ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1062 บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอีกครั้ง
ตอนที่ 1062 บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอีกครั้ง
…………….
ในช่วงที่ผ่านมามีปัญหาแบบนี้อยู่เสมอซึ่งทำให้เย่เชียนหดหู่ใจมาก ซึ่งเรื่องในภาคตะวันตกเฉียงเหนือยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยแต่ตอนนี้ในทวีปตะวันออกกลางกำลังมีปัญหาและเย่เชียนก็เหนื่อยกับการเผชิญปัญหาจนเย่เชียนรู้สึกหงุดหงิดมากเมื่อได้ยินคำพูดของเล้งยี่เมื่อครู่นี้ จากนั้นเขาก็เริ่มคิดว่าตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันเขามีแต่ช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ ซึ่งการหยุดพักครั้งล่าสุดที่เขาแอบหนีไปพักผ่อนเป็นเวลาสองปีมันเป็นเวลาที่วิเศษมากแต่ทันทีที่เขาปรากฏตัวออกมาปัญหาเหล่านี้ก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“บอส!..เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อเห็นเย่เชียนขมวดคิ้วม่อหลงถามด้วยความกังวล
“เล้งยี่บอกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเขี้ยวหมาป่าในทวีปตะวันออกกลาง” เย่เชียนพูด “เหมืองเพชรของเราในประเทศที่เข้าร่วมสหพันธ์ต้องการที่จะขับไล่พวกเราออกจากพื้นที่..ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเหมืองเพชรของเราจะถูกสั่งปิด!”
“วาก้าเหรอ?..ความสัมพันธ์ของเขากับเราก็ดีมาโดยตลอดไม่ใช่เหรอแต่ทำไมจู่ๆเขาถึงทำแบบนี้กับเราล่ะ?..เขาลืมไปแล้วเหรอว่าถ้าไม่ใช่เพราะเราแล้วเขาจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานาธิบดีได้ยังไง?” ม่อหลงเองก็ไม่พอใจเหมือนกันและเขาก็พูดต่อ “แล้วเล้งยี่รู้มั้ยว่าวาก้าสมรู้ร่วมคิดกับใคร?”
“ฉันไม่รู้รายละเอียดแต่ก็น่าจะเป็นพวกประเทศสหพันธ์ของสหรัฐอเมริกาและพวกนั้นก็ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเราดังนั้นวาก้าจึงกล้าที่จะทรยศเรา” เย่เชียนพูด “เรื่องนี้ไม่ธรรมดา..ผมคิดว่าผมต้องรีบไปจัดการเพราะแถวนั้นมันเป็นฐานบัญชาการของพวกเราและห้ามเกิดอะไรขึ้นที่นั่นเด็ดขาด”
“แล้วเล้งยี่มัวทำอะไรอยู่?..เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยงั้นเหรอ?” ม่อหลงพูดด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ใช่แบบนั้น..เขากำลังขอความเห็นจากผมก่อนเพราะถ้าวาก้าต้องการจะจัดการกับเราจริงๆเล้งยี่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก” เย่เชียนพูด
เย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “ใช่..” ทันทีที่คำพูดนั้นออกมาจู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งและเย่เชียนก็แสดงสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างมาก จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูและเห็นว่าชาฮัวเอียนโทรมาหาเขา ซึ่งสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัดและหลังจากรับสายเสียงของชาฮัวเอียนก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “คุณเย่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี..เรากำลังจะจัดพิธีงานศพให้ตู้ฟู่เหว่ยภายในหนึ่งสัปดาห์..นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและเมื่อถึงตอนนั้นผมคิดว่าหยานซื่อฉุยคงจะทำอะไรบางอย่างที่งานศพแน่ๆ..เพราะงั้นผมเองก็วางแผนที่จะเริ่มแผนการตอนนั้นด้วย”
เย่เชียนก็พูดว่า “บางทีผมอาจไปช่วยไม่ได้เพราะมีบางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น..เพราะงั้นจึงไม่สามารถเกณฑ์คนได้มากเกินไป..แต่ผมจะให้ม่อหลงอยู่ที่และเขาจะช่วยคุณเอง..แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆผมก็จะมาช่วยเหมือนกัน..ว่าแต่นายน้อยโอ่วหยางเขาว่าไงบ้าง?”
ชาฮัวเอียนรู้สึกไม่มีความสุขอย่างมากเพราะการปฏิเสธและหลีกเลี่ยงซ้ำๆของเย่เชียนทำให้ความไว้วางใจในตัวเย่เชียนสำหรับเขาลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามพวกเขาต่างก็วางแผนกันและไม่เคยคิดเกี่ยวกับความร่วมมือที่แท้จริงกันอยู่แล้วแต่ชาฮัวเอียนก็จะไม่ยอมแพ้เพราะการต่อสู้ของเขากับหยานซื่อฉุยนั้นมีตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อเป็นเดิมพันอีกทั้งยังมีม่อหลงอีก ดังนั้นการร่วมมือระหว่างพวกเขาสามารถพูดได้ว่าเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น มันเป็นเพียงความร่วมมือตามเป้าหมายเดียวกันและผลประโยชน์ร่วมกันดังนั้นเย่เชียนจึงไม่จำเป็นต้องทำให้ชาฮัวเอียนเชื่อมั่นในตัวเองอย่างสมบูรณ์เพราะนี่มันเป็นไปไม่ได้เลย
“ไม่มีอะไรผิดปกติกับนายน้อยโอ่วหยาง..พวกเขาสามารถเริ่มได้ตลอดเวลา” ชาฮัวเอียนพูดต่อ “ถ้าแบบนั้นผมก็ไม่รบกวนคุณเย่แล้วครับ..ผมหวังว่าคุณเย่จะสามารถช่วยผมได้เมื่อถึงเวลา..พิธีงานศพเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดและผมไม่สามารถแพ้ได้เลย..ไม่งั้นสิ่งต่างๆที่ผมทำมาจะล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบและไม่สามารถหันหลังกลับได้อีก..อีกอย่างหยานซื่อฉุยก็ยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอจะไม่ปล่อยคุณไป..เพราะงั้นคุณเย่ต้องคิดให้รอบคอบเพราะถ้าพวกเราพลาดหยานซื่อฉุยจะได้ทุกอย่างไป”
“อย่ากังวลไปคุณชาปัญหาของคุณก็เป็นปัญหาของผมเหมือนกัน..ถึงแม้ว่าผมจะไปช่วยไม่ได้แต่ผมก็จะหาคนไปสนับสนุนคุณ..ถ้าคุณชาต้องการให้ผมทำอะไรก็บอกมาได้เลย..ผมพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อคุณชา” เย่เชียนพูดด้วยท่าทางที่มั่นใจและทุกคนก็สามารถได้ยินคำพูดของการเสแสร้งนี้แต่ชาฮัวเอียนก็ไม่ได้จริงจังมากนัก ถึงยังไงเขาก็อยู่บนหลังเสืออยู่แล้วดังนั้นไม่ว่าเย่เชียนจะเบือนหน้าหนีอย่างไรเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหยานซื่อฉุยอยู่ดี นอกจากนี้เขาก็ไม่ได้กลัวหยานซื่อฉุยเลย อาจกล่าวได้ว่าเขามีโอกาสชนะด้วยพลังของตัวเองเพราะเขามีแผนการที่ดีในอนาคต
ในศึกครั้งแรกชาฮัวเอียนได้เปรียบอย่างไม่ต้องสงสัยและไม่เพียงแค่รักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าผู้อาวุโสของสำนักม่อจื๊อเท่านั้นแต่ยังทำให้หยานซื่อฉุยเสียหน้าและลดความไว้วางใจของผู้อาวุโสที่มีต่อหยานซื่อฉุยอย่างมาก ซึ่งนี่จะเป็นประโยชน์ต่อชาฮัวเอียนอย่างมาก อย่างไรก็ตามเรื่องยังไม่ถึงขั้นตอนสุดท้ายและไม่มีใครกล้าคาดเดาว่าใครจะเป็นผู้ชนะและใครจะเป็นผู้แพ้ แต่ตอนนี้ความได้เปรียบของหยานซื่อฉุยก็ไม่เหลือเลยแม้แต่น้อยและแน่นอนว่าชาฮัวเอียนจะแพ้ในศึกครั้งนี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นพิธีงานศพของตู้ฟู่เหว่ยก็มีความสำคัญมากสำหรับทั้งหยานซื่อฉุยและชาฮัวเอียน อันที่จริงทั้งสองฝ่ายก็มีความชัดเจนในใจว่าพิธีงานศพครั้งนี้เป็นการตัดสินว่าใครจะได้ครอบครองตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อนั่นเอง
หลังจากทักทายไม่กี่คำเย่เชียนก็วางสายไป ซึ่งข่าวของชาฮัวเอียนเป็นข่าวดีสำหรับเย่เชียนอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็มีเวลาอีกอย่างน้อยๆหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการไปแก้ไขสิ่งต่างๆแล้วกลับมา ซึ่งเย่เชียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและหันไปมองม่อหลงแล้วพูดว่า “พี่ม่อหลงเมื่อครู่นี้ชาฮัวเอียนยืนยันแล้วว่าการต่อสู้ที่แท้จริงระหว่างเขากับหยานซื่อฉุยจะเริ่มที่งานศพของตู้ฟู่เหว่ยในอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้..ระหว่างนี้พี่ก็อยู่ที่นี่เพื่อดูสถานการณ์ต่างๆและถ้าหากมีปัญหาอะไรให้รายงานผมทันทีและผมจะรีบกลับมาโดยเร็วที่สุด..พวกเราสามารถแพ้ที่ไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ในทวีปตะวันออกกลางเด็ดขาดเพราะนั่นคือดินแดนของเรา..ฐานบัฐชาการกลางและสำนักงานใหญ่เขี้ยวหมาป่าของเราอยู่ที่นั่นผมก็เลยต้องรีบไปจัดการ” จากนั้นเขาก็หันไปมองจินเหว่ยห่าวแล้วพูดว่า “พี่จิน..คุณจะอยู่ที่นี่หรือจะไปกับผม?”
คำพูดของเย่เชียนนั้นเป็นข่าวดีสำหรับจินเหว่ยห่าวอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะทวีปตะวันออกกลางคือสำนักงานใหญ่และฐานบัญชาการขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าแต่เย่เชียนก็ยินดีที่จะเชิญเขาไปกับด้วยซึ่งแสดงให้เห็นว่าในใจของเย่เชียนเริ่มยอมรับตัวเองแล้ว ดังนั้นจินเหว่ยห่าวจึงมีความสุขอย่างมากเพราะถ้าเขาต้องการที่จะเพิ่มความสัมพันธ์กับเย่เชียนเขาจะพลาดโอกาสที่ดีแบบนี้ได้อย่างไร? จินเหว่ยห่าวก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “บอกตามตรงผมไม่เคยไปทวีปตะวันออกกลางเลย..ผมได้ยินมาว่าที่นั่นเหมือนสมรภูมิที่ร้อนระอุและเป็นแหล่งทรัพยากรมากมาย”
ทวีปตะวันออกกลางเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยน้ำมันและแร่ธาตุถึง 40% ของประเทศอื่นๆในโลก เป็นเพราะเหตุนี้เองที่สงครามในทวีปตะวันออกกลางจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งเพราะทุกประเทศหวังที่จะครอบครองน้ำมันและแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์เหล่านี้ เพราะนี่คือแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาจึงมีความหิวโหยและความโลภจึงก่อให้เกิดสงครามจริงๆแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีมหาเศรษฐีน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ครอบครองสิ่งต่างๆในดินแดนแห่งนี้
เย่เชียนก็พูดว่า “พี่จินพูดเกินจริงไปหน่อยนะฮ่าๆ..คนจนที่นั่นมีมากกว่าคนรวยเกือบพันเท่าและคนรวยก็มีเพียงไม่กี่คนเอง..แต่แหล่งน้ำมันที่นั่นอุดมสมบูรณ์จริงๆ”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็หันไปมองม่อหลงและพูดว่า “ม่อหลงกับปู่หวงฟู่อยู่ที่นี่คอยดูแลสิ่งต่างๆก็แล้วกันผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา..ส่วนหยายตงถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนับสนุนพวกเราอย่างจริงจังแต่ผมก็รู้ดีว่าถ้าเราต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เขาจะต้องช่วยอย่างแน่นอน..แต่ผมไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณเขามากเกินไปเพราะงั้นถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปรบกวนเขาเลย..ทุกคนต้องระวังตัวให้มากกว่านี้และถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ติดต่อผมมาได้เลยและผมจะรีบกลับมาโดยเร็วที่สุด”
“ไม่ต้องกังวลไปบอส..ฉันกับหลี่เหว่ยและชิงเฟิงก็อยู่ที่นี่เพราะงั้นมันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก..นอกจากนี้ชาฮัวเอียนกับหยานซื่อฉุยก็จะต่อสู้กันในวันพิธีงานศพของตู้ฟู่เหว่ยเพราะงั้นในเวลานี้ก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกจนกว่าจะถึงเวลานั้น” ม่อหลงพูด “นอกจากนี้คนของเราก็มาถึงกันหมดแล้วเพราะงั้นถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดพวกเขาก็จะไม่ต่อสู้กันจนถึงเวลานั้น..ตอนนี้สถานการณ์ปลอดภัยมาก”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เอาล่ะระวังตัวกันด้วยเรารอช้าอีกไม่ได้แล้ว..พี่จินเราต้องไปกันแล้วและเราต้องขับรถไปที่สนามบินเฉิงตูโดยเร็ว”
จินเหว่ยห่าวก็ยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ฉันรู้สึกว่าการเข้ามาพัวพันกับนายตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นความสุขแบบหนึ่งจริงๆ..นี่ทำให้ฉันลืมสิ่งต่างๆมากมายในอดีตและมันก็ไม่เข้ามาในหัวอีกเลย..การได้ผจญภัยแบบนี้เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “นี่เป็นสิ่งที่ดีเพราะเราควรผจญภัยตั้งแต่เด็กเพราะถ้าเราไปผจญภัยตอนที่เราแก่มันก็จะสายเกินไป..ผมมาจากครอบครัวที่ยากจนเพราะงั้นผมจึงไม่ต้องการให้ลูกๆของผมเดินบนเส้นทางที่ยากลำบากเหมือนผม..ผมหวังว่าจะมอบสิ่งดีๆให้กับพวกเขาในอนาคต”
“ผมเข้าใจถูกมั้ยว่าตอนนี้คุณกำลังอยู่ในฐานะพ่อและความรักที่มีต่อลูกๆก็ใหญ่โตเหมือนภูเขา?” จินเหว่ยห่าวพูดและฉีกยิ้ม
“เพราะผมเดินผ่านเส้นทางนั้นมาแล้วและผมก็รู้ว่าเส้นทางของผมนั้นยากเย็นแค่ไหน..เช่นเดียวกับพี่จินเพราะพี่คงไม่ต้องการให้ลูกของพี่เดินในเส้นทางเดียวกับที่คุณเคยผ่านมาใช่มั้ย?..เราทุกคนหวังว่าครอบครัวของเรามีความสุขและมีแต่สิ่งดีๆในชีวิต..พวกเราไม่ใช่ลูกหลานของครอบครัวที่ร่ำรวยเพราะงั้นเราต้องทำให้ลูกหลานของเราภูมิใจในอนาคตให้ได้” เย่เชียนพูดแล้วหัวเราะ