ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1073 ลอบสังหาร (2)
ตอนที่ 1073 ลอบสังหาร (2)
…………….
ไม่มีกำแพงไหนที่สามารถขวางกั้นได้ในโลกใบนี้แต่เย่เชียนไม่คิดว่าสิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้เพราะดูเหมือนว่าวาก้าจะวางแผนเอาไว้ตั้งนานแล้ว เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเห็นเย่เชียนเขาก็มีความรู้สึกผิดอย่างชัดเจนบนใบหน้าของเขาเพราะเขารู้สึกว่าในฐานะชายชาติทหารแล้วเขากลับทรยศต่อเจ้านายภายใต้การทรมานของวาก้า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ชายหนุ่มจะรู้สึกผิด
การแสดงออกของเย่เชียนทำให้วาก้าประหลาดใจอย่างมากหากเป็นคนอื่น ณ เวลานี้เกรงว่าเขาจะหวาดกลัวและตัวสั่นไปแล้วใช่หรือไม่? อย่างไรก็ตามเย่เชียนกลับดูสงบอย่างมากและวาก้าก็คิดว่านี่เหรอความสามารถคนที่ช่วยให้เขาเป็นประธานาธิบดีและต่อให้เย่เชียนจะมีส่วนร่วมหรือไม่ก็ตามแต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความสามารถของเย่เชียนได้เลย แน่นอนว่าถ้าหากวาก้าเป็นคนโง่ต่อให้เย่เชียนจะพยายามมากแค่ไหนแต่วาก้าก็คงจะไม่สามารถเป็นประธานาธิบดีได้อย่างแน่นอน
ซึ่งตอนนี้เย่เชียนได้เจรจาและตกลงกับนายพลยิปซีแล้วดังนั้นไม่ว่าวาก้าจะทำอะไรหรือเตรียมพร้อมแค่ไหนถึงยังไงวันนี้เขาก็ต้องตายอยู่ดีเพราะถ้าหากวาก้าไม่ตายล่ะก็เขาจะไม่สามารถยืนอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบียในอนาคตได้อย่างแน่นอนและวาก้าจะไม่ลังเลใดๆและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดเขา ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์ตรงหน้าเขาก็ชัดเจนแล้วว่าวาก้าคิดที่จะกำจัดเขาที่นี่ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่จัดการป้องกันอย่างเข้มงวดในทำเนียบประธานาธิบดีอย่างแน่นอน
เย่เชียนก็ยังคงเล่นที่เขี่ยบุหรี่ในมือต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยิ้มอย่างแผ่วเบาจากนั้นก็พูดว่า “คุณวาก้าต้องการให้ผมตอบคุณว่ายังไงล่ะ?”
“หืม..เย่เชียนคุณมั่นใจเกินไปหรือเปล่า..คุณอยากจะสมรู้ร่วมคิดกับตาแก่ยิปซีเพื่อจัดการกับผมเนี่ยนะ?..คุณคิดว่าคุณอยู่ยงคงกระพันจริงๆงั้นเหรอ?..ผมน่ะรู้ดีว่าฝีมือของคุณไม่ธรรมดาและมวยจีนของคุณนั้นก็ลึกลับแต่มันก็ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเก่งแค่ไหนเพราะถึงยังไงวันนี้คุณก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้อยู่ดี” วาก้าพูดอย่างเย่อหยิ่ง
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมไม่ได้คิดที่จะออกจากที่นี่ในวันนี้..คุณวาก้าดูเหมือนว่าคุณจะรู้เรื่องศิลปะการต่อสู้ของจีนเหมือนกันนะ..แต่ผมไม่คิดว่าคุณรู้หรอกว่าที่แท้จริงแล้วมันคืออะไรเพราะงั้นวันนี้คุณจะต้องตาย!” เย่เชียนขมวดคิ้วและใช้มือบีบที่เขี่ยบุหรี่จนแตกละเอียดกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
สิ่งนี้แค่ความแข็งแกร่งของมือก็ยังไม่สามารถทำได้อยู่ดี เมื่อเห็นแบบนั้นวาก้าก็ถึงกับสะดุ้งและรีบถอยกลับไป ส่วนเหล่าบอดี้การ์ดต่างก็หันมองหน้ากันและกัน ในขณะที่ที่เขี่ยบุหรี่กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเย่เชียนก็ใช้มือขวาขว้างเศษที่เขี่ยบุหรี่ไปยังบอดี้การ์ดอย่างกะทันหัน ถึงแม้ว่าทักษะมีดบินของเย่เชียนจะไม่ดีเท่าของอู๋หวนเฟิงแต่เขาได้เรียนรู้จากอู๋หวนเฟิงมาพอสมควร ดังนั้นก็ไม่ควรประมาททักษะการขว้างของเย่เชียนเลยเพราะในเวลานี้เศษของที่เขี่ยบุหรี่เปรียบเสมือนมีดบินและมันก็เจาะเข้าไปในลำคอและใบหน้าของเหล่าบอดี้การ์ดราวกับกระสุนของปืนลูกซอง ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าฉากนี้จะเกิดขึ้นจริงๆเพราะไม่มีใครสามารถจินตนาการได้เลยว่าเย่เชียนสามารถกำจัดบอดี้การ์ดแปดคนในระยะเวลาสั้นๆได้ในทันที ทั้งรวดเร็วและไร้ความปรานีใดๆทั้งสิ้น
จากนั้นเลขาทั้งสองก็รีบไปหยุดตรงหน้าวาก้าแล้วพุ่งเข้าไปหาเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวพร้อมกับปากกาที่พวกเธอถือ ปากกาของพวกเธอนั้นคมเหมือนมีดและเห็นได้ชัดว่าพวกเธอได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดและการเคลื่อนไหวของพวกเธอก็รวดเร็วและคาดเดาได้ยากมาก เมื่อเห็นแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็สูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชาและนิ้วทั้งห้าของมือขวากลายเป็นเหมือนกรงเล็บ จินเหว่ยห่าวนั้นหูไวตาไวและมีการตอบสนองอย่างรวดเร็วเพราะในเวลานี้เขาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้แล้วบิดอย่างแรงจนพวกเธอร้องคร่ำครวญออกมา ส่วนอีกคนก็กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะหินอ่อนและหมันตัวเตะจินเหว่ยห่าวอย่างรวดเร็ว
ทางด้านเย่เชียนก็ไม่รอช้าและไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะเขาสังเกตเห็นผู้หญิงสองคนนี้และรู้ว่าเธอเป็นมืออาชีพที่วาก้าจัดเตรียมมาเป็นพิเศษในวันนี้ ซึ่งเมื่อเย่เชียนขว้างเศษที่เขี่ยบุหรี่ไปเขาก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะเคลื่อนไหวและเมื่อมองไปที่ปากกาที่แทงเข้ามาเย่เชียนก็ยิ้มอย่างเย็นชาและเตะออกไปอย่างดุเดือด
ด้วยเสียง “ปัง” โต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่ก็เลื่อนไปในทิศตรงข้ามทันทีภายใต้การเตะที่ดุเดือดของเย่เชียนและบอดี้การ์ดสาวที่กำลังเตะจินเหว่ยห่าวอยู่ก็ไม่ได้คาดหวังเลยว่าเย่เชียนจะทำแบบนั้นได้เพราะเธอที่ยืนอยู่บนโต๊ะหินอ่อนถูกแรงเตะของเย่เชียนจนล้มลง ซึ่งจินเหว่ยห่าวจะปล่อยโอกาสแบบนี้ไปได้ยังไงดังนั้นเขาจึงกระทืบเท้าลงบนพื้นและร่างกายของเขาก็ลอยขึ้นไปในอากาศแล้วหมุนตัวกลางอากาศอย่างดุเดือด
บอดี้การ์ดสาวที่เป็นคู่ต่อสู้ของเย่เชียนก็ไม่รอช้าและกระโดดขึ้นไปอีกทีเพื่อหลบแรงเตะของเย่เชียนจากนั้นก็ปากกาในมือของเธอก็แทงใส่เย่เชียนทันที ซึ่งวาก้าก็ตกใจมากดังนั้นเขาจึงรีบคลานต่ำไปชิดกำแพงและมองดูสถานการณ์ในห้องอย่างใจจดใจจ่อ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าบอดี้การ์ดสาวทั้งสองคนไม่ได้อ่อนแอเพราะพวกเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด แต่พวกเธอกำลังเผชิญหน้ากับกับเย่เชียนและจินเหว่ยห่าวสองปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้โบราณในประเทศจีน ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเย่เชียนเลยเพราะพวกเธอแตกต่างไปจากเย่เชียนมากและในตอนนี้เย่เชียนที่มีพลังทำลายล้างที่ทรงพลังอย่างมากอยู่ในตัว
เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ง้างหมัดอย่างรวดเร็วเพื่อสะสมพลังปราณเอาไว้ที่หมัดจนในตอนนี้เกิดกระแสลมกรรโชกอย่างรุนแรงที่หมัดของเขา สิ่งที่คล้ายๆหมอกและกระแสลมนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นพลังปราณและมันก็กระแทกเข้ากับบอดี้การ์ดสาวจนเกิดเสียง “ปัง” จากนั้นเธอก็กระเด็นออกไปเหมือนว่าวที่แตกหักกลางอากาศจากนั้นก็ตกลงมาบนพื้นอย่างแรง “เอือก!” เธอกระอักเลือดออกมาแล้วก็หมดสติไป
จินเหว่ยห่าวนั้นไม่ได้สังเกตเห็นฉากนี้ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอนเพราะพลังปราณแท้จริงที่ฝึกฝนโดยนักรบโบราณและมันสามารถเผยออกมาเป็นรูปร่างของพลังได้นั้นเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก ซึ่งมันสามารถเพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ พลังปราณที่หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเย่เชียนนั้นน่าประหลาดใจอย่างมากและมันก็เป็นอย่างที่หยานตงพูดว่าบางทีเย่เชียนอาจจะมีพลังแบบนี้มาตั้งนานแล้วแต่เขาไม่รู้วิธีที่จะใช้มันเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นเย่เชียนจะเป็นคนแรกในโลกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณที่สามารถทำแบบนี้ได้
ในเวลาเดียวกันกับที่เย่เชียนจัดการกับคู่ต่อสู้ของเขาจินเหว่ยห่าวก็เตะบอดี้การ์ดสาวอย่างดุเดือดจนได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอ “อ๊า” และเธอก็กระเด็นออกไป จากนั้นเย่เชียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “วาก้า!..นี่แหละคือศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริง!” เมื่อเสียงนั้นจบลงเย่เชียนก็พุ่งออกไปราวกับธนูจากคันศรและก็ต่อยวาก้าอย่างแรง
มีเสียงดัง “ปัง” และพื้นดินก็ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนอย่างแรงและเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงทันทีเพราะพวกเขาเห็นกระจกแก้วอยู่ตรงหน้าวาก้าปกคลุมเขาเอาไว้ จากนั้นวาก้าก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วพูดว่า “เย่เชียน..แกคิดว่าฉันโง่งั้นเหรอ?..แกคิดว่าฉันจะไม่เตรียมการป้องกันเอาไว้เลยงั้นเหรอ?..ฉันรู้ดีว่ามีคนมากมายที่อยากจะฆ่าฉันเพราะงั้นถ้าฉันไม่เตรียมความพร้อมล่ะก็ฉันจะอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้หรือเปล่า?..ฉันรู้ว่าแกเก่งแต่แล้วยังไงเพราะแกไม่สามารถทำลายกระจกที่มีความหนาสิบเซนติเมตรนี้ได้หรอก..ไม่ว่าแกจะทำยังไงก็ตามแต่ตราบใดที่ฉันกดปุ่มนี้หน่วยองครักษ์ที่เก่งที่สุดของฉันจะเข้ามาล้อมแกเหมือนรังแตน..ฆ่าฉันสิถ้าแกมีความสามารถมากพอ”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “วาก้า..มีบางอย่างที่ฉันลืมบอกแกไป..ฉันไปพบพอลบิลล์มาแล้วเมื่อวานนี้และมันน่าประหลาดใจที่เขาเลือกที่จะร่วมมือกับฉัน..เพราะงั้นแกควรจะเข้าใจเรื่องนี้นะ..หรือพูดให้ชัดก็คือแผนของแกล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง..สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือคนที่หักหลังฉัน..ฉันดีกับแกมาตลอดจริงๆแต่แกกลับหักหลังฉัน..เพราะฉะนั้นวันนี้แกจะต้องทุกข์ทรมานเพราะการตัดสินใจที่โง่เง่าของแก!”
เห็นได้ชัดว่าวาก้าไม่ได้ตระหนักถึงผลลัพธ์และเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าพอลบิลล์จะร่วมมือกับเย่เชียน จากนั้นเขาก็คิดในใจว่าเขาทำอะไรลงไป? ในตอนนี้เขารู้สึกสำนึกผิดอย่างมากว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจโง่ๆแบบนี้ในตอนแรก แต่ตอนนี้เมื่อเรื่องต่างๆมาถึงจุดนี้แล้วถ้าเขาจะเสียใจมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งวาก้าก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ..ถึงยังไงแกก็ทำอะไรฉันไม่ได้อยู่ดีเพราะฉันเป็นถึงประธานาธิบดีของประเทศซาอุดิอาระเบียผู้ทรงเกียรติ..ดังนัน้ตราบใดที่ฉันออกคำสั่งล่ะก็แกกับพวกเขี้ยวหมาป่าของแกก็จะถูกกวาดล้าง..แกพลาดแล้วเย่เชียนแกไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะมาแข่งกับฉัน!”
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามจากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วง้างกำปั้นฝั่งขวาของเขาแล้วเหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรงพร้อมกับพลังปราณในร่างกายของเขาที่กำลังเดือดพล่านใส่กระจกนิรภัย “ปัง..ปัง..ปัง” สามครั้งจนพื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง
เมื่อเห็นแบบนั้นวาก้าก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยและพูดว่า “มันไม่มีประโยชน์หรอก..ต่อให้แกจะเก่งแค่ไหนถึงยังไงแกก็ทำลายมันไม่ได้อยู่ดี..เย่เชียนแกกำลังทำร้ายตัวเองอยู่หรือเปล่า..ฮ่าๆ” วาก้ากดปุ่มและเสียงเตือนภัยฉุกเฉินก็ดังขึ้น อย่างไรก็ตามในฉากต่อไปทำให้วาก้าแปลกใจอย่างมากเพราะเห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ใช่หน่วยองครักษ์ที่เขาจัดเตรียมเอาไว้แต่เป็นกลุ่มทหารหน่วยรบพิเศษติดอาวุธครบมือ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นไม่ใช่กลุ่มทหารเหล่านี้เพราะเขาเห็นว่ามันกำลังเกิดรอยแตกที่ปรากฏขึ้นบนกระจกนิรภัยจนเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามนุษย์เพียงคนเดียวจะสามารถทำลายกระจกนิรภัยที่มีความหนาสิบเซนติเมตรได้ด้วยมือเปล่า ในตอนนี้วาก้าก็ตกใจกลัวและหมอบลงกับพื้นและกระวนกระวายว่าเขาจะต้องตายที่นี่จริงๆหรือ? ชีวิตของเขาอาชีพทางการเมืองของเขาจะต้องจบลงแบบนี้จริงๆหรือไม่? เขาไม่เต็มใจที่จะเชื่อแบบนั้นเลย
“ปัง..แกร๊ก..” ภายใต้การโจมตีครั้งสุดท้ายของเย่เชียนทำให้กระจกนิรภัยแตกทันทีและวาก้าก็ตัวสั่นเทาอย่างมากแล้วคุกเข่าลงโดยไม่ตั้งใจและอ้อนวอนว่า “คุณเย่ครับ..คุณเย่..ผมขอโทษ..ปล่อยผมไปเถอะ!..ตราบใดที่คุณปล่อยผมไปผมขอสัญญาว่าผมจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ยิ้มอย่างดูถูกแล้วพูดว่า “ในประเทศจีนมีคำกล่าวที่ว่าถ้าเสียใจแล้วทำไมถึงเลือกทำแบบนั้นตั้งแต่แรก?”
“วาก้า..หมดเวลาของแกแล้ว..วันนี้จะเป็นวันตายของแก!” เมื่อพูดจบนายพลยิปซีก็เดินเข้ามาจากข้างนอกโดยสวมชุดเครื่องแบบระดับนายพลและมีแววตาที่ตื่นเต้นอย่างควบคุมไม่ได้
“ยิปซี..นี่แกพยายามจะก่อกบฏงั้นเหรอ?..แกรู้หรือเปล่าว่าการฆ่าฉันจะเป็นยังไง?” วาก้าพยายามต่อต้านครั้งสุดท้ายโดยหวังว่าจะยับยั้งและเปลี่ยนใจนายพลยิปซีได้