..ถ้าเป็นผมที่ไปกับอาจารย์ล่ะก็อาจารย์ก็คงจะไม่ตายหรอก..ผมสิที่ต้องคิดว่าศิษย์พี่กับเย่เชียนวางแผนกันอย่างลับๆเพื่อฆ่าอาจารย์!”
หยานซื่อฉุยนั้นไม่ได้คาดหวังว่าใบหน้าของชาฮัวเอียนจะดูแนบเนียนถึงขนาดนี้และเสแสร้งแสดงละครอย่างเป็นธรรมชาติมาก ดังนั้นเธอจึงไม่สบอารมณ์และพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ชาฮัวเอียนอาจารย์บอกกับฉันก่อนเขาตายว่าแกวางยาพิษใส่ชาโสมที่ท่านดื่มในตอนเช้าเพราะงั้นอาจารย์จึงแพ้เย่เชียน..หืม..ถ้าไม่ใช่เพราะแกวางยาพิษล่ะก็อาจารย์จะแพ้แล้วตายได้ยังไง?..แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือเปล่าพูดมาสิ!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นชาฮัวเอียนก็ยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “ศิษย์พี่ท่านอาจารย์ตายแล้วยังคุณก็ไม่มีหลักฐานอะไรเลยแต่คุณกลับพยายามใส่ร้ายผมอย่างชัดเจนแบบนี้..ผมรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเราไม่ค่อยจะดีมาโดยตลอดแต่คุณทำแบบนี้มันก็ไม่ถูก..สำหรับผมแล้วมันไม่สำคัญเลยเพราะตอนนี้ผมเสียใจกับการตายของอาจารย์มาก..ผมเองก็อยากจะล้างแค้นให้อาจารย์แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมศิษย์พี่ถึงเอาแต่โยนความผิดและใส่ร้ายผม..ผมน่ะเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกในปัจจุบันของคุณดี”
“ชาฮัวเอียนแกไม่รังเกียจตัวเองบ้างเหรอที่แกพูดแบบนี้..หืม..แกฆ่าอาจารย์ไปแล้วและตอนนี้แกก็ต้องการที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักอีก..นี่แกไม่ฟังที่อาจารย์พูดบ้างเหรอ?..เขาก็พูดไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักก็คือฉัน!” หยานซื่อฉุยพูด
เมื่อได้ยินคำพูดของหยานซื่อฉุยแล้วผู้ที่สนับสนุนชาฮัวเอียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแต่ในขณะที่ผู้สนับสนุนหยานซื่อฉุยก็ถอนหายใจอย่างลับๆเพราะหยานซื่อฉุยนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชาฮัวเอียนเลย
“ศิษย์พี่!..นี่คุณกำลังพูดอะไรอยู่เนี่ย?..อาจารย์เพิ่งจะจากโลกนี้ไปได้มานานและเรายังไม่ได้ทำพิธีศพให้ท่านเลยแต่คุณกลับพูดเรื่องตำแหน่งเจ้าสำนักแบบนี้คุณคิดอะไรอยู่กันแน่?..อย่างน้อยๆเราต้องรอจนกว่าจะเสร็จพิธีศพของอาจารย์ก่อนสิ” ชาฮัวเอียนพูด
“หืม..ถึงยังไงผู้อาวุโสทุกคนก็อยู่ที่นี่แล้วเพราะงั้นก็มาตัดสินใจกันเลย..หรือแกต้องการรอเพื่อวางแผนชั่วๆอยู่อย่างงั้นเหรอ?..อาจารย์พูดก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่าสำนักม่อจื๊อจะต้องไม่ตกอยู่ในกำมือของแก!” หยานซื่อฉุยพูด ซึ่งความคิดของหยานซื่อฉุยนั้นเป็นวิธีที่ถูกต้องอย่างมากเพราะการเชิญผู้อาวุโสทั้งหมดของสำนักม่อจื๊อมารวมตัวกันแบบนี้มันก็ถึงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก ดังนั้นถึงแม้ว่าชาฮัวเอียนจะไม่พอใจอย่างมากแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
“ศิษย์พี่หมายความว่าไง..ผมไม่เคยคิดที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักเลย..ถ้าหากศิษย์พี่ต้องการตำแหน่งนั้นก็รับไปเถอะ..แต่มันก็มากเกินไปที่คุณจะมาพูดถึงเรื่องนี้ในเวลานี้!..ท่านอาจารย์ปฏิบัติต่อคุณเหมือนเป็นลูกสาวของท่านมาโดยตลอดและเลี้ยงดูคุณอย่างดี..ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้ทำพิธีศพเพื่อเคารพท่านเลยแต่ศิษย์พี่คิดที่จะขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักในเวลานี้..คุณมันเป็นคนอกตัญญู” ชาฮัวเอียนพูดอย่างโกรธเกรี้ยว หลังจากพูดแบบนี้แล้วหยานซื่อฉุยก็กลายเป็นคนคนทรยศและกลายเป็นตัวร้ายโดยปริยาย
ผู้ที่สนับสนุนชาอัวเอียนก็มีความสุขมากขึ้นในขณะที่ผู้ที่สนับสนุนหยานซื่อฉุยกลับรู้สึกหดหู่ใจและถอนหายใจเงียบๆ ซึ่งคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้หรือผู้ที่ลังเลอยู่นั้นตอนนี้พวกเขาก็เริ่มเอนเอียงไปทางชาฮัวเอียนแล้ว แต่เดิมพวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของตู้ฟู่เหว่ยแต่จากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วเป็นที่แน่ชัดว่าชาฮัวเอียนนั้นไม่ได้มีความผิดและไม่ได้กระทำอย่างที่หยานซื่อฉุยพูดและสิ่งที่ชาฮัวเอียนพูดออกมานั้นก็สมเหตุสมผลอย่างมาก
หยานซื่อฉุยนั้นไม่รู้เลยว่าเหล่าผู้อาวุโสคิดอะไรกันอยู่และเธอก็ยังคงพูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ชาฮัวเอียนแกจะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ในวันนี้..ฉันต้องล้างแค้นให้อาจารย์!” หยานซื่อฉุยก็พุ่งไปข้างหน้า แต่ชาฮัวเอียนก็ไม่ได้ตอบโต้เพราะยิ่งหยานซื่อฉุยเป็นแบบนี้เขาก็ยิ่งมีความสุขเพราะการกระทำของหยานซื่อฉุยจะทำให้เขาได้รับความได้เปรียบมากขึ้น
“หยุด” อู๋ชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “หยานซื่อฉุยเธอล้ำเส้นเกินไปหน่อยแล้ว!..นี่เธอยังเคารพผู้อาวุโสอย่างพวกเราอยู่มั้ย?”
“หืม..ถ้าฉันไม่ฆ่าชาฮัวเอียนล่ะก็ฉันจะระบายความเกลียดชังและล้างแค้นให้อาจารย์ของฉันได้ยังไง?” หยานซื่อฉุยพูด “ผู้อาวุโสอู๋ฉันรู้ว่าคุณกับชาฮัวเอียนนั้นสมรู้ร่วมคิดกัน!”
ชาฮัวเอียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเพราะเดิมที่อู๋ชิงนั้นยืนกรานที่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสิ่งต่างๆแต่การที่หยานซื่อฉุยพูดแบบนี้นั่นก็หมายความว่าเธอผลักไสให้อู๋ชิงมาอยู่กับเขาโดยปริยาย ดังนั้นชาฮัวเอียนจะไม่มีความสุขได้อย่างไร? ในเวลานี้วิธีที่ดีที่สุดก็คือการไม่พูดและไม่ทำอะไรเลยนั่นเอง
“สามหาว!” อู๋ชิงตะโกนอย่างฉุนเฉียว “เธอคิดว่าคนที่นี่ตาบอดกันหมดงั้นเหรอ?..ชาฮัวเอียนก็บอกแล้วว่าเขาไม่ได้คิดที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักกับเธอเพราะงั้นฉันหวังว่าเธอจะละทิ้งความโง่เขลาของเธอเอาไว้ชั่วคราวและรอจนกว่าเราจำพิธีศพให้ท่านเจ้าสำนักอย่างสมเกียรติก่อน..ท่านเจ้าสำนักต้องหลับอย่างสงบ!..ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าเธอจะมีความสามารถในการดูแลสำนักม่อจื๊อหรือเปล่า?”
อู๋ชิงนั้นมีตำแหน่งที่สำคัญอย่างมากในสำนักม่อจื๊อและคำพูดของเขาก็มีอิทธิพลต่อความคิดของหลายๆคนอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในตอนนี้ผู้อาวุโสเกือบจะทั้งหมดได้หันไปอยู่ข้างชาฮัวเอียนเรียบร้อยแล้วและยังเหลือเพียงบางคนเท่านั้นที่ยังสนับสนุนหยานซื่อฉุยอยู่ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้องคนที่ยังสนับสนุนหยานซื่อฉุยอยู่จึงรีบหันไปมองเธอ แต่ถึงแม้ว่าหยานซื่อฉุยจะไม่เต็มใจเมื่อเห็นสถานการณ์ดังกล่าวแต่เธอก็คิดได้ว่ามันไม่ถูกต้องและพยายามระงับความไม่พอใจทั้งหมดในใจของเธอเอาไว้ จากนั้นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบก็ยืนขึ้นและพูดว่า “ผู้อาวุโสอู๋อย่าโกรธซื่อฉุยเลย..นี่ก็เพื่อผลประโยชน์ของสำนักม่อจื๊อของเรา..ตามที่บรรพบุรุษกล่าวเอาไว้ว่าสำนักม่อจื๊อนั้นไม่สามารถไม่มีเจ้าของเพียงคนเดียวได้..ดังนั้นพวกเราเหล่าสาวกม่อจื๊อก็ต้องการคนที่สามารถดูแลสถานการณ์โดยรวมได้จริงๆ”
“ผู้อาวุโสโม่สิ่งที่คุณพูดออกมานั้นมันไม่ถูกต้อง” ชายวัยกลางคนอายุสามสิบต้นๆก็ลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ถึงแม้ว่าท่านเจ้าสำนักจะเอ็นดูหยานซื่อฉุยเหมือนลูกก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีความสามารถในการดูแลสำนักม่อจื๊อของเราได้..นอกจากนี้พวกเราต่างก็รู้ดีว่าชาฮัวเอียนทำอะไรเพื่อพวกเราบ้างและการกระทำของชาฮัวเอียนที่มีผลประโยชน์ต่อสำนักม่อจื๊อในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นก็ชัดเจนสำหรับทุกคน..ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันเหมาะสมที่สุดแล้วที่ชาฮัวเอียนจะเข้ารับตำแหน่งเจ้าสำนัก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นชาฮัวเอียนก็ยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็ระงับรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้อย่างรวดเร็วและพูดว่า “ผู้อาวุโสหลี่ครับตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงเรื่องนี้หรอกครับ..ผมคิดว่าเราทุกคนควรหารือถึงวิธีการจัดพิธีศพของท่านอาจารย์อย่างสมเกียรติจะดีกว่า..ยิ่งไปกว่านั้นเราต้องเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกฉวยโอกาสนี้เพื่อโจมตีพวกเรา!”
“ฮัวเอียนพูดถูก” ชายชราคนหนึ่งซึ่งอายุราวๆกับอู๋ชิงก็ยืนขึ้นและพูดว่า “ถ้างั้นเรามาหารือกันเรื่องพิธีงานศพของท่านเจ้าสำนักกันก่อนเถอะ..เรื่องนี้พวกเราไม่สามารถละเลยได้..อีกอย่างเย่เชียนกำลังจับตาดูพวกเราอยู่ตลอดเวลาเพราะงั้นเราต้องระวังให้ดี”
เห็นได้ชัดว่าในศึกครั้งแรกชาฮัวเอียนได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบและได้รับความโปรดปรานและการชื่นชมจากทุกๆคนอย่างราบรื่น ซึ่งนี่จะเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับเขาในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อในอนาคต
ด้วยคำพูดของชายชราผู้นี้และอู๋ชิงแล้วคนอื่นๆก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกต่อไป ถึงแม้ว่าหยานซื่อฉุยจะไม่พอใจอย่างมากแต่เธอก็ต้องกลั้นเอาไว้ในตอนนี้เพราะเธอไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งต่างๆจะซับซ้อนถึงขนาดนี้ ซึ่งเธอควรจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่กลับกลายเป็นชาฮัวเอียนที่ได้เปรียบแทน ดูเหมือนว่าชาฮัวเอียนกำลังพยายามแย่งชิงบัลลังก์จริงๆเพราะตู้ฟู่เหว่ยก็ถูกชาฮัวเอียนฆ่าแต่กลับไม่มีใครเชื่อเธอเลยซึ่งทำให้หยานซื่อฉุยหดหู่อย่างมาก
ในเวลานี้ถ้าหยานซื่อฉุยพูดอะไรไปมากกว่านี้เธอจะยิ่งทำให้ตัวเองเสียเปรียบและส่งผลเสียต่อเธอมากเท่านั้น ดังนั้นเธอต้องหุบปากและไม่พูดอะไรอีกต่อไป จากนั้นทุกคนก็เริ่มถกเถียงและหารือกันเรื่องพิธีงานศพของตู้ฟู่เหว่ย
ในเวลานี้เย่เชียนก็ดูเหมือนจะไม่เคลื่อนไหวเพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรในตอนนี้เขาเพียงแค่รออย่างเงียบๆและรอให้ชาฮัวเอียนและหยานซื่อฉุยต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งจากนั้นค่อยฉวยโอกาสนี้ เย่เชียน,ม่อหลงและจินเหว่ยห่าวก็พูดคุยกันโดยไม่มีความลับใดๆราวกับว่าเย่เชียนถือว่าจินเหว่ยห่าวเป็นพวกพ้องและพี่น้องของเขา
เพราะหลังจากการต่อสู้ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นความสัมพันธ์ระหว่างเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็มีการก้าวกระโดดครั้งใหญ่และถึงแม้ว่าพวกเขาอาจไม่ใช่พี่น้องที่แท้จริงแต่พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนแท้ต่อกัน
ขณะที่ทั้งสามก็กำลังคุยกันจู่ๆโทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นและเขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเหลือบมอง ซึ่งเป็นสายจากเล้งยี่และเมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เพราะเป็นเวลานานแล้วที่เล้งยี่ไม่ได้ติดต่อเขาเลยซึ่งเย่เชียนก็รู้สึกได้ว่ามันต้องมีบางอย่างผิดปกติอย่างแน่นอน
หลังจากรับสายเสียงของเล้งยี่ที่ดูกังวลก็ดังมาจากฝั่งตรงข้ามและหลังจากฟังเรื่องราวต่างๆแล้วเย่เชียนก็ขมวดคิ้วและเขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเจตนาฆ่าที่ทรงพลังออกมาจนม่อหลงกับจินเหว่ยห่าวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเพราะดูเหมือนมีบางอย่างเกิดขึ้น หลังจากเย่เชียนพูดอีกสองสามปนะโยคเขาก็วางสายไปโดยไม่พูดอะไรใดๆ