ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1076 การต่อสู้ในพิธีงานศพ (3)
ตอนที่ 1076 การต่อสู้ในพิธีงานศพ (3)
…………….
หากการปรากฏตัวของม่อหลงทำให้ความโกรธของหยานซื่อฉุยถึงจุดวิกฤตินั่นก็แสดงว่าการปรากฏตัวของเย่เชียนทำให้ความโกรธของหยานซื่อฉุยระเบิดออกอย่างไม่ต้องสงสัย ในเวลานี้หยานซื่อฉุยไม่สนใจเรื่องอื่นอีกต่อไปและความเกลียดชังกับความแค้นทั้งหมดที่สะสมเอาไว้ก็ปะทุขึ้นในเวลานี้ เมื่อเธอนึกถึงฉากที่ตู้ฟู่เหว่ยตบหน้าผากของตัวเองแล้วสิ้นลมหายใจในอ้อมแขนของเธอแล้วความแค้นและความเกลียดชังที่มีต่อเย่เชียนก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
สำหรับหยานซื่อฉุยแล้วตู้ฟู่เหว่ยเปรียบเสมือนพ่อของเธอ ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้ฆ่าตู้ฟู่เหว่ยด้วยมือของเขาแต่เย่เชียนเป็นคนบังคับให้ตู้ฟู่เหว่ยตาย ดังนั้นหยานซื่อฉุยจะยอมปล่อยไปได้อย่างไร? นอกจากนี้วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีเพราะงั้นถ้าเธอไม่ฆ่าเย่เชียนในตอนนี้เกรงว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะหาโอกาสแบบนี้ได้อีกในอนาคต
เธอรู้ดีว่าความสามารถของเธอยังคงห่างชั้นกับเย่เชียนอยู่บ้างและเธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนแต่ที่นี่มีสาวกทั้งหมดของสำนักม่อจื๊ออยู่และถึงแม้ว่าเย่เชียนจะได้รับความช่วยเหลือจากเย่หานห่าวและคนอื่นๆก็ตามแต่มันก็เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆเท่านั้น ซึ่งเทียบกับความได้เปรียบแล้วเย่เชียนไม่มีทางชนะอย่างแน่นอนและนอกจากนี้หยานซื่อฉุยก็หวังว่าเหตุการณ์นี้เธอจะสามารถปลุกเร้าความรู้สึกของความเคียดแค้นโดยมีศัตรูคนเดียวกันด้วยวิธีนี้ได้ จากนั้นเธอจะสามารถสร้างศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่กว่าชาฮัวเอียนได้
“หยานซื่อฉุยเธอยังสร้างปัญหาไม่พออีกเหรอ?..เธอจะทำให้สำนักม่อจื๊อของเราอับอายไปถึงไหนกัน!” อู๋ชิงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว ซึ่งพฤติกรรมซ้ำๆของหยานซื่อฉุยทำให้อู๋ชิงรู้สึกว่าความเป็นผู้อาวุโสของเขาไร้ประโยชน์ไปในทันที มันเป็นเรื่องของหน้าตาทางสังคมและต่อหน้าแขกจำนวนมากแล้วตัวตนของเขาก็ค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลต่อใครหลายๆคน ดังนั้นหากเขาไม่สามารถควบคุมหยานซื่อฉุยได้ล่ะก็มันไม่เพียงแค่จะทำให้สำนักม่อจื๊อถูกหัวเราะเยาะแต่จะทำให้เขากลายเป็นตัวตลกไปด้วย
“หุบปากซะ” หยานซื่อฉุยพูดอย่างฉุนเฉียวและไม่สามารถยับยั้งตัวเองและดึงสติกลับมาได้อีกต่อไป “อู๋ชิง..ฉันเสียใจกับอาจารย์จริงๆที่หลงไว้ใจคุณ..คุณจำสิ่งที่อาจารย์พูดกับคุณได้หรือเปล่า?..ว่าเขาจะส่งต่อตำแหน่งเจ้าสำนักให้กับฉัน..แต่เมื่อฉันขอให้คุณออกมาพูดอะไรบางอย่างคุณกลับเลือกที่จะหลบเลี่ยงซ้ำแล้วซ้ำเล่าและในท้ายที่สุดคุณก็แค่กลัวความตายไม่ใช่เหรอ?..ฉันไม่รู้หรอกว่าชาฮัวเอียนให้ประโยชน์อะไรกับคุณ..หึ..คุณไม่สมควรที่จะพูดอะไรเลย”
“นี่เธอ..หืม..” อู๋ชิงตัวสั่นด้วยความโกรธเพราะเขามีตำแหน่งที่สูงส่งอย่างมากในสำนักม่อจื๊อและไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้กับเขาได้ แต่ตอนนี้หยานซื่อฉุยไม่ได้ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อยและยังดุด่าสาปแช่งเขาต่อหน้าบรรดาแขกมากมายแบบนี้จนทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก “นี่เธอคิดที่จะก่อกบฏและทรยศงั้นเหรอ?” อู๋ชิงตะโกนอย่างรวดเร็ว
“ต้องการก่อกบฏงั้นเหรอ?” หยานซื่อฉุยตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “อย่ามาขวางทางฉัน!..ใครหน้าไหนที่กล้ามาขวางทางฉันล่ะก็ฉันจะฆ่าให้หมด!”
“นี่เธอ..” อู๋ชิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยวแต่ก่อนที่เขาจะพูดจบจู่ๆก็มีเลือดพุ่งกระฉูดออกจากหน้าอกของเขาและอู๋ชิงก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและค่อยๆทรุดตัวลงไปอย่างช้าๆ จากนั้นก็เห็นชายหนุ่มที่ถือมีดเอาไว้และเต็มไปด้วยเลือดซึ่งเขาเป็นคนที่สบตากับหยานซื่อฉุยก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่สนับสนุนหยานซื่อฉุยและอู๋ชิงก็ไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้เลยจนกระทั่งเขาตาย ถ้าเขาสนับสนุนเธอตั้งแต่แรกชีวิตของเขาคงจะจบสวยกว่านี้และถ้าเขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกเขาคงจะไม่เลือกแบบนี้อย่างแน่นอน
ปฏิกิริยาของชาฮัวเอียนดูสงบมากและเขาก็ไม่ตอบสนองต่อความตายของอู๋ชิงเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงแม้ว่าหยานซื่อฉุยจะไม่ได้ฆ่าอู๋ชิงก็ตามแต่ถึงยังไงชาฮัวเอียนก็ไม่คิดที่จะปล่อยเขาไปเหมือนกัน ในตอนนี้ชาฮัวเอียนรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป เพราะการตายของอู๋ชิงนั้นมีประโยชน์มากสำหรับเขาและไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้จะพาเขาไปสู่ด้านบวกและในขณะที่หยานซื่อฉุยดิ่งลงไปในด้านลบ
การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของอู๋ชิงทำให้บรรยากาศในพิธีงานศพตึงเครียดอย่างมากและบรรดาแขกต่างก็ตกตะลึงและลุกขึ้นยืนทีละคนและแสดงความตกใจและความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไปและเกินความคาดหมายสำหรับพวกเขาไปมาก
“เรื่องของวันนี้เป็นเรื่องภายในของสำนักม่อจื๊อของเราและเย่เชียน..ส่วนใครที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไสหัวไปซะ!” หยานซื่อฉุยพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนต่างก็รีบออกไปทีละคนและในห้องโถงพิธีงานศพผู้คนก็พลุกพล่านทันทีและมีเพียงสาวกของสำนักม่อจื๊อและผู้คนจากตระกูลศิลปะการต่อสู้จีนโบราณเท่านั้นที่ยังอยู่ ส่วนเย่เชียนก็หันมองไปยังเย่หานห่าวและผู้คนจากตระกูลหม่าแล้วยิ้มให้พวกเขาและพูดว่า “เรื่องนี้พวกคุณไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเพราะงั้นพวกคุณกลับไปเถอะ..ผมไม่เป็นอะไรหรอกขอบคุณมาก”
“พี่เย่..พี่คือพี่น้องตระกูลเย่ของเราเพราะงั้นพี่จะพูดได้ยังไงว่ามันไม่เกี่ยวกับพวกเรา?..ใครที่กล้าแตะต้องพี่ล่ะก็เขาคนนั้นจะเป็นศัตรูของตระกูลเย่..ไม่ต้องกังวลไปตราบใดที่เราอยู่ที่นี่จะไม่มีใครทำอะไรพี่ได้” เย่หานห่าวพูดอย่างหนักแน่น
“ใช่!..ถ้าใครกล้าทำอะไรคุณเย่ล่ะก็คนๆนั้นจะเป็นศัตรูกับตระกูลหม่าของเราด้วย!” ตัวแทนของตระกูลหม่าพูดอย่างหนักแน่นเช่นกัน
“ตระกูลถังของเราก็ด้วย!” ชายวัยกลางคนยืนขึ้นและพูดว่า “ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของเย่เชียนก็จะเป็นศัตรูกับสำนักถังของเราเหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงอย่างมากและหันไปมองคนเหล่านั้นโดยเฉพาะชายวัยกลางคนจากสำนักถังก็เป็นครอบครัวของแม่เขาแต่เย่เชียนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ดังนั้นเย่เชียนจึงพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างขอบคุณและทราบซึ้งใจโดยไม่พูดอะไรใดๆ
“เหว่ยห่าว!..มันน่าเหลือเชื่อจริงๆที่เราได้พบกันอีกครั้งแต่ฉันไม่คิดว่านายจะมาที่นี่เพื่อยุยงให้เรื่องมันใหญ่โตถึงขนาดนี้..นี่นายคิดที่จะแก้แค้นตระกูลจินของเราอยู่หรือเปล่า?” ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนขึ้นและคำพูดของเขาก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดูถูกจินเหว่ยห่าว
มีร่องรอยของความโกรธในดวงตาของจินเหว่ยห่าวแต่มันถูกระงับอย่างกะทันหัน ซึ่งเย่เชียนที่เห็นทั้งหมดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างเย็นชาว่า “เหว่ยห่าวเป็นเพื่อนของฉันและนี่ไม่ใช่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพราะงั้นอย่ามาทำตัวหยิ่งผยองแถวนี้!..ไม่งั้นคุณได้เจอดีแน่!”
เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “พวกตระกูลเย่นี่เป็นคนหยิ่งผยองกันหมดเลยหรือไง?..นายกล้าดียังไงมาพูดกับทายาทของตระกูลจินแบบนี้?”
“กล้าไม่กล้าก็มาลองสู้กันให้มันรู้ไปเลยดีกว่า..ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับพวกขี้โม้..ถ้านายอยากสู้ก็เข้ามาได้เลย!” เย่หานถิงยืนขึ้นทันทีและพูดอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้ม ซึ่งในตอนแรกที่เย่เชียนพบเธอเย่เชียนเกลียดเธอมากในตอนนั้นแต่ตอนนี้เย่เชียนรู้สึกว่าความดื้อรั้นและความฉุนเฉียวของผู้หญิงคนนี้ไม่เลวเลย
ฉากเหล่านี้เกินความคาดหมายของหยานซื่อฉุยไปอย่างสิ้นเชิงเพราะเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนจากตระกูลหลักและสำนักใหญ่ๆเข้าเกี่ยวข้องแบบนี้ ดูเหมือนว่าโลกศิลปะการต่อสู้โบราณจะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความประหลาดใจและความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ให้กับเหล่าสาวกม่อจื๊อย่างมาก แน่นอนว่าสำนักม่อจื๊อนั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมากในภาคตะวันตกเฉียงเหนือแต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นมีคนจากตระกูลหลักและสำนักถังเข้ามาพัวพันด้วยดังนั้นการเคลื่อนไหวที่ประมาทจะทำให้พวกเขาขุ่นเคืองโดยใช่เหตุและสำนักม่อจื๊อจะสามารถรับผลที่ตามมาได้หรือไม่?
เห็นได้ชัดว่าสำนักม่อจื๊อไม่สามารถเผชิญหน้าได้เลยเพราะอีกฝ่ายมีทั้งตระกูล,ตระกูลหม่าและสำนักถังอีก ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงสมาชิกบางส่วนก็ตามแต่สำนักม่อจื๊อก็ไม่กล้าที่จะเป็นศัตรูกับพวกเขาทั้งหมดอยู่ดี อาจกล่าวได้ว่าสำนักม่อจื๊อไม่มีทางเอาชนะได้เลย
ตอนนี้สาวกทุกคนเกลียดพฤติกรรมของหยานซื่อฉุยมากขึ้นเรื่อยๆเพราะมันเป็นการดึงสำนักม่อจื๊อลงไปในหลุมที่มีไฟอันร้อนระอุจนพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ชาฮัวเอียนก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจแล้วยืนขึ้นจากนั้นก็พูดว่า “คุณเย่ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆเพราะนี่เป็นเรื่องภายในของสำนักม่อจื๊อของเราเพราะงั้นพวกเราจะแก้ไขมันเอง..ผมขอเชิญให้พวกคุณทุกคนกลับก่อนและผมจะไปขอโทษทุกคนอย่างเป็นพิธีเอง”
หลังจากพูดคุยกันอีกสองสามประโยคข้อพิพาทและความขัดแย้งก็คลี่คลายอย่างเงียบๆและความสนใจของทุกคนก็เปลี่ยนไปที่สำนักม่อจื๊อทันที เหล่าผู้อาวุโสของสำนักม่อจื๊อก็โล่งใจอย่างมากเช่นกันโดยรู้สึกว่าชาฮัวเอียนได้ทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างมาก จากนั้นชาฮัวเอียนก็หันไปมองหยานซื่อฉุยแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่วันนี้เป็นวันพิธีงานศพของอาจารย์เพราะงั้นเราไม่ต้องการสร้างปัญหาแต่การกระทำของคุณมากเกินไปจริงๆ..เพราะงั้นวันนี้ในตอนนี้เราจะมากำหนดผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อกันเลยจะดีกว่า..ไหนๆผู้อาวุโสทั้งหมดก็อยู่ที่นี่แล้วเพราะงั้นมันถึงเวลาแล้วที่จะต้องตัดสินใจ”
“เอาล่ะ..ถ้างั้นก็มาตัดสินกันเลย” หยานซื่อฉุยพูด “ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายพวกท่านติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานานแล้วและพวกท่านก็ทราบถึงเจตจำนงของท่านอาจารย์เป็นอย่างดีและท่านอาจารย์ก็บอกเสมอว่าฉันจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักแต่ฉันไม่คิดว่าอาจารย์จะจากโลกนี้ไปแบบนี้..ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกเศร้ามากแต่ฉันก็ต้องลุกขึ้นยืนและรับผิดชอบภาระอันหนักอึ้งของสำนักม่อจื๊อ”
“หยานซื่อฉุย..เธอเป็นศิษย์เอกเพราะงั้นเธอควรจะตระหนักดีถึงกฎของสำนักม่อจื๊อ..เพราะตอนที่ท่านเจ้าสำนักยังอยู่ท่านเคยพูดเอาไว้ว่าผู้สืบทอดจะต้องได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าสำนักก่อนเพราะงั้นที่เธอบอกว่าท่านเจ้าสำนักจะให้เธอเป็นผู้สืบทอดอย่างที่เธอพูดแล้วเธอมีหลักฐานอะไรบ้างหรือเปล่า?” ชายชราร่างผอมบางลุกขึ้นยืนและพูด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับชาฮัวเอียน
“ท่านคิดผิดแล้วเพราะการตายของท่านเจ้าสำนักนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเพราะงั้นเขาจะมีเวลาพิธีส่งมอบได้ยังไง?..เพราะงั้นตราบใดที่พวกเราทุกคนรู้ว่าเจตจำนงของท่านเจ้าสำนักคือการให้หยานซื่อฉุยเข้ารับตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปมันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?” ชายชราอีกคนหนึ่งยืนขึ้นและโต้กลับ
“เจตจำนงของเจ้าสำนัก?..หืมเราไม่ใช่พยาธิตัวกลมในท้องของท่านเจ้าสำนักสักหน่อย..เราจะไปรู้ได้ยังไงว่าท่านเจ้าสำนักมีเจตจำนงยังไง?..ถ้าคุณบอกว่าท่านเจ้าสำนักคิดที่จะให้หยานซื่อฉุยเป็นผู้สืบทอดล่ะก็เราไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด!” ชายชราร่างผอมบางพูดต่อ “นอกจากนี้ทุกคนก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทัศนคติของหยานซื่อฉุยนั้นแย่มากแต่ชาฮัวเอียนนั้นคำนึงถึงผลกระทบและเหตุผลเสมอ..ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าชาฮัวเอียนทำอะไรให้กับสำนักม่อจื๊อของเรามาบ้าง?..ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชาฮัวเอียนได้สนับสนุนสำนักม่อจื๊อของเรามาโดยตลอด”