ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1070 ลูกผู้ชาย
ตอนที่ 1070 ลูกผู้ชาย
…………….
สำหรับเย่เชียนแล้วผลลัพธ์ของวันนี้นั้นดีมากเพราะไม่มีใครอยากเป็นศัตรูไปทั่วโลกอย่างแน่นอนและเย่เชียนก็ไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ ซึ่งตระกูลบิลล์นั้นแข็งแกร่งมากและเป็นมาเฟียที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี ดังนั้นตระกูลมาเฟียแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เย่เชียนต้องการที่จะเป็นศัตรูกับพวกเขาเลย
หากวันนี้การเจรจากับพอลบิลล์ล้มเหลวสิ่งต่อไปที่เย่เชียนจะต้องเผชิญคือการรับมือกับตระกูลบิลล์อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะมีจุดประสงค์เดียวก็ตามแต่ผลลัพธ์กลับแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเพราะเป้าหมายและผลประโยชน์ที่ได้จะแตกต่างกันและวิธีการก็ต่างกัน
การร่วมมือกับพอลบิลล์นั้นเสี่ยงมากแล้วมันเป็นเรื่องยากมากที่จะช่วยเหลือคนที่ไม่มีคุณค่าในตระกูลให้มีสถานะในตระกูลจนกลายเป็นผู้นำของตระกูล แต่เมื่อเย่เชียนนึกถึงภาพในการพัฒนาของพอลบิลล์แล้วก็สมควรที่จะเสี่ยงเพราะนอกจากนี้หากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้วนี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
พอลบิลล์ก็ดูสุภาพมากเช่นกันและเขาก็เสนอเลี้ยงมื้อค่ำเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าว อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่ได้ราบรื่นนักเพราะถึงแม้ว่าปัญหาด้านพอลบิลล์จะได้รับการแก้ไขชั่วคราว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือฝั่งของวาก้าเพราะเขาจะรู้สึกยังไงเมื่อรู้เย่เชียนบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับพอลบิลล์แล้วในตอนนี้? เขาจะเสียใจกับการตัดสินใจที่โง่เขลาของเขาหรือไม่? อย่างไรก็ตามทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองและแบกรับผลที่ตามมาให้ได้ เนื่องจากวาก้าเลือกตระกูลบิลล์โดยไม่ลังเลและหลอกใช้พวกเขาเพื่อจัดการกับเย่เชียนดังนั้นวาก้าจึงต้องรับผลที่ตามมา
ท้ายที่สุดแล้ววาก้าก็ไม่ใช่นักการเมืองที่มีคุณสมบัติมากพอเพราะเขาไม่เข้าใจความคิดของนักธุรกิจ ซึ่งในสายตาของนักธุรกิจ มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นแต่ไม่มีมิตรสหาย หลังจากออกจากโรงแรมเย่เชียนก็ได้รับสายของเล้งยี่โดยบอกว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะมาขอพบเย่เชียนและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมุมปากของเขาก็ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ในเวลานี้ผู้บัญชาการสูงสุดมาหาเขาแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร? ซึ่งเย่เชียนก็รู้ดีว่าทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นและดูเหมือนว่าพระเจ้าจะอยู่ข้างเขาตลอดไปแต่ทุกอย่างจะได้รับการยืนยันหลังจากการพบกันอย่างเป็นทางการเท่านั้น
เขาสั่งให้เล้งยี่ปฏิบัติต่อนายพลยิปซีอย่างดีและเย่เชียนจะรีบกลับไปทันที จากนั้นเย่เชียนก็วางสายและบอกจินเหว่ยห่าวให้กลับทันทีแล้วทั้งสองก็ขึ้นรถและขับไปยังที่ฐานประจำการของเขี้ยวหมาป่า ซึ่งรถคันนี้เล้งยี่จอดทิ้งเอาไว้ให้ส่วนเล้งยี่ก็ขึ้นแท๊กซี่เพื่อกลับไปก่อนหน้านี้แล้ว
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พี่จินขับรถให้ผม” เย่เชียนพูดติดตลกและยิ้ม
“ฉันสิควรเป็นเกียรติที่ได้เป็นคนขับรถให้ราชาหมาป่าเย่เชียน” จินเหว่ยห่าวหยอกล้อตอบและเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วพูดว่า “หยุดล้อเล่นกันได้แล้วฉันจะขับรถฮ่าๆ ..ฉันชอบความร่าเริงของน้องเย่จริงๆ ..ตอนนี้อะไรๆ ก็อยู่ในกำมือของนาย..ดูเหมือนนายจะมีความสุขมากมันคงไม่ใช่เรื่องพอลบิลล์แน่ๆ ใช่มั้ย? ..ว่าแต่ที่เล้งยี่โทรมาเมื่อกี้มีข่าวดีอะไรหรือเปล่า?”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มและพูดว่า “ข่าวดีหรือข่าวร้ายเราไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าจะได้พบกัน..แต่ในความเห็นของผมมันควรจะเป็นข่าวดี..เมื่อกี้เล้งยี่โทรมาและบอกว่านายพลยิปซีกำลังรอผมอยู่ที่ฐานประจำการของเรา..เขามาขอพบผมเป็นการส่วนตัว”
“นายพลยิปซีเหรอ..เขาเป็นใคร?” จินเหว่ยห่าวถาม
“ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพแห่งชาติซาอุดิอาระเบียที่มีชื่อเสียงและมีอำนาจที่สุดในกองทัพ” เย่เชียนพูดต่อ “จริงๆ แล้วสถานการณ์ในประเทศซาอุดิอาระเบียนั้นวุ่นวายมากแต่พวกเขาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นมหาอำนาจที่หนึ่งของโลกอยู่อีก..ตอนนี้กองทัพและรัฐบาลของประเทศซาอุดิอาระเบียได้แยกออกจากกันแล้ว..ดังนั้นสิ่งนี้จึงนำไปสู่การต่อสู้ที่ดุเดือดมากขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย..นั่นเป็นเพราะวาก้าต้องการทำตามสิ่งต่างๆ ที่ประเทศสหรัฐอเมริการ้องขอและพยายามควบคุมผู้บัญชาการของสามเหล่าทัพมาโดยตลอด..ทั้งกองทัพเรือ..กองทัพบกและกองทัพอากาศแต่ก็ไม่มีใครโง่ยอมเขาเพราะบุคคลระดับผู้บัญชาการของกองทัพแห่งชาติจะยอมเสียสิทธิ์ให้กับนักการเมืองได้ยังไง? ..ด้วยเหตุนี้วาก้าจึงทำให้เหล่านายพลขุ่นเคืองและเป็นเหตุให้นายพลยิปซีมาหาเราในวันนี้”
“ฮ่าๆ ..ดูเหมือนว่านายพลยิปซีจะทนไม่ไหวแล้วเพราะงั้นเขาก็เลยต้องการยืมมือของน้องเย่จัดการกับวาก้าสินะ” จินเหว่ยห่าวยิ้มและพูด
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเลย” เย่เชียนพูด “วาก้าไม่มีประโยชน์สำหรับเราแล้วในตอนนี้เพราะงั้นถ้าหากเราไม่กำจัดเขาโดยเร็วที่สุดมันจะทำให้เขาแว้งกัดเรา..เราต้องสร้างพันธมิตรใหม่และนี่คือเป้าหมายสูงสุดของเราในตอนนี้”
“น้องเย่..นายน่ากลัวมาก” จินเหว่ยห่าวพูด
“ผมถือว่าคำพูดของพี่จินเป็นคำชมได้ใช่มั้ย?” เย่เชียนยิ้มแล้วพูด
“นี่คือการสรรเสริญเพราะฉันคิดว่านี่เป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของฉันแล้ว..ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันถ้าฉันเป็นศัตรูกับนาย” จินเหว่ยห่าวพูด
“พี่จินไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับสมมติฐานที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้นหรอกเพราะตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหมล่ะ” เย่เชียนพูดและหลังจากหยุดไปชั่วณะเย่เชียนก็มองออกไปนอกหน้าต่างและพึมพำ “หลายๆ คนคิดว่าผมเป็นเพชฌฆาตที่โหดเหี้ยมที่แสวงหาผลประโยชน์มหาศาลของตัวเองมาตลอดทั้งชีวิต..แต่พวกเขารู้ได้ยังไงว่านี่เป็นเพียงทางรอดของผมที่จะอยู่ในโลกนี้ได้..ถ้าหากเราอดทนเราก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้แต่นั่นก็เป็นแค่ชีวิตที่ธรรมดาแต่เมื่อเราไปถึงตำแหน่งที่สูงแล้วสิ่งที่เราแบกรับเอาไว้ไม่เพียงแต่เป็นชะตากรรมของเขาเองและตราบใดที่เราไม่ระวังล่ะก็ทุกคนที่อยู่รอบตัวของเราก็จะล้มลงไปด้วย..เราต้องปีนป่ายจนร่างกายพังทลายลงในที่สุด..ผมเองก็อยากจะอยู่อย่างสงบสุขและมั่นคงกับครอบครัวและคนที่ผมรักแต่โลกนี้ไม่อนุญาตให้ผมทำแบบนั้น..สุดท้ายผมก็ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับโชคชะตาที่เผชิญอยู่”
คำพูดของเย่เชียนดูเหมือนจะพึมพำกับตัวเองแต่จินเหว่ยห่าวเองก็คิดแบบนั้นด้วยเช่นกันเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาหัวใจของเย่เชียนถูกกดทับด้วยความเจ็บปวดอย่างมากและไม่ใช่ทุกคนที่จะอำพรางมันได้ ซึ่งต่อหน้าพี่น้องเขี้ยวหมาป่าแล้วเย่เชียนต้องยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจและไม่ว่าเขาจะลำบากแค่ไหนเขาก็ต้องอดทนเพราะเขาต้องให้ความมั่นใจอย่างแรงกล้า ต่อหน้าผู้หญิงที่เขารักแล้วเย่เชียนก็ต้องเข้มแข็งและไม่ว่าเขาจะทุกข์ทรมานแค่ไหนเขาก็ทำได้เพียงอดทนเพราะเขาต้องทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ เฉพาะต่อหน้าหมาป่าผีไป๋ฮวยเท่านั้นที่เย่เชียนสามารถระบายเศร้าและความหดหู่ใจและความเจ็บปวดออกมาได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของเขากับไป๋ฮวยก็เป็นในลักษณะดังกล่าวซึ่งทำให้เย่เชียนรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
ในความคิดของเย่เชียนร่างของไป๋ฮวยปรากฏขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะพี่ชายคนนี้ที่เคยร่วมเป็นร่วมตายไปพร้อมกับเขาและหลั่งน้ำตาหลั่งเลือดไปด้วยกันมาโดยตลอด แต่เย่เชียนไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนและเขายังยืนกรานเช่นเดิมอยู่หรือเปล่า เย่เชียนนั้นยังคงมีความหวังที่ว่าไป๋ฮวยจะสามารถปล่อยวางสิ่งต่างๆ ไปได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อที่เขาจะได้ไม่ขัดแย้งกันและจะไม่บังคับตัวเองให้ฆ่าเขาอีกครั้ง
จินเหว่ยห่าวก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและความเศร้าที่เย่เชียนแสดงให้เห็นในตอนนี้นั้นทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อยเพราะเย่เชียนที่เขารู้จักนั้นแข็งแกร่งเสมอเหมือนกับต้นพ๊อปลาร์ที่มั่นคงตลอดกาล ในสายตาของจินเหว่ยห่าวแล้วเย่เชียนเป็นเหมือนต้นไม้พ๊อปลาร์ที่แข็งแกร่งและมั่นคงแต่เย่เชียนกลับแสดงให้เห็นด้านที่อ้างว้างจนทำให้จินเหว่ยห่าวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เย่เชียนก็หันไปหัวเราะและพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น? ..ผมทำให้พี่จินกลัวหรือเปล่า?” จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่มีเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดหรอก..ทุกคนล้วนมีความสุขและความเศร้ากันทั้งนั้น..เพราะงั้นเราต้องแบกมันต่อไปให้ได้”
จินเหว่ยห่าวก็พยักหน้าอย่างหนักหน่วงเพราะเขาเห็นด้วยกับคำพูดของเย่เชียน เขาเป็นผู้ชายเพราะงั้นเขาก็ควรอดทนและถึงแม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม “ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งฉันจะเป็นพี่ชายที่สามารถรู้ได้ว่านายคิดอะไรอยู่ในใจ “จินเหว่ยห่าวพูดอย่างจริงใจ
เย่เชียนก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “พี่จินทำได้”
ต่อให้เศร้าต่อให้เหงาและเสียใจมากแค่ไหนก็ไม่ควรเอ่ยถึงเพราะอารมณ์ของผู้ชายนั้นช่างลึกลับเหลือเกิน
ก่อนที่เย่เชียนจะรู้ตัวรถก็มาถึงฐานประจำการของเขี้ยวหมาป่าแล้วและจินเหว่ยห่าวก็จอดรถอย่างช้าๆ ส่วนเย่เชียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และระงับความเศร้าที่ไม่ควรแสดงออกมาในตอนนี้และเดินไปในฐานและจินเหว่ยห่าวก็ติดตามไปอย่างใกล้ชิดและมองไปที่เย่เชียนแล้วคิดอย่างลับๆ ว่าเย่เชียนต้องเจอเรื่องราวมามากมายแต่ตอนนี้เขาต้องยืนหยัดอย่างมั่นคงเพราะงั้นในสายตาของเขาเย่เชียนคือคนที่กล้าหาญอย่างมาก
ในห้องนั่งเล่นชายชราอายุหกสิบกว่าๆ กำลังนั่งอยู่บนโซฟาและเล้งยี่ก็นั่งฝั่งตรงข้ามเขาและพูดคุยกับเขาพร้อมกับชาสองถ้วยอยู่ข้างหน้าพวกเขาสองคนเห็นได้ชัดว่าเย็นและไม่มีความร้อนเหลือเลย เมื่อเห็นเย่เชียนเข้ามารอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายวัยกลางคนทันที
“บอส” เล้งยี่ยืนขึ้นและทำความเคารพแบบทหาร
“อืม” เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็หันไปมองนายพลยิปซีผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ดูแลกองทัพแห่งชาติของประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเขาคนนี้มีออร่าที่เป็นเอกลักษณ์ของนายทหารและถึงแม้ว่าเขาจะอายุหกสิบกว่าแล้วแต่หลังของเขาก็ยังคงตรงและดูน่าเกรงขาม “คุณเย่..ในที่สุดคุณก็กลับมาที่นี่..ผมเฝ้ารอให้คุณกลับมาเสมอ” นายพลยิปซียิ้มและยื่นมือออกไป “ผมมารบกวนเวลาของคุณแบบนี้ผมหวังว่าคุณเย่จะไม่โกรธเคืองนะ”
“ไม่เป็นไรครับท่านนายพล..ผมสิที่ควรจะขอโทษท่านนายพล..ผมไม่รู้ว่าท่านนายพลจะมาไม่อย่างนั้นผมคงจะรอต้อนรับแล้ว..ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ปล่อยให้คุณตั้งนาน” เย่เชียนยื่นมือออกมาและจับมือกับนายพลยิปซี