ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1075 การต่อสู้ในพิธีงานศพ (2)
ตอนที่ 1075 การต่อสู้ในพิธีงานศพ (2)
…………….
ในช่วงเวลานี้บรรยากาศในงานศพก็ตึงเครียดมากและดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้นได้ทุกเมื่อ อันที่จริงสำหรับสาวกของสำนักม่อจื๊อแล้วไม่ว่าหยานซื่อฉุยจะพูดความจริงหรือไม่ก็ตามและไม่ว่าชาฮัวเอียนจะวางยาพิษและฆ่าตู้ฟู่เหว่ยจริงๆหรือเปล่านั้นพวกเขาก็ยังไม่แน่ใจแต่กับม่อหลงนั้นจะแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
การไม่สืบหาความจริงนั้นดีแล้วจริงๆงั้นเหรอ? มีกี่คนในโลกที่สามารถละทิ้งความเกลียดชังได้จริงๆ? บ่อยครั้งที่คนตาบอดเพราะความเกลียดชังและความแค้น นอกจากนี้คนที่จะบอกทุกอย่างได้ก็ตายไปแล้วดังนั้นเหล่าสาวกและลูกศิษย์ของสำนักม่อจื๊อจะสงบลงได้จริงงั้นเหรอ? นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย
ม่อหลงก็ดูสงบมากและเขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่รุนแรงเพราะเขาสามารถเข้าใจสิ่งที่หยานซื่อฉุยและเหล่าสาวกสำนักม่อจื๊อทำเป็นอย่างดี ซึ่งถ้าหากเป็นเขาเองบางทีเขาอาจจะไม่สามารถสงบสติลงได้เลย “การต่อสู้นั้นยุติธรรมมากและเราก็ตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะมีชีวิตเป็นเดิมพัน..แต่ถ้าเธอต้องการแก้แค้นจริงๆก็เข้ามา..ฉันจะทวงคืนสิ่งที่เป็นของฉันกลับคืนมา” ม่อหลงพูด
“หืม..แกใช้วิธีสกปรกในการเอาชนะอาจารย์ของฉัน..แกไม่สามารถเอาชนะอาจารย์ด้วยความสามารถและฝีมือของแกได้เลย..เพราะงั้นแกจะมาที่นี่เพื่อโอ้อวดทำไม..แกคิดว่าพวกเราไม่สามารถทำอะไรแกได้จริงๆงั้นเหรอ?..อย่าพยายามโดยเปล่าประโยชน์เลยเพราะฉันจะฆ่าแกเพื่อแก้แค้นให้อาจารย์” หยานซื่อฉุยอย่างเกรี้ยวกราด
“นี่มันจะมากเกินไปหน่อยแล้ว!..เธอปฏิบัติกับแขกแบบนี้งั้นเหรอ?..เรามาที่นี่เพื่อให้เกียรติและไว้อาลัยแก่ตู้ฟู่เหว่ย!..ทำไมเธอถึงต้องการนองเลือดในพิธีศพแบบนี้ด้วย!” หยานตงพูดอย่างจริงจัง “ฉันเป็นผู้คุมการต่อสู้ในครั้งนั้น..ถ้าเธอสงสัยในผลการต่อสู้นั่นก็เท่ากับว่าเธอกำลังสงสัยฉันด้วยใช่มั้ย?..ถ้างั้นเธอก็ต้องฆ่าฉันด้วยสิ!”
หยานตงเป็นถึงผู้นำของลัทธิมารและเขาก็มีอิทธิพลและอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ไม่ต้องพูดถึงสำนักม่อจื๊อเลยเพราะต่อให้ตู้ฟู่เหว่ยจะยังมีชีวิตอยู่ถึงยังไงเขาก็ไม่กล้าทำอะไรอยู่ดี หลังจากที่หยานตงพูดเพียงไม่กี่คำบรรยากาศในพิธีงานศพก็เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นคำถามที่ว่าเหล่าผู้อาวุสของสำนักม่อจื๊อกล้าที่จะแตะต้องหยานตงจริงๆหรือไม่? เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่กล้าและนอกจากนี้ผู้คนที่มาสักการะและไว้อาลัยให้กับตู้ฟูเหว่ยก็ยังเป็นคนที่มีอำนาจและอิทธิพลอย่างล้นหลาม ดังนั้นหากสาวกของสำนักม่อจื๊อต้องการฆ่าคนหรือก่อสงครามที่นี่แล้วถ้าข่าวแพร่กระจายออกไปสำนักม่อจื๊อก็จะตกต่ำและเสื่อมเสียเกียรติอย่างมากและคงจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
เมื่อได้ยินแบบนั้นชาฮัวเอียนก็รีบก้าวออกมาข้างหน้าแล้วยิ้มอย่างขอโทษและพูดว่า “ท่านผู้อาวุโสหยาน..คุณม่อหลง..อย่าถือโทษโกรธศิษย์พี่เลย..ตอนนี้เธออารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะงั้นผมหวังว่าพวกคุณจะยกโทษให้เธอ” จากนั้นเขาก็หันไปมองที่หยานซื่อฉุยแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่!..วันนี้เป็นวันพิธีงานศพเพื่อวัยอาลัยท่านอาจารย์เพราะงั้นอย่าสร้างปัญหาเลย..ไม่งั้นพวกเราแย่แน่”
“ชาฮัวเอียน!..แกไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นคนดีที่นี่หรอก..แกไม่สามารถลบล้างความตายของแกไปได้หรอก..แกสมรู้ร่วมคิดกับม่อหลงอย่างชัดเจนและแกก็เป็นคนที่ฆ่าท่านอาจารย์!” หยานซื่อฉุยพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “วันนี้แกจะต้องสารภาพกับทุกคนและฆ่าตัวตายต่อหน้าวิญญาณของท่านอาจารย์!”
พฤติกรรมของหยานซื่อฉุยทำให้บรรยากาศในพิธีงานศพกลายเป็นความอับอายในทันทีและเหล่าผู้อาวุโสของสำนักม่อจื๊อต่างก็โกรธเกรี้ยวเพราะวันนี้เป็นพิธีงานศพของตู้ฟู่เหว่ยดังนั้นหยานซื่อฉุยก็ไม่ควรสร้างปัญหาในเวลานี้ ซึ่งนี่จะทำให้ผู้คนต่างก็หัวเราะและสมเพชกับสิ่งที่เกิดขึ้น อันที่จริง ณ จุดนี้หยานซื่อฉุยทำได้ไม่ดีเท่าชาฮัวเอียนเลยและสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ทำให้เหล่าผู้อาวุโสต่างก็ไม่พอใจกับการกระทำของหยานซื่อฉุยอย่างมากและในตอนนี้ทุกคนต่างก็เกลียดเธอยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนบรรดาผู้ที่สนับสนุนหยานซื่อฉุยต่างก็อับอายและถอนหายใจกันอย่างเงียบๆ
“ศิษย์พี่ผมขอร้องล่ะอย่าสร้างปัญหาเลยเพราะวันนี้เป็นพิธีงานศพของอาจารย์..ศิษย์พี่จะทำแบบนี้ทำไม?..ศิษย์พี่ต้องการให้ผมทำยังไง?” หยานซื่อฉุยพูดด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลมาก
“ทำยังไงน่ะเหรอ?…หืม..แกไม่เข้าใจเหรอว่าต้องทำยังไง?..แกคิดว่าฉันไม่รู้ว่าความตั้งใจของแกคืออะไร?..แกร่วมมือกับเย่เชียนและม่อหลงเพื่อฆ่าอาจารย์ใช่ไหม?..และจุดประสงค์ก็คือการยึดครองตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อ..แต่น่าเสียดายนะที่อาจารย์บอกไปแล้วว่าผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปคือฉัน!..แกรู้เอาไวซะว่าแผนการของแกมันล้มเหลวไปแล้ว!” หยานซื่อฉุยพูดอย่างเย็นชาและพูดต่อ “ถ้าแกรู้สึกผิดจริงๆแกก็แค่ทำตามคำสั่งของอาจารย์และอย่าคิดที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊ออีก..เอาล่ะสำนึกผิดต่ออาจารย์ซะ!”
คำพูดไม่กี่คำทำให้ชื่อเสียงของสำนักม่อจื๊อลดลงมากยิ่งขึ้นจนแขกที่มาร่วมงานก็เริ่มพูดคุยกันที่พิธีงานศพของอาจารย์พวกเขาแต่ลูกศิษย์ทั้งสองกลับมัวแย่งชิงอำนาจกันซึ่งทำให้พวกเขามองหยานซื่อฉุยด้วยทัศนคติด้านลบและเห็นใจชาฮัวเอียนโดยปริยาย
“ศิษย์พี่วันนี้เป็นพิธีงานศพของอาจารย์..ถ้ามีอะไรจะพูดเราค่อยพูดกันหลังงานศพจบลงได้มั้ย?..ถ้าศิษย์พี่ต้องการที่จะเป็นเจ้าสำนักคนต่อไปก็เป็นไปเถอะ..ศิษย์พี่ไม่จำเป็นต้องใส่ร้ายผมแบบนี้หรอก!..คนที่นี่ใครๆก็บอกได้อย่างชัดเจนว่าใครถูกและใครผิดแต่พวกเขาแค่ไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยและไม่อยากโต้เถียงกับศิษย์พี่..ผมขอแค่ให้พิธีงานศพของอาจารย์จบลงด้วยดีเพื่อที่อาจารย์จะได้ไปอย่างสงบเถอะ” ชาฮัวเอียนพูดกล่าวอีกนัยหนึ่งคือชาฮัวเอียนกำลังสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีของเขาอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะลูกศิษย์ที่เคารพนับถืออาจารย์ซึ่งทำให้ศักดิ์ศรีของเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ
“ชาฮัวเอียนแกไม่ต้องมาเสแสร้ง..ท่านอาจารย์ปฏิบัติกับฉันเหมือนลูกสาวของเขาเสมอมาและฉันก็จะไม่มีวันยอมให้เขาตายไปแบบนี้..วันนี้ฉันจะล้างแค้นให้อาจารย์!” หยานซื่อฉุยพูดอย่างไม่ลดละ
“หุบปาก!” อู๋ชิงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “หยานซื่อฉุย!..เธอต้องการอะไรกันแน่..มันไร้สาระจริงๆเธอทำให้สำนักม่อจื๊อของเราต้องอับอายขายหน้าไปหมดแล้ว!”
สำหรับการตัดสินใจของอู๋ชิงที่จะไม่สนับสนุนเธอในวันนั้นเดิมทีหยานซื่อฉุยก็ไม่พอใจอย่างมากแต่อย่างน้อยๆอู๋ชิงก็เลือกที่จะไม่สนับสนุนชาฮัวเอียนเช่นกันแต่นั่นเมื่อก่อนเพราะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอู๋ชิงกำลังย้ายไปอยู่ฝั่งชาฮัวเอียน ดังนั้นหยานซื่อฉุยจะทนได้อย่างไร เมื่อเห็นว่าหยานซื่อฉุยกำลังทำอะไรโง่ๆลงไปเหล่าผู้อาวุโสที่สนับสนุนหยานซื่อฉุยก็รีบมองเธอเพื่อเตือนเธอว่าให้หยุดการกระทำดังกล่าวซะ
อันที่จริงภายใต้สถานการณ์แบบนี้ถ้าหากหยานซื่อฉุยยังคงสร้างปัญหาต่อไปก็มีแต่จะทำให้เธอเสียเปรียบมากขึ้นเท่านั้น เมื่อได้ยินแบบนั้นหยานซื่อฉุยก็ถอนหายใจด้วยความโกรธและพยายามระงับความไม่พอใจของเธอเอาไว้แล้วก้าวถอยกลับไป
“ทั้งสองเชิญครับ” ชาฮัวเอียนทำท่าทางเชิญหยานตงกับม่อหลงและทั้งสองก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อยื่นเครื่องหอมให้ตู้ฟู่เหว่ย ซึ่งใบหน้าของชาฮัวเอียนก็มีความภาคภูมิใจเพราะการปรากฏตัวของม่อหลงนั้นค่อนข้างคาดไม่ถึง แต่ก็ได้ผลที่ดีกว่าที่คิดเพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้สาวกส่วนใหญ่ในสำนักม่อจื๊อดูเหมือนจะอยู่เคียงข้างเขาในเวลานี้แล้วใช่หรือไม่?
หยานตงและม่อหลงก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เป็นเวลานานและพวกเขาก็ทิ้งธูปไว้อาลัยเอาไว้เพราะทั้งสองรู้ดีว่าจะมีการต่อสู้ระหว่างมังกรกับเสืออย่างแน่นอน ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าไหมที่จะแอบชมการแสดงดีๆที่นี่อย่างเงียบๆ?
ทันทีที่ทั้งสองจากไปเย่หานห่าว,เย่หานรุ่ยและเย่หานถิงจากตระกูลเย่ก็เข้ามาคำนับตู้ฟู่เหว่ยและถวายเครื่องหอมเพื่อไว้อาลัยแก่ตู้ฟู่เหว่ย จากนั้นลูกหลานของตระกูลหม่าก็เข้ามาถวายเครื่องหอมตามลำดับและฉากของพิธีงานศพก็ค่อยๆมีชีวิตชีวาขึ้น ตัวแทนจากทุกสำนักและตระกูลเสาหลักในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณต่างก็มากันหมดยกเว้นสำนักหยุนหยานเหมินที่เพิ่งจะเผชิญกับเหตุการณ์สูญเสียร้ายแรง
ใบหน้าของหยานซื่อฉุยก็ดูเคร่งขรึมและบูดบึ้งอย่างมาก บรรดาแขกที่มาเหล่านี้เป็นเพียงคนหน้าซื่อใจคดและในความเห็นของเธอคนเหล่านี้อาจดูเศร้าเล็กน้อยบนผิวเผินแต่จริงๆแล้วพวกเขามีความสุขกับการจากไปของตู้ฟู่เหว่ย แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ตู้ฟู่เหว่ยจึงไม่ได้กระทำการที่รุนแรงอีกต่อไป อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่ต้องการที่จะรอนานเกินไปเพราะเธอได้เตรียมการเอาไว้หมดแล้วและตราบใดที่เวลานั้นมาถึงจะไม่มีใครจากสำนักม่อจื๊อหยุดเธอได้อีกและเธอจะสามารถล้างแค้นให้ตู้ฟู่เหว่ยได้อย่างโจ่งแจ้งและตรงไปตรงมา จากนั้นเธอก็เหลือบมองไปที่อู๋ชิงด้วยดวงตาที่ฉายแววความเกลียดชังและอยากที่จะฆ่าเขาอย่างมาก จากนั้นดวงตาของเธอก็หันไปเหลือบมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังอู๋ชิงอย่างรวดเร็วและชายหนุ่มก็พยักหน้าราวกับว่าไม่ได้ตั้งใจแต่การแสดงออกของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
“ขอเชิญท่านแขกผู้มีเกียรติ” เสียงของโฆษกดังขึ้นอีกครั้งและสายตาของทุกคนก็เปลี่ยนไปโดยไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่เห็นชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาอย่างช้าๆจากประตูและนั่นก็คือเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวที่กลับมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งทั้งสองเพิ่งจะลงจากเครื่องบินและไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อยและพวกเขาก็นั่งแท๊กซี่มาที่นี่ในทันที
เย่เชียนก็กวาดสายตามองอย่างไม่เป็นทางการและเมื่อเขาเห็นเย่หานห่าวและคนอื่นๆเขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันไปหาหยานซื่อฉุยที่กำลังโกรธอยู่ในเวลานี้และรู้สึกได้ถึงเจตนาฆ่าในดวงตาของเธออย่างชัดเจนและในที่สุดสายตาของเย่เชียนก็จับจ้องไปที่ชาฮัวเอียนที่กำลังพยักหน้าให้เขา ซึ่งเย่เชียนก็แอบยิ้มแล้วคิดกับตัวเองว่าชาฮัวเอียนกับหยานซื่อฉุยเก่งจริงๆที่ยังสามารถอดทนกันได้เพราะตอนแรกเย่เชียนคิดว่ามันจะสายเกินไปเสียอีก
จากนั้นทั้งสองก็เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆแล้วจุดธูปสามดอกแล้วโค้งคำนับและพูดว่า “ผู้อาวุโสตู้..ผมสงสัยจริงๆว่าคุณยังจำข้อตกลงของพวกเราได้อยู่หรือเปล่า..ที่เราตกลงกันไว้ก็คือถ้าหากคุณแพ้สำนักม่อจื๊อก็จะตกเป็นของผมแต่ดูเหมือนตอนนี้คุณจะควบคุมอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว..เฮ้อ..ผมทุ่มเทไปโดยเปล่าประโยชน์สินะ..แต่ถ้าคุณได้เห็นสถานการณ์ในตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าคุณอยากที่จะอยู่หรือหลับไปอย่างสบายใจแบบนี้กันแน่!”
ทันทีที่คำพูดของเย่เชียนจบลงหยานซื่อฉุยก็ไม่สามารถระงับความโกรธในใจได้อีกต่อไปและเธอก็รีบพุ่งเข้าไปหาเย่เชียนและง้างหมัดเพื่อต่อยเขา เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วหลบได้อย่างง่ายดายแล้วพูดว่า “หยานซื่อฉุยเธอคิดที่จะทำอะไรกันแน่?..เธอคิดอะไรของเธออยู่..ฉันตั้งใจมาไว้อาลัยอาจารย์ของเธอแต่เธอกลับต้อนรับแขกแบบนี้น่ะเหรอ?..นี่เธอไม่กลัวผู้คนเขาหัวเราะเยาะกันรึไง?”
“แก!..แกเป็นคนฆ่าอาจารย์ของฉันเพราะงั้นฉันจะปล่อยแกไปได้ยังไง?” หยานซื่อฉุยตะโกน ซึ่งเมื่อมองไปยังผู้คนที่อยู่ข้างหลังหยานซื่อฉุยแล้วก็พบว่าเย่หานห่าวและคนอื่นๆจากตระกูลเย่และตระกูลหม่าต่างก็ลุกขึ้นยืนทีละคน “ใครกล้าแตะต้องพี่น้องตระกูลเย่ของฉันล่ะก็เราได้เห็นดีกันแน่!” เย่หานห่าวพูดอย่างเฉียบขาด
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองไปที่เย่หานห่าวและยิ้มอย่างซาบซึ้ง เพราะถ้าเป็นแต่ก่อนเกรงว่าเย่หานห่าวคงอยากให้เขาตายก่อนวัยอันควรใช่ไหม? แต่ตอนนี้เย่หานห่าวเต็มใจที่จะปกป้องเขาซึ่งทำให้เย่เชียนมีความสุขมากเพราะอย่างน้อยๆเขาก็ได้พบความรักในครอบครัวที่หามานานสักที
.