ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1069 สหพันธ์
ตอนที่ 1069 สหพันธ์
…………….
พอลบิลล์ดูเหมือนจะตัดสินใจแล้วและเขาไม่ได้โง่อย่างที่คิดเพราะบางครั้งถ้าใครพลาดครั้งเดียวก็ดูเหมือนว่าเขาจะผิดไปตลอดชีวิตแต่นี่เป็นเพียงการก้าวเดินไปในเส้นทางที่ผิดเท่านั้น สำหรับอนาคตของเขาในตระกูลบิลล์นั้นก็แทบจะมีโอกาสเลยเพราะไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนหรือทำงานหนักแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันมีสถานะใดๆในตระกูลเพราะพวกรุ่นพี่และทายาทสายตรงจะกีดกันเขาซึ่งทำให้สถานะของเขาในตระกูลยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ
เมื่อเวลาผ่านไปพอลบิลล์เองก็มีความคิดที่จะทำลายระบบปกครองดังกล่าวในตระกูล เพราะวงจรอุบาทว์ดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นคนที่ไม่สำคัญในตระกูลบิลล์ ดังนั้นเขาจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งและความทะเยอทะยานที่หายไปนานก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งเพราะถ้าเขาคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้เขาจะภูมิใจในตัวเองและตระกูลบิลล์นับจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิมอีก
อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เชียนโยนปัญหาดังกล่าวมาต่อหน้าเขามันก็ทำให้เขาสูญเสียอาการอย่างมาก อันที่จริงปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับเขาและเขาก็ไม่สนใจว่าเย่เชียนกำลังคิดอะไรอยู่แต่ในระยะสั้นแล้วเขารู้สึกว่าเป็นการดีกว่าที่จะร่วมมือกับเย่เชียนและจินเหว่ยห่าวมากกว่าร่วมมือกับตระกูลบิลล์ เพราะความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในครอบครัวที่หายไปนานทำให้เขาหมดความมั่นใจในผู้คนจากตระกูลบิลล์ไปแล้ว ซึ่งในเวลานี้ความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจในตัวเขาของจินเหว่ยห่าวนั้นทำให้เขาไว้วางใจเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวมากยิ่งขึ้น
จุดประสงค์ของเย่เชียนก็คือการรอการตัดสินใจของพอลบิลล์ เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่เย่เชียนจะร่วมมือกับตระกูลบิลล์ได้ดังนั้นนี่คือโอกาสที่ดีสำหรับการร่วมมือ แต่นี่ก็คือสิ่งที่เย่เชียนกังวลมากเพราะพอลบิลล์ไม่ได้เป็นตัวแทนของตระกูลบิลล์ที่มีสถานะใดๆและการตัดสินใจทั้งหมดของพอลบิลล์ก็จะเป็นแค่ลมปาก ดังนั้นคำสัญญาปากเปล่าเหล่านี้จะมั่นคงได้สักแค่ไหน?
การลงทุนแบบไหนก็คือการพนันอยู่ดีและที่สำคัญคือการวิเคราะห์ทางสถิติและความน่าจะเป็นก่อนทำการลงทุนนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี หากมีศักยภาพในการลงทุนที่แข็งแกร่งมันจะทำให้ได้ผลตอบแทนยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น ในประเด็นนี้เย่เชียนเชื่ออย่างแน่นอนว่ามันจะมาพร้อมกับความเสี่ยงแต่ในความเห็นของเย่เชียนความเสี่ยงของพอลบิลล์นั้นยิ่งใหญ่กว่าของเขามาก
ในเวลานี้รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจที่มุมปากของเย่เชียนและเขาก็พูดเบาๆว่า “ผมไม่รู้ว่าความร่วมมือที่คุณพอลพูดมานั้นคืออะไร?”
จินเหว่ยห่าวนั้นเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์ว่าเย่เชียนจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของผู้คนเพราะเย่เชียนสามารถจับจุดแข็งและจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี จากนั้นจึงตัดสินใจอย่างกล้าหาญหลังจากให้การวิเคราะห์ที่สมเหตุสมผลและในตอนนี้พอลบิลล์กำลังเดินลงไปในกับดักของเย่เชียนทีละก้าว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเย่เชียนกำลังได้เปรียบและเดินนำพอลบิลล์อยู่หลายก้าวจนจินเหว่ยห่าวรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจว่าคนอย่างเย่เชียนไม่เหมาะสมที่จะเป็นศัตรูด้วยเลย การเป็นศัตรูของเขานั้นก็เท่ากับการแสวงหาความตายอย่างไม่ต้องสงสัย เย่เชียนนั้นทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอและการกระทำที่กล้าหาญของเย่เชียนก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่องอย่างมาก เมื่อเขาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อหลายปีที่ผ่านมาจินเหว่ยห่าวเย่เชียนเป็นครั้งแรกและไม่รู้จักเย่เชียนในเวลานั้นเลยแต่เย่เชียนทำให้เขาสนใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าและรู้สึกว่าเย่เชียนนั้นสามารถช่วยเขาได้ แต่เย่เชียนในเวลานั้นยังแข็งแกร่งไม่พอในความคิดของเขาแต่ตอนนี้แค่ผ่านไปเพียงไม่กี่ปีการพัฒนาของเย่เชียนก็เกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้อย่างสิ้นเชิง
เพื่อเอาชนะศัตรูนั้นการฆ่าไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะเพราะถ้าหากเราสามารถใช้ศัตรูเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองและปล่อยให้ศัตรูทำตามจุดประสงค์และแผนการของเราได้นั้นสิ่งเหล่านี้คือผลประโยชน์อย่างแท้จริงและไม่ต้องสงสัยเลยเพราะเย่เชียนทำสิ่งเหล่านี้มาเสมอ
“คำพูดของคุณจินก่อนหน้านี้ได้ตบหน้าผมเต็มๆซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่สามารถใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกต่อไปและถ้าหากผมถอยออกมาล่ะก็ข้างหลังผมจะเป็นขุมนรกแต่ถ้าหากผมก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญล่ะก็บางทีอาจจะมีโลกอีกโลกหนึ่งรอผมอยู่ก็เป็นได้” พอลบิลล์พูด “การต่อสู้ระหว่างตระกูลมาเฟียนั้นโหดร้ายและนองเลือดอย่างมาก..เพราะงั้นถ้าผมต้องการยืนหยัดในตระกูลบิลล์ล่ะก็ผมต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น..คุณเย่!..ถ้าหากคุณสามารถช่วยให้ผมมีสถานะในตระกูลบิลล์ได้ล่ะก็ผมจะยอมทำทุกอย่างที่คุณสั่งในอนาคตอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น!”
ลูกผู้ชายที่แท้จริงคืออะไร? เมื่อจิตเบิกบานแล้วก็ต้องลืมตาและก้าวไปข้างหน้า เมื่อเราเสียเลือดเราก็ต้องดิ่มเลือด ไม่คร่ำครวญเมื่ออยู่กลางท้องทะเลและไม่หวาดระแวงเมื่อต้องอัปยศอดสู นั่นจึงจะเรียกว่าเป็นคนจริง
สามสิบปีแห่งสรรพสัตว์วัวและม้า หกสิบปีแห่งเทพพระเจ้ามังกรและพยัคฆ์
มุมปากของเย่เชียนก็ฉีกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแต่มันก็หายวับไปเพราะความร่วมมือแบบนี้เต็มไปด้วยอันตรายและยังคงเป็นคำถามที่ว่ามันจะเป็นจริงตามคำสัญญาของพอลบิลล์ได้มากแค่ไหนนั่นเอง “คุณพอลประเมินค่าของผมสูงเกินไปแล้ว..ถึงแม้ว่าผมต้องการช่วยคุณพอลจริงๆก็ตามแต่พูดตามตรงแล้วผมคิดว่าคุณน่าจะรู้ดีกว่าผมว่าตระกูลบิลล์แข็งแกร่งแค่ไหน..ผมไม่รู้เลยว่าผมจะสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง” เย่เชียนพูด “ผมต้องการทราบว่าเป้าหมายสูงสุดของคุณพอลคืออะไร..นี่เป็นการต่อสู้ภายในครอบครัวเพราะงั้นคุณต้องตัดสินใจให้ดี..ซึ่งตราบใดที่การลงทุนของคุณพอลเป็นไปอย่างราบรื่นผมก็คิดว่าผลลัพธ์นี้จะสามารถทำให้คุณมีสถานะที่ดีได้..แต่ถ้ามันเป็นอย่างอื่นล่ะ?..ผมเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ”
แน่นอนว่าเย่เชียนรู้ดีว่าพอลบิลล์ต้องการผลลัพธ์แบบไหนแต่เขาแค่ต้องการให้พอลบิลล์พูดเอง ซึ่งถ้าหากพอลบิลล์เลือกที่จะเปลี่ยนใจล่ะก็เย่เชียนจะปราบปรามเขาอย่างแน่นอนโดยไม่ลังเล เพราะหลังจากหลายปีแห่งความอัปยศอดสูโดยการถูกคนในครอบครัวไม่แยแสนั้นถ้าหากพอลบิลล์ยังมีความคิดที่เรียบง่ายและน่าสมเพชแบบนั้นอยู่ชายผู้นี้ก็ไม่คู่ควรกับการร่วมมือใดๆทั้งสิ้น เช่นเดียวกับจินเหว่ยห่าวในตอนแรกเพราะความร่วมมือกับเขาไม่ใช่เพื่อช่วยจินเหว่ยห่าวแก้แค้นแต่เป็นเพราะจินเหว่ยห่าวมีความทะเยอทะยานอย่างมากและผลกำไรก็มหาศาลจนทำให้เย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกัน ถึงแม้ว่าหลังจากเหตุการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก้าวกระโดดอย่างมากแต่นั่นก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
“คุณเย่ไม่ต้องทดสอบผมแล้วเพราะเป้าหมายสูงสุดของผมก็คือผมต้องการครอบครองตระกูลบิลล์”
“เป้าหมายของคุณยอดเยี่ยมมากแต่คุณพอลได้พิจารณาถึงความยากของเรื่องนี้และผลที่ตามมาของความล้มเหลวบ้างหรือเปล่า?” เย่เชียนยังคงกดดันพอลบิลล์ต่อไปเพราะเมื่อคนเราถูกต้อนจนมุมความสามารถในการโต้กลับของพวกเขาก็มักจะอ่อนแอลงและจะพยายามทุกวิถีทางเหมือนหมากระโดดข้ามกำแพงและนั่นแหละคือความเป็นจริง
“เฮ้อ..” พอลบิลล์ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ผมล้มเหลวมามากพอแล้ว..ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งถ้าผมยังคงดำเนินชีวิตต่อไปแบบนี้ผมยอมตายซะยังดีกว่า..ถึงแม้ว่าผมยังไม่ได้สร้างบางสิ่งบางอย่างในชีวิตเลยก็ตามแต่อย่างน้อยๆตอนนี้ผมต้องยืนตัวตรงไม่อย่างงั้นผมก็เป็นได้แค่สุนัขตัวหนึ่งเท่านั้นที่โดนหลอกใช้และโยนทิ้งได้เหมือนตัวหมากรุก..เพราะงั้นต่อให้ต้องล้มเหลวและเผชิญหน้ากับความตายก็ตามแต่มันก็ยังดีกว่าการคุกเข่าไปตลอดชีวิตอยู่ดี” ดวงตาของพอลบิลล์เต็มไปด้วยการแสดงออกที่แน่วแน่เกินคำบรรยายและเขาพูดก็อย่างมั่นใจว่า “ผมต้องการทำให้ตระกูลบิลล์เสียใจกับการตัดสินใจของพวกเขา..ผมรู้ดีถึงความยากลำบากในการถูกเมิน..ถูกเหยียดหยามและถูกหัวเราะเยาะเพราะต้องกระดิกหางและขอร้องอ้อนวอนอยู่แบบนั้น..แต่ตอนนี้เป้าหมายของผมจะต้องสำเร็จได้เพราะผมเชื่อว่าคุณเย่สามารถช่วยผมได้”
พอลบิลล์ปลดปล่อยความอึดอัดในใจของเขาออกมาจริงๆและหลังจากพูดคำเหล่านี้ออกมาพอลบิลล์ก็รู้สึกว่าหินที่คอยกดทับเขาเอาไว้เป็นเวลานานในใจของเขาก็ถูกปล่อยลง ดังนั้นไม่สำคัญว่าเขาจะต้องดิ้นรนแค่ไหนและไม่ว่าจะล้มเหลวหรือสำเร็จก็ตามแต่ถ้าหากมองตัวเองในวัยชราชีวิตของเขาก็จะจืดชืดและมีแต่ความเสียใจไม่รู้จบที่เขาไม่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดตั้งแต่แรก
“มีเพียงไม่กี่อย่างที่ผมสามารถช่วยได้เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณต้องพึ่งพาตัวเอง..เฉพาะคนที่ไม่ยอมแพ้ในตัวเองเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จได้..เพราะงั้นเมื่อเห็นคุณพอลมั่นใจแบบนี้แล้วผมก็ขอรับปากว่าผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยคุณ” เย่เชียนพูดต่อ “อย่างแรกคือการช่วยคุณสร้าสถานะใหม่ในตระกูลบิลล์..ซึ่งนั่นก็คือการช่วยให้คุณลงทุนในประเทศซาอุดิอาระเบียและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นพอลบิลล์ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “มันไม่มีของฟรีในโลกใบนี้จริงๆ..เพราะงั้นผมก็อยากรู้ว่าถ้าหากพวกเราทำสำเร็จจริงๆคุณเย่อยากจะได้กำไรหรือผลประโยชน์แบบไหนจากผมกัน?”
มุมปากของเย่เชียนก็แสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาและพูดว่า “คุณพอลก็เองไม่ใช่เหรอว่าไม่ว่าผมจะขออะไรคุณก็จะตกลงโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น..แต่คุณพอลมั่นใจได้เลยว่าผมจะไม่ขออะไรที่ทำให้การร่วมมือของเราต้องพังทลายอย่างแน่นอน..เพราะด้วยความร่วมมือของพวกเราจะทำให้องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ากับตระกูลบิลล์แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ”
ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นสถานที่ที่เย่เชียนใฝ่ฝันมาโดยตลอดเพราะสถานที่แห่งนี้เคยทำให้เขาพบเจอกับฝันร้ายนับไม่ถ้วนและเย่เชียนก็ต้องการแก้แค้นอย่างไร้ความปรานี ที่ไหนที่เขาเคยล้มลงเขาจะต้องไปที่นั่นและยืนหยัดอย่างสง่าผ่าเผยให้ได้และในฐานะประเทศที่มีอำนาจที่สุดในโลกแล้วมันก็เป็นสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับเย่เชียนอย่างมาก
ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องให้บางอย่างบ้างเพราะโลกนี้จะไม่มีของฟรี ถ้าใครเข้าใจกฎข้อนี้ได้ก็จะอยู่รอดได้ดี จากนั้นพอลบิลล์ก็ยื่นมือออกมาแล้วพูดว่า “คุณเย่ครับขอบคุณสำหรับความร่วมมือ”